เครื่องพ่นยุงราชการ ราคาแตกต่างกันเพราะอะไร: 8 ปัจจัยที่หน่วยงานควรดูก่อนเทียบใบเสนอราคา

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  4 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นยุง ULV

เครื่องพ่นยุงราชการ ราคาแตกต่างกันเพราะอะไร: 8 ปัจจัยที่หน่วยงานควรดูก่อนเทียบใบเสนอราคา

ใบเสนอราคา เครื่องพ่นยุง สามใบที่วางอยู่บนโต๊ะอาจมีตัวเลขห่างกันจนน่าตกใจ ทั้งที่ชื่อสินค้าฟังดูคล้ายกัน บทความนี้อธิบายว่าอะไรทำให้ เครื่องพ่นยุงราชการ ราคาต่างกัน และหน่วยงานควรเทียบอย่างไรให้เป็นธรรม โดยไม่ต้องเป็นช่างหรือวิศวกร เหมาะสำหรับนายก อบต. นายกเทศมนตรี ปลัด เจ้าหน้าที่พัสดุ และนักวิชาการสาธารณสุข ที่มีส่วนในการ จัดซื้อจัดจ้าง ครุภัณฑ์ราชการ ด้าน ควบคุมโรค

สรุปใน 1 นาที

  • ความจริงข้อแรก: เครื่องพ่นยุงที่ราคาต่างกันมาก ส่วนใหญ่ไม่ใช่ "สินค้าเดียวกันแต่ขายแพงกว่า" แต่เป็นเครื่องคนละประเภท คนละวัสดุ คนละมาตรฐาน และมีสิ่งที่รวมอยู่ในราคาไม่เท่ากัน
  • 8 ปัจจัยหลัก: (1) ประเภทเครื่อง (2) แหล่งพลังงานและกำลังเครื่อง (3) วัสดุและคุณภาพการผลิต (4) ระบบหัวพ่นและการควบคุมขนาดละออง (5) ความจุถังและขอบเขตพื้นที่ที่ทำได้ (6) มาตรฐาน การรับรอง และเอกสาร (7) บริการหลังการขาย อะไหล่ และช่าง (8) สิ่งที่รวมอยู่ในใบเสนอราคา เช่น อบรม ขนส่ง อุปกรณ์เสริม
  • หลักเทียบที่เป็นธรรม: เทียบเครื่องประเภทเดียวกัน สเปกระดับเดียวกัน และขอบเขตบริการเดียวกัน ก่อนจะดูตัวเลขท้ายใบเสนอราคา
  • สิ่งที่ควรทำ: ใช้ตารางเช็กลิสต์ในบทความนี้ขอข้อมูลจากผู้เสนอราคาทุกราย แล้วให้คณะกรรมการดูภาพรวมทั้งอายุการใช้งาน
  • ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ขอใบเสนอราคาและสเปก แล้วขอสาธิตหรืออบรม จากนั้นตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ

หมายเหตุ: บทความนี้ตั้งใจไม่ระบุตัวเลขราคา เพราะราคาขึ้นกับรุ่น ช่วงเวลา และขอบเขตงาน หน่วยงานควรขอใบเสนอราคาที่เป็นปัจจุบันโดยตรง

ใบเสนอราคาสามใบ ตัวเลขสามแบบ (ตัวอย่างสถานการณ์)

คุณสุพัตรา เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุของเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปีนี้สภาเทศบาลเห็นชอบให้ตั้งงบประมาณหมวดครุภัณฑ์สำหรับซื้อเครื่องพ่นยุงใหม่ หลังจากเครื่องเดิมเสียซ้ำหลายครั้งในช่วงที่มีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน กองสาธารณสุขส่งบันทึกมาสั้น ๆ ว่า "ขอเครื่องพ่นหมอกควันหนึ่งเครื่อง" คุณสุพัตราจึงสืบราคาจากผู้ขายสามราย

เมื่อใบเสนอราคากลับมาครบ เธอพบว่าตัวเลขของรายที่แพงที่สุดกับรายที่ถูกที่สุดห่างกันหลายเท่า ใบหนึ่งเขียนรายละเอียดยาวสองหน้า มีทั้งวัสดุตัวเครื่อง ประเทศผู้ผลิต การรับประกัน การอบรม และรายการอะไหล่ อีกใบเขียนเพียงชื่อสินค้าและคำว่า "เครื่องพ่นหมอกควัน พร้อมใช้งาน" ส่วนใบที่สามเสนอเครื่องพ่นละอองฝอยแทน โดยบอกว่า "ใช้แทนกันได้"

ในที่ประชุม นายกเทศมนตรีถามคำถามที่ทุกคนคิดอยู่ในใจว่า "ทำไมเครื่องพ่นยุงเหมือนกันถึงราคาต่างกันขนาดนี้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าซื้อแล้วคุ้ม" นักวิชาการสาธารณสุขตอบว่าเครื่องเดิมที่ซื้อเมื่อหลายปีก่อนก็เลือกจากราคาถูกที่สุด ผลคือใช้ได้ไม่กี่ฤดูก็เริ่มติดยาก หัวพ่นอุดตัน และหาอะไหล่ไม่ได้ ปลัดเทศบาลกังวลอีกด้านว่า ถ้าเลือกรายที่แพงกว่าโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส

สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้กับหน่วยงานทุกขนาด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ใครตั้งใจทำผิด แต่อยู่ที่ใบเสนอราคาแต่ละใบกำลังพูดถึง "ของคนละอย่าง" โดยที่ผู้ตัดสินใจไม่มีกรอบให้เทียบ บทความนี้จึงรวบรวม 8 ปัจจัยที่ทำให้ราคา เครื่องกำจัดยุง แตกต่างกัน เพื่อให้คณะกรรมการเทียบได้ตรงประเด็นและอธิบายเหตุผลต่อสภาและประชาชนได้อย่างมั่นใจ

เลือกผิดเพราะดูแค่ราคา ต้นทุนที่ตามมามีมากกว่าตัวเงิน

1. ด้านสุขภาพของประชาชน

ยุงลาย เป็นพาหะของ ไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ส่วนยุงก้นปล่องเป็นพาหะของมาลาเรีย ผู้ป่วยไข้เลือดออกมักมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ บางรายมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง และบางรายอาจเข้าสู่ภาวะช็อกซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ เมื่อมีผู้ป่วยในพื้นที่ ทีมควบคุมโรคมักต้องพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วยในรัศมีประมาณ 100 เมตรให้เร็วที่สุด ถ้าเครื่องที่ซื้อมาเพราะราคาถูกดันสตาร์ทไม่ติดในวันนั้น ความเสียหายไม่ได้วัดเป็นบาท แต่วัดเป็นความเสี่ยงของคนในชุมชน

2. ด้านงบประมาณ

เครื่องราคาต่ำที่เสียบ่อยมักมีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าซ่อมนอกระบบ ค่าเดินทางไปส่งซ่อม ค่าเช่าเครื่องหรือจ้างเหมาพ่นแทนในช่วงเร่งด่วน และในที่สุดอาจต้องตั้งงบซื้อใหม่เร็วกว่าที่ควร เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว เครื่องที่ดูถูกในวันซื้ออาจกลายเป็นตัวเลือกที่แพงที่สุดเมื่อมองตลอดอายุการใช้งาน

3. ด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชน

ประชาชนจำได้เสมอว่าวันที่ลูกหลานป่วย รถพ่นยุงของเทศบาลมาช้าหรือไม่มา ภาพเครื่องพ่นควันดำ เสียงดังผิดปกติ หรือเจ้าหน้าที่ยืนซ่อมเครื่องกลางซอย เป็นภาพที่ถูกถ่ายและแชร์ต่อได้ง่าย ความเชื่อมั่นที่เสียไปใช้เวลานานกว่าการซื้อเครื่องใหม่หลายเท่า

4. ด้านข้อร้องเรียนและโซเชียลมีเดีย

กลุ่มไลน์หมู่บ้านและเพจชุมชนทำให้ข้อร้องเรียนเดินทางเร็วมาก หากหน่วยงานตอบได้เพียงว่า "เครื่องเสีย รออะไหล่" คำถามต่อมามักเป็น "ซื้อเครื่องแบบไหนมา" ซึ่งย้อนกลับมาที่การตัดสินใจจัดซื้อโดยตรง

5. ด้านภาระงานของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่พ่นยุงและ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ต้องทำงานในช่วงเช้าตรู่หรือเย็นซึ่งเป็นเวลาที่ยุงออกหากิน เครื่องที่หนัก ร้อน สตาร์ทยาก หรือหัวพ่นอุดตันบ่อย ทำให้งานช้าลง เหนื่อยขึ้น และเสี่ยงต่อการใช้งานผิดวิธี ขวัญกำลังใจของทีมจึงผูกอยู่กับคุณภาพเครื่องมือมากกว่าที่ผู้บริหารหลายคนคาดคิด

ทำไมวิธีเทียบราคาแบบเดิมมักพาไปผิดทาง

หลายหน่วยงานใช้วิธีเทียบที่คุ้นเคย คือเรียงใบเสนอราคาจากถูกไปแพงแล้วเลือกใบแรกที่ "ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ" วิธีนี้ดูโปร่งใสและง่าย แต่มีจุดอ่อนหลายข้อ

  • สเปกเขียนกว้างเกินไป: ถ้าคุณลักษณะเฉพาะเขียนเพียง "เครื่องพ่นหมอกควัน ใช้งานได้ดี" ผู้เสนอราคาทุกรายก็ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่คุณภาพต่างกันมาก
  • เทียบข้ามประเภท: เครื่องพ่นหมอกควัน กับ เครื่องพ่นละอองฝอย ทำงานคนละหลักการ เหมาะกับคนละพื้นที่ การนำราคามาวางเทียบกันตรง ๆ จึงเหมือนเทียบรถกระบะกับรถจักรยานยนต์
  • มองข้ามขนาดละออง: เครื่องที่ให้ละอองใหญ่เกินไป น้ำยาตกพื้นเร็ว ยุงไม่สัมผัส ต้องพ่นซ้ำและใช้น้ำยามากขึ้น
  • ไม่ถามเรื่องบริการหลังการขาย: ใบเสนอราคาที่ไม่มีช่างหรืออะไหล่รองรับ อาจทำให้เครื่องจอดรอซ่อมนานในช่วงที่ต้องใช้งานมากที่สุด
  • ไม่รู้ว่าราคารวมอะไรบ้าง: บางใบรวมการอบรม คู่มือ อุปกรณ์เสริม และการขนส่ง บางใบไม่รวม ตัวเลขท้ายใบจึงเทียบกันไม่ได้
  • ไม่มีเอกสารยืนยัน: คำว่า "มาตรฐานยุโรป" หรือ "เกรดโรงพยาบาล" ในใบเสนอราคาไม่มีความหมาย ถ้าไม่มีเอกสารแนบให้ตรวจสอบได้

ทางแก้ไม่ใช่การเลือกของแพงที่สุด แต่เป็นการทำให้ใบเสนอราคาทุกใบ "พูดภาษาเดียวกัน" ด้วย 8 ปัจจัยด้านล่าง

8 ปัจจัยที่ทำให้ราคาเครื่องพ่นยุงราชการแตกต่างกัน

ปัจจัยที่ 1: ประเภทของเครื่อง

นี่คือตัวแปรที่ใหญ่ที่สุด เครื่องพ่นยุงสำหรับงานราชการแบ่งกว้าง ๆ ได้หลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีโครงสร้าง ชิ้นส่วน และงานที่เหมาะสมต่างกัน

ประเภทอธิบายแบบบรรทัดเดียวงานที่เหมาะ
เครื่องพ่นหมอกควัน (Thermal fogger)ใช้ความร้อนทำให้น้ำยากลายเป็นหมอกควันที่มองเห็นได้พื้นที่ภายนอก ชุมชน ใต้ถุนบ้าน พุ่มไม้
เครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบถือหรือไฟฟ้าULV ย่อมาจาก Ultra Low Volume คือพ่นน้ำยาปริมาณน้อยเป็นละอองละเอียดโดยไม่ใช้ความร้อนภายในอาคาร โรงเรียน สำนักงาน สถานพยาบาล
ULV แบบแบตเตอรี่ไร้สายULV ที่ไม่ต้องเสียบปลั๊ก เคลื่อนที่ได้อิสระจุดที่ไม่มีไฟฟ้า ศูนย์พักพิง งานเร่งด่วน
ULV สะพายหลังเครื่องยนต์เล็กติดโครงสะพาย ถังใหญ่ขึ้น พ่นได้ไกลขึ้นซอยแคบ หมู่บ้าน สวน พื้นที่ที่รถเข้าไม่ถึง
ULV ติดรถกระบะหรือรถยนต์เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ถังน้ำยาใหญ่ หลายหัวพ่น ควบคุมจากในรถได้พื้นที่กว้าง หลายชุมชน ถนนสายหลัก

เพียงแค่ประเภทต่างกัน ราคาก็ต่างกันได้มากโดยธรรมชาติ เพราะเครื่องติดรถมีเครื่องยนต์ ระบบควบคุม และถังขนาดใหญ่ ขณะที่เครื่องถือไฟฟ้ามีโครงสร้างเรียบง่ายกว่า ดังนั้นก่อนดูราคา ให้ตอบคำถามก่อนว่า "งานหลักของเราคืออะไร" แล้วเลือกประเภทให้ตรง

ปัจจัยที่ 2: แหล่งพลังงานและกำลังเครื่อง

เครื่องไฟฟ้าระบุกำลังเป็นวัตต์ เครื่องยนต์ระบุเป็นแรงม้า ส่วนเครื่องไร้สายขึ้นกับแบตเตอรี่ ตัวอย่างจากสินค้าในศูนย์รวมของ WHD เช่น AIROFOG U260 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 800 วัตต์ MASTER ELECTRIC ULV ใช้กำลัง 1,400 วัตต์ AIROSTAR ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทำงานได้สูงสุดประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จ ขณะที่รุ่นติดรถอย่าง GREENFOG F4 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 13.5 แรงม้า และ AIROFOG UM4 ใช้เครื่องยนต์ 18 แรงม้า

กำลังที่สูงขึ้นมักหมายถึงความสามารถพ่นได้มากขึ้นหรือไกลขึ้น แต่ก็มาพร้อมต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น สิ่งสำคัญคือกำลังต้อง "พอดีกับงาน" ไม่ใช่ "มากที่สุด" การซื้อเครื่องกำลังสูงเกินงานคือการจ่ายเงินเกินจำเป็น ส่วนการซื้อเครื่องกำลังต่ำเกินงานคือการซื้อปัญหา

ปัจจัยที่ 3: วัสดุและคุณภาพการผลิต

ตัวเครื่องพ่นยุงต้องเจอทั้งน้ำยาเคมี ความร้อน ความชื้น แดด และการขนย้ายบนรถ วัสดุจึงมีผลต่ออายุการใช้งานโดยตรง ตัวอย่างเช่น AIROFOG AT35 มีตัวเครื่องเป็นสแตนเลสทั้งหมด ส่วน AIROFOG U240 มีตัวเครื่องที่ทนไฟและทนรังสียูวี วัสดุคุณภาพสูงย่อมมีต้นทุนสูงกว่าพลาสติกทั่วไปหรือโลหะที่เป็นสนิมง่าย

คำถามที่ควรถามผู้เสนอราคาคือ "ตัวเครื่องทำจากวัสดุอะไร ชิ้นส่วนที่สัมผัสน้ำยาทำจากอะไร และผลิตที่ไหน" หากคำตอบคลุมเครือ นั่นคือสัญญาณให้ขอเอกสารเพิ่มเติม

ปัจจัยที่ 4: ระบบหัวพ่นและการควบคุมขนาดละออง

ขนาดละอองวัดเป็นไมครอน (หนึ่งในพันของมิลลิเมตร) ละอองที่เล็กพอเหมาะจะลอยค้างในอากาศได้นานพอที่จะสัมผัสยุงที่บินอยู่ ส่วนละอองใหญ่เกินไปจะตกพื้นเร็วและสิ้นเปลืองน้ำยา เครื่องที่มีหัวพ่นปรับได้ หรือระบุช่วงขนาดละอองชัดเจน เช่น AIROFOG U260 และ U240 ที่ให้ละอองประมาณ 15-30 ไมครอน มักมีต้นทุนการผลิตสูงกว่าเครื่องที่ไม่ระบุค่านี้เลย

สำหรับรุ่นติดรถ จำนวนหัวพ่นและระบบควบคุมก็มีผลต่อราคา เช่น AIROFOG UM4 มีหัวพ่น 4 หัวที่ควบคุมแยกกันได้ AIROFOG UM2 มี 2 หัวพร้อมรีโมตคอนโทรลและระบบควบคุมด้วยมือ ส่วน GREENFOG F4 มีหัวพ่นปรับได้ 4 หัว สตาร์ทไฟฟ้า และรีโมตคอนโทรล ยิ่งระบบควบคุมละเอียด ยิ่งช่วยให้พ่นตรงเป้าและประหยัดน้ำยาในระยะยาว

ปัจจัยที่ 5: ความจุถังและขอบเขตพื้นที่ที่ทำได้ต่อรอบ

ถังเล็กหมายถึงต้องหยุดเติมบ่อย ถังใหญ่หมายถึงพ่นได้ต่อเนื่องแต่ตัวเครื่องหนักและราคาสูงขึ้น ตัวอย่างความจุจากสินค้าในศูนย์รวม เช่น U240 ถัง 5 ลิตร น้ำหนักประมาณ 3.1 กิโลกรัม MASTER ELECTRIC ULV ถัง 4.5 ลิตร SOLO PORT423 ถัง 12 ลิตร พ่นได้ไกลถึงประมาณ 12 เมตร และ GREENFOG F4 ถังน้ำยา 85 ลิตร

หน่วยงานควรคำนวณคร่าว ๆ ว่าในหนึ่งรอบปฏิบัติงาน เช่น การพ่นรอบบ้านผู้ป่วยในรัศมี 100 เมตร หรือการพ่นทั้งอาคารเรียน ต้องใช้น้ำยาประมาณเท่าไร แล้วเลือกความจุให้สอดคล้อง ไม่จำเป็นต้องเลือกถังใหญ่ที่สุด

ปัจจัยที่ 6: มาตรฐาน การรับรอง และเอกสารประกอบ

การรับรองและเอกสารมีต้นทุนจริง ทั้งการทดสอบ การตรวจโรงงาน และการรักษามาตรฐาน ตัวอย่างข้อมูลจากหน้าสินค้าของ WHD เช่น MASTER ELECTRIC ULV ระบุมาตรฐาน CE และ ETL, AIROFOG UM4 ระบุ ISO 9001 และการรับรองจาก WHO ตามที่แสดงบนหน้าสินค้า, GREENFOG F4 ระบุว่าผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, AIROFOG AT35 ระบุการรับรองจากเยอรมนีและสหราชอาณาจักร ส่วนบริษัท WHD เองมีระบบ ISO และ GMP

ข้อแนะนำคือ อย่ารับเพียงคำบรรยาย ให้ขอสำเนาเอกสารแนบกับใบเสนอราคาทุกครั้ง และตรวจว่าเอกสารตรงกับรุ่นที่เสนอจริง

ปัจจัยที่ 7: บริการหลังการขาย อะไหล่ และช่าง

นี่คือปัจจัยที่มองไม่เห็นในวันส่งมอบ แต่มีผลมากที่สุดในวันที่เกิดโรคระบาด ผู้ขายที่มีช่างประจำ มีสต็อกอะไหล่ และมีการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบ ต้องแบกต้นทุนบุคลากรและคลังสินค้า ซึ่งสะท้อนในราคา ขณะที่ผู้ขายที่ไม่มีบริการเหล่านี้สามารถตั้งราคาต่ำกว่าได้ แต่ความเสี่ยงจะย้ายมาอยู่ที่หน่วยงาน

คำถามที่ควรถาม ได้แก่ ถ้าเครื่องเสียต้องส่งซ่อมที่ไหน ใช้เวลาประมาณเท่าไร อะไหล่สิ้นเปลืองหลักมีอะไรบ้างและหาได้จากใคร มีบริการตรวจเช็กก่อนฤดูฝนหรือไม่

ปัจจัยที่ 8: สิ่งที่รวมอยู่ในใบเสนอราคา

ใบเสนอราคาสองใบที่ตัวเลขใกล้กัน อาจให้ของไม่เท่ากันเลย ใบหนึ่งอาจรวมการขนส่งถึงหน่วยงาน การอบรมการใช้งานและบำรุงรักษา คู่มือภาษาไทย ชุดอุปกรณ์เสริม และการรับประกัน อีกใบอาจให้เพียงตัวเครื่องเปล่า ดังนั้นก่อนเทียบ ให้แยกรายการออกมาเป็นบรรทัดให้เห็นชัด

  • ตัวเครื่องและอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดมากับเครื่อง
  • การขนส่งและการส่งมอบถึงหน่วยงาน
  • การติดตั้ง (สำคัญมากสำหรับรุ่นติดรถ)
  • การอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลเครื่อง
  • คู่มือการใช้งานและการบำรุงรักษา
  • เงื่อนไขการรับประกันและบริการหลังการขาย
  • อะไหล่สิ้นเปลืองที่แถมหรือแนะนำให้สำรอง

เมื่อแยกครบ ตัวเลขที่ดู "แพง" บางครั้งกลับเป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่า เพราะรวมสิ่งที่หน่วยงานต้องจ่ายเพิ่มภายหลังอยู่แล้ว

ตารางเช็กลิสต์เทียบใบเสนอราคาแบบเป็นธรรม

คัดลอกตารางนี้ไปใช้ในการประชุมคณะกรรมการได้ทันที ให้กรอกข้อมูลของผู้เสนอราคาแต่ละรายลงในช่องเดียวกัน

หัวข้อที่ต้องถามสิ่งที่ควรได้เป็นคำตอบ
ประเภทเครื่องหมอกควัน / ULV ไฟฟ้า / ไร้สาย / สะพายหลัง / ติดรถ ให้ตรงกับงานหลัก
กำลังเครื่องตัวเลขวัตต์ แรงม้า หรือเวลาใช้งานแบตเตอรี่ที่ระบุชัด
วัสดุตัวเครื่องชื่อวัสดุ และข้อมูลความทนทานต่อสารเคมี ความร้อน แดด
ขนาดละอองช่วงขนาดเป็นไมครอน หรือระบุว่าปรับได้อย่างไร
ความจุถัง / ระยะพ่นลิตร และระยะพ่นโดยประมาณตามข้อมูลผู้ผลิต
ชนิดน้ำยาที่ใช้ได้สูตรน้ำ สูตรน้ำมัน หรือทั้งสองแบบ
การรับรองและเอกสารสำเนาเอกสารที่ตรงกับรุ่นที่เสนอ
บริการหลังการขายช่องทางติดต่อ ศูนย์ซ่อม ช่าง อะไหล่ ระยะเวลาโดยประมาณ
การอบรมและการส่งมอบรวมหรือไม่รวม จำนวนผู้เข้าอบรม สถานที่
การตรวจสอบก่อนส่งมอบมีการทดสอบเครื่องก่อนส่งหรือไม่

ทางออก: เลือกจากศูนย์รวมที่ให้ข้อมูลครบตาม 8 ปัจจัย

เมื่อรู้แล้วว่าราคาแตกต่างเพราะอะไร ขั้นต่อไปคือหาผู้ขายที่ตอบคำถามทั้ง 8 ข้อได้ชัดเจนและตรวจสอบได้ ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ ของบริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด (WHD) รวบรวมเครื่องพ่นยุงหลายประเภทไว้ในที่เดียว ทำให้หน่วยงานเลือกประเภทให้ตรงงานก่อน แล้วจึงเทียบรุ่นภายในประเภทเดียวกันได้อย่างเป็นธรรม

ภาพรวมกลุ่มสินค้าในศูนย์รวม (ข้อมูลตามหน้าสินค้า)

  • เครื่องพ่นหมอกควัน: AIROFOG AT35 ตัวเครื่องสแตนเลส 100% น้ำหนักเบา ใช้ได้ทั้งน้ำยาสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน มีการรับรองจากเยอรมนีและสหราชอาณาจักร
  • เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ไฟฟ้า: AIROFOG U260 จากเยอรมนี มอเตอร์ 800 วัตต์ หัวพ่นปรับได้ ละออง 15-30 ไมครอน, AIROFOG U240 จากเยอรมนี ถัง 5 ลิตร น้ำหนัก 3.1 กิโลกรัม และ MASTER ELECTRIC ULV กำลัง 1,400 วัตต์ ถัง 4.5 ลิตร มาตรฐาน CE และ ETL
  • ULV ไร้สาย: AIROFOG AIROSTAR แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จ พ่นได้ไกลถึงประมาณ 11 เมตร
  • ULV สะพายหลัง: SUPER ROTARY กะทัดรัด ละอองละเอียด ทนงานภาคสนาม และ SOLO PORT423 เครื่องยนต์ SOLO พร้อมชิ้นส่วน MAHLE และ BING ถัง 12 ลิตร
  • ULV ติดรถ: AIROFOG UM4 4 หัวพ่น, AIROFOG UM2 2 หัวพ่น และ GREENFOG F4 ถัง 85 ลิตร ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นอกจากตัวสินค้า WHD มีระบบ ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีบริการหลังการขายครบ มีช่างเทคนิคและอะไหล่ และสินค้าตรงตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ ซึ่งตอบปัจจัยที่ 6 และ 7 ได้โดยตรง หน่วยงานจึงไม่ต้องเสี่ยงกับเครื่องที่ซื้อแล้วไม่มีใครดูแล

10 เหตุผลที่หน่วยงานควรเริ่มเทียบราคาจากศูนย์รวม WHD

  1. เลือกประเภทก่อนเทียบราคา: มีทั้ง เครื่องพ่นหมอกควัน เครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้า ไร้สาย สะพายหลัง และติดรถ ในศูนย์รวมเดียว จึงเทียบได้ตรงประเภท
  2. ข้อมูลสเปกเป็นตัวเลข: วัตต์ แรงม้า ลิตร ไมครอน ระยะพ่น ถูกระบุไว้บนหน้าสินค้า ช่วยให้เขียนคุณลักษณะเฉพาะได้ง่ายขึ้น
  3. มีเอกสารให้ขอ: ตัวอย่างเช่น CE และ ETL ของ MASTER ELECTRIC ULV หรือการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของ GREENFOG F4
  4. ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่ง: ลดความเสี่ยงเครื่องมีปัญหาตั้งแต่วันแรก
  5. บริษัทมีระบบ ISO และ GMP: เป็นหลักฐานระบบการทำงาน ไม่ใช่แค่คำโฆษณา
  6. มีช่างเทคนิคและอะไหล่: ตอบปัจจัยที่ 7 ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่ใหญ่ที่สุดของเครื่องราคาต่ำ
  7. ขอสาธิตและอบรมได้: ให้ทีมพ่นยุงและ อสม. ลองใช้จริง ก่อนคณะกรรมการตัดสินใจ
  8. ครอบคลุมทุกงบประมาณ: ตั้งแต่เครื่องถือขนาดเล็ก เช่น AIROFOG U240 ไปจนถึงรุ่นติดรถ หน่วยงานจึงเลือกระดับที่เหมาะกับงบได้โดยไม่ต้องลดมาตรฐาน
  9. ใช้ได้หลายภารกิจ: นอกจากยุงลาย ยังช่วย กำจัดแมลงทุกชนิด ที่เป็นปัญหาในพื้นที่ราชการ ตามชนิดน้ำยาที่ใช้และตามคำแนะนำบนฉลาก
  10. ตรงมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ: ช่วยให้การจัดซื้อจัดจ้างอธิบายต่อสภาและผู้ตรวจสอบได้ง่าย

ก่อนและหลังเปลี่ยนวิธีเทียบราคา

ก่อน: เทียบแค่ตัวเลขท้ายใบ

  • สเปกเขียนกว้าง ใครก็ผ่าน
  • เทียบหมอกควันกับละอองฝอยปนกัน
  • ไม่รู้ว่าราคารวมอบรมหรือไม่
  • ไม่มีเอกสารรับรองแนบ
  • เครื่องเสียกลางฤดูฝน ไม่มีช่าง
  • ถูกตั้งคำถามจากสภาและประชาชน

หลัง: เทียบด้วย 8 ปัจจัย

  • เลือกประเภทตรงงานก่อนดูราคา
  • ทุกใบเสนอราคามีข้อมูลในตารางเดียวกัน
  • แยกค่าอบรม ขนส่ง อะไหล่ ชัดเจน
  • มีสำเนาเอกสารตรงรุ่น
  • มีช่างและอะไหล่รองรับตลอดอายุใช้งาน
  • อธิบายเหตุผลการเลือกได้อย่างโปร่งใส

เคล็ดลับงานจัดซื้อจัดจ้าง: ทำให้ 8 ปัจจัยกลายเป็นสเปกที่ใช้ได้จริง

1. เริ่มจากงาน ไม่ใช่จากยี่ห้อ

ให้กองสาธารณสุขเขียนบันทึกสั้น ๆ ว่างานหลักคืออะไร เช่น พ่นรอบบ้านผู้ป่วย พ่นในอาคารโรงเรียน หรือพ่นทั้งเขตเทศบาล และพื้นที่มีไฟฟ้าหรือไม่ รถเข้าได้หรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้จะชี้ว่าควรเลือกประเภทใด

2. เขียนคุณลักษณะเฉพาะเป็นตัวเลขที่ตรวจได้

ระบุค่าที่วัดหรือตรวจสอบได้ เช่น ช่วงขนาดละออง ความจุถัง ชนิดน้ำยาที่ใช้ได้ วัสดุตัวเครื่อง และเอกสารที่ต้องแนบ หลีกเลี่ยงคำกว้าง ๆ ที่ตีความได้หลายแบบ และควรเขียนให้หลายรุ่นหลายผู้ขายสามารถเสนอได้ เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

3. กำหนดเงื่อนไขบริการหลังการขายไว้ในเอกสาร

ระบุให้ผู้เสนอราคาแจ้งช่องทางบริการ การรับประกัน และการสำรองอะไหล่ พร้อมการอบรมผู้ใช้งาน การเขียนไว้ตั้งแต่ต้นทำให้ทุกรายเสนอบนฐานเดียวกัน

4. ตั้งงบให้ครบทั้งรายการ

เมื่อตั้งงบประมาณหมวดครุภัณฑ์ ควรคิดรวมอุปกรณ์เสริมที่จำเป็น การอบรม และงบบำรุงรักษาประจำปีในหมวดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ เพื่อไม่ให้เครื่องใหม่ต้องจอดเพราะขาดของเล็ก ๆ

5. ใช้การสาธิตเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ

หากระเบียบและเงื่อนไขของหน่วยงานเปิดให้ทำได้ การเชิญผู้ขายมาสาธิตหรือให้ข้อมูลเชิงเทคนิคช่วยให้คณะกรรมการเห็นความแตกต่างของเครื่องจริง ไม่ใช่เพียงตัวอักษรบนกระดาษ ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและแนวทางของหน่วยงานอย่างเคร่งครัด

6. จดบันทึกเหตุผลการเลือก

ใช้ตารางเช็กลิสต์ในบทความนี้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณา เมื่อมีคำถามภายหลัง หน่วยงานสามารถแสดงได้ว่าเลือกด้วยเหตุผลเชิงคุณภาพและความคุ้มค่า ไม่ใช่ความชอบส่วนตัว

ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน: มองให้ไกลกว่าวันส่งมอบ

นักเศรษฐศาสตร์เรียกแนวคิดนี้ว่าต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน แต่สำหรับผู้บริหารท้องถิ่น อธิบายง่าย ๆ ได้ว่า "เงินที่จ่ายวันซื้อ บวกเงินที่ต้องจ่ายต่อจากนั้นทั้งหมด" ประกอบด้วย

  • ค่าน้ำยา: เครื่องที่ให้ละอองเหมาะสมช่วยลดน้ำยาสูญเปล่า
  • ค่าเชื้อเพลิงหรือไฟฟ้า: ขึ้นกับประเภทและกำลังเครื่อง
  • ค่าบำรุงรักษาและอะไหล่: ขึ้นกับคุณภาพวัสดุและการมีอะไหล่ในประเทศ
  • ค่าเสียโอกาส: วันที่เครื่องจอดซ่อม คือวันที่ประชาชนไม่ได้รับการป้องกัน
  • ค่าแรงเจ้าหน้าที่: เครื่องที่ใช้ง่ายและเชื่อถือได้ ทำให้ทีมทำงานเสร็จเร็วขึ้น

เมื่อมองแบบนี้ ความต่างของราคาในวันซื้อจะมีความหมายชัดขึ้น หน่วยงานสามารถอธิบายต่อสภาได้ว่าทำไมเลือกเครื่องที่ไม่ใช่ราคาต่ำสุด หรือในทางกลับกัน ทำไมเครื่องราคาต่ำกว่าบางรุ่นก็เหมาะสมแล้วสำหรับงานขนาดเล็ก

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"ตอนแรกกรรมการก็ดูแต่ตัวเลขท้ายใบ แต่พอเอาใบเสนอราคามาแยกเป็นหัวข้อ ถึงเห็นว่าบางใบไม่มีอบรม ไม่มีอะไหล่ ไม่มีเอกสารอะไรเลย พอเทียบแบบเดียวกันแล้ว ความต่างของราคาก็อธิบายได้ สภาถามอะไรมาเราตอบได้หมด ที่สำคัญคือเครื่องที่ได้มาใช้งานได้จริงในวันที่มีผู้ป่วย ทีมพ่นไม่ต้องมายืนลุ้นว่าเครื่องจะติดไหม"

ข้อความนี้เป็นตัวอย่างมุมมองที่รวบรวมจากลักษณะงานของเจ้าหน้าที่พัสดุและทีมควบคุมโรคในท้องถิ่นโดยทั่วไป ไม่ใช่คำกล่าวของบุคคลหรือหน่วยงานใดโดยเฉพาะ

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 แจ้งงานหลัก พื้นที่ และจำนวนเครื่องที่ต้องการ เพื่อรับข้อมูลที่ตรงกับ 8 ปัจจัย
  2. ขอสาธิตหรืออบรม: ให้ทีมพ่นยุง อสม. และคณะกรรมการได้เห็นการทำงานจริง
  3. ตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ: ใช้ข้อมูลที่ได้ประกอบการตั้งงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของหน่วยงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ทำไมบทความนี้ไม่บอกราคาเครื่องพ่นยุงเป็นตัวเลข
ตอบ: ราคาขึ้นกับรุ่น อุปกรณ์เสริม ขอบเขตบริการ และช่วงเวลา ตัวเลขที่เขียนไว้ล่วงหน้าอาจคลาดเคลื่อนได้ หน่วยงานควรขอใบเสนอราคาที่เป็นปัจจุบันโดยตรง แล้วใช้ 8 ปัจจัยในบทความนี้เทียบ

ถาม: เครื่องพ่นหมอกควันกับเครื่องพ่นละอองฝอย ควรซื้ออะไรก่อน
ตอบ: ขึ้นกับงานหลัก หากพ่นพื้นที่ภายนอกในชุมชนเป็นหลัก เครื่องพ่นหมอกควันมักตอบโจทย์ หากพ่นในอาคาร เช่น โรงเรียนหรือสำนักงาน เครื่องพ่นละอองฝอย ULV มักเหมาะกว่า หลายหน่วยงานจึงมีทั้งสองแบบไว้ใช้ต่างงานกัน

ถาม: เครื่องราคาต่ำใช้ไม่ได้เลยหรือ
ตอบ: ไม่ใช่ เครื่องขนาดเล็กราคาไม่สูงอาจเหมาะกับงานในอาคารขนาดเล็ก สิ่งสำคัญคือเครื่องนั้นต้องมีสเปกชัด มีเอกสาร และมีบริการหลังการขายรองรับ ไม่ใช่ราคาต่ำเพราะตัดสิ่งเหล่านี้ออกไป

ถาม: ควรขอเอกสารอะไรแนบกับใบเสนอราคา
ตอบ: อย่างน้อยคือแคตตาล็อกหรือสเปกของรุ่นที่เสนอ เอกสารการรับรองที่ผู้ขายกล่าวอ้าง เงื่อนไขการรับประกัน และรายละเอียดบริการหลังการขาย

ถาม: เครื่องพ่นยุงช่วยป้องกันไข้เลือดออกได้ทั้งหมดหรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ทั้งหมด การพ่นเป็นการลดจำนวนยุงตัวเต็มวัยเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อ ต้องทำคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ของกรมควบคุมโรค และการให้ความรู้ประชาชน

ถาม: ต้องอบรมเจ้าหน้าที่ก่อนใช้เครื่องหรือไม่
ตอบ: ควรอบรมทุกครั้ง ทั้งการผสมน้ำยาตามฉลาก การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เวลาที่เหมาะสมในการพ่น เช่น ช่วงเช้าตรู่หรือเย็น และการบำรุงรักษาหลังใช้งาน

ถาม: WHD ช่วยเรื่องข้อมูลประกอบการจัดซื้อได้อย่างไร
ตอบ: สามารถให้ข้อมูลสเปก เอกสารของรุ่นที่สนใจ ใบเสนอราคา และนัดสาธิตหรืออบรมได้ โดยการจัดซื้อจัดจ้างยังคงเป็นไปตามระเบียบและดุลยพินิจของหน่วยงาน

พร้อมเทียบใบเสนอราคาด้วย 8 ปัจจัยแล้วหรือยัง

ดูเครื่องพ่นยุงทุกประเภทสำหรับหน่วยงานราชการในที่เดียว พร้อมข้อมูลสเปกเพื่อประกอบการจัดซื้อ

ดูสินค้าและราคา ศูนย์รวมเครื่องพ่นยุงราชการ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

ดูตัวอย่างเครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35

บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, ราคาเครื่องพ่นยุง, เทียบใบเสนอราคา

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้