10 คำถามเรื่องบริการหลังการขายและอะไหล่ ที่ผู้บริหารต้องถามก่อนซื้อเครื่องพ่นยุง: เช็กลิสต์ก่อนจัดซื้อเครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U240

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  33 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นยุง

10 คำถามเรื่องบริการหลังการขายและอะไหล่ ที่ผู้บริหารต้องถามก่อนซื้อเครื่องพ่นยุง: เช็กลิสต์ก่อนจัดซื้อเครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U240 ให้ใช้งานได้คุ้มหลายปี

เครื่องพ่นยุงที่ดีไม่ได้วัดกันแค่วันส่งมอบ แต่วัดกันในวันที่ไข้เลือดออกระบาดแล้วเครื่องต้องพร้อมออกงานทันที บทความนี้สรุป 10 คำถามที่นายกฯ ปลัด และหัวหน้างานสาธารณสุขควรถามผู้ขายทุกราย ก่อนเซ็นอนุมัติซื้อครุภัณฑ์ราชการชิ้นนี้

สรุปสำหรับผู้บริหาร (อ่าน 1 นาที)

  • ปัญหา: หลายหน่วยงานซื้อเครื่องพ่นยุงราคาถูกมาแล้วใช้ได้ไม่กี่ฤดู พอเสียกลับหาอะไหล่ไม่ได้ ติดต่อผู้ขายไม่ได้ เครื่องจึงกลายเป็นครุภัณฑ์ที่จอดทิ้งไว้ในโกดัง
  • ต้นเหตุจริง: ตอนจัดซื้อจัดจ้างมักดูแค่ราคาและสเปกหน้ากระดาษ แต่ไม่ได้ถามเรื่องบริการหลังการขาย อะไหล่ และการอบรมให้ชัด
  • ทางแก้: ใช้ 10 คำถามในบทความนี้เป็นเช็กลิสต์ ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่พัสดุและทีมสาธารณสุขใช้ถามผู้ขายทุกรายแบบเดียวกัน แล้วขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร
  • เครื่องที่แนะนำ: AIROFOG U240 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากเยอรมนี ละอองขนาด 15–30 ไมครอน ใช้ได้ทั้งสารเคมีสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ถัง 5 ลิตร น้ำหนัก 3.1 กิโลกรัม ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสียูวี และมีทีมช่าง อะไหล่ บริการหลังการขายจาก WHD รองรับ
  • ขั้นตอนถัดไป: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อขอใบเสนอราคา สเปก และเอกสารคำตอบ 10 ข้อนี้ไว้ประกอบการพิจารณา

เรื่องเล่าจากเทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง (ตัวอย่างสถานการณ์)

เช้าวันจันทร์กลางเดือนกรกฎาคม นายกเทศมนตรีวีระ ผู้บริหารเทศบาลตำบลขนาดกลางแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ได้รับรายงานจากนักวิชาการสาธารณสุขของเทศบาลว่า มีผู้ป่วยไข้เลือดออกรายใหม่สามรายในหมู่บ้านเดียวกันภายในหนึ่งสัปดาห์ หนึ่งในนั้นเป็นเด็กชั้นประถมที่ต้องนอนโรงพยาบาล ทีมควบคุมโรคต้องออกพ่นควบคุมยุงลายรอบบ้านผู้ป่วยในรัศมีประมาณ 100 เมตรให้เร็วที่สุด

ปัญหาคือเครื่องพ่นยุงที่เทศบาลซื้อไว้เมื่อสองปีก่อนเปิดไม่ติด เจ้าหน้าที่ลองถอดทำความสะอาดเองแล้วพบว่าชิ้นส่วนภายในชำรุด เมื่อโทรหาร้านที่ขายเครื่องให้ ปรากฏว่าเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ ร้านเปลี่ยนชื่อไปแล้ว ส่วนตัวแทนรายอื่นบอกว่าไม่มีอะไหล่รุ่นนี้ เพราะเป็นเครื่องนำเข้าแบบไม่มีตัวแทนดูแลในประเทศ

ทีมงานต้องขอยืมเครื่องจาก อบต. ข้างเคียง กว่าจะได้เครื่องมาก็เสียเวลาไปสองวัน ระหว่างนั้นผู้ปกครองในหมู่บ้านเริ่มโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กชุมชนว่า "ลูกป่วยแล้ว ทำไมยังไม่มีใครมาพ่นยุง" ภาพของเทศบาลที่เคยได้รับคำชมเรื่องงานสาธารณสุขเริ่มถูกตั้งคำถาม ทั้งที่เจ้าหน้าที่ทุกคนตั้งใจทำงานเต็มที่

เย็นวันนั้น นายกฯ วีระเรียกปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่พัสดุมาประชุม คำถามแรกของท่านไม่ใช่ "จะซื้อเครื่องใหม่ราคาเท่าไร" แต่เป็น "รอบนี้เราจะซื้ออย่างไรไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก" คำตอบของคำถามนั้นคือหัวใจของบทความนี้

ความเสียหายจริงเมื่อเครื่องพ่นยุงเสียในวันที่ต้องใช้

1. สุขภาพของประชาชน

ยุงลายเป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ผู้ป่วยไข้เลือดออกมักมีไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ บางรายมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง และในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะช็อกได้ กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว ชิคุนกุนยาทำให้ปวดข้อรุนแรงจนทำงานไม่ได้ไปหลายวัน ส่วนซิกาเป็นเรื่องที่หญิงตั้งครรภ์ต้องระวังอย่างมาก ทุกวันที่เครื่องพ่นยุงใช้การไม่ได้ ยุงที่มีเชื้อก็ยังมีโอกาสกัดคนในบ้านถัดไป

2. งบประมาณที่เสียไปโดยไม่เกิดผล

เครื่องพ่นยุงที่ซื้อมาแต่ใช้ไม่ได้ ถือเป็นงบประมาณที่จ่ายไปแล้วแต่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ยิ่งไปกว่านั้น หน่วยงานยังอาจต้องจ่ายค่าซ่อมแบบเร่งด่วน ค่าเช่าเครื่อง ค่าเดินทางไปยืมเครื่อง หรือต้องตั้งงบซื้อใหม่ก่อนเวลาอันควร เมื่อรวมกันแล้ว เครื่องที่ "ถูกกว่า" ตอนซื้อ อาจกลายเป็นเครื่องที่ "แพงกว่า" ตลอดอายุการใช้งาน

3. ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชน

ประชาชนไม่ได้เห็นเอกสารจัดซื้อ แต่เห็นว่าวันที่ลูกป่วย ไม่มีทีมพ่นยุงมาที่บ้าน ความรู้สึกนี้กระทบความเชื่อมั่นต่อผู้บริหารโดยตรง โดยเฉพาะในยุคที่ทุกคนถ่ายภาพและโพสต์ได้ทันที เรื่องเล็กในหมู่บ้านสามารถกลายเป็นประเด็นในโซเชียลมีเดียได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

4. เรื่องร้องเรียนและคำถามจากสภาท้องถิ่น

เมื่อเกิดเรื่องร้องเรียน ผู้บริหารต้องตอบคำถามทั้งจากประชาชน สมาชิกสภาท้องถิ่น และบางครั้งจากหน่วยตรวจสอบ ว่าทำไมครุภัณฑ์ที่ซื้อด้วยเงินภาษีจึงใช้ไม่ได้ในวันที่จำเป็น การมีเอกสารแสดงว่าได้ตรวจสอบเรื่องบริการหลังการขายไว้ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจ

5. ภาระงานของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) มีงานมากอยู่แล้ว ทั้งสอบสวนโรค ลงพื้นที่สำรวจลูกน้ำ รณรงค์มาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค เมื่อต้องเสียเวลาซ่อมเครื่อง ขนเครื่องไปร้าน หรือขอยืมเครื่องจากหน่วยงานอื่น เวลาที่ควรใช้ดูแลประชาชนก็หายไป และกำลังใจของทีมก็ลดลงตามไปด้วย

ทำไมวิธีเดิม ๆ จึงไม่ได้ผล

ก่อนจะไปถึง 10 คำถาม ลองดูว่ารูปแบบปัญหาที่พบบ่อยในหน่วยงานราชการมีอะไรบ้าง เพราะเมื่อเข้าใจต้นเหตุ ผู้บริหารจะรู้ว่าควรถามอะไร

  • เลือกจากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว: ราคาต่ำไม่ใช่ปัญหา ถ้าเครื่องมีคุณภาพและมีผู้ดูแล แต่หลายครั้งราคาที่ต่ำมาพร้อมกับเครื่องที่ไม่มีตัวแทนดูแลในประเทศ ไม่มีอะไหล่ และไม่มีช่าง
  • สเปกเขียนแค่ตัวเครื่อง ไม่เขียนเรื่องบริการ: คุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์มักระบุขนาดถัง กำลังเครื่อง ขนาดละออง แต่ไม่ได้ระบุเรื่องการรับประกัน การอบรม การส่งมอบคู่มือ หรือระยะเวลาการจัดหาอะไหล่
  • เครื่องเก่าใช้งานเกินอายุ: เครื่องบางเครื่องใช้มานานจนชิ้นส่วนสึกหรอ ละอองที่ออกมาไม่ได้ขนาด พ่นแล้วยุงไม่ลดลง แต่ยังฝืนใช้เพราะไม่มีงบซื้อใหม่
  • ขนาดละอองผิด: ละอองใหญ่เกินไปจะตกลงพื้นเร็ว ไม่ลอยค้างในอากาศนานพอจะสัมผัสตัวยุง ส่วนละอองเล็กเกินไปอาจลอยหายไปกับลม ทำให้สิ้นเปลืองสารเคมีโดยไม่ได้ผล
  • พ่นผิดเวลา: ยุงลายออกหากินช่วงเช้าและช่วงเย็น การพ่นกลางวันที่แดดจัดหรือลมแรงทำให้ได้ผลน้อย ข้อนี้เป็นเรื่องการอบรม ซึ่งควรมาพร้อมกับการซื้อเครื่อง
  • ไม่มีการอบรมและบำรุงรักษา: เครื่องพ่นละอองฝอยต้องล้างทำความสะอาดหลังใช้งาน ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่รู้ ปล่อยสารเคมีค้างในเครื่อง หัวพ่นอุดตันและชิ้นส่วนเสื่อมเร็ว
  • ไม่มีบันทึกประวัติเครื่อง: เมื่อเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ ข้อมูลว่าเครื่องซื้อจากใคร รับประกันถึงเมื่อไร เคยซ่อมอะไร ก็หายไปพร้อมคนเก่า

สังเกตได้ว่าเกือบทุกข้อเกี่ยวกับ "สิ่งที่เกิดขึ้นหลังวันส่งมอบ" ทั้งสิ้น นี่คือเหตุผลที่ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายตั้งแต่ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง

รู้จักศัพท์สั้น ๆ ก่อนอ่านต่อ

คำศัพท์ความหมายแบบเข้าใจง่าย
ULVย่อมาจาก Ultra Low Volume คือการพ่นสารเคมีปริมาณน้อยมาก แต่แตกเป็นละอองฝอยละเอียดจำนวนมาก จึงครอบคลุมพื้นที่ได้ดีและประหยัดสารเคมี
ไมครอนหน่วยวัดขนาดเล็กมาก 1 ไมครอนเท่ากับหนึ่งในพันของมิลลิเมตร ใช้บอกขนาดละอองที่ออกจากหัวพ่น
เครื่องพ่นหมอกควันเครื่องที่ใช้ความร้อนทำให้สารเคมีกลายเป็นควันสีขาวลอยกระจาย เหมาะกับพื้นที่ภายนอก เช่น ป่าละเมาะ ท่อระบายน้ำ ลานกว้าง
เครื่องพ่นละอองฝอยเครื่องที่ไม่ใช้ความร้อน แต่ใช้แรงลมตีสารเคมีให้แตกเป็นละอองเล็กมาก ไม่มีควัน เหมาะกับในอาคารและพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง
บริการหลังการขายทุกอย่างที่ผู้ขายทำให้หลังส่งมอบเครื่อง เช่น รับประกัน ซ่อม จัดหาอะไหล่ อบรม ให้คำปรึกษา

10 คำถามที่ผู้บริหารต้องถามก่อนซื้อเครื่องพ่นยุง

ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเทคนิคทุกข้อ แต่ถ้าถามคำถามเหล่านี้กับผู้ขายทุกราย และขอให้ตอบเป็นเอกสาร จะคัดกรองได้ทันทีว่าใครพร้อมดูแลหน่วยงานในระยะยาว ใครขายแล้วจบ

คำถามที่ 1: ใครคือผู้ดูแลหลังการขาย และติดต่อได้จริงหรือไม่

ขอชื่อบริษัท ที่อยู่สำนักงาน เบอร์โทรศัพท์ และช่องทางออนไลน์ที่ติดต่อได้จริง ลองโทรไปก่อนตัดสินใจก็ได้ ผู้ขายที่มีสำนักงานถาวร มีหมายเลขติดต่อที่ใช้มานาน และมีประวัติขายให้หน่วยงานราชการ ย่อมมีแนวโน้มอยู่ดูแลในระยะยาวมากกว่าผู้ขายที่ติดต่อได้เพียงเบอร์มือถือเบอร์เดียว

สัญญาณอันตราย: ไม่มีที่อยู่ชัดเจน ตอบว่า "ติดต่อผ่านเซลส์คนนี้คนเดียว" หรือไม่ยอมให้ข้อมูลบริษัท

คำถามที่ 2: รับประกันกี่เดือน ครอบคลุมอะไร และไม่ครอบคลุมอะไร

ระยะเวลารับประกันต้องเขียนเป็นตัวเลขชัดเจนในใบเสนอราคาหรือสัญญา และต้องระบุว่าครอบคลุมส่วนใดบ้าง เช่น มอเตอร์ ตัวเครื่อง หัวพ่น และมีเงื่อนไขอะไรที่ทำให้การรับประกันสิ้นสุด เช่น การใช้งานผิดวิธี การใช้สารเคมีที่ไม่เหมาะกับเครื่อง หรือการถอดซ่อมเอง ข้อนี้สำคัญมาก เพราะเป็นเรื่องที่มักทะเลาะกันภายหลัง

สัญญาณอันตราย: ตอบด้วยวาจาว่า "รับประกันนานครับ ไม่ต้องห่วง" แต่ไม่ยอมเขียนลงเอกสาร

คำถามที่ 3: อะไหล่สิ้นเปลืองมีอะไรบ้าง มีสต็อกในประเทศหรือไม่

เครื่องพ่นละอองฝอยทุกยี่ห้อมีชิ้นส่วนที่สึกหรอตามการใช้งาน ขอรายการอะไหล่สิ้นเปลืองที่ควรเปลี่ยนตามรอบ พร้อมถามว่ามีเก็บในประเทศหรือต้องสั่งจากต่างประเทศ และถ้าต้องสั่ง ใช้เวลาประมาณกี่วัน คำตอบข้อนี้จะบอกได้ว่า ถ้าเครื่องเสียกลางฤดูฝน หน่วยงานจะรอได้หรือไม่

สัญญาณอันตราย: ไม่รู้ว่ามีอะไหล่อะไรบ้าง หรือบอกว่า "ถ้าเสียก็ซื้อเครื่องใหม่ถูกกว่า"

คำถามที่ 4: ถ้าเครื่องเสียช่วงระบาด ต้องทำอย่างไร ใช้เวลากี่วัน

ถามขั้นตอนการแจ้งซ่อมตั้งแต่ต้นจนจบ ต้องส่งเครื่องไปที่ไหน ใครออกค่าขนส่ง ประเมินอาการเบื้องต้นทางโทรศัพท์หรือวิดีโอได้หรือไม่ และระยะเวลาซ่อมโดยประมาณ ถ้าหน่วยงานอยู่ไกลจากกรุงเทพฯ ให้ถามด้วยว่ามีวิธีส่งซ่อมที่สะดวกอย่างไร บางหน่วยงานยังถามต่อว่ามีบริการเครื่องสำรองระหว่างซ่อมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรตกลงกับผู้ขายเป็นรายกรณี

สัญญาณอันตราย: ไม่มีขั้นตอนที่ชัดเจน หรือตอบว่า "เดี๋ยวค่อยว่ากันตอนเสีย"

คำถามที่ 5: มีการอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษาให้เจ้าหน้าที่หรือไม่

เครื่องที่ดีแต่คนใช้ไม่เป็น ก็พังเร็วและพ่นไม่ได้ผล ถามว่าผู้ขายจะสาธิตการใช้งานและสอนการดูแลเครื่องให้ทีมหรือไม่ สอนเรื่องอะไรบ้าง เช่น การผสมสารเคมี การปรับขนาดละออง การเลือกเวลาพ่น การล้างเครื่องหลังใช้งาน และการเก็บรักษา ถ้าเจ้าหน้าที่เปลี่ยนคนในอนาคต ขอรับการอบรมซ้ำได้หรือไม่

สัญญาณอันตราย: ส่งเครื่องแล้วกลับทันที ไม่มีการสาธิต

คำถามที่ 6: มีคู่มือและตารางบำรุงรักษาที่เจ้าหน้าที่อ่านเข้าใจหรือไม่

ขอดูคู่มือการใช้งาน ถ้าเป็นเครื่องนำเข้า ถามว่ามีเอกสารสรุปภาษาไทยให้หรือไม่ และมีตารางบำรุงรักษาแบบง่ายที่ติดไว้ข้างเครื่องได้หรือไม่ เอกสารเหล่านี้ช่วยให้ความรู้ไม่หายไปเมื่อเจ้าหน้าที่ย้ายงาน และเป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบได้ด้วย

สัญญาณอันตราย: ไม่มีคู่มือเลย หรือมีแต่ภาษาต่างประเทศโดยไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม

คำถามที่ 7: เครื่องผ่านการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบหรือไม่

ถามว่าผู้ขายทดสอบเครื่องทุกเครื่องก่อนส่งหรือไม่ ทดสอบอะไรบ้าง และผู้ขายมีระบบคุณภาพรองรับอย่างไร การตรวจคุณภาพก่อนส่งมอบช่วยลดโอกาสที่เครื่องจะมีปัญหาตั้งแต่วันแรก และทำให้การตรวจรับครุภัณฑ์ของคณะกรรมการง่ายขึ้น

สัญญาณอันตราย: ส่งเครื่องมาในกล่องปิดผนึก ไม่เคยเปิดทดสอบ และไม่ยอมเปิดเครื่องให้ดูตอนตรวจรับ

คำถามที่ 8: เครื่องใช้กับสารเคมีชนิดใดได้บ้าง

ข้อนี้ดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่เกี่ยวกับบริการหลังการขายโดยตรง เพราะการใช้สารเคมีที่ไม่เข้ากับเครื่องเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ชิ้นส่วนเสื่อมเร็ว และอาจทำให้การรับประกันสิ้นสุด ถามให้ชัดว่าเครื่องรองรับสารเคมีสูตรน้ำ สูตรน้ำมัน หรือทั้งสองแบบ และควรใช้สารเคมีที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องสำหรับงานสาธารณสุขอย่างไร

สัญญาณอันตราย: ตอบว่า "ใช้อะไรก็ได้" โดยไม่อธิบายข้อจำกัด

คำถามที่ 9: ผู้ขายเตรียมเอกสารประกอบการจัดซื้อได้ครบหรือไม่

ขอเอกสารสำคัญ เช่น แคตตาล็อกหรือแผ่นข้อมูลสินค้า รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ใบเสนอราคา เอกสารแสดงแหล่งที่มาของสินค้า และเอกสารระบบคุณภาพของผู้ขาย เอกสารเหล่านี้ช่วยให้การจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และช่วยให้เจ้าหน้าที่พัสดุทำงานง่ายขึ้น

สัญญาณอันตราย: เอกสารไม่ตรงกับรุ่นที่เสนอ หรือไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของเครื่องได้

คำถามที่ 10: อีก 3–5 ปีข้างหน้า ผู้ขายรายนี้จะยังอยู่ดูแลเราหรือไม่

คำถามสุดท้ายนี้ไม่มีเอกสารใดตอบได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผู้บริหารประเมินได้จากหลายสัญญาณ เช่น ผู้ขายทำธุรกิจด้านนี้มานานแค่ไหน มีสินค้าหลากหลายรุ่นสำหรับงานควบคุมโรคหรือไม่ มีทีมช่างของตัวเองหรือไม่ และเคยดูแลหน่วยงานราชการมาก่อนหรือไม่ ผู้ขายที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเครื่องกำจัดยุงและอุปกรณ์ควบคุมโรค มีแนวโน้มจะมีอะไหล่และความรู้ต่อเนื่องมากกว่าผู้ขายที่ขายสินค้าทุกประเภท

สัญญาณอันตราย: เพิ่งเริ่มขายสินค้ากลุ่มนี้ ไม่มีสินค้าอื่นในหมวดเดียวกัน และไม่มีช่างประจำ

ตารางเช็กลิสต์ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่พัสดุ

ผู้บริหารสามารถส่งตารางนี้ให้ทีมงานใช้เปรียบเทียบผู้ขายทุกรายด้วยเกณฑ์เดียวกัน

ข้อสิ่งที่ต้องถามหลักฐานที่ควรได้ผ่าน / ไม่ผ่าน
1ผู้ดูแลหลังการขายชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทร☐
2การรับประกันระยะเวลาและขอบเขตเป็นลายลักษณ์อักษร☐
3อะไหล่สิ้นเปลืองรายการอะไหล่และระยะเวลาจัดหา☐
4ขั้นตอนแจ้งซ่อมขั้นตอนเป็นข้อ ๆ และช่องทางติดต่อ☐
5การอบรมหัวข้ออบรมและวันสาธิต☐
6คู่มือคู่มือและสรุปภาษาไทย☐
7ตรวจคุณภาพก่อนส่งยืนยันการทดสอบเครื่องก่อนส่งมอบ☐
8สารเคมีที่ใช้ได้ระบุสูตรน้ำ/สูตรน้ำมันในสเปก☐
9เอกสารจัดซื้อแคตตาล็อก สเปก ใบเสนอราคา☐
10ความมั่นคงของผู้ขายประวัติการขายและทีมช่าง☐

ทางออก: เครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U240 พร้อมบริการหลังการขายจาก WHD

เมื่อผู้บริหารถามครบ 10 ข้อแล้ว สิ่งที่ต้องการคือเครื่องที่ดีและผู้ขายที่ตอบคำถามได้ชัด AIROFOG U240 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV เป็นหนึ่งในเครื่องที่ตอบโจทย์นี้ได้ดีสำหรับหน่วยงานระดับท้องถิ่นและหน่วยงานสาธารณสุข

รายการข้อมูลจากแคตตาล็อก
แหล่งที่มาแบรนด์ AIROFOG จากประเทศเยอรมนี
ประเภทเครื่องพ่นละอองฝอย ULV (ไม่ใช้ความร้อน)
ขนาดละออง15–30 ไมครอน
สารเคมีที่ใช้ได้สูตรน้ำและสูตรน้ำมัน
ตัวเครื่องวัสดุทนไฟและทนรังสียูวี
ความจุถัง5 ลิตร
น้ำหนัก3.1 กิโลกรัม
ผู้จำหน่ายและบริการWHD มีระบบ ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีทีมช่าง อะไหล่ และบริการหลังการขายครบ ตรงตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ

จุดเด่นที่ทำให้ U240 เหมาะกับหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานระยะยาว คือความเรียบง่ายของตัวเครื่อง น้ำหนักเบาเพียง 3.1 กิโลกรัม ทำให้เจ้าหน้าที่หิ้วเข้าไปพ่นในอาคาร บ้านเรือน โรงเรียน หรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้โดยไม่เหนื่อยเกินไป ขนาดละออง 15–30 ไมครอนอยู่ในช่วงที่ลอยค้างในอากาศได้นานพอจะสัมผัสตัวยุง และตัวเครื่องที่ทนไฟและทนรังสียูวีช่วยลดความเสื่อมจากแดดและการใช้งานกลางแจ้ง

ที่สำคัญกว่าสเปกคือ เมื่อหน่วยงานนำ 10 คำถามข้างต้นไปถาม WHD ทีมงานสามารถให้ข้อมูลเรื่องผู้ดูแล ช่องทางติดต่อ การอบรม การตรวจคุณภาพก่อนส่งมอบ และการจัดหาอะไหล่ได้โดยตรง เพราะ WHD เป็นผู้จำหน่ายที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องพ่นยุง เครื่องกำจัดยุง และอุปกรณ์ควบคุมโรค มีสินค้าหลายรุ่นตั้งแต่เครื่องพ่นหมอกควันไปจนถึงเครื่องพ่นละอองฝอยติดรถยนต์ สำหรับเงื่อนไขการรับประกันและระยะเวลาจัดหาอะไหล่แต่ละรายการ แนะนำให้ขอเป็นเอกสารจากทีมขายในใบเสนอราคาทุกครั้ง

สิ่งที่ผู้บริหารได้รับ

  • ความเชื่อมั่นของประชาชน: เมื่อมีผู้ป่วย ทีมพร้อมออกพ่นได้ทันที ไม่ต้องรอซ่อมหรือรอยืมเครื่อง
  • เรื่องร้องเรียนลดลง: การตอบสนองที่รวดเร็วลดความไม่พอใจในชุมชนและในโซเชียลมีเดีย
  • ผลงานที่มองเห็นได้: ภาพเจ้าหน้าที่ออกพ่นยุงอย่างเป็นระบบ พร้อมบันทึกการปฏิบัติงาน ใช้รายงานผลงานต่อสภาและประชาชนได้
  • ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า: ครุภัณฑ์ที่ใช้งานได้หลายปี ดีกว่าเครื่องราคาถูกที่ต้องซื้อใหม่บ่อย
  • จัดซื้อพร้อมตรวจสอบ: มีเอกสารคำตอบ 10 ข้อ แสดงว่าหน่วยงานพิจารณาอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้น

สำหรับทีมสาธารณสุข: ข้อมูลเชิงเทคนิคที่ควรรู้

  • ขนาดละอองกับประสิทธิภาพ: ละอองในช่วงประมาณ 15–30 ไมครอนเป็นช่วงที่นิยมใช้ในงาน ULV สำหรับยุงตัวเต็มวัย เพราะลอยค้างได้นานพอและสัมผัสตัวยุงที่บินอยู่ได้ดี ควรตรวจว่าหัวพ่นยังให้ละอองตามขนาดหลังใช้งานไปนาน ๆ
  • สูตรสารเคมี: U240 ใช้ได้ทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ให้เลือกสารเคมีที่ขึ้นทะเบียนสำหรับงานสาธารณสุขและผสมตามฉลาก ใช้สูตรน้ำในอาคารที่ต้องการลดกลิ่นและคราบ ส่วนสูตรน้ำมันให้พิจารณาตามคำแนะนำของผู้ผลิตสารเคมี
  • ช่วงเวลาพ่น: พ่นช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นที่ยุงลายออกหากิน ปิดประตูหน้าต่างหลังพ่นตามเวลาที่ฉลากกำหนด แล้วค่อยเปิดระบายอากาศ
  • การพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วย: ใช้ร่วมกับการสอบสวนโรคและการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ ตามแนวทางพ่นในรัศมีประมาณ 100 เมตรรอบบ้านผู้ป่วย และพ่นซ้ำตามรอบที่แนวทางของกรมควบคุมโรคแนะนำ
  • การดูแลหลังใช้งาน: ล้างถังและระบบพ่นตามคู่มือหลังใช้งานทุกครั้ง อย่าทิ้งสารเคมีค้างในถังข้ามคืน เก็บเครื่องในที่แห้งและพ้นแสงแดดโดยตรง
  • สมุดประวัติเครื่อง: บันทึกวันใช้งาน สารเคมีที่ใช้ อาการผิดปกติ และการซ่อมทุกครั้ง ข้อมูลนี้ช่วยให้ช่างวินิจฉัยได้เร็วและช่วยวางแผนเปลี่ยนอะไหล่ล่วงหน้า
  • ความปลอดภัย: ผู้พ่นควรสวมหน้ากาก ถุงมือ แว่นตา และชุดแขนยาว ไม่พ่นขณะมีคน เด็ก หรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในพื้นที่

10 เหตุผลที่ AIROFOG U240 ตอบโจทย์หน่วยงานที่คิดเรื่องระยะยาว

  1. แบรนด์จากเยอรมนี ที่ออกแบบมาเพื่องานพ่นละอองฝอยโดยเฉพาะ ไม่ใช่เครื่องอเนกประสงค์ที่ดัดแปลงมา
  2. ละอองขนาด 15–30 ไมครอน เหมาะกับการควบคุมยุงตัวเต็มวัยและกำจัดแมลงทุกชนิดที่บินในอาคาร
  3. ใช้ได้ทั้งสารเคมีสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน หน่วยงานเลือกสารเคมีได้ตามงาน ไม่ต้องซื้อเครื่องหลายแบบ
  4. ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสียูวี ลดความเสื่อมจากแดดและความร้อนระหว่างขนย้ายและใช้งาน
  5. น้ำหนักเพียง 3.1 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่และ อสม. ถือพ่นได้นาน ลดความเหนื่อยล้าในวันที่ต้องพ่นหลายหลังคาเรือน
  6. ถัง 5 ลิตร ขนาดพอดีสำหรับการพ่นในอาคารและบ้านเรือนต่อเนื่อง โดยไม่ต้องเติมบ่อย
  7. ใช้ในพื้นที่อ่อนไหวได้ เพราะเป็นเครื่องพ่นละอองฝอยที่ไม่มีควัน เหมาะกับโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สำนักงาน และสถานพยาบาล
  8. ผู้จำหน่ายมี ISO และ GMP พร้อมตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ ช่วยให้การตรวจรับครุภัณฑ์ราบรื่น
  9. มีทีมช่างและอะไหล่รองรับ ตอบคำถามข้อ 1, 3 และ 4 ได้ชัดเจน ไม่ต้องลุ้นว่าเครื่องเสียแล้วจะหาใครซ่อม
  10. ตรงตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ และเป็นส่วนหนึ่งของชุดอุปกรณ์ใน ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ ที่เลือกเสริมรุ่นอื่นได้ตามพื้นที่

ดูรายละเอียดทั้งหมดของ เครื่องพ่นยุง AIROFOG U240 ได้ที่หน้าสินค้า

ก่อนและหลัง: เมื่อหน่วยงานถาม 10 คำถามก่อนซื้อ

ก่อน

  • ซื้อจากราคาต่ำสุด ไม่รู้ว่าใครดูแลหลังการขาย
  • เครื่องเสียกลางฤดูระบาด หาอะไหล่ไม่ได้
  • ต้องยืมเครื่องหน่วยงานอื่น เสียเวลาหลายวัน
  • เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับการอบรม ใช้เครื่องผิดวิธี
  • ประชาชนร้องเรียน ภาพลักษณ์หน่วยงานเสีย
  • ต้องตั้งงบซื้อใหม่ก่อนเวลาอันควร

หลัง

  • มีเอกสารคำตอบ 10 ข้อจากผู้ขายก่อนตัดสินใจ
  • รู้ช่องทางแจ้งซ่อมและรายการอะไหล่ล่วงหน้า
  • ทีมพร้อมออกพ่นทันทีเมื่อมีผู้ป่วยรายใหม่
  • เจ้าหน้าที่ได้รับการสาธิตและรู้วิธีดูแลเครื่อง
  • ประชาชนเห็นการตอบสนองที่รวดเร็ว
  • ครุภัณฑ์ใช้งานได้ต่อเนื่องหลายปี คุ้มงบประมาณ

เคล็ดลับการจัดซื้อจัดจ้าง: เขียนเรื่องบริการหลังการขายลงในเอกสารให้ชัด

คำตอบที่ดีจากผู้ขายจะมีประโยชน์เต็มที่ก็ต่อเมื่อถูกเขียนไว้ในเอกสารการจัดซื้อ ต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไปที่หน่วยงานสามารถปรับใช้ได้ โดยให้เจ้าหน้าที่พัสดุตรวจสอบให้สอดคล้องกับระเบียบที่หน่วยงานถือปฏิบัติ

  • ในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ: นอกจากประเภทเครื่อง ขนาดละออง ความจุถัง และชนิดสารเคมีที่รองรับ ให้เพิ่มหัวข้อเรื่องการรับประกัน การอบรมการใช้งาน การส่งมอบคู่มือ และการมีช่างหรือศูนย์บริการในประเทศ
  • ในหมวดงบประมาณ: ตั้งเป็นรายการครุภัณฑ์ให้ชัดเจน และพิจารณาตั้งงบสำหรับวัสดุสิ้นเปลืองและค่าบำรุงรักษาในปีถัดไปควบคู่กัน เพื่อไม่ให้เครื่องต้องจอดเพราะไม่มีงบเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นเล็ก
  • ในการตรวจรับ: ให้คณะกรรมการตรวจรับขอเปิดเครื่องทดสอบจริงต่อหน้า ตรวจอุปกรณ์ในกล่อง คู่มือ และเอกสารรับประกันให้ครบ
  • หลังส่งมอบ: นัดวันอบรมให้เจ้าหน้าที่ที่ใช้งานจริง อย่าให้เฉพาะหัวหน้าเข้าอบรม เพราะคนพ่นคือคนที่ต้องรู้วิธีดูแลเครื่อง
  • ทะเบียนครุภัณฑ์: แนบสำเนาเอกสารรับประกันและช่องทางติดต่อผู้ขายไว้กับทะเบียนครุภัณฑ์ เพื่อให้คนที่มาทำงานต่อหาเจอได้ง่าย
  • วางแผนเครื่องสำรอง: หน่วยงานที่มีพื้นที่รับผิดชอบกว้าง อาจพิจารณามีเครื่องมากกว่าหนึ่งเครื่อง หรือมีเครื่องต่างประเภทเสริมกัน เช่น เครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับในอาคารคู่กับเครื่องพ่นหมอกควันสำหรับพื้นที่ภายนอก

วิธีคิดเรื่องความคุ้มค่าที่แนะนำ คือคิดจากต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ได้แก่ ราคาเครื่อง รวมกับค่าอะไหล่สิ้นเปลืองโดยประมาณต่อปี ค่าซ่อม และความเสี่ยงที่เครื่องใช้ไม่ได้ในวันที่จำเป็น แล้วหารด้วยจำนวนปีที่คาดว่าจะใช้งานได้จริง เครื่องที่ราคาสูงกว่าเล็กน้อยแต่ใช้งานได้นานกว่ามาก และมีคนดูแล มักคุ้มค่ากว่าในภาพรวม

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก: ติดต่อ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 แจ้งว่าต้องการใบเสนอราคา AIROFOG U240 พร้อมคำตอบ 10 ข้อในบทความนี้เป็นเอกสาร
  2. ขอสาธิตและอบรมการใช้งาน: นัดให้ทีมสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ผู้ใช้งานจริงได้ดูเครื่อง ลองจับ ลองพ่น และเรียนวิธีดูแลเครื่อง
  3. ตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ: นำสเปก ใบเสนอราคา และเอกสารบริการหลังการขาย เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงาน

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"เมื่อก่อนเราดูแค่ว่าเครื่องพ่นได้ไหม ราคาเท่าไร พอเครื่องเสียถึงได้รู้ว่าเรื่องสำคัญที่สุดคือใครจะซ่อมให้ รอบหลังเราเลยทำตารางคำถามให้ผู้ขายทุกรายตอบเหมือนกัน ผู้ขายที่ตอบได้ชัด มีช่าง มีอะไหล่ และยอมมาสอนน้อง ๆ ในทีม เราก็มั่นใจขึ้นเยอะ ตอนนี้เวลามีเคสไข้เลือดออก เราออกพ่นได้ภายในวันเดียวกัน ไม่ต้องไปขอยืมเครื่องใครอีก"

หมายเหตุ: เป็นตัวอย่างมุมมองที่เรียบเรียงจากลักษณะงานของนักวิชาการสาธารณสุขในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่คำพูดของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ควรขอให้ผู้ขายตอบ 10 คำถามนี้ในรูปแบบใด

ตอบ: ควรขอเป็นเอกสารที่มีชื่อบริษัทและผู้ลงนาม หรือระบุไว้ในใบเสนอราคา เพื่อใช้อ้างอิงในอนาคตและประกอบการตรวจสอบ

ถาม: AIROFOG U240 เหมาะกับหน่วยงานแบบไหน

ตอบ: เหมาะกับ อบต. เทศบาล รพ.สต. โรงเรียน และหน่วยงานที่ต้องพ่นในอาคาร บ้านเรือน หรือพื้นที่ที่ต้องการเครื่องพ่นละอองฝอยน้ำหนักเบา ใช้ได้ทั้งสารเคมีสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน

ถาม: เครื่องพ่นละอองฝอยกับเครื่องพ่นหมอกควันต่างกันอย่างไร

ตอบ: เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้เกิดควัน เหมาะกับพื้นที่ภายนอก ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอยไม่ใช้ความร้อนและไม่มีควัน เหมาะกับในอาคารและพื้นที่อ่อนไหว หลายหน่วยงานมีทั้งสองแบบไว้ใช้เสริมกัน เช่น เครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 สำหรับงานภายนอก

ถาม: เครื่องพ่นยุงช่วยรักษาไข้เลือดออกได้หรือไม่

ตอบ: ไม่ได้ เครื่องพ่นยุงเป็นเครื่องมือควบคุมพาหะ ช่วยลดจำนวนยุงตัวเต็มวัยและลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อ ต้องใช้ร่วมกับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย มาตรการ 3 เก็บ และการดูแลผู้ป่วยโดยบุคลากรทางการแพทย์

ถาม: ระยะเวลารับประกันของ U240 เท่าไร

ตอบ: เงื่อนไขการรับประกันอาจแตกต่างตามรอบการจำหน่ายและรายละเอียดสัญญา แนะนำให้สอบถามทีม WHD โดยตรงที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 และขอให้ระบุไว้ในใบเสนอราคา

ถาม: ถ้าเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมย้ายงาน จะทำอย่างไร

ตอบ: เก็บคู่มือและสมุดประวัติเครื่องไว้กับทะเบียนครุภัณฑ์ และติดต่อผู้ขายเพื่อขอคำแนะนำหรือนัดอบรมให้เจ้าหน้าที่ใหม่ ข้อนี้ควรถามไว้ตั้งแต่ตอนซื้อตามคำถามข้อที่ 5

พร้อมคุยเรื่องเครื่องพ่นยุงที่มีคนดูแลจริงหรือยัง

ขอใบเสนอราคา สเปก และคำตอบเรื่องบริการหลังการขายของ AIROFOG U240 ได้วันนี้

ดูสินค้าและราคา AIROFOG U240 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, บริการหลังการขาย, อะไหล่เครื่องพ่นยุง, AIROFOG U240

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้