Last updated: 24 ก.ย. 2569 | 10 จำนวนผู้เข้าชม |
ตลาดนัดตอนเย็นและถนนคนเดินคือหัวใจเศรษฐกิจของชุมชน แต่ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ยุงออกหากิน บทความนี้เขียนให้ผู้บริหารเทศบาล กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ตลาด และนักวิชาการสาธารณสุข เห็นภาพชัดว่าจะวางรอบพ่นควบคุมยุงก่อนเปิดตลาดอย่างไร ให้ผู้ค้าไม่เดือดร้อน อาหารไม่ปนเปื้อน และนักท่องเที่ยวเดินได้อย่างสบายใจ โดยใช้เครื่องพ่นละอองฝอยติดตั้งหลังรถยนต์ GREENFOG F4 เป็นเครื่องมือหลัก
คุณวรรณา เป็นนักวิชาการสาธารณสุขของเทศบาลเมืองแห่งหนึ่งในภาคเหนือ เทศบาลของเธอจัดถนนคนเดินทุกเย็นวันเสาร์ ยาวเกือบหนึ่งกิโลเมตรเลียบคลองเก่ากลางเมือง และยังมีตลาดนัดชุมชนทุกเย็นวันพุธที่ลานจอดรถหน้าสำนักงานเทศบาล ผู้ค้ารวมกันหลายร้อยแผง ทั้งอาหารปรุงสุก ผลไม้ น้ำดื่ม ขนมพื้นบ้าน และของที่ระลึก
ช่วงกลางฤดูฝนปีหนึ่ง โทรศัพท์ของกองสาธารณสุขดังไม่หยุด ผู้ค้าร้องเรียนว่ายุงกัดตั้งแต่ตั้งแผงตอนบ่ายสี่โมง ลูกค้าเดินดูของได้ไม่นานก็ต้องกลับ มีคนโพสต์รูปขาเด็กที่ถูกยุงกัดเป็นจุดแดงเต็มขาลงในกลุ่มเฟซบุ๊กของเมือง พร้อมข้อความว่า "ถนนคนเดินสวยแต่ยุงเยอะมาก เทศบาลไปไหน" ภายในสองวันมีคนแชร์ต่อจำนวนมาก
ปัญหายังไม่จบแค่นั้น สัปดาห์ต่อมามีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชนที่ติดกับถนนคนเดิน ทีมของคุณวรรณาต้องพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วย แต่เครื่องพ่นหมอกควันแบบมือถือของเทศบาลมีเพียงไม่กี่เครื่อง และหนึ่งเครื่องกำลังรอซ่อม เจ้าหน้าที่ต้องเดินพ่นทีละซอยจนเหนื่อย พอถึงวันเสาร์ก็เหลือเวลาไม่พอจะพ่นตลอดแนวถนนคนเดินก่อนผู้ค้ามาตั้งแผง
ที่ยากที่สุดคือเสียงของผู้ค้าอาหาร บางคนไม่อยากให้พ่นเลยเพราะกลัวสารเคมีปนเปื้อนอาหาร บางคนอยากให้พ่นมาก ๆ เพราะยุงกัดจนขายของไม่ได้ ขณะที่ผู้บริหารเทศบาลต้องการคำตอบเดียวที่ชัดเจน ว่าจะทำอย่างไรให้ตลาดปลอดยุงรบกวนโดยไม่กระทบความปลอดภัยของอาหาร และไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของเมืองเสียหายไปมากกว่านี้
สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่เมืองเดียว เทศบาลจำนวนมากที่ใช้ตลาดนัดและถนนคนเดินเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ต้องเจอโจทย์เดียวกัน คำตอบที่ได้ผลจึงไม่ใช่การพ่นให้มากขึ้นแบบไม่มีแผน แต่คือการวางระบบ "พ่นถูกเวลา ถูกจุด ถูกเครื่องมือ และสื่อสารกับผู้ค้าให้ชัด"
ยุงลายเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ยุงลายมักออกหากินในเวลากลางวัน โดยช่วงที่กัดบ่อยคือเช้าและบ่ายแก่ถึงพลบค่ำ ซึ่งตรงกับช่วงที่ผู้ค้ากำลังตั้งแผงและลูกค้าชุดแรกเริ่มเดินตลาด พอตกกลางคืนก็มียุงรำคาญ ซึ่งเป็นพาหะของบางโรค เช่น โรคไข้สมองอักเสบในบางพื้นที่ และสร้างความรำคาญอย่างมาก
อาการของไข้เลือดออกที่ประชาชนควรรู้คือ ไข้สูงลอยหลายวัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ อาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง และระยะที่ไข้เริ่มลดเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังภาวะช็อก กลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่เคยป่วยไข้เลือดออกมาก่อน ซึ่งคนกลุ่มนี้ล้วนเดินตลาดนัดตอนเย็นเป็นประจำ
ผู้ค้าเองก็เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ถูกมองข้าม เพราะต้องยืนอยู่จุดเดิมหลายชั่วโมงทุกสัปดาห์ บางคนขายหลายตลาดต่อสัปดาห์ หากผู้ค้าป่วยจนต้องหยุดขาย ก็คือรายได้ของครอบครัวที่หายไปทันที
เมื่อลูกค้าเดินได้ไม่นานเพราะถูกยุงกัด ยอดขายของผู้ค้าก็ลดลง ผู้ค้าบางรายเริ่มย้ายไปขายตลาดอื่น รายได้ค่าเช่าแผงหรือค่าธรรมเนียมที่เทศบาลจัดเก็บก็อาจกระทบตามไปด้วย ส่วนงบประมาณด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจที่ลงไปกับถนนคนเดินก็จะคุ้มค่าน้อยลง หากคนมาแล้วไม่อยากกลับมาอีก
อีกด้านหนึ่ง การพ่นแบบไม่มีแผนก็สิ้นเปลืองเช่นกัน เช่น การจ้างพ่นเป็นครั้ง ๆ การใช้เครื่องมือถือที่ต้องใช้คนหลายคนและเวลานานกว่าจะพ่นครบแนวถนน หรือการใช้สารเคมีมากเกินจำเป็นเพราะเครื่องควบคุมขนาดละอองไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นในแต่ละเดือน
ถนนคนเดินมักเป็นหน้าตาของเมือง เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวถ่ายรูปและเช็กอิน ภาพเด็กที่ถูกยุงกัดหรือคลิปคนตบยุงระหว่างกินอาหาร สามารถกลายเป็นประเด็นในโซเชียลมีเดียได้ภายในคืนเดียว และคำถามที่ตามมาเสมอคือ "เทศบาลทำอะไรอยู่" ในทางกลับกัน หากประชาชนเห็นรถพ่นยุงของเทศบาลออกปฏิบัติงานก่อนตลาดเปิดอย่างเป็นระบบ มีป้ายแจ้ง มีตารางเวลา ความเชื่อมั่นก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ความยากของตลาดคือเรื่องร้องเรียนมาจากทั้งสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งร้องว่ายุงเยอะ อีกฝั่งร้องว่าพ่นยุงแล้วกลิ่นติดอาหาร ควันลอยเข้าแผง หรือพ่นตอนคนเยอะ หากเทศบาลไม่มีมาตรฐานการปฏิบัติที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่จะถูกตำหนิไม่ว่าจะเลือกพ่นหรือไม่พ่น
เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขของเทศบาลมีงานหลายด้านอยู่แล้ว ทั้งงานควบคุมโรค งานสุขาภิบาลอาหาร งานตรวจตลาด และงานรับเรื่องร้องเรียน หากต้องเดินพ่นยุงด้วยเครื่องมือถือไปตามถนนยาวเกือบกิโลเมตรทุกสัปดาห์ ก่อนเวลาเปิดตลาดที่กระชั้นชิด เจ้าหน้าที่จะเหนื่อยล้า และงานควบคุมโรคจุดอื่นของเมืองก็จะถูกเบียดเวลาไป
ก่อนพูดถึงเครื่องมือ ขอวางหลักความปลอดภัยให้ชัด เพราะนี่คือสิ่งที่ผู้ค้าและประชาชนจะถามเป็นอันดับแรก และเป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องตอบได้
หลักทั้ง 8 ข้อนี้ทำให้การพ่นควบคุมยุงในตลาดเป็นงานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่งานที่ทำตามความรู้สึก และเป็นหลักที่ควรเขียนเป็นแนวปฏิบัติของเทศบาลให้ทุกทีมใช้เหมือนกัน
GREENFOG F4 คือเครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบติดตั้งหลังรถยนต์ ULV ย่อมาจาก Ultra Low Volume หมายถึงการพ่นสารเคมีปริมาณน้อยมากในรูปละอองขนาดเล็ก ให้ลอยค้างในอากาศเพื่อสัมผัสยุงที่บินอยู่ ต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันที่ใช้ความร้อนสร้างควันสีขาวหนาทึบ ซึ่งเหมาะกับอีกลักษณะงาน
ข้อมูลจำเพาะของ GREENFOG F4 ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของบริษัท มีดังนี้
สำหรับตลาดนัดชุมชนและถนนคนเดิน จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือ "ความเร็วบวกความแม่นยำ" รถหนึ่งคันพร้อมคนขับและผู้ควบคุมเครื่องหนึ่งคน สามารถพ่นแนวถนนยาวและลานกว้างให้เสร็จในช่วงเวลาสั้นก่อนผู้ค้ามาถึง แล้วยังมีเวลาเหลือเว้นช่วงก่อนตั้งแผง ขณะที่รีโมทคอนโทรลช่วยให้หยุดพ่นได้ทันทีเมื่อผ่านบริเวณที่ไม่ควรพ่น เช่น หน้าร้านอาหารที่เปิดอยู่ หรือหน้าบ้านที่มีเด็กเล็ก
นอกจากตลาด เครื่องพ่นยุงติดรถคันเดียวกันยังใช้กับงานควบคุมโรคทั้งเมือง เช่น การพ่นเป็นแนวในชุมชนที่มีการระบาด การพ่นรอบโรงเรียนก่อนเปิดภาคเรียน หรือการพ่นพื้นที่จัดงานเทศกาล จึงเป็นครุภัณฑ์ราชการที่คุ้มค่ากว่าการซื้อเครื่องมือเฉพาะกิจ
ทั้งนี้ บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด มีมาตรฐาน ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพเครื่องทุกเครื่องก่อนส่งมอบ มีบริการหลังการขาย ช่างเทคนิค และอะไหล่ พร้อมเอกสารประกอบที่สอดคล้องกับมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ
ตารางนี้เป็นเพียงกรอบตัวอย่าง เวลาจริงต้องปรับตามเวลาเปิดตลาดของแต่ละเมือง สภาพอากาศ และคำแนะนำบนฉลากสารเคมีที่ใช้
| ช่วงเวลา (ตัวอย่าง) | กิจกรรม |
|---|---|
| ก่อนวันตลาด 1 วัน | แจ้งตารางพ่นในกลุ่มไลน์ผู้ค้า ตรวจความพร้อมของเครื่อง เติมน้ำมัน เตรียมสารเคมีและอุปกรณ์ป้องกัน |
| ช่วงสายถึงบ่าย | ทีมสำรวจเดินกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์รอบตลาด คว่ำภาชนะ เก็บขยะ ลอกรางระบายน้ำ |
| ก่อนผู้ค้าเข้าพื้นที่พอสมควร | ปิดการจราจรหรือกั้นพื้นที่ รถ GREENFOG F4 ขับพ่นตามแนวถนนและรอบลานด้วยความเร็วต่ำคงที่ โดยเน้นพุ่มไม้ ริมคลอง ท่อระบายน้ำ และมุมอับ |
| หลังพ่นเสร็จ | เว้นช่วงเวลาตามฉลากให้ละอองจาง ก่อนเปิดให้ผู้ค้าเข้าตั้งแผง บันทึกผลการปฏิบัติงาน |
| หลังตลาดปิด | ทีมเก็บขยะและภาชนะที่อาจขังน้ำ เพื่อไม่ให้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในสัปดาห์ถัดไป |
หัวใจของตารางนี้คือการ "จบงานพ่นก่อนเริ่มงานขาย" ไม่ใช่พ่นไปพร้อมกับการขาย และทำควบคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ ซึ่งเป็นมาตรการที่กรมควบคุมโรคย้ำเสมอในแนวทาง 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ เก็บบ้าน เก็บขยะ และเก็บน้ำ
การจัดซื้อเครื่องพ่นยุงติดรถเป็นครุภัณฑ์ราชการที่ต้องวางแผนตั้งแต่การตั้งงบประมาณ ขอแนะนำประเด็นทั่วไปที่ควรพิจารณา โดยการดำเนินการจริงให้เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างที่ใช้บังคับกับหน่วยงาน
ข้อควรระวังคือ อย่าเขียนสเปกกว้างจนได้เครื่องที่ไม่มีบริการหลังการขาย และอย่าเขียนแคบจนผิดหลักการแข่งขันที่เป็นธรรม ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่พัสดุตั้งแต่ต้น
"ก่อนหน้านี้เราพ่นตามเรื่องร้องเรียน บางทีพ่นตอนผู้ค้ามาแล้ว เลยโดนต่อว่าทั้งสองฝั่ง พอเปลี่ยนมาทำตารางพ่นก่อนเปิดตลาด แจ้งผู้ค้าในกลุ่มไลน์ทุกสัปดาห์ และใช้รถพ่นละอองฝอยวิ่งตามแนวถนน งานเสร็จเร็วขึ้นมาก ผู้ค้าเข้าใจว่าต้องมาตั้งแผงหลังเวลาที่กำหนด เรื่องร้องเรียนเรื่องกลิ่นแทบไม่มี ส่วนเรื่องยุงก็เบาลงชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเราชวนผู้ค้าเก็บแก้วและถังน้ำแข็งหลังปิดตลาดด้วย"
(ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน เรียบเรียงเป็นภาพรวมจากลักษณะงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเทศบาล ไม่ใช่คำพูดของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง)
ถาม: พ่นยุงก่อนเปิดตลาดแล้ว อาหารจะปลอดภัยไหม
ตอบ: หลักสำคัญคือพ่นก่อนผู้ค้าตั้งแผงและก่อนมีอาหาร ใช้สารเคมีที่ขึ้นทะเบียนสำหรับงานสาธารณสุข ผสมตามฉลาก และเว้นช่วงเวลาก่อนเปิดพื้นที่ตามที่ฉลากแนะนำ เมื่อปฏิบัติตามหลักนี้ ความเสี่ยงที่อาหารจะสัมผัสสารโดยตรงจะลดลงมาก
ถาม: ทำไมเลือกเครื่องพ่นละอองฝอยแทนเครื่องพ่นหมอกควัน
ตอบ: เครื่องพ่นหมอกควันเหมาะกับหลายงาน แต่ในพื้นที่ตลาดกลางเมือง ควันขาวหนาอาจกระทบการมองเห็นบนถนนและทำให้ประชาชนกังวล การพ่นละอองฝอย ULV ใช้สารน้อยและไม่เกิดควันหนา จึงมักเหมาะกับตลาดและถนนคนเดินมากกว่า
ถาม: พ่นครั้งเดียวอยู่ได้นานแค่ไหน
ตอบ: การพ่นแบบฟุ้งกระจายในอากาศมุ่งกำจัดยุงตัวเต็มวัยที่บินอยู่ในขณะพ่น และมีฤทธิ์ตกค้างน้อย จึงควรพ่นใกล้เวลาเปิดตลาดและทำเป็นรอบตามแผน ควบคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ ซึ่งเป็นมาตรการที่ให้ผลระยะยาว
ถาม: ถนนคนเดินบางช่วงแคบมาก รถเข้าได้ไหม
ตอบ: ช่วงที่รถเข้าได้ใช้ GREENFOG F4 เป็นหลัก ส่วนตรอกแคบหรือหลังอาคาร อาจเสริมด้วยเครื่องพ่นสะพายหลัง เช่น SUPER ROTARY เพื่อให้ครอบคลุมทุกมุม
ถาม: ควรพ่นบ่อยแค่ไหน
ตอบ: ขึ้นกับฤดูกาล ความหนาแน่นของยุง และสถานการณ์โรคในพื้นที่ ควรให้นักวิชาการสาธารณสุขประเมินร่วมกับข้อมูลเฝ้าระวังโรคและผลการสำรวจลูกน้ำ แทนการกำหนดความถี่ตายตัว
ถาม: ผู้ค้าไม่อยากให้พ่นเลย จะสื่อสารอย่างไร
ตอบ: อธิบายหลัก "พ่นก่อนตั้งแผง ไม่พ่นขณะมีอาหาร" แสดงตารางเวลาและชื่อสารที่ใช้ให้โปร่งใส และชวนผู้ค้ามีส่วนร่วมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ ความโปร่งใสมักช่วยลดความกังวลได้มาก
ถาม: เครื่องนี้ใช้กำจัดแมลงชนิดอื่นได้ไหม
ตอบ: หลายหน่วยงานมองหาเครื่องเดียวที่ใช้กำจัดแมลงทุกชนิด ความจริงคือเครื่องพ่นละอองฝอยเป็นอุปกรณ์สำหรับพ่นสาร ประสิทธิภาพต่อแมลงแต่ละชนิดขึ้นกับสารเคมีที่เลือกใช้และฉลากกำกับ ควรเลือกสารให้ตรงกับเป้าหมายและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection ฟรี ทั้งการเลือกเครื่อง การเขียนสเปก และการอบรมทีม
ดูสินค้าและราคา GREENFOG F4 คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ
บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #ตลาดนัดปลอดยุง #GREENFOGF4
คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, GREENFOG F4, ตลาดนัดชุมชน, ถนนคนเดิน, เทศบาล