Last updated: 24 ก.ย. 2569 | 22 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต้องวางแผนครุภัณฑ์ควบคุมโรคให้ สสอ. และ รพ.สต. หลายสิบแห่ง คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ "ซื้อเครื่องไหนถูกที่สุด" แต่คือ "เครื่องไหนจะยังทำงานได้ดีในอีกหลายปี และทำให้ทั้งจังหวัดทำงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน" บทความนี้รวบรวมเหตุผลเชิงเทคนิคและเชิงบริหารที่ทีมสาธารณสุขใช้ประกอบการตัดสินใจได้จริง
คุณนภา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคกลาง ได้รับมอบหมายจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดให้จัดทำแผนครุภัณฑ์ควบคุมพาหะนำโรคระยะ 3–5 ปี หลังจากปีที่ผ่านมาจังหวัดมีผู้ป่วยไข้เลือดออกสูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายปีย้อนหลัง
สิ่งแรกที่คุณนภาทำคือสำรวจเครื่องพ่นยุงที่มีอยู่จริงในทุกอำเภอ ผลที่ได้ทำให้ทีมถึงกับเงียบ เครื่องที่ขึ้นทะเบียนครุภัณฑ์ไว้มีหลายสิบเครื่องก็จริง แต่มาจากผู้ขายหลายราย หลายยี่ห้อ ซื้อต่างปีกัน บางอำเภอมีเครื่องพ่นหมอกควันอย่างเดียว บางแห่งมีเครื่องพ่นละอองฝอยที่ไม่รู้ว่าละอองขนาดเท่าไร ประมาณหนึ่งในสามแจ้งว่าใช้งานไม่ได้หรือใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และเมื่อถามหาอะไหล่ ก็พบว่าบางรุ่นไม่มีผู้ขายในประเทศดูแลแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อดูรายงานการพ่นควบคุมโรค แต่ละอำเภอใช้วิธีผสมสารเคมี เวลาพ่น และการบันทึกข้อมูลไม่เหมือนกันเลย ทำให้ประเมินไม่ได้ว่าการพ่นที่ไหนได้ผล ที่ไหนไม่ได้ผล เพราะตัวแปรมีมากเกินไป
คุณนภาจึงตั้งคำถามใหม่ให้ที่ประชุมว่า "ถ้าเราจะลงทุนครั้งนี้ เราควรเลือกเครื่องที่ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งจังหวัด ทนพอจะใช้ได้หลายปี และมีคนดูแลจริง" และนั่นคือเหตุผลที่ชื่อเครื่องพ่นละอองฝอยจากเยอรมนีอย่าง AIROFOG ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณา
ทีมงานตกลงเกณฑ์ 4 ข้อที่เครื่องทุกรุ่นต้องผ่าน ข้อแรก ขนาดละอองต้องเหมาะกับการควบคุมยุงตัวเต็มวัย ข้อสอง ต้องเบาและใช้ง่ายพอให้ทีมเล็กระดับอำเภอและ อสม. ใช้ได้ทุกวัน ข้อสาม ต้องรองรับสูตรสารเคมีที่จังหวัดอาจสลับใช้ในอนาคต และข้อสี่ซึ่งสำคัญที่สุด ต้องมาจากผู้จำหน่ายที่มีช่าง มีอะไหล่ และมีประสบการณ์ดูแลหน่วยงานราชการ เนื้อหาที่เหลือของบทความนี้จะไล่ตามเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อนี้
ยุงลายเป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ส่วนยุงก้นปล่องเป็นพาหะของมาลาเรียในบางพื้นที่ ไข้เลือดออกทำให้มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ บางรายมีเลือดออกผิดปกติหรือช็อก เด็กและผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ เมื่อเครื่องพ่นในบางอำเภอใช้การไม่ได้ พื้นที่นั้นกลายเป็นช่องโหว่ที่เชื้อแพร่ต่อได้ และอาจลามข้ามอำเภอ เพราะยุงและคนเดินทางไม่ได้หยุดอยู่ที่เส้นแบ่งเขตปกครอง
การซื้อเครื่องต่างรุ่นกระจัดกระจาย ทำให้ต้องสำรองอะไหล่หลายชนิด ซ่อมกับหลายร้าน และต้องจัดอบรมหลายแบบ ต้นทุนแฝงเหล่านี้ไม่ปรากฏในใบเสนอราคา แต่สะสมเป็นภาระของหน่วยงานทุกปี ขณะที่เครื่องราคาถูกซึ่งใช้งานได้ไม่นานก็ทำให้ต้องตั้งงบซื้อทดแทนบ่อยกว่าที่ควร
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นหน่วยที่ท้องถิ่นและประชาชนมองว่าเป็นผู้นำทางวิชาการ ถ้าเกิดการระบาดแล้วบางพื้นที่ออกพ่นไม่ได้เพราะเครื่องเสีย ย่อมกระทบความเชื่อมั่นทั้งต่อ สสจ. และต่อระบบสาธารณสุขโดยรวม
ในยุคที่ข่าวในโซเชียลมีเดียกระจายเร็ว คำถามว่า "ทำไมอำเภอหนึ่งพ่นได้ อีกอำเภอพ่นไม่ได้" จะมาถึงผู้บริหารจังหวัดอย่างรวดเร็ว การมีมาตรฐานเครื่องและวิธีปฏิบัติเดียวกันช่วยให้ตอบคำถามได้อย่างมีหลักการ
เจ้าหน้าที่ สสอ. รพ.สต. และทีม SRRT มีภาระงานสอบสวนโรค เฝ้าระวัง และรณรงค์อยู่แล้ว การต้องเรียนรู้เครื่องหลายแบบ ซ่อมเครื่องเอง หรือวิ่งหาเครื่องยืมในวันที่มีผู้ป่วย ทำให้เวลาทำงานหลักลดลง และเมื่อมีการย้ายเจ้าหน้าที่ข้ามอำเภอ คนใหม่ก็ต้องเริ่มเรียนเครื่องใหม่อีก
| คำ | อธิบายสั้น ๆ |
|---|---|
| ULV | Ultra Low Volume การพ่นสารเคมีปริมาณน้อยมากแต่แตกเป็นละอองละเอียดจำนวนมาก ครอบคลุมพื้นที่ได้ดีและประหยัดสารเคมี |
| ไมครอน | หน่วยวัดขนาด 1 ไมครอนเท่ากับหนึ่งในพันมิลลิเมตร ใช้บอกขนาดละออง ยิ่งตัวเลขน้อย ละอองยิ่งเล็กและลอยได้นาน |
| เครื่องพ่นหมอกควัน | ใช้ความร้อนทำให้สารเคมีเป็นควันขาว เหมาะกับพื้นที่ภายนอกและที่รก |
| เครื่องพ่นละอองฝอย | ไม่ใช้ความร้อน ใช้แรงลมตีสารเคมีเป็นละอองเล็กมาก ไม่มีควัน เหมาะกับในอาคารและพื้นที่อ่อนไหว |
| SOP | ขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานที่ทุกทีมทำเหมือนกัน |
คำว่าเครื่องพ่นละอองฝอยมาตรฐานเยอรมนีในบทความนี้ หมายถึงเครื่องแบรนด์ AIROFOG ซึ่งมีที่มาจากประเทศเยอรมนี ประเทศที่มีชื่อเสียงด้านงานวิศวกรรมเครื่องจักรขนาดเล็ก การออกแบบที่เน้นความทนทาน ความแม่นยำ และการใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนาน สำหรับงานราชการ คุณสมบัติเหล่านี้แปลเป็นประโยชน์ที่จับต้องได้ดังนี้
ข้อควรทราบ: หากหน่วยงานต้องการระบุใบรับรองหรือมาตรฐานเฉพาะใดในเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง ควรขอสำเนาเอกสารรับรองของรุ่นที่เสนอจากผู้ขายโดยตรง และตรวจให้ตรงกับรุ่นที่ส่งมอบจริง
AIROFOG U240 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV เหมาะเป็นเครื่องพ่นยุงรุ่นหลักสำหรับ สสอ. รพ.สต. และทีมควบคุมโรคในพื้นที่ เพราะเบา พกพาง่าย ใช้ได้กับสารเคมีหลายสูตร และทนต่อสภาพการใช้งานภาคสนาม ส่วน AIROFOG U260 เหมาะเป็นรุ่นเสริมสำหรับโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง
| หัวข้อ | AIROFOG U240 (รุ่นหลัก) | AIROFOG U260 (รุ่นเสริม) |
|---|---|---|
| ที่มา | เยอรมนี | เยอรมนี |
| ประเภท | เครื่องพ่นละอองฝอย ULV | เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ระบบไฟฟ้า |
| ขนาดละออง | 15–30 ไมครอน | 15–30 ไมครอน |
| จุดเด่น | ใช้ได้ทั้งสารเคมีสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสียูวี | มอเตอร์ 800 วัตต์ หัวพ่นปรับได้ |
| ความจุ / น้ำหนัก | ถัง 5 ลิตร / 3.1 กิโลกรัม | สอบถามสเปกเต็มจากผู้ขาย |
| หน่วยงานที่เหมาะ | สสอ. รพ.สต. อปท. โรงเรียน ทีม SRRT | โรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ พื้นที่ความปลอดภัยสูง |
ทั้งสองรุ่นจำหน่ายโดย WHD ซึ่งมีระบบ ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีทีมช่าง อะไหล่ และบริการหลังการขายครบ และเป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ การเลือกรุ่นจากแบรนด์เดียวกันและผู้จำหน่ายเดียวกันช่วยให้จังหวัดวางแผนอะไหล่ การอบรม และการซ่อมบำรุงได้เป็นระบบ
สำหรับจังหวัดที่ต้องการครอบคลุมพื้นที่ภายนอกขนาดใหญ่ ยังสามารถใช้เครื่องประเภทอื่นเสริม เช่น เครื่องพ่นหมอกควันสำหรับพื้นที่รก หรือเครื่องพ่นละอองฝอยติดรถยนต์สำหรับถนนและชุมชนกว้าง โดยยังใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบพกพาเป็นแกนหลักของงานพ่นในบ้านและอาคาร
ผู้บริหารจังหวัดสามารถใช้ตารางนี้เป็นกรอบเริ่มต้น แล้วปรับรายละเอียดตามรอบงบประมาณและสถานการณ์โรคของแต่ละปี จุดสำคัญคือให้ทุกระยะใช้รุ่นหลักเดียวกัน เพื่อให้การอบรม อะไหล่ และข้อมูลต่อเนื่องกันตลอดแผน
| ระยะ | สิ่งที่ทำ | ผลที่ได้ |
|---|---|---|
| ระยะที่ 1 สำรวจ | ทำบัญชีเครื่องทุกอำเภอ ระบุสภาพ ปีที่ซื้อ และผู้ดูแลหลังการขาย พร้อมดูข้อมูลผู้ป่วยย้อนหลังเพื่อจัดลำดับพื้นที่เสี่ยง | รู้ช่องว่างของจังหวัดอย่างเป็นตัวเลข |
| ระยะที่ 2 เลือกรุ่นและทดลอง | ขอสาธิต U240 และ U260 ให้ทีมแกนนำทดลองใช้จริง ร่าง SOP การพ่นและแบบฟอร์มบันทึกกลาง | รุ่นหลักและ SOP ที่ทีมภาคสนามยอมรับ |
| ระยะที่ 3 จัดซื้อและอบรม | จัดซื้อตามลำดับความเสี่ยง อบรมทีมแกนนำแต่ละอำเภอ แล้วถ่ายทอดสู่ รพ.สต. และ อสม. | พื้นที่เสี่ยงสูงมีเครื่องพร้อมก่อนฤดูฝน |
| ระยะที่ 4 ติดตามผล | รวบรวมข้อมูลการพ่นและดัชนีลูกน้ำทุกเดือน ตรวจสภาพเครื่องทุกไตรมาส วางแผนอะไหล่ปีถัดไป | หลักฐานผลงานและข้อมูลตั้งงบรอบใหม่ |
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเตรียมเครื่องคือก่อนเข้าฤดูฝน เพราะเป็นช่วงที่ยุงลายเพิ่มจำนวนเร็ว หากเครื่องมาถึงกลางฤดูระบาด ทีมจะไม่มีเวลาอบรมและทดลองใช้อย่างเต็มที่ ผู้บริหารจึงควรเริ่มระยะที่ 1 และ 2 ให้เสร็จตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ
ต้นทุนแฝงข้อแรกคือเวลาของเจ้าหน้าที่ที่ต้องเรียนรู้เครื่องหลายแบบ ข้อที่สองคืออะไหล่ที่ต้องสำรองแยกตามรุ่น ซึ่งบางชิ้นอาจหมดอายุหรือไม่ได้ใช้เลย ข้อที่สามคือการประสานกับผู้ขายหลายราย ซึ่งแต่ละรายมีเงื่อนไขและช่องทางต่างกัน และข้อสุดท้ายซึ่งสำคัญที่สุด คือโอกาสที่เสียไปเมื่อเครื่องใช้การไม่ได้ในวันที่มีผู้ป่วย เมื่อจังหวัดใช้รุ่นหลักรุ่นเดียว ต้นทุนเหล่านี้ลดลงพร้อมกัน และผู้บริหารยังสามารถสลับเครื่องระหว่างอำเภอได้ทันทีเมื่อพื้นที่ใดมีการระบาดหนัก เพราะทุกทีมใช้เครื่องเป็นอยู่แล้ว
ดูรายละเอียด เครื่องพ่นยุง AIROFOG U240 และ AIROFOG U260 ได้ที่หน้าสินค้า
แนวทางต่อไปนี้เป็นข้อเสนอทั่วไป ให้เจ้าหน้าที่พัสดุปรับให้สอดคล้องกับระเบียบที่หน่วยงานถือปฏิบัติ
กรอบคิดเรื่องความคุ้มค่า: คิดจากต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ได้แก่ ราคาเครื่อง รวมกับค่าอะไหล่และการบำรุงรักษาโดยประมาณต่อปี ค่าอบรม และความเสี่ยงที่เครื่องใช้ไม่ได้ในวันที่มีการระบาด แล้วเทียบกับจำนวนปีที่คาดว่าจะใช้งานได้จริง การใช้รุ่นเดียวกันทั้งจังหวัดยังลดต้นทุนแฝงด้านการอบรมและการสำรองอะไหล่ลงได้อีก
"ตอนที่แต่ละอำเภอใช้เครื่องคนละแบบ เราสรุปผลอะไรไม่ได้เลย เพราะไม่รู้ว่าที่ยุงไม่ลดเป็นเพราะสารเคมี เวลาพ่น หรือเพราะเครื่อง พอกำหนดรุ่นหลักรุ่นเดียว อบรมพร้อมกัน ใช้แบบฟอร์มเดียวกัน ข้อมูลเริ่มพูดได้ เรารู้ว่าพื้นที่ไหนต้องเสริมอะไร และเวลามีเครื่องเสีย ก็รู้ว่าต้องโทรหาใคร ไม่ต้องไล่หาร้านทีละอำเภอ"
หมายเหตุ: เป็นตัวอย่างมุมมองที่เรียบเรียงจากลักษณะงานของนักวิชาการสาธารณสุขระดับจังหวัด ไม่ใช่คำพูดของบุคคลหรือหน่วยงานใดโดยเฉพาะ
ตอบ: ถ้าเป็นงานภาคสนาม พ่นบ้านเรือนและอาคารทั่วไป U240 เหมาะเป็นรุ่นหลักเพราะเบาและใช้สารเคมีได้หลายสูตร ถ้าเป็นโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ หรือพื้นที่ความปลอดภัยสูง U260 ที่มีมอเตอร์ 800 วัตต์และหัวพ่นปรับได้เป็นทางเลือกที่เหมาะ
ตอบ: ไม่เสมอไป เครื่องพ่นละอองฝอยเหมาะกับในอาคารและพื้นที่อ่อนไหว ส่วนพื้นที่ภายนอกที่รกหรือกว้าง เครื่องพ่นหมอกควันอย่าง AIROFOG AT35 ยังมีบทบาท ควรมีทั้งสองแบบเสริมกันตามลักษณะพื้นที่
ตอบ: สิ่งสำคัญคือมีผู้จำหน่ายที่มีช่างและอะไหล่ในประเทศ WHD มีทีมช่าง อะไหล่ และบริการหลังการขายรองรับ ควรขอรายละเอียดขั้นตอนการซ่อมและการจัดหาอะไหล่เป็นเอกสารประกอบการจัดซื้อ
ตอบ: ไม่ใช่ การพ่นเป็นการควบคุมพาหะเพื่อลดยุงตัวเต็มวัยและลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อต่อ ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ และชุมชนต้องกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายควบคู่
ตอบ: วางแผนจัดซื้อหลายปี เริ่มจากอำเภอที่มีอัตราป่วยสูงหรือเครื่องเดิมเสียมากที่สุด แต่ใช้รุ่นหลักเดียวกันตลอดแผน เพื่อให้ได้ประโยชน์จากมาตรฐานเดียว
ตอบ: U240 ใช้ได้ทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ให้ใช้สารเคมีที่ขึ้นทะเบียนสำหรับงานสาธารณสุข และปฏิบัติตามฉลากและแนวทางของกรมควบคุมโรค
ขอใบเสนอราคา สเปก และนัดสาธิต AIROFOG U240 และ U260 สำหรับแผนครุภัณฑ์ควบคุมโรค
ดูสินค้าและราคา AIROFOG U240 คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ
บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, สาธารณสุขจังหวัด, เครื่องพ่นละอองฝอยเยอรมนี, AIROFOG U240, AIROFOG U260