สำหรับสาธารณสุขจังหวัด: ทำไมเครื่องพ่นละอองฝอยมาตรฐานเยอรมนี AIROFOG จึงเหมาะกับงานราชการระยะยาว และควรเป็นเครื่องพ่นยุงรุ่นหลักของทั้งจังหวัด

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  22 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นยุง ULV260

เครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับสาธารณสุขจังหวัด: ทำไมเครื่องพ่นละอองฝอยมาตรฐานเยอรมนี AIROFOG จึงเหมาะกับงานราชการระยะยาว และควรเป็นเครื่องพ่นยุงรุ่นหลักของทั้งจังหวัด

เมื่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต้องวางแผนครุภัณฑ์ควบคุมโรคให้ สสอ. และ รพ.สต. หลายสิบแห่ง คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ "ซื้อเครื่องไหนถูกที่สุด" แต่คือ "เครื่องไหนจะยังทำงานได้ดีในอีกหลายปี และทำให้ทั้งจังหวัดทำงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน" บทความนี้รวบรวมเหตุผลเชิงเทคนิคและเชิงบริหารที่ทีมสาธารณสุขใช้ประกอบการตัดสินใจได้จริง

สรุปสำหรับผู้บริหาร (อ่าน 1 นาที)

  • ปัญหา: หลายจังหวัดมีเครื่องพ่นยุงหลายยี่ห้อ หลายรุ่น ปะปนกันในแต่ละอำเภอ บางเครื่องเสีย บางเครื่องไม่มีอะไหล่ เจ้าหน้าที่แต่ละพื้นที่ใช้งานไม่เหมือนกัน ทำให้ผลการควบคุมโรคไม่สม่ำเสมอ
  • ทางแก้: กำหนดเครื่องพ่นละอองฝอยรุ่นหลักที่มีคุณภาพ ทนทาน และมีบริการหลังการขายรองรับ ใช้เป็นมาตรฐานเดียวทั้งจังหวัด แล้วอบรมและเก็บข้อมูลแบบเดียวกัน
  • เครื่องที่แนะนำ: AIROFOG U240 แบรนด์จากเยอรมนี ละออง 15–30 ไมครอน ใช้ได้ทั้งสารเคมีสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ถัง 5 ลิตร น้ำหนัก 3.1 กิโลกรัม ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสียูวี สำหรับงานภาคสนามระดับอำเภอและตำบล
  • รุ่นเสริม: AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้าจากเยอรมนี มอเตอร์ 800 วัตต์ หัวพ่นปรับได้ สำหรับโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง
  • ขั้นตอนถัดไป: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ขอใบเสนอราคา สเปก และนัดสาธิตให้ทีมควบคุมโรคระดับจังหวัด

โจทย์ของนักวิชาการสาธารณสุขจังหวัด (ตัวอย่างสถานการณ์)

คุณนภา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคกลาง ได้รับมอบหมายจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดให้จัดทำแผนครุภัณฑ์ควบคุมพาหะนำโรคระยะ 3–5 ปี หลังจากปีที่ผ่านมาจังหวัดมีผู้ป่วยไข้เลือดออกสูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายปีย้อนหลัง

สิ่งแรกที่คุณนภาทำคือสำรวจเครื่องพ่นยุงที่มีอยู่จริงในทุกอำเภอ ผลที่ได้ทำให้ทีมถึงกับเงียบ เครื่องที่ขึ้นทะเบียนครุภัณฑ์ไว้มีหลายสิบเครื่องก็จริง แต่มาจากผู้ขายหลายราย หลายยี่ห้อ ซื้อต่างปีกัน บางอำเภอมีเครื่องพ่นหมอกควันอย่างเดียว บางแห่งมีเครื่องพ่นละอองฝอยที่ไม่รู้ว่าละอองขนาดเท่าไร ประมาณหนึ่งในสามแจ้งว่าใช้งานไม่ได้หรือใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และเมื่อถามหาอะไหล่ ก็พบว่าบางรุ่นไม่มีผู้ขายในประเทศดูแลแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อดูรายงานการพ่นควบคุมโรค แต่ละอำเภอใช้วิธีผสมสารเคมี เวลาพ่น และการบันทึกข้อมูลไม่เหมือนกันเลย ทำให้ประเมินไม่ได้ว่าการพ่นที่ไหนได้ผล ที่ไหนไม่ได้ผล เพราะตัวแปรมีมากเกินไป

คุณนภาจึงตั้งคำถามใหม่ให้ที่ประชุมว่า "ถ้าเราจะลงทุนครั้งนี้ เราควรเลือกเครื่องที่ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งจังหวัด ทนพอจะใช้ได้หลายปี และมีคนดูแลจริง" และนั่นคือเหตุผลที่ชื่อเครื่องพ่นละอองฝอยจากเยอรมนีอย่าง AIROFOG ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณา

ทีมงานตกลงเกณฑ์ 4 ข้อที่เครื่องทุกรุ่นต้องผ่าน ข้อแรก ขนาดละอองต้องเหมาะกับการควบคุมยุงตัวเต็มวัย ข้อสอง ต้องเบาและใช้ง่ายพอให้ทีมเล็กระดับอำเภอและ อสม. ใช้ได้ทุกวัน ข้อสาม ต้องรองรับสูตรสารเคมีที่จังหวัดอาจสลับใช้ในอนาคต และข้อสี่ซึ่งสำคัญที่สุด ต้องมาจากผู้จำหน่ายที่มีช่าง มีอะไหล่ และมีประสบการณ์ดูแลหน่วยงานราชการ เนื้อหาที่เหลือของบทความนี้จะไล่ตามเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อนี้

ผลกระทบเมื่อครุภัณฑ์ควบคุมโรคของจังหวัดไม่เป็นมาตรฐาน

ด้านสุขภาพประชาชน

ยุงลายเป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ส่วนยุงก้นปล่องเป็นพาหะของมาลาเรียในบางพื้นที่ ไข้เลือดออกทำให้มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ บางรายมีเลือดออกผิดปกติหรือช็อก เด็กและผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ เมื่อเครื่องพ่นในบางอำเภอใช้การไม่ได้ พื้นที่นั้นกลายเป็นช่องโหว่ที่เชื้อแพร่ต่อได้ และอาจลามข้ามอำเภอ เพราะยุงและคนเดินทางไม่ได้หยุดอยู่ที่เส้นแบ่งเขตปกครอง

ด้านงบประมาณ

การซื้อเครื่องต่างรุ่นกระจัดกระจาย ทำให้ต้องสำรองอะไหล่หลายชนิด ซ่อมกับหลายร้าน และต้องจัดอบรมหลายแบบ ต้นทุนแฝงเหล่านี้ไม่ปรากฏในใบเสนอราคา แต่สะสมเป็นภาระของหน่วยงานทุกปี ขณะที่เครื่องราคาถูกซึ่งใช้งานได้ไม่นานก็ทำให้ต้องตั้งงบซื้อทดแทนบ่อยกว่าที่ควร

ด้านความน่าเชื่อถือขององค์กร

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นหน่วยที่ท้องถิ่นและประชาชนมองว่าเป็นผู้นำทางวิชาการ ถ้าเกิดการระบาดแล้วบางพื้นที่ออกพ่นไม่ได้เพราะเครื่องเสีย ย่อมกระทบความเชื่อมั่นทั้งต่อ สสจ. และต่อระบบสาธารณสุขโดยรวม

ด้านเรื่องร้องเรียนและการสื่อสาร

ในยุคที่ข่าวในโซเชียลมีเดียกระจายเร็ว คำถามว่า "ทำไมอำเภอหนึ่งพ่นได้ อีกอำเภอพ่นไม่ได้" จะมาถึงผู้บริหารจังหวัดอย่างรวดเร็ว การมีมาตรฐานเครื่องและวิธีปฏิบัติเดียวกันช่วยให้ตอบคำถามได้อย่างมีหลักการ

ด้านภาระงานเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ สสอ. รพ.สต. และทีม SRRT มีภาระงานสอบสวนโรค เฝ้าระวัง และรณรงค์อยู่แล้ว การต้องเรียนรู้เครื่องหลายแบบ ซ่อมเครื่องเอง หรือวิ่งหาเครื่องยืมในวันที่มีผู้ป่วย ทำให้เวลาทำงานหลักลดลง และเมื่อมีการย้ายเจ้าหน้าที่ข้ามอำเภอ คนใหม่ก็ต้องเริ่มเรียนเครื่องใหม่อีก

ทำไมการแก้ปัญหาแบบเดิมจึงไม่ยั่งยืน

  • ซ่อมเครื่องเก่าต่อไปเรื่อย ๆ: เครื่องที่ใช้งานมานานมีชิ้นส่วนสึกหรอ แม้จะพ่นได้ แต่ขนาดละอองอาจไม่ได้ตามที่ควร ผลคือพ่นแล้วยุงไม่ลด สิ้นเปลืองทั้งสารเคมีและแรงงาน
  • ให้แต่ละหน่วยซื้อเอง: แต่ละแห่งเลือกตามงบและผู้ขายที่รู้จัก ทำให้จังหวัดมีเครื่องหลายสิบแบบ ไม่มีใครดูภาพรวมเรื่องอะไหล่และการอบรม
  • เน้นราคาต่ำสุดโดยไม่ดูอายุการใช้งาน: เครื่องที่ไม่มีผู้ดูแลในประเทศ เมื่อเสียก็เท่ากับจบอายุการใช้งาน
  • ใช้เครื่องผิดประเภท: ใช้เครื่องพ่นหมอกควันพ่นในอาคารที่มีคนอยู่ใกล้ หรือใช้เครื่องที่ละอองใหญ่เกินไปพ่นยุงตัวเต็มวัย ได้ผลน้อยและอาจสร้างความไม่สบายใจให้ประชาชน
  • พ่นผิดเวลาและไม่มี SOP กลาง: ยุงลายออกหากินช่วงเช้าและเย็น หากไม่มีแนวปฏิบัติกลาง แต่ละทีมจะเลือกเวลาตามความสะดวก ซึ่งลดประสิทธิภาพลงมาก
  • ไม่มีบริการหลังการขายที่ชัดเจน: ไม่รู้ว่าเมื่อเครื่องเสียต้องติดต่อใคร ใช้เวลาซ่อมกี่วัน ทำให้แผนรับมือการระบาดสะดุด

ศัพท์เทคนิคแบบเข้าใจง่าย

คำอธิบายสั้น ๆ
ULVUltra Low Volume การพ่นสารเคมีปริมาณน้อยมากแต่แตกเป็นละอองละเอียดจำนวนมาก ครอบคลุมพื้นที่ได้ดีและประหยัดสารเคมี
ไมครอนหน่วยวัดขนาด 1 ไมครอนเท่ากับหนึ่งในพันมิลลิเมตร ใช้บอกขนาดละออง ยิ่งตัวเลขน้อย ละอองยิ่งเล็กและลอยได้นาน
เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้สารเคมีเป็นควันขาว เหมาะกับพื้นที่ภายนอกและที่รก
เครื่องพ่นละอองฝอยไม่ใช้ความร้อน ใช้แรงลมตีสารเคมีเป็นละอองเล็กมาก ไม่มีควัน เหมาะกับในอาคารและพื้นที่อ่อนไหว
SOPขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานที่ทุกทีมทำเหมือนกัน

"มาตรฐานเยอรมนี" หมายถึงอะไรในบริบทงานราชการ

คำว่าเครื่องพ่นละอองฝอยมาตรฐานเยอรมนีในบทความนี้ หมายถึงเครื่องแบรนด์ AIROFOG ซึ่งมีที่มาจากประเทศเยอรมนี ประเทศที่มีชื่อเสียงด้านงานวิศวกรรมเครื่องจักรขนาดเล็ก การออกแบบที่เน้นความทนทาน ความแม่นยำ และการใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนาน สำหรับงานราชการ คุณสมบัติเหล่านี้แปลเป็นประโยชน์ที่จับต้องได้ดังนี้

  • ความสม่ำเสมอของละออง: เครื่องที่ออกแบบมาเพื่องาน ULV โดยเฉพาะ ให้ละอองในช่วงที่กำหนดได้ต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ทุกอำเภอจึงได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันเมื่อทำตาม SOP เดียวกัน
  • ความทนทานของวัสดุ: U240 มีตัวเครื่องทนไฟและทนรังสียูวี เหมาะกับสภาพอากาศร้อนและแดดแรงของประเทศไทย
  • ความเรียบง่ายในการใช้งาน: เครื่องที่ออกแบบดีไม่จำเป็นต้องซับซ้อน ยิ่งใช้ง่าย การอบรมทั้งจังหวัดก็ยิ่งทำได้เร็ว
  • ความต่อเนื่องของรุ่น: เมื่อเลือกแบรนด์ที่มีหลายรุ่นในตระกูลเดียวกัน จังหวัดสามารถเลือกรุ่นหลักและรุ่นเสริมให้เหมาะกับหน่วยงานแต่ละระดับได้

ข้อควรทราบ: หากหน่วยงานต้องการระบุใบรับรองหรือมาตรฐานเฉพาะใดในเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง ควรขอสำเนาเอกสารรับรองของรุ่นที่เสนอจากผู้ขายโดยตรง และตรวจให้ตรงกับรุ่นที่ส่งมอบจริง

ทางออก: AIROFOG U240 เป็นรุ่นหลัก และ U260 เป็นรุ่นเสริมสำหรับสถานพยาบาล

AIROFOG U240 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV เหมาะเป็นเครื่องพ่นยุงรุ่นหลักสำหรับ สสอ. รพ.สต. และทีมควบคุมโรคในพื้นที่ เพราะเบา พกพาง่าย ใช้ได้กับสารเคมีหลายสูตร และทนต่อสภาพการใช้งานภาคสนาม ส่วน AIROFOG U260 เหมาะเป็นรุ่นเสริมสำหรับโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง

หัวข้อAIROFOG U240 (รุ่นหลัก)AIROFOG U260 (รุ่นเสริม)
ที่มาเยอรมนีเยอรมนี
ประเภทเครื่องพ่นละอองฝอย ULVเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ระบบไฟฟ้า
ขนาดละออง15–30 ไมครอน15–30 ไมครอน
จุดเด่นใช้ได้ทั้งสารเคมีสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสียูวีมอเตอร์ 800 วัตต์ หัวพ่นปรับได้
ความจุ / น้ำหนักถัง 5 ลิตร / 3.1 กิโลกรัมสอบถามสเปกเต็มจากผู้ขาย
หน่วยงานที่เหมาะสสอ. รพ.สต. อปท. โรงเรียน ทีม SRRTโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ พื้นที่ความปลอดภัยสูง

ทั้งสองรุ่นจำหน่ายโดย WHD ซึ่งมีระบบ ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีทีมช่าง อะไหล่ และบริการหลังการขายครบ และเป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ การเลือกรุ่นจากแบรนด์เดียวกันและผู้จำหน่ายเดียวกันช่วยให้จังหวัดวางแผนอะไหล่ การอบรม และการซ่อมบำรุงได้เป็นระบบ

สำหรับจังหวัดที่ต้องการครอบคลุมพื้นที่ภายนอกขนาดใหญ่ ยังสามารถใช้เครื่องประเภทอื่นเสริม เช่น เครื่องพ่นหมอกควันสำหรับพื้นที่รก หรือเครื่องพ่นละอองฝอยติดรถยนต์สำหรับถนนและชุมชนกว้าง โดยยังใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบพกพาเป็นแกนหลักของงานพ่นในบ้านและอาคาร

แผนวางมาตรฐานเครื่องพ่นยุงทั้งจังหวัดใน 4 ระยะ

ผู้บริหารจังหวัดสามารถใช้ตารางนี้เป็นกรอบเริ่มต้น แล้วปรับรายละเอียดตามรอบงบประมาณและสถานการณ์โรคของแต่ละปี จุดสำคัญคือให้ทุกระยะใช้รุ่นหลักเดียวกัน เพื่อให้การอบรม อะไหล่ และข้อมูลต่อเนื่องกันตลอดแผน

ระยะสิ่งที่ทำผลที่ได้
ระยะที่ 1 สำรวจทำบัญชีเครื่องทุกอำเภอ ระบุสภาพ ปีที่ซื้อ และผู้ดูแลหลังการขาย พร้อมดูข้อมูลผู้ป่วยย้อนหลังเพื่อจัดลำดับพื้นที่เสี่ยงรู้ช่องว่างของจังหวัดอย่างเป็นตัวเลข
ระยะที่ 2 เลือกรุ่นและทดลองขอสาธิต U240 และ U260 ให้ทีมแกนนำทดลองใช้จริง ร่าง SOP การพ่นและแบบฟอร์มบันทึกกลางรุ่นหลักและ SOP ที่ทีมภาคสนามยอมรับ
ระยะที่ 3 จัดซื้อและอบรมจัดซื้อตามลำดับความเสี่ยง อบรมทีมแกนนำแต่ละอำเภอ แล้วถ่ายทอดสู่ รพ.สต. และ อสม.พื้นที่เสี่ยงสูงมีเครื่องพร้อมก่อนฤดูฝน
ระยะที่ 4 ติดตามผลรวบรวมข้อมูลการพ่นและดัชนีลูกน้ำทุกเดือน ตรวจสภาพเครื่องทุกไตรมาส วางแผนอะไหล่ปีถัดไปหลักฐานผลงานและข้อมูลตั้งงบรอบใหม่

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเตรียมเครื่องคือก่อนเข้าฤดูฝน เพราะเป็นช่วงที่ยุงลายเพิ่มจำนวนเร็ว หากเครื่องมาถึงกลางฤดูระบาด ทีมจะไม่มีเวลาอบรมและทดลองใช้อย่างเต็มที่ ผู้บริหารจึงควรเริ่มระยะที่ 1 และ 2 ให้เสร็จตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ

ต้นทุนแฝงที่มักถูกมองข้ามเมื่อจังหวัดมีเครื่องหลายรุ่น

ต้นทุนแฝงข้อแรกคือเวลาของเจ้าหน้าที่ที่ต้องเรียนรู้เครื่องหลายแบบ ข้อที่สองคืออะไหล่ที่ต้องสำรองแยกตามรุ่น ซึ่งบางชิ้นอาจหมดอายุหรือไม่ได้ใช้เลย ข้อที่สามคือการประสานกับผู้ขายหลายราย ซึ่งแต่ละรายมีเงื่อนไขและช่องทางต่างกัน และข้อสุดท้ายซึ่งสำคัญที่สุด คือโอกาสที่เสียไปเมื่อเครื่องใช้การไม่ได้ในวันที่มีผู้ป่วย เมื่อจังหวัดใช้รุ่นหลักรุ่นเดียว ต้นทุนเหล่านี้ลดลงพร้อมกัน และผู้บริหารยังสามารถสลับเครื่องระหว่างอำเภอได้ทันทีเมื่อพื้นที่ใดมีการระบาดหนัก เพราะทุกทีมใช้เครื่องเป็นอยู่แล้ว

สิ่งที่ผู้บริหารได้รับ

  • ความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งจังหวัด: ทุกอำเภอมีเครื่องพร้อมใช้ ตอบสนองการระบาดได้ใกล้เคียงกัน ไม่มีพื้นที่ใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
  • เรื่องร้องเรียนลดลง: เมื่อทุกพื้นที่ออกพ่นได้ตามแผน คำถามว่า "ทำไมที่นี่ไม่มีใครมา" ก็ลดลง
  • ผลงานที่วัดได้: เครื่องเดียวกัน SOP เดียวกัน ข้อมูลเดียวกัน ทำให้เปรียบเทียบผลระหว่างอำเภอและรายงานผู้บริหารระดับเขตได้ชัด
  • ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า: ลดต้นทุนแฝงจากการสำรองอะไหล่หลายแบบ และลดความถี่ในการซื้อทดแทน
  • การจัดซื้อที่ตรวจสอบได้: มีเหตุผลเชิงเทคนิคและแผนระยะยาวรองรับการเลือกรุ่นอย่างชัดเจน

สำหรับทีมสาธารณสุข: เหตุผลเชิงหลักฐานที่ใช้ประกอบการเสนอ

  • ขนาดละอองกับยุงตัวเต็มวัย: การพ่นแบบ space spray เพื่อควบคุมยุงตัวเต็มวัยอาศัยละอองที่ลอยค้างในอากาศและสัมผัสตัวยุงขณะบิน แนวทางทางวิชาการด้านการควบคุมพาหะโดยทั่วไปจึงเน้นละอองขนาดเล็ก ไม่เกินราว 30 ไมครอน ช่วง 15–30 ไมครอนของ U240 และ U260 จึงอยู่ในกรอบที่ใช้งานได้จริง
  • ความยืดหยุ่นของสูตรสารเคมี: U240 รองรับทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ช่วยให้จังหวัดปรับสารเคมีตามคำแนะนำด้านการจัดการความต้านทานของยุงต่อสารเคมีได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง ควรใช้เฉพาะสารเคมีที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องสำหรับงานสาธารณสุข
  • การพ่นในอาคารและบ้านเรือน: ยุงลายชอบเกาะพักในที่มืดและอับในบ้าน เครื่องพ่นละอองฝอยแบบพกพาเข้าถึงมุมเหล่านี้ได้ดีกว่าการพ่นจากถนน
  • การพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วย: ใช้ร่วมกับการสอบสวนโรค การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ และมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค พ่นในรัศมีประมาณ 100 เมตรรอบบ้านผู้ป่วยตามแนวทางกรมควบคุมโรค
  • เวลาพ่น: ช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นที่ยุงลายออกหากิน หลีกเลี่ยงช่วงลมแรงหรือฝนตก
  • ข้อมูลเพื่อการประเมินผล: เมื่อใช้เครื่องรุ่นเดียวกัน ให้บันทึกวันพ่น พื้นที่ สารเคมี อัตราผสม และผลการสำรวจดัชนีลูกน้ำก่อนและหลังพ่น เพื่อใช้วิเคราะห์ประสิทธิผลในระดับจังหวัด
  • ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน: สวมหน้ากาก ถุงมือ แว่นตา และชุดแขนยาว ล้างเครื่องหลังใช้งาน และเก็บสารเคมีแยกจากอาหาร

10 เหตุผลที่เครื่องพ่นละอองฝอย AIROFOG เหมาะกับงานราชการระยะยาว

  1. ที่มาจากเยอรมนี แบรนด์ที่เน้นงานพ่นละอองฝอยโดยเฉพาะ ออกแบบเพื่อความทนทานและการใช้งานต่อเนื่อง
  2. ละออง 15–30 ไมครอน ทั้ง U240 และ U260 อยู่ในช่วงที่เหมาะกับการควบคุมยุงตัวเต็มวัยและกำจัดแมลงทุกชนิดที่บินได้
  3. ใช้เป็นมาตรฐานเดียวทั้งจังหวัดได้ ลดความหลากหลายของอะไหล่และทำให้ SOP ใช้ร่วมกันได้ทุกอำเภอ
  4. U240 ใช้สารเคมีได้ทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ปรับตามแผนจัดการความต้านทานสารเคมีได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง
  5. ตัวเครื่อง U240 ทนไฟและทนรังสียูวี เหมาะกับแดดและอากาศร้อนของไทย ลดความเสื่อมของวัสดุ
  6. U240 หนักเพียง 3.1 กิโลกรัม ถัง 5 ลิตร เจ้าหน้าที่และ อสม. ถือพ่นได้คล่องตัว เข้าบ้านเรือนได้ทีละหลังคาเรือน
  7. U260 มอเตอร์ 800 วัตต์ หัวพ่นปรับได้ ตอบโจทย์โรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการที่ต้องควบคุมการพ่นอย่างละเอียด
  8. ผู้จำหน่ายมีระบบ ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบทุกเครื่อง
  9. มีทีมช่าง อะไหล่ และบริการหลังการขาย รองรับการใช้งานหลายปี ไม่ต้องกลัวเครื่องกลายเป็นครุภัณฑ์ที่ใช้ไม่ได้
  10. เป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ และเลือกเครื่องประเภทอื่นเสริมได้จาก ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

ดูรายละเอียด เครื่องพ่นยุง AIROFOG U240 และ AIROFOG U260 ได้ที่หน้าสินค้า

ก่อนและหลัง: เมื่อจังหวัดใช้เครื่องพ่นละอองฝอยมาตรฐานเดียว

ก่อน

  • เครื่องหลายยี่ห้อ หลายรุ่น ปะปนกันทุกอำเภอ
  • บางรุ่นไม่มีอะไหล่ ไม่มีผู้ดูแลในประเทศ
  • แต่ละทีมผสมสารเคมีและพ่นคนละแบบ
  • ประเมินผลเปรียบเทียบระหว่างพื้นที่ไม่ได้
  • เจ้าหน้าที่ย้ายงานต้องเรียนเครื่องใหม่
  • ต้องตั้งงบซื้อทดแทนบ่อย

หลัง

  • U240 เป็นรุ่นหลัก U260 เป็นรุ่นเสริมในสถานพยาบาล
  • อะไหล่และช่างจากผู้จำหน่ายรายเดียว วางแผนได้
  • SOP การพ่นเดียวกันทั้งจังหวัด
  • ข้อมูลการพ่นเปรียบเทียบได้ ใช้วางแผนปีถัดไป
  • อบรมครั้งเดียว ใช้ได้ทุกอำเภอ
  • ครุภัณฑ์ใช้งานได้ยาว คุ้มค่างบประมาณ

แนวทางการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับแผนครุภัณฑ์ระดับจังหวัด

แนวทางต่อไปนี้เป็นข้อเสนอทั่วไป ให้เจ้าหน้าที่พัสดุปรับให้สอดคล้องกับระเบียบที่หน่วยงานถือปฏิบัติ

  1. สำรวจและจัดทำบัญชีเครื่องเดิม: ระบุยี่ห้อ รุ่น ปีที่ซื้อ สภาพ และผู้ดูแลหลังการขายของทุกเครื่องในจังหวัด เพื่อรู้ว่าต้องทดแทนเท่าไร และที่ไหนก่อน
  2. กำหนดรุ่นหลักและรุ่นเสริมตามระดับหน่วยงาน: เช่น รุ่นพกพาสำหรับ รพ.สต. และ สสอ. รุ่นไฟฟ้าสำหรับโรงพยาบาล และเครื่องขนาดใหญ่สำหรับงานพื้นที่กว้าง
  3. เขียนคุณลักษณะเฉพาะให้ครอบคลุม: ประเภทเครื่อง ขนาดละออง ชนิดสารเคมีที่รองรับ ความจุถัง น้ำหนัก วัสดุตัวเครื่อง รวมถึงการรับประกัน การอบรม คู่มือ และการมีช่างและอะไหล่ในประเทศ
  4. ตั้งงบเป็นรายการครุภัณฑ์ และทยอยจัดซื้อเป็นระยะ: หากงบประมาณไม่พอในปีเดียว ให้วางแผนหลายปี โดยเริ่มจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงก่อน
  5. ตั้งงบวัสดุและการบำรุงรักษาควบคู่: เพื่อให้เครื่องที่ซื้อแล้วพร้อมใช้งานตลอดอายุ
  6. จัดอบรมระดับจังหวัด: ให้ผู้ขายสาธิตและอบรมทีมแกนนำของแต่ละอำเภอ แล้วให้ทีมแกนนำถ่ายทอดต่อ
  7. ตรวจรับอย่างมีหลักฐาน: ทดสอบเครื่องจริงต่อหน้าคณะกรรมการ ตรวจเอกสารรับประกันและคู่มือให้ครบ

กรอบคิดเรื่องความคุ้มค่า: คิดจากต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ได้แก่ ราคาเครื่อง รวมกับค่าอะไหล่และการบำรุงรักษาโดยประมาณต่อปี ค่าอบรม และความเสี่ยงที่เครื่องใช้ไม่ได้ในวันที่มีการระบาด แล้วเทียบกับจำนวนปีที่คาดว่าจะใช้งานได้จริง การใช้รุ่นเดียวกันทั้งจังหวัดยังลดต้นทุนแฝงด้านการอบรมและการสำรองอะไหล่ลงได้อีก

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก: 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ขอข้อมูล AIROFOG U240 และ U260 พร้อมเอกสารประกอบการจัดทำแผนครุภัณฑ์
  2. ขอสาธิตและอบรมการใช้งาน: นัดสาธิตให้กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อและตัวแทน สสอ. เพื่อทดลองใช้และวาง SOP ร่วมกัน
  3. ตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ: นำสเปกและใบเสนอราคาเข้าสู่แผนงบประมาณและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของจังหวัด

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"ตอนที่แต่ละอำเภอใช้เครื่องคนละแบบ เราสรุปผลอะไรไม่ได้เลย เพราะไม่รู้ว่าที่ยุงไม่ลดเป็นเพราะสารเคมี เวลาพ่น หรือเพราะเครื่อง พอกำหนดรุ่นหลักรุ่นเดียว อบรมพร้อมกัน ใช้แบบฟอร์มเดียวกัน ข้อมูลเริ่มพูดได้ เรารู้ว่าพื้นที่ไหนต้องเสริมอะไร และเวลามีเครื่องเสีย ก็รู้ว่าต้องโทรหาใคร ไม่ต้องไล่หาร้านทีละอำเภอ"

หมายเหตุ: เป็นตัวอย่างมุมมองที่เรียบเรียงจากลักษณะงานของนักวิชาการสาธารณสุขระดับจังหวัด ไม่ใช่คำพูดของบุคคลหรือหน่วยงานใดโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ควรเลือก U240 หรือ U260 สำหรับหน่วยงานของเรา

ตอบ: ถ้าเป็นงานภาคสนาม พ่นบ้านเรือนและอาคารทั่วไป U240 เหมาะเป็นรุ่นหลักเพราะเบาและใช้สารเคมีได้หลายสูตร ถ้าเป็นโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ หรือพื้นที่ความปลอดภัยสูง U260 ที่มีมอเตอร์ 800 วัตต์และหัวพ่นปรับได้เป็นทางเลือกที่เหมาะ

ถาม: เครื่องพ่นละอองฝอยใช้แทนเครื่องพ่นหมอกควันได้ทั้งหมดหรือไม่

ตอบ: ไม่เสมอไป เครื่องพ่นละอองฝอยเหมาะกับในอาคารและพื้นที่อ่อนไหว ส่วนพื้นที่ภายนอกที่รกหรือกว้าง เครื่องพ่นหมอกควันอย่าง AIROFOG AT35 ยังมีบทบาท ควรมีทั้งสองแบบเสริมกันตามลักษณะพื้นที่

ถาม: เครื่องจากเยอรมนีซ่อมยากหรือไม่

ตอบ: สิ่งสำคัญคือมีผู้จำหน่ายที่มีช่างและอะไหล่ในประเทศ WHD มีทีมช่าง อะไหล่ และบริการหลังการขายรองรับ ควรขอรายละเอียดขั้นตอนการซ่อมและการจัดหาอะไหล่เป็นเอกสารประกอบการจัดซื้อ

ถาม: การพ่นยุงช่วยให้ผู้ป่วยไข้เลือดออกหายเร็วขึ้นหรือไม่

ตอบ: ไม่ใช่ การพ่นเป็นการควบคุมพาหะเพื่อลดยุงตัวเต็มวัยและลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อต่อ ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ และชุมชนต้องกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายควบคู่

ถาม: ถ้างบประมาณไม่พอซื้อครบทุกอำเภอในปีเดียว ควรทำอย่างไร

ตอบ: วางแผนจัดซื้อหลายปี เริ่มจากอำเภอที่มีอัตราป่วยสูงหรือเครื่องเดิมเสียมากที่สุด แต่ใช้รุ่นหลักเดียวกันตลอดแผน เพื่อให้ได้ประโยชน์จากมาตรฐานเดียว

ถาม: ต้องใช้สารเคมีชนิดใดกับ U240

ตอบ: U240 ใช้ได้ทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ให้ใช้สารเคมีที่ขึ้นทะเบียนสำหรับงานสาธารณสุข และปฏิบัติตามฉลากและแนวทางของกรมควบคุมโรค

วางมาตรฐานเครื่องพ่นยุงของจังหวัดตั้งแต่วันนี้

ขอใบเสนอราคา สเปก และนัดสาธิต AIROFOG U240 และ U260 สำหรับแผนครุภัณฑ์ควบคุมโรค

ดูสินค้าและราคา AIROFOG U240 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, สาธารณสุขจังหวัด, เครื่องพ่นละอองฝอยเยอรมนี, AIROFOG U240, AIROFOG U260

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้