เครื่องพ่นละอองฝอยติดรถ 2 หัว vs 4 หัว: ผู้บริหารเลือก UM2, UM4 หรือ GREENFOG F4 แบบไหนเหมาะกับพื้นที่คุณ

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นยุง

เครื่องพ่นละอองฝอยติดรถ 2 หัว vs 4 หัว: ผู้บริหารเลือก UM2, UM4 หรือ GREENFOG F4 แบบไหนเหมาะกับพื้นที่คุณ

รถพ่นยุงหนึ่งคันคือครุภัณฑ์ราชการที่ประชาชนมองเห็นทุกครั้งที่ออกปฏิบัติงาน ถ้าเลือกถูก งานควบคุมโรคจะเร็วและทั่วถึง ถ้าเลือกผิด เครื่องจะจอดนิ่งหรือพ่นไม่ทันฤดูระบาด บทความนี้เปรียบเทียบเครื่องพ่นละอองฝอยติดรถ 3 รุ่นแบบเข้าใจง่าย ให้นายก ปลัด และทีมสาธารณสุขตัดสินใจร่วมกันได้ภายในการประชุมเดียว

สรุปสำหรับผู้บริหาร (อ่าน 1 นาที)

  • ปัญหา: พื้นที่กว้างขึ้น ชุมชนมากขึ้น แต่เจ้าหน้าที่เท่าเดิม การพ่นยุงด้วยเครื่องมือถือเพียงอย่างเดียวไม่ทันช่วงยุงลายระบาดและไข้เลือดออกพุ่งสูง
  • ทางออก: ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ติดหลังรถ ซึ่งพ่นได้ต่อเนื่องไปตามถนน ครอบคลุมพื้นที่ได้มากในช่วงเวลาสั้น
  • 3 ตัวเลือกหลัก: AIROFOG UM2 (2 หัว ควบคุมได้ทั้งรีโมตและมือ), AIROFOG UM4 (4 หัว ควบคุมแยกแต่ละหัว เครื่องยนต์ 18 แรงม้า) และ GREENFOG F4 (4 หัวปรับได้ ถังสารเคมี 85 ลิตร สตาร์ทไฟฟ้า)
  • สำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่ของ อบต. และเทศบาลตำบล: UM2 มักเป็นจุดเริ่มต้นที่สมดุล เพราะใช้งานง่าย เหมาะกับถนนในหมู่บ้านและซอยที่ไม่กว้างมาก
  • ถ้าพื้นที่กว้างมาก หลายอำเภอ หรือถนนสายหลักยาว: พิจารณา UM4 หรือ GREENFOG F4 ตามลักษณะเส้นทางและความถี่ในการเติมสารเคมี
  • ทำอะไรต่อ: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ขอใบเสนอราคาและสเปกทั้ง 3 รุ่น แล้วนัดสาธิตก่อนตั้งงบประมาณ

เรื่องเล่าจากห้องประชุมผู้บริหาร (ตัวอย่างสถานการณ์)

บ่ายวันอังคารปลายเดือนพฤษภาคม คุณสมศักดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลแห่งหนึ่งในภาคกลาง นั่งอ่านรายงานที่คุณวิภา นักวิชาการสาธารณสุขของเทศบาลเพิ่งส่งมา ตัวเลขผู้ป่วยไข้เลือดออกในเขตเทศบาลเริ่มขยับขึ้นตั้งแต่ฝนแรกของปี และในกลุ่มไลน์ชุมชนก็มีคนโพสต์ภาพลูกนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลพร้อมข้อความว่า "เทศบาลพ่นยุงแถวบ้านครั้งล่าสุดเมื่อไหร่"

ทีมงานของคุณวิภามีเพียงสี่คน เครื่องพ่นหมอกควันแบบมือถือสองเครื่องที่มีอยู่ เครื่องหนึ่งสตาร์ทติดยาก อีกเครื่องต้องส่งซ่อมบ่อย ในขณะที่เขตเทศบาลขยายตัวจนมีหมู่บ้านจัดสรรใหม่เพิ่มขึ้นหลายโครงการ ถนนสายหลักยาวหลายกิโลเมตร ส่วนชุมชนเก่ากลับเป็นซอยแคบที่มีบ้านเรือนติดกัน

ในที่ประชุม ปลัดเทศบาลเสนอว่า "ปีนี้เราควรมีเครื่องพ่นละอองฝอยติดรถสักคัน" ทุกคนเห็นด้วย แต่คำถามต่อมาทำให้ห้องเงียบ "จะเอาแบบ 2 หัวหรือ 4 หัว แล้วยี่ห้อไหน รุ่นไหน ถังใหญ่แค่ไหน" ไม่มีใครในห้องตอบได้อย่างมั่นใจ เพราะไม่เคยมีใครเปรียบเทียบให้เห็นเป็นตารางเดียว

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อตอบคำถามนั้นโดยตรง ด้วยภาษาที่ผู้บริหารอ่านเข้าใจ และมีกล่องข้อมูลเชิงเทคนิคให้ทีมสาธารณสุขใช้ประกอบการเขียนสเปก

ศัพท์ 3 คำที่ผู้บริหารควรรู้ก่อนอ่านต่อ

  • ULV (Ultra Low Volume): การพ่นสารเคมีปริมาณน้อยมาก ให้แตกเป็นละอองเล็กจิ๋วลอยอยู่ในอากาศนานพอจะสัมผัสตัวยุง จึงใช้สารเคมีคุ้มค่ากว่าการพ่นแบบฉีดเป็นหยดใหญ่
  • ไมครอน: หน่วยวัดขนาดละออง 1 ไมครอนเท่ากับหนึ่งในพันของมิลลิเมตร ละอองขนาดเล็กระดับไม่กี่สิบไมครอนจะลอยตัวได้ดีและเข้าถึงที่หลบซ่อนของยุงได้มากกว่า
  • หมอกควัน (Thermal Fogging): การใช้ความร้อนเปลี่ยนน้ำยาให้เป็นควันสีขาว มองเห็นได้ชัด เหมาะกับพื้นที่รกทึบบางแบบ ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ไม่ใช้ความร้อน จึงไม่มีควันหนาทึบบดบังถนน

ทั้งสามรุ่นที่เปรียบเทียบในบทความนี้เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยระบบ ULV ติดตั้งบนรถ ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควัน หากหน่วยงานของท่านต้องการเครื่องพ่นหมอกควันแบบมือถือ สามารถดูรุ่น AIROFOG AT35 เครื่องพ่นหมอกควันสแตนเลส ประกอบได้

ทำไมเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของผู้บริหาร ไม่ใช่แค่เรื่องของเจ้าหน้าที่

1. สุขภาพของประชาชนคือความรับผิดชอบโดยตรงของท้องถิ่น

ยุงลายเป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ผู้ป่วยไข้เลือดออกมักมีไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บางรายมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง และในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะช็อกได้ กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ เมื่อมีผู้ป่วยในชุมชน ประชาชนจะมองมาที่ท้องถิ่นก่อนเสมอว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง

2. งบประมาณที่ใช้ไปต้องตอบคำถามได้

รถพ่นยุงหนึ่งชุดเป็นครุภัณฑ์ราชการที่ต้องผ่านสภาท้องถิ่นและการตรวจสอบ ถ้าซื้อแล้วใช้ไม่ได้จริง หรือใหญ่เกินพื้นที่จนสิ้นเปลือง หรือเล็กเกินจนต้องซื้อเพิ่มในปีถัดไป คำถามจะย้อนกลับมาที่ผู้อนุมัติ การเลือกให้ตรงพื้นที่ตั้งแต่ครั้งแรกจึงเป็นการใช้งบประมาณอย่างรับผิดชอบ

3. ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของหน่วยงาน

ทุกวันนี้เรื่องร้องเรียนไม่ได้มาทางหนังสือราชการอย่างเดียว แต่มาทางเฟซบุ๊กเพจชุมชน กลุ่มไลน์หมู่บ้าน และโทรศัพท์ถึงนายกโดยตรง ภาพรถพ่นยุงที่ออกวิ่งตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอเป็นหลักฐานที่ประชาชนมองเห็นว่าท้องถิ่นไม่นิ่งนอนใจ

4. ภาระงานของเจ้าหน้าที่

การเดินสะพายเครื่องพ่นยุงตามซอยทีละหลังใช้แรงคนและเวลามาก เมื่อพื้นที่ขยาย เจ้าหน้าที่ต้องทำงานล่วงเวลา เหนื่อยล้า และเสี่ยงต่อการสัมผัสสารเคมีนานเกินไป เครื่องพ่นละอองฝอยติดรถช่วยให้คนจำนวนเท่าเดิมดูแลพื้นที่ได้มากขึ้น และเหลือเวลาไปทำงานสำรวจลูกน้ำยุงลายและให้ความรู้ประชาชน

5. เวลาที่ยุงออกหากินมีจำกัด

ยุงลายออกหากินช่วงกลางวัน โดยเฉพาะเช้าตรู่และช่วงเย็น การพ่นควบคุมจึงควรทำในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งแต่ละวันมีเพียงไม่กี่ชั่วโมง ถ้าเครื่องมือช้า พื้นที่ที่พ่นได้ในแต่ละรอบก็น้อยลงตามไปด้วย

ทำไมวิธีเดิมจึงไม่พอ

  • เครื่องเก่า เครื่องเสีย ไม่มีอะไหล่: หลายหน่วยงานมีเครื่องพ่นยุงอยู่ในคลัง แต่ใช้งานได้จริงเพียงบางเครื่อง เพราะหาอะไหล่ไม่ได้หรือไม่มีช่างดูแล
  • ขนาดละอองไม่เหมาะ: เครื่องที่พ่นเป็นหยดใหญ่จะตกลงพื้นเร็ว ไม่ลอยไปสัมผัสยุงในอากาศ ทำให้สิ้นเปลืองสารเคมีแต่ได้ผลน้อย
  • พ่นผิดเวลา: ถ้าออกพ่นกลางวันแดดจัด ละอองระเหยเร็ว และเป็นช่วงที่ยุงไม่ได้ออกหากินมากนัก
  • ซื้อของถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน: อุปกรณ์ราคาต่ำที่ไม่มีการรับรองหรือไม่มีตัวแทนดูแลในประเทศ มักเสียกลางฤดูระบาด และไม่มีใครรับผิดชอบ
  • ไม่มีบริการหลังการขาย: เมื่อไม่มีการอบรมผู้ใช้งาน เจ้าหน้าที่ใหม่ก็ใช้เครื่องไม่เป็น ตั้งค่าผิด หรือไม่ทำความสะอาดหลังใช้งาน อายุการใช้งานจึงสั้นลง
  • ใช้เครื่องขนาดเดียวกับทุกพื้นที่: ทั้งที่ถนนสายหลัก หมู่บ้านจัดสรร และชุมชนซอยแคบต้องการการพ่นต่างกัน

ตารางเปรียบเทียบ 3 รุ่น (ข้อมูลตามหน้าสินค้าของ WHD)

ตารางนี้รวบรวมเฉพาะข้อมูลที่ระบุไว้ในหน้าสินค้าของ World Health Disinfection เท่านั้น ช่องที่ระบุว่า "ขอสเปกจาก WHD" หมายถึงรายละเอียดที่ควรขอเอกสารสเปกฉบับล่าสุดก่อนนำไปเขียนคุณลักษณะเฉพาะ ผู้บริหารสามารถส่งต่อตารางนี้ให้ทีมพัสดุและทีมสาธารณสุขได้ทันที

หัวข้อAIROFOG UM2AIROFOG UM4GREENFOG F4
ประเภทเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ติดตั้งหลังรถกระบะเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ติดหลังรถกระบะเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ติดตั้งหลังรถยนต์
จำนวนหัวพ่น2 หัว4 หัว ควบคุมแยกกันได้อิสระ4 หัว ปรับได้
การควบคุมรีโมตคอนโทรล และควบคุมด้วยมือควบคุมแต่ละหัวแยกกันรีโมตคอนโทรล
เครื่องยนต์ขอสเปกจาก WHD18 แรงม้าเครื่องยนต์เบนซิน 13.5 แรงม้า
ระบบสตาร์ทขอสเปกจาก WHDขอสเปกจาก WHDสตาร์ทไฟฟ้า
ถังสารเคมีขอสเปกจาก WHDขอสเปกจาก WHD85 ลิตร
มาตรฐานและการรับรองที่ระบุในหน้าสินค้าผลิตภัณฑ์จาก WHD ซึ่งได้มาตรฐาน ISO และ GMPISO 9001 และการรับรองจาก WHO ตามที่ระบุในหน้าสินค้าผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
จุดเด่นในมุมผู้บริหารใช้งานง่าย ยืดหยุ่น เหมาะเป็นรถพ่นคันแรกของท้องถิ่นครอบคลุมหลายทิศทางพร้อมกัน เลือกเปิดเฉพาะหัวที่ต้องการได้ถังใหญ่ พ่นได้นานก่อนเติม สตาร์ทสะดวก
พื้นที่ที่มักเหมาะถนนในหมู่บ้าน ซอยขนาดกลาง ชุมชนริมถนนถนนสายหลัก พื้นที่เปิดกว้าง หลายชุมชนติดกันเส้นทางยาว พื้นที่ต้องพ่นต่อเนื่องหลายชั่วโมง
บริการจาก WHDตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ บริการหลังการขายครบ มีช่างและอะไหล่ ได้มาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ

หมายเหตุ: คำว่า "มักเหมาะ" เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับการพิจารณาเบื้องต้น ควรให้ทีมสาธารณสุขสำรวจเส้นทางจริงและนัดสาธิตกับ WHD ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

2 หัว หรือ 4 หัว ต่างกันอย่างไรในชีวิตจริง

ลองนึกภาพรถกระบะวิ่งช้าๆ ไปตามถนน หัวพ่นแต่ละหัวคือ "ทิศทาง" ที่ละอองฝอยจะถูกปล่อยออกไป เครื่องแบบ 2 หัวเหมาะกับการพ่นที่ต้องการควบคุมทิศทางอย่างตั้งใจ เช่น ถนนในหมู่บ้านที่มีบ้านเรือนสองฝั่ง หรือเส้นทางที่ต้องหลีกเลี่ยงพื้นที่อ่อนไหวบางจุด ส่วนเครื่องแบบ 4 หัวจะกระจายละอองได้หลายทิศทางพร้อมกัน เหมาะกับพื้นที่เปิดกว้างที่ต้องการความครอบคลุมสูงในรอบเดียว

จุดที่ผู้บริหารมักเข้าใจผิดคือคิดว่า "หัวมากกว่า ดีกว่าเสมอ" ความจริงคือ หัวพ่นที่มากขึ้นหมายถึงการใช้สารเคมีต่อรอบที่มากขึ้นด้วยถ้าเปิดพร้อมกันทุกหัว และในซอยแคบบางแห่ง การพ่นหลายทิศทางอาจทำให้ละอองไปกระทบกำแพงหรือหลังคาใกล้ๆ โดยไม่เกิดประโยชน์ UM4 แก้โจทย์นี้ด้วยการให้ควบคุมหัวพ่นแยกกันได้ ขณะที่ UM2 แก้โจทย์ด้วยความเรียบง่ายตั้งแต่ต้น

สรุปง่ายๆ คือ ให้เริ่มจากลักษณะถนนที่รถต้องวิ่งเป็นประจำ ไม่ใช่เริ่มจากจำนวนหัวพ่น ถ้าเส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนในหมู่บ้านและชุมชน UM2 มักคุ้มค่าและดูแลง่ายกว่า ถ้าเส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนกว้าง ทุ่งโล่ง หรือพื้นที่รอบสถานที่ขนาดใหญ่ UM4 หรือ F4 จะใช้ศักยภาพได้เต็มที่กว่า

ทำไมเราแนะนำ AIROFOG UM2 เป็นตัวเลือกแรกสำหรับหลายท้องถิ่น

AIROFOG UM2 คือเครื่องพ่นละอองฝอยระบบ ULV แบบติดตั้งหลังรถกระบะ มีหัวพ่น 2 หัว และสามารถควบคุมได้ทั้งด้วยรีโมตคอนโทรลและด้วยมือ นั่นหมายความว่าเจ้าหน้าที่สามารถสั่งเปิดปิดการพ่นจากในห้องโดยสารได้ ลดการสัมผัสละอองสารเคมีโดยตรง และถ้ารีโมตมีปัญหาระหว่างปฏิบัติงาน ก็ยังควบคุมด้วยมือได้ ไม่ต้องหยุดงานกลางทาง

สำหรับองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลตำบลส่วนใหญ่ ถนนที่ต้องพ่นเป็นประจำคือถนนในหมู่บ้าน ถนนเลียบคลอง และซอยที่มีบ้านสองฝั่ง ลักษณะงานแบบนี้ต้องการเครื่องที่ควบคุมทิศทางได้ชัด ใช้งานไม่ซับซ้อน และเจ้าหน้าที่ใหม่เรียนรู้ได้เร็ว UM2 ตอบโจทย์เหล่านี้โดยตรง

ในมุมงบประมาณ ผู้บริหารควรคิดความคุ้มค่าจากหลายปัจจัย ได้แก่ ราคาเครื่อง ปริมาณสารเคมีที่ใช้ต่อรอบ ค่าเชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษา และจำนวนครัวเรือนที่รถหนึ่งคันดูแลได้ในหนึ่งฤดู เครื่องที่ขนาดพอดีกับพื้นที่มักให้ความคุ้มค่าโดยรวมดีกว่าเครื่องที่ใหญ่เกินความจำเป็น ขอใบเสนอราคาจริงจาก WHD แล้วนำมาคำนวณตามกรอบนี้จะได้ภาพที่ชัดเจนที่สุด

และเพราะ WHD ได้มาตรฐาน ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพเครื่องทุกเครื่องก่อนส่งมอบ มีช่าง อะไหล่ และบริการหลังการขายครบ เครื่องจึงพร้อมใช้งานตลอดฤดูระบาด ไม่ใช่แค่วันส่งมอบ

เมื่อไหร่ควรเลือก UM4 หรือ GREENFOG F4 แทน

เลือก AIROFOG UM4 เมื่อ

หน่วยงานดูแลพื้นที่กว้าง เช่น หลายตำบลหรือหลายอำเภอ มีถนนสายหลักยาว และต้องการความยืดหยุ่นในการเปิดหัวพ่นทีละหัวหรือพร้อมกันทั้ง 4 หัวตามสภาพถนน AIROFOG UM4 มีเครื่องยนต์ 18 แรงม้า หัวพ่น 4 หัวที่ควบคุมแยกกันได้อิสระ และหน้าสินค้าระบุมาตรฐาน ISO 9001 และการรับรองจาก WHO เหมาะกับหน่วยงานระดับจังหวัด สำนักงานสาธารณสุข หรือท้องถิ่นขนาดใหญ่

เลือก GREENFOG F4 เมื่อ

หน่วยงานต้องการพ่นต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ต้องจอดเติมสารเคมีบ่อย GREENFOG F4 มีถังสารเคมี 85 ลิตร เครื่องยนต์เบนซิน 13.5 แรงม้า สตาร์ทไฟฟ้า ควบคุมด้วยรีโมต และหัวพ่นปรับได้ 4 หัว ที่สำคัญคือผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นจุดที่ทีมพัสดุมักใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา

ใช้ร่วมกันก็ได้

ท้องถิ่นขนาดใหญ่บางแห่งอาจเลือก UM4 หรือ F4 สำหรับถนนสายหลัก และใช้ UM2 สำหรับชุมชนย่อย พร้อมมีเครื่องพ่นสะพายหลัง เช่น SUPER ROTARY ไว้เข้าซอยที่รถเข้าไม่ได้ การวางชุดอุปกรณ์เป็นระบบแบบนี้ช่วยให้ทุกพื้นที่ได้รับการดูแลตามลักษณะจริง

เช็กลิสต์เลือกรุ่นใน 5 คำถาม (ส่งต่อให้ทีมได้เลย)

คำถามถ้าคำตอบคือรุ่นที่ควรพิจารณาก่อน
ถนนที่ต้องพ่นประจำส่วนใหญ่เป็นแบบไหนถนนในหมู่บ้าน ซอยขนาดกลางUM2
ถนนที่ต้องพ่นประจำส่วนใหญ่เป็นแบบไหนถนนสายหลัก พื้นที่เปิดกว้างUM4 หรือ F4
ต้องพ่นต่อเนื่องนานแค่ไหนต่อรอบนานหลายชั่วโมง ไม่อยากจอดเติมบ่อยF4 (ถัง 85 ลิตร)
ต้องการเลือกเปิดหัวพ่นตามจุดหรือไม่ใช่ ต้องการควบคุมละเอียดUM4 (ควบคุมแยกหัว)
เจ้าหน้าที่มีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหนทีมใหม่ ต้องการเครื่องที่ใช้ง่ายUM2 (รีโมตและมือ)
ต้องการเอกสารรับรองจากหน่วยงานรัฐไทยประกอบการพิจารณาใช่F4 (รับรองโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์)

สิ่งที่ผู้บริหารได้รับ

  • ความเชื่อมั่นของประชาชน: รถพ่นยุงที่วิ่งตามตารางเวลาเป็นหลักฐานที่มองเห็นได้ว่าท้องถิ่นดูแลสุขภาพของชุมชนอย่างจริงจัง
  • เรื่องร้องเรียนน้อยลง: เมื่อพ่นได้ทั่วถึงและเป็นรอบ คำถามว่า "ทำไมบ้านฉันไม่ได้พ่น" จะลดลง
  • ผลงานที่วัดได้: บันทึกเส้นทาง วันเวลา และจำนวนหมู่บ้านที่พ่นได้ในแต่ละรอบ นำไปรายงานสภาและประชาชนได้
  • ใช้งบอย่างคุ้มค่า: เลือกเครื่องที่พอดีพื้นที่ ไม่ใหญ่เกิน ไม่เล็กเกิน ลดการซื้อซ้ำ
  • การจัดซื้อที่ตรวจสอบได้: สเปกอ้างอิงข้อมูลจากหน้าสินค้าและเอกสารรับรอง มีผู้จำหน่ายที่มีตัวตน มีบริการหลังการขาย พร้อมรับการตรวจสอบ

สำหรับทีมสาธารณสุข (กล่องข้อมูลเชิงเทคนิค)

  • ทั้งสามรุ่นเป็นระบบ ULV ติดรถ ควรใช้กับสารเคมีกำจัดยุงที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและเหมาะกับการพ่นแบบ ULV ตามคำแนะนำบนฉลาก
  • การพ่นแบบติดรถให้ผลดีเมื่อลมสงบถึงลมอ่อน และเป็นช่วงเวลาที่ยุงลายออกหากิน คือเช้าตรู่หรือช่วงเย็น
  • การพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วยตามแนวทางของกรมควบคุมโรคใช้รัศมีประมาณ 100 เมตร พื้นที่ที่รถเข้าไม่ถึงควรเสริมด้วยเครื่องสะพายหลัง
  • การพ่นสารเคมีเป็นมาตรการเสริม ต้องทำควบคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่ เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ
  • บันทึกข้อมูลการพ่นทุกครั้ง ได้แก่ วันที่ เวลา เส้นทาง สารเคมีที่ใช้ ปริมาณ สภาพอากาศ เพื่อใช้ประเมินผลและวางแผนรอบถัดไป
  • ขอให้ WHD อบรมการปรับตั้งหัวพ่น การผสมสารเคมี การทำความสะอาดระบบหลังใช้งาน และการตรวจเช็กเครื่องประจำสัปดาห์
  • เจ้าหน้าที่ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลให้เหมาะสม แม้จะควบคุมด้วยรีโมตจากในห้องโดยสารก็ตาม

10 เหตุผลที่ท้องถิ่นควรเริ่มต้นด้วยรถพ่นละอองฝอย AIROFOG UM2

  1. ขนาดพอดีกับถนนท้องถิ่น: หัวพ่น 2 หัวควบคุมทิศทางได้ชัด เหมาะกับถนนในหมู่บ้านที่มีบ้านสองฝั่ง
  2. ควบคุมได้สองแบบ: ทั้ง รีโมตคอนโทรลและควบคุมด้วยมือ งานไม่สะดุดกลางทาง
  3. ลดการสัมผัสสารเคมีของเจ้าหน้าที่: สั่งงานจากในห้องโดยสารได้
  4. ระบบ ULV ใช้สารเคมีคุ้มค่า: ละอองเล็กลอยสัมผัสยุงได้ดีกว่าการฉีดหยดใหญ่
  5. เรียนรู้ง่าย: เหมาะกับทีมสาธารณสุขที่มีคนจำกัดหรือมีการหมุนเวียนเจ้าหน้าที่
  6. ติดตั้งบนรถกระบะ: ใช้รถกระบะที่หน่วยงานมีอยู่แล้วได้ ไม่ต้องจัดหารถเฉพาะทาง
  7. เห็นผลงานชัด: ประชาชนเห็นรถพ่นยุงออกปฏิบัติงานเป็นรอบ สร้างความเชื่อมั่น
  8. ต่อยอดเป็นระบบได้: ใช้คู่กับเครื่องสะพายหลังหรือ เครื่องพ่นหมอกควัน AT35 สำหรับจุดที่รถเข้าไม่ถึง
  9. ใช้ได้กับงานกำจัดแมลงทุกชนิดที่เป็นปัญหาชุมชน: ตามชนิดสารเคมีที่ขึ้นทะเบียนและเหมาะสม
  10. มีผู้ดูแลจริง: WHD ได้มาตรฐาน ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีช่าง อะไหล่ และบริการหลังการขาย ตรงตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ

ก่อน: ไม่มีรถพ่นยุง

  • เจ้าหน้าที่ 3 ถึง 4 คนเดินสะพายเครื่องพ่นไปทีละซอย
  • พ่นได้ไม่กี่หมู่บ้านต่อรอบ ชุมชนอื่นต้องรอ
  • เครื่องมือถือเก่าเสียบ่อย ต้องส่งซ่อมกลางฤดูระบาด
  • เรื่องร้องเรียนในกลุ่มไลน์และเพจชุมชนเพิ่มขึ้น
  • ผู้บริหารตอบคำถามสภาเรื่องผลงานได้ยาก

หลัง: มีรถพ่นละอองฝอยที่เลือกถูกรุ่น

  • รถพ่นยุงวิ่งตามตารางเวลาที่ประกาศล่วงหน้า
  • ครอบคลุมถนนหลักและถนนในหมู่บ้านได้มากขึ้นในเวลาเท่าเดิม
  • เจ้าหน้าที่เหลือเวลาไปสำรวจลูกน้ำและให้ความรู้ประชาชน
  • มีบันทึกเส้นทางและภาพถ่ายไว้รายงานผลงาน
  • มีช่างและอะไหล่ดูแล เครื่องพร้อมใช้ตลอดฤดู

เคล็ดลับการจัดซื้อจัดจ้างรถพ่นละอองฝอยสำหรับท้องถิ่น

1. เขียนสเปกจากงานจริง ไม่ใช่จากแคตตาล็อกอย่างเดียว

เริ่มจากสำรวจเส้นทางที่ต้องพ่นเป็นประจำ ความกว้างของถนน จำนวนหมู่บ้าน และความถี่ที่ต้องการพ่น แล้วจึงกำหนดจำนวนหัวพ่น ระบบควบคุม และขนาดถังที่ต้องการ การเขียนแบบนี้ทำให้ได้เครื่องที่ใช้งานได้จริงและอธิบายต่อสภาได้ชัดเจน

2. ระบุการรับรองและเอกสารที่ต้องการ

ขอเอกสารแสดงมาตรฐานของผู้ผลิตและผู้จำหน่าย เช่น ISO หรือเอกสารรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามที่ผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นมีจริง อย่าคัดลอกสเปกที่ผูกกับยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งโดยไม่จำเป็น ให้เน้นคุณสมบัติที่ต้องการในการใช้งาน

3. ตั้งงบในหมวดครุภัณฑ์ให้ถูกต้อง

เครื่องพ่นละอองฝอยติดรถจัดเป็นครุภัณฑ์ ควรตั้งงบในหมวดครุภัณฑ์ของแผนงานสาธารณสุขหรือตามที่หน่วยงานกำหนด และควรแยกงบค่าวัสดุสำหรับสารเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ด้วย เพื่อให้เครื่องใช้งานได้ตั้งแต่วันแรก

4. กำหนดบริการหลังการขายและการอบรม

ระบุในเงื่อนไขว่าผู้ขายต้องอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษา มีอะไหล่สำรองในประเทศ และมีช่างให้บริการ เพราะเครื่องที่ดีที่สุดก็ไม่มีประโยชน์ถ้าเสียแล้วไม่มีใครซ่อม

5. ขอสาธิตก่อนตัดสินใจ

การเห็นเครื่องทำงานจริงบนรถกระบะของหน่วยงาน ช่วยให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เห็นภาพตรงกันว่ารุ่นไหนเหมาะกับถนนของตนเอง

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ขอเอกสารของ UM2, UM4 และ GREENFOG F4 พร้อมกัน เพื่อเปรียบเทียบในการประชุม
  2. ขอสาธิตและอบรมการใช้งาน: นัดให้ทีมสาธารณสุขได้ทดลองใช้งานบนเส้นทางจริง และเรียนรู้การบำรุงรักษาเบื้องต้น
  3. ตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ: นำข้อมูลที่ได้ไปจัดทำคำของบประมาณครุภัณฑ์ และดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"ตอนแรกเราคิดว่าต้องเอาเครื่อง 4 หัวเพราะดูครอบคลุมกว่า แต่พอได้ลองนั่งดูเส้นทางจริงกับทีม พบว่าถนนเกือบทั้งหมดในตำบลเป็นถนนในหมู่บ้านที่มีบ้านสองฝั่ง เครื่อง 2 หัวที่ควบคุมทิศทางได้ชัดจึงเหมาะกว่า สิ่งที่ทีมชอบที่สุดคือสั่งเปิดปิดได้จากในรถ ไม่ต้องมีคนยืนท้ายกระบะตลอดเวลา และเมื่อประกาศตารางพ่นล่วงหน้าผ่านหอกระจายข่าวกับกลุ่มไลน์ คนในชุมชนก็รู้ว่าเมื่อไหร่รถจะผ่านหน้าบ้าน คำถามในกลุ่มลดลงไปมาก"

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน: เป็นมุมมองที่เรียบเรียงจากลักษณะงานทั่วไปของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่น เพื่อใช้ประกอบการอธิบาย ไม่ใช่คำรับรองของบุคคลหรือหน่วยงานใดโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: เครื่อง 4 หัวดีกว่าเครื่อง 2 หัวเสมอหรือไม่

ตอบ: ไม่เสมอไป เครื่อง 4 หัวครอบคลุมหลายทิศทางพร้อมกัน เหมาะกับพื้นที่กว้าง ส่วนเครื่อง 2 หัวควบคุมทิศทางได้ชัดและเหมาะกับถนนในหมู่บ้าน ให้เลือกตามลักษณะถนนที่ต้องพ่นเป็นประจำ

ถาม: UM2 ใช้กับรถกระบะที่มีอยู่แล้วได้ไหม

ตอบ: UM2 ออกแบบให้ติดตั้งหลังรถกระบะ ควรแจ้งรุ่นรถของหน่วยงานให้ WHD ตรวจสอบรายละเอียดการติดตั้งก่อนสั่งซื้อ

ถาม: เครื่องพ่นละอองฝอยต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันอย่างไร

ตอบ: เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนเปลี่ยนน้ำยาเป็นควัน มองเห็นชัด ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ไม่ใช้ความร้อน ใช้สารเคมีปริมาณน้อยและทำให้เป็นละอองเล็กมาก ทั้งสองแบบมีบทบาทต่างกันและใช้เสริมกันได้

ถาม: ทำไม GREENFOG F4 จึงมีจุดเด่นด้านการรับรอง

ตอบ: หน้าสินค้าของ WHD ระบุว่า GREENFOG F4 ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทีมพัสดุสามารถขอเอกสารประกอบได้

ถาม: ซื้อรถพ่นยุงแล้ว ยังต้องมีเครื่องสะพายหลังอีกไหม

ตอบ: ส่วนใหญ่ควรมี เพราะซอยแคบ ใต้ถุนบ้าน และพื้นที่รอบบ้านผู้ป่วยบางจุด รถเข้าไม่ถึง เครื่องสะพายหลังช่วยเก็บรายละเอียดในจุดเหล่านี้

ถาม: ต้องพ่นบ่อยแค่ไหน

ตอบ: ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โรคและคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ โดยทั่วไปการพ่นควบคุมรอบผู้ป่วยจะทำซ้ำเป็นรอบตามแนวทางของกรมควบคุมโรค ควบคู่กับการกำจัดลูกน้ำอย่างต่อเนื่อง

ถาม: WHD มีบริการอบรมหรือไม่

ตอบ: WHD มีบริการหลังการขายครบ มีช่างและอะไหล่ สามารถสอบถามเรื่องการอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษาได้ที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

พร้อมเลือกรถพ่นยุงให้ตรงพื้นที่ของคุณแล้วหรือยัง

ขอใบเสนอราคา สเปก และนัดสาธิต AIROFOG UM2 พร้อมเปรียบเทียบกับ UM4 และ GREENFOG F4 ได้ในการติดต่อครั้งเดียว

ดูสินค้าและราคา AIROFOG UM2 คลิกที่นี่

ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com

บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #AIROFOGUM2 #รถพ่นยุง

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, AIROFOG UM2, AIROFOG UM4, GREENFOG F4, เครื่องพ่นละอองฝอยติดรถกระบะ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้