เครื่องพ่นยุงไร้สายหนึ่งชุดดูแลได้ทุกโรงเรียน: แผนหมุนเวียนสำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ อปท. ที่ดูแลโรงเรียนหลายแห่ง ด้วย AIROFOG AIROSTAR

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นละอองฝอย

เครื่องพ่นยุงไร้สายหนึ่งชุดดูแลได้ทุกโรงเรียน: แผนหมุนเวียนสำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ อปท. ที่ดูแลโรงเรียนหลายแห่ง ด้วย AIROFOG AIROSTAR

หน่วยงานที่ดูแลโรงเรียนหลายสิบแห่งไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องพ่นยุงให้ทุกโรงเรียน สิ่งที่จำเป็นคือ "ระบบหมุนเวียน" ที่ชัดเจน และเครื่องที่พกพาง่าย ไม่ต้องพึ่งปลั๊กไฟ บทความนี้เสนอแผนหมุนเวียนที่ผู้บริหารอนุมัติได้ทันที พร้อมเหตุผลว่าทำไมเครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบแบตเตอรี่ AIROSTAR จึงเหมาะกับงานนี้

สรุปสำหรับผู้บริหาร (อ่าน 1 นาที)

  • ปัญหา: โรงเรียนเป็นจุดรวมของเด็กจำนวนมาก เมื่อยุงลายชุกชุม ไข้เลือดออกในนักเรียนกระทบทั้งสุขภาพ การเรียน และความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง แต่การซื้อเครื่องพ่นให้ทุกโรงเรียนใช้งบมากและเครื่องจำนวนมากถูกเก็บไว้เฉย ๆ
  • ทางออก: จัดหาเครื่องพ่นละอองฝอยไร้สายเป็นชุดกลาง แล้วหมุนเวียนตามตารางไปทุกโรงเรียน โดยมีผู้รับผิดชอบ ทะเบียนยืมคืน และทีมที่ผ่านการอบรม
  • ทำไม AIROSTAR: เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ไร้สาย ใช้งานได้นานสูงสุดประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และพ่นได้ไกลสูงสุด 11 เมตร ขนย้ายง่าย ไม่ต้องหาปลั๊กไฟในอาคารเรียน
  • ผลที่ได้: ทุกโรงเรียนได้รับการดูแลตามรอบ ตอบสนองได้เร็วเมื่อมีนักเรียนป่วย งบประมาณใช้อย่างคุ้มค่า และมีหลักฐานการดำเนินงานพร้อมรับการตรวจสอบ
  • สิ่งที่ต้องทำต่อ: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ขอใบเสนอราคา สเปก และนัดสาธิต แล้วตั้งงบครุภัณฑ์ตามระเบียบ

เรื่องเล่าจากห้องประชุมของเขตพื้นที่การศึกษา

(ตัวอย่างสถานการณ์) คุณสุนทร เป็นผู้บริหารในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขตของเขาดูแลโรงเรียนหลายสิบแห่ง กระจายอยู่หลายอำเภอ มีทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่ในตัวอำเภอและโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนไม่ถึงร้อยคนตามหมู่บ้านห่างไกล

ช่วงเปิดภาคเรียนที่หนึ่งปีหนึ่ง ซึ่งตรงกับต้นฤดูฝน มีรายงานนักเรียนป่วยเป็นไข้เลือดออกจากหลายโรงเรียนในเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้อำนวยการโรงเรียนหลายคนโทรมาถามว่าเขตจะช่วยอย่างไร บางโรงเรียนประสานหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ได้ทันที แต่อีกหลายแห่งต้องรอคิว เพราะทีมควบคุมโรคในพื้นที่ต้องดูแลทั้งชุมชนและหลายหน่วยงานพร้อมกัน ผู้ปกครองบางส่วนเริ่มไม่กล้าส่งลูกมาโรงเรียน และมีโพสต์ในกลุ่มผู้ปกครองถามว่าโรงเรียนปลอดภัยหรือไม่

ในที่ประชุม มีข้อเสนอให้จัดซื้อเครื่องพ่นยุงให้ทุกโรงเรียน แต่เมื่อคำนวณแล้ว งบประมาณสูงเกินไป และทุกคนรู้ดีว่าเครื่องที่แจกไปอาจถูกเก็บในห้องพัสดุ ไม่มีคนใช้เป็น ไม่มีใครดูแลแบตเตอรี่หรือทำความสะอาด เมื่อถึงเวลาจำเป็นจริงก็อาจใช้งานไม่ได้ ข้อเสนออีกทางหนึ่งคือ จัดหาเครื่องพ่นละอองฝอยไร้สายจำนวนไม่มากเป็นชุดกลาง ตั้งทีมที่ผ่านการอบรม และจัดตารางหมุนเวียนไปทุกโรงเรียน โดยให้โรงเรียนที่มีนักเรียนป่วยได้รับการดูแลก่อนเป็นกรณีเร่งด่วน

คุณสุนทรเลือกแนวทางที่สอง เพราะตอบโจทย์ทั้งงบประมาณ การบริหารครุภัณฑ์ และความรวดเร็ว เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนรอบถัดมา ทุกโรงเรียนได้รับการพ่นตามรอบก่อนเปิดภาคเรียน และเมื่อมีรายงานนักเรียนป่วย ทีมก็นำเครื่องไปถึงโรงเรียนได้ภายในเวลาที่กำหนด ผู้ปกครองเห็นการทำงานที่เป็นระบบ ความกังวลในกลุ่มผู้ปกครองลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แนวคิดเดียวกันนี้ใช้ได้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลที่ดูแลโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหลายแห่งในสังกัดเช่นกัน

ทำไมโรงเรียนจึงเป็นจุดที่ต้องให้ความสำคัญ

1. สุขภาพของนักเรียน

เด็กวัยเรียนเป็นกลุ่มที่พบผู้ป่วยไข้เลือดออกได้บ่อย ยุงลายออกหากินในเวลากลางวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าและบ่าย ซึ่งตรงกับเวลาที่เด็กอยู่ในโรงเรียน อาการที่ต้องสังเกตคือไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว เบื่ออาหาร และช่วงที่ไข้เริ่มลดต้องเฝ้าระวังภาวะช็อก นอกจากนี้ยุงลายยังเป็นพาหะของชิคุนกุนยาและโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ครูและบุคลากรในโรงเรียนจึงมีความเสี่ยงไม่ต่างจากนักเรียน

2. การเรียนการสอน

นักเรียนที่ป่วยต้องขาดเรียนหลายวัน บางรายต้องนอนโรงพยาบาล ผู้ปกครองต้องหยุดงาน ถ้าป่วยหลายคนพร้อมกัน ห้องเรียนก็ขาดคนเป็นจำนวนมาก บางช่วงยังตรงกับการสอบหรือกิจกรรมสำคัญของโรงเรียน

3. งบประมาณและการบริหารครุภัณฑ์

การซื้อเครื่องพ่นให้ทุกโรงเรียนใช้งบประมาณสูง และสร้างภาระการดูแลครุภัณฑ์กระจายไปหลายสิบแห่ง ครุภัณฑ์ที่ไม่ได้ใช้งานหรือชำรุดเพราะขาดการดูแลอาจกลายเป็นประเด็นเมื่อมีการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ

4. ความเชื่อมั่นของผู้ปกครองและชุมชน

ผู้ปกครองคาดหวังว่าโรงเรียนจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย เมื่อมีข่าวนักเรียนป่วย คำถามแรกคือ "โรงเรียนและหน่วยงานต้นสังกัดทำอะไรแล้วบ้าง" หน่วยงานที่ตอบได้ด้วยแผนและภาพการทำงานจริง จะได้รับความไว้วางใจกลับคืนมาเร็วกว่ามาก

5. ภาระงานของครูและบุคลากร

ครูมีภาระงานสอนและงานธุรการมากอยู่แล้ว การให้ครูต้องมาเรียนรู้การพ่นสารเคมีเองทุกโรงเรียน ทั้งไม่เหมาะสมและเสี่ยงต่อความปลอดภัย ทีมกลางที่ผ่านการอบรมจึงเป็นทางเลือกที่รัดกุมกว่า

ทำไมวิธีเดิมจึงไม่ได้ผลในระดับเขตหรือระดับจังหวัด

  • แจกเครื่องทุกโรงเรียนแต่ไม่มีระบบ: เครื่องถูกเก็บในห้องพัสดุ ไม่มีคนใช้เป็น แบตเตอรี่เสื่อม หรือไม่มีใครรู้ว่าเครื่องอยู่ที่ไหน
  • ใช้เครื่องที่ต้องเสียบปลั๊ก: อาคารเรียนเก่าหลายแห่งมีปลั๊กไฟไม่ครบทุกห้อง ต้องลากสายไฟยาวไปมา ไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย
  • ใช้เครื่องพ่นหมอกควันในอาคาร: ควันหนาและความร้อนไม่เหมาะกับห้องเรียนที่มีวัสดุติดไฟและอุปกรณ์การเรียนจำนวนมาก
  • พ่นผิดเวลา: พ่นขณะมีนักเรียนอยู่ในอาคาร หรือพ่นแล้วเปิดใช้ห้องทันทีโดยไม่ระบายอากาศ
  • ไม่ทำควบคู่กับการกำจัดลูกน้ำ: พ่นแล้วแต่ยังมีแจกันดอกไม้ ถังน้ำในห้องน้ำ และยางรถยนต์เก่าในสนาม ยุงรุ่นใหม่จึงกลับมาในไม่กี่วัน
  • ซื้อเครื่องราคาถูกที่ไม่มีอะไหล่: แบตเตอรี่หรือหัวพ่นเสียแล้วหาอะไหล่ไม่ได้ ต้องเก็บเครื่องทิ้ง

คำศัพท์ที่ผู้บริหารควรรู้ (บรรทัดเดียวจบ)

  • ULV: การพ่นสารเคมีปริมาณน้อยมากให้เป็นละอองฝอยละเอียด ลอยในอากาศเพื่อสัมผัสตัวยุง ใช้สารน้อยแต่ครอบคลุมพื้นที่ได้ดี
  • ไมครอน: หน่วยวัดขนาดเล็กมาก หนึ่งในพันของมิลลิเมตร ละอองยิ่งเล็กยิ่งลอยค้างในอากาศได้นาน
  • หมอกควัน: การพ่นที่ใช้ความร้อนเปลี่ยนสารเคมีเป็นควันสีขาว เหมาะกับพื้นที่ภายนอก ไม่เหมาะกับห้องเรียนที่ปิดทึบ
  • เครื่องพ่นละอองฝอยไร้สาย: เครื่อง ULV ที่ใช้แบตเตอรี่ ไม่ต้องเสียบปลั๊กและไม่ใช้เครื่องยนต์ ถือเดินเข้าอาคารได้สะดวก
  • ครุภัณฑ์กลาง: ครุภัณฑ์ที่หน่วยงานต้นสังกัดถือครอง แล้วให้หน่วยงานในสังกัดยืมใช้ตามระบบที่กำหนด

แผนหมุนเวียน "เครื่องชุดเดียว ดูแลทุกโรงเรียน"

แผนต่อไปนี้เป็นกรอบที่ปรับได้ตามจำนวนโรงเรียน ระยะทาง และจำนวนเครื่องของแต่ละหน่วยงาน หลักสำคัญคือ มีเจ้าของเครื่องชัดเจน มีตารางรอบปกติ และมีช่องทางเร่งด่วน

องค์ประกอบรายละเอียด
1. แบ่งกลุ่มโรงเรียนจัดโรงเรียนเป็นกลุ่มตามพื้นที่หรือเครือข่าย เพื่อให้เดินทางต่อเนื่องได้ในวันเดียว
2. รอบปกติพ่นก่อนเปิดภาคเรียน และตามรอบในช่วงฤดูฝน โดยทำนอกเวลาเรียน เช่น เย็นวันศุกร์หรือวันหยุด
3. รอบเร่งด่วนเมื่อมีนักเรียนป่วย โรงเรียนแจ้งผ่านช่องทางที่กำหนด ทีมจัดเครื่องไปให้เร็วที่สุด และประสานหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อควบคุมโรครอบบ้านผู้ป่วย
4. ทีมปฏิบัติงานทีมกลางที่ผ่านการอบรม หรือเจ้าหน้าที่ของ อปท. และหน่วยงานสาธารณสุขที่ร่วมมือกัน ไม่ควรให้ครูทุกคนพ่นเองโดยไม่ผ่านการอบรม
5. ทะเบียนยืมคืนบันทึกวันยืม วันคืน สภาพเครื่อง ระดับแบตเตอรี่ และผู้รับผิดชอบทุกครั้ง
6. การชาร์จและบำรุงรักษาชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนออกงาน ทำความสะอาดถังและหัวพ่นหลังใช้ ตรวจสภาพตามรอบ
7. งานต้นเหตุในโรงเรียนทุกโรงเรียนตั้งนักเรียนแกนนำสำรวจลูกน้ำประจำสัปดาห์ ตามมาตรการ 3 เก็บ 3 โรค
8. รายงานผลสรุปรายเดือนว่าพ่นกี่โรงเรียน รอบเร่งด่วนกี่ครั้ง ใช้เวลาตอบสนองเท่าใด และผลการสำรวจลูกน้ำ

จำนวนเครื่องที่เหมาะสมคิดจากอะไร: ให้พิจารณาจาก (1) จำนวนโรงเรียนและจำนวนอาคาร (2) ระยะทางระหว่างกลุ่มโรงเรียน (3) จำนวนทีมที่ออกปฏิบัติงานได้พร้อมกัน (4) ระยะเวลาใช้งานต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และ (5) ความต้องการสำรองเครื่องไว้สำหรับรอบเร่งด่วน วิธีนี้ช่วยให้กำหนดจำนวนได้อย่างมีเหตุผล โดยไม่ต้องซื้อเกินความจำเป็น

ตัวอย่างปฏิทินตลอดปีการศึกษา

ผู้บริหารมักถามว่าระบบหมุนเวียนตลอดปีหน้าตาเป็นอย่างไร กรอบด้านล่างอิงปฏิทินการศึกษาไทยและช่วงฤดูฝนโดยทั่วไป ปรับวันเวลาให้เข้ากับพื้นที่ได้

  • ก่อนเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง (ช่วงปิดเทอม): อบรมหรือทบทวนทีมกลาง ตรวจเครื่องและแบตเตอรี่ทุกเครื่อง ตรวจทะเบียนยืมคืน และพ่นครบทุกกลุ่มโรงเรียนขณะอาคารว่าง
  • สัปดาห์แรกของภาคเรียน: เริ่มกิจกรรมนักเรียนแกนนำสำรวจลูกน้ำ ส่งเช็กลิสต์ให้ผู้อำนวยการ และแจ้งช่องทางรับแจ้งเร่งด่วนให้ผู้ปกครองทราบ
  • ช่วงฝนชุก: พ่นตามรอบในวันหยุดหรือหลังเลิกเรียน สำรองเครื่องไว้หนึ่งชุดสำหรับรอบเร่งด่วน และทบทวนเวลาตอบสนองทุกเดือน
  • ปิดภาคเรียนกลางปี: บำรุงรักษาเครื่อง เปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอ ทบทวนรายงานภาคเรียนแรก และปรับเส้นทางกลุ่มโรงเรียน
  • ภาคเรียนที่สอง: พ่นต่อเนื่องหากยังมีฝน แล้วลดรอบลงเมื่อเข้าฤดูแล้ง แต่ยังคงสำรวจลูกน้ำทุกสัปดาห์

เมื่อเขียนแผนเป็นปฏิทิน การแนบประกอบคำขอตั้งงบประมาณก็ทำได้ง่าย และผู้อำนวยการโรงเรียนก็ปฏิบัติตามได้สะดวก

ใครทำอะไร: แบ่งบทบาทให้ชัดตั้งแต่วันแรก

ระบบหมุนเวียนจะล้มเหลวทันทีถ้าทุกคนคิดว่าเป็นหน้าที่ของคนอื่น การเขียนบทบาทให้ชัดในคำสั่งหรือบันทึกข้อตกลงตั้งแต่ต้นจึงสำคัญไม่แพ้การเลือกเครื่อง

ฝ่ายบทบาทหลัก
ผู้บริหารหน่วยงานต้นสังกัดอนุมัติแผน ตั้งงบครุภัณฑ์ ลงนามคำสั่งแต่งตั้งทีม และติดตามรายงานผลรายเดือน
ผู้ประสานงานกลางจัดตารางหมุนเวียน รับแจ้งรอบเร่งด่วน ดูแลทะเบียนยืมคืน และประสานหน่วยงานสาธารณสุข
ทีมปฏิบัติงานที่ผ่านการอบรมออกพ่นตามตาราง ชาร์จและทำความสะอาดเครื่อง บันทึกผลการพ่นทุกครั้ง
ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอาคารตามเช็กลิสต์ แจ้งเหตุเมื่อมีนักเรียนป่วย และดูแลงานกำจัดลูกน้ำในโรงเรียน
หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ให้คำแนะนำทางวิชาการ สอบสวนโรค และควบคุมโรครอบบ้านนักเรียนที่ป่วย

เมื่อบทบาทชัด การตอบคำถามผู้ปกครองก็ง่ายขึ้น เพราะทุกฝ่ายรู้ว่าใครรับผิดชอบส่วนไหน และเมื่อมีการตรวจสอบ หน่วยงานก็แสดงได้ทันทีว่าครุภัณฑ์ถูกใช้งานจริงอย่างเป็นระบบ

ทางออก: AIROFOG AIROSTAR เครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบแบตเตอรี่

ระบบหมุนเวียนจะได้ผลก็ต่อเมื่อเครื่องมือขนย้ายง่าย ใช้งานได้ทันทีเมื่อไปถึง และไม่ต้องพึ่งปลั๊กไฟของแต่ละโรงเรียน AIROFOG AIROSTAR ตอบโจทย์ทั้งสามข้อ

คุณสมบัติความหมายต่อระบบหมุนเวียนโรงเรียน
ไร้สาย ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนไม่ต้องหาปลั๊กไฟ ไม่ต้องลากสายไฟผ่านทางเดิน เดินพ่นห้องเรียน ห้องสมุด โรงอาหาร และห้องน้ำได้ต่อเนื่อง
ใช้งานได้นานสูงสุดประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จวางแผนรอบงานได้ชัดเจน ทีมรู้ว่าหนึ่งการชาร์จทำงานได้เท่าใด และจัดตารางชาร์จระหว่างเดินทางไปโรงเรียนถัดไป
พ่นได้ไกลสูงสุด 11 เมตรยืนพ่นจากประตูหรือทางเดินให้ละอองกระจายเข้าห้องเรียน ใต้โต๊ะ และมุมอับ รวมถึงพุ่มไม้รอบอาคาร
ระบบละอองฝอย ULVใช้สารเคมีน้อย ละอองละเอียด ไม่มีควันหนาเหมือนการพ่นหมอกควัน เหมาะกับงานในอาคาร

AIROSTAR จำหน่ายโดยบริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด (WHD) ผู้ได้รับมาตรฐาน ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีช่างเทคนิค อะไหล่ และบริการหลังการขายครบ สอดคล้องกับมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ และมีเครื่องมือกำจัดแมลงทุกชนิดสำหรับงานเสริมภายนอกอาคาร

สิ่งที่ผู้บริหารได้รับ

  • ความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง: ตอบได้ทันทีว่าทุกโรงเรียนในสังกัดได้รับการดูแลตามรอบ และมีช่องทางเร่งด่วนเมื่อมีนักเรียนป่วย
  • เรื่องร้องเรียนลดลง: โรงเรียนเล็กห่างไกลได้รับการดูแลเท่าเทียมกับโรงเรียนใหญ่ ลดความรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง
  • ผลงานที่วัดได้: มีรายงานจำนวนโรงเรียนที่ได้รับการพ่น เวลาตอบสนอง และผลการสำรวจลูกน้ำรายเดือน
  • ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า: ซื้อเครื่องจำนวนเหมาะสม ใช้งานสูง ไม่ต้องกระจายครุภัณฑ์ที่ไม่มีคนดูแล
  • การจัดซื้อพร้อมรับการตรวจสอบ: มีทะเบียนครุภัณฑ์กลาง ทะเบียนยืมคืน และหลักฐานการใช้งานจริงครบถ้วน

สำหรับทีมสาธารณสุขและทีมปฏิบัติงาน (ข้อมูลเชิงเทคนิค)

  • พ่นนอกเวลาเรียนเท่านั้น: ไม่พ่นขณะมีนักเรียนหรือบุคลากรอยู่ในอาคาร และปิดห้องตามเวลาที่ฉลากสารเคมีกำหนด จากนั้นเปิดระบายอากาศก่อนใช้งาน
  • เลือกสารเคมีให้เหมาะกับงานในอาคาร: ใช้สารที่ขึ้นทะเบียนสำหรับงานสาธารณสุขและระบุการใช้ในอาคารได้ ผสมตามอัตราบนฉลากอย่างเคร่งครัด
  • เตรียมห้องก่อนพ่น: เก็บอาหาร น้ำดื่ม แก้วน้ำ และอุปกรณ์การกินของนักเรียน ปิดหรือคลุมตู้ปลาและพืชในห้อง
  • จุดที่ยุงลายชอบเกาะพัก: ใต้โต๊ะ หลังตู้ ม่าน มุมห้องที่มืด ห้องน้ำ และห้องเก็บของ ควรพ่นให้ละอองเข้าถึงจุดเหล่านี้
  • อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล: ผู้พ่นสวมหน้ากาก ถุงมือ และเสื้อแขนยาว ล้างมือและอาบน้ำหลังปฏิบัติงาน
  • การพ่นไม่ใช่มาตรการเดียว: ต้องทำควบคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ในโรงเรียนทุกสัปดาห์ และประสานหน่วยงานสาธารณสุขเมื่อมีผู้ป่วย เพื่อควบคุมโรครอบบ้านผู้ป่วยรัศมีประมาณ 100 เมตร

10 เหตุผลที่ AIROSTAR เหมาะกับระบบหมุนเวียนหลายโรงเรียน

  1. ไม่ต้องพึ่งปลั๊กไฟของโรงเรียน ไปถึงแล้วเริ่มงานได้ทันที แม้อาคารเก่าที่ไม่มีปลั๊กทุกห้อง
  2. ขนย้ายง่าย ใส่รถไปหลายโรงเรียนในวันเดียวได้สะดวก เหมาะกับการหมุนเวียน
  3. ระยะเวลาใช้งานต่อการชาร์จชัดเจน สูงสุดประมาณ 60 นาที ช่วยวางแผนรอบงานและตารางชาร์จได้แม่นยำ
  4. พ่นได้ไกลสูงสุด 11 เมตร ครอบคลุมห้องเรียนขนาดมาตรฐานและทางเดินได้ดี
  5. ละอองฝอยแบบ ULV ใช้สารเคมีน้อย เหมาะกับงานในอาคารเรียนมากกว่าการพ่นหมอกควัน
  6. ไม่มีเครื่องยนต์และไอเสีย ไม่มีกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงตกค้างในห้องเรียน
  7. ลดจำนวนครุภัณฑ์ที่ต้องดูแล AIROSTAR จำนวนไม่กี่เครื่องดูแลได้ทั้งเขต บริหารง่ายกว่าแจกทุกโรงเรียน
  8. เรียนรู้ง่าย ทีมที่ผ่านการอบรมใช้งานได้คล่องในเวลาไม่นาน
  9. ใช้ได้กับสถานศึกษาหลายรูปแบบ ทั้งโรงเรียนประถม มัธยม และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด อปท.
  10. มีผู้จำหน่ายดูแลหลังการขาย WHD มีมาตรฐาน ISO และ GMP ช่างเทคนิค และอะไหล่ เครื่องพ่นยุงราชการจึงไม่ถูกเก็บทิ้งกลางทาง

ก่อนและหลังมีระบบหมุนเวียนเครื่องพ่นไร้สาย

ก่อน

  • โรงเรียนเล็กต้องรอคิวหน่วยงานภายนอก
  • เสนอซื้อเครื่องทุกโรงเรียน งบไม่พอ
  • เครื่องที่มีอยู่ต้องเสียบปลั๊ก ใช้ในอาคารเก่าไม่สะดวก
  • ไม่รู้ว่าเครื่องอยู่ที่ไหน ใครดูแล
  • ผู้ปกครองกังวล ถามในกลุ่มออนไลน์

หลัง

  • ทุกโรงเรียนได้รับการดูแลตามรอบ
  • AIROSTAR จำนวนเหมาะสมเป็นครุภัณฑ์กลาง
  • พ่นได้ทุกห้องโดยไม่ต้องหาปลั๊ก
  • มีทะเบียนยืมคืนและผู้รับผิดชอบชัดเจน
  • มีรายงานผลให้ผู้ปกครองและผู้บริหารเห็น

เคล็ดลับการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับครุภัณฑ์กลางระดับเขตหรือ อปท.

ประเด็นสิ่งที่ควรพิจารณา
ผู้ถือครองครุภัณฑ์กำหนดให้ชัดว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ถือครอง และให้โรงเรียนยืมใช้ตามระเบียบของหน่วยงาน
คุณลักษณะเฉพาะระบุตามภารกิจ เช่น เครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบไร้สาย ใช้แบตเตอรี่ เหมาะกับงานในอาคาร อ้างอิงเอกสารสเปกจากผู้จำหน่าย
แบตเตอรี่และอุปกรณ์ชาร์จสอบถามผู้จำหน่ายเรื่องแบตเตอรี่สำรอง อายุการใช้งาน และการรับประกัน เพื่อวางแผนการใช้งานต่อเนื่อง
การอบรมขอให้ผู้ขายอบรมทีมกลางเรื่องการใช้งาน ความปลอดภัยในอาคารเรียน และการบำรุงรักษา
บริการหลังการขายระยะรับประกัน การมีอะไหล่ในประเทศ และช่องทางติดต่อช่างเทคนิค
หมวดงบตั้งเป็นครุภัณฑ์ตามแหล่งงบที่ถูกต้องของหน่วยงาน และดำเนินการตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง

เช็กลิสต์สำหรับโรงเรียนก่อนทีมพ่นมาถึง (ส่งต่อให้ผู้อำนวยการได้เลย)

  • ☐ นัดวันเวลานอกเวลาเรียน และแจ้งครูเวรให้ทราบ
  • ☐ เก็บอาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์การกินออกจากห้อง
  • ☐ เปิดประตูห้องทุกห้องที่ต้องพ่นไว้ให้ทีมเข้าได้
  • ☐ ให้นักเรียนแกนนำสำรวจและเทน้ำขังในภาชนะก่อนวันพ่น
  • ☐ ติดป้ายแจ้งห้ามเข้าห้องตามเวลาที่ทีมกำหนด
  • ☐ ผู้รับผิดชอบลงชื่อรับทราบในทะเบียนการพ่น
  • ☐ เปิดหน้าต่างระบายอากาศก่อนนักเรียนกลับเข้าห้อง

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน (เป็นมุมมองประกอบที่รวบรวมลักษณะทั่วไป ไม่ใช่คำพูดของบุคคลจริง): โรงเรียนเล็กของเรามีครูไม่กี่คน ไม่มีทางซื้อเครื่องพ่นเองได้ เมื่อก่อนพอมีเด็กป่วยก็ต้องโทรหาหลายหน่วยงานและรอคิว ตั้งแต่มีระบบหมุนเวียน ทีมเขาจะมาพ่นก่อนเปิดเทอมทุกครั้ง พอมีเด็กป่วยเราแจ้งตามช่องทาง ทีมก็มาได้เร็ว เครื่องเป็นแบบแบตเตอรี่ ไม่ต้องหาปลั๊ก เดินพ่นทุกห้องได้เลย ผู้ปกครองสบายใจขึ้นมาก ส่วนครูก็ไม่ต้องไปพ่นเองโดยไม่มีความรู้"

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ควรซื้อ AIROSTAR กี่เครื่องสำหรับโรงเรียนในสังกัด
ตอบ: ขึ้นกับจำนวนโรงเรียน ระยะทาง จำนวนทีม และความต้องการสำรองเครื่องสำหรับรอบเร่งด่วน ใช้กรอบการคิดในบทความนี้ แล้วปรึกษาผู้จำหน่ายเพื่อประเมินร่วมกัน

ถาม: พ่นในห้องเรียนปลอดภัยต่อเด็กหรือไม่
ตอบ: ต้องพ่นนอกเวลาเรียน ใช้สารเคมีที่ขึ้นทะเบียนและเหมาะกับงานในอาคาร ปิดห้องตามเวลาที่ฉลากกำหนด และเปิดระบายอากาศก่อนใช้งาน การปฏิบัติตามขั้นตอนนี้อย่างเคร่งครัดคือหัวใจของความปลอดภัย

ถาม: ทำไมไม่ใช้เครื่องพ่นหมอกควันพ่นในโรงเรียน
ตอบ: เครื่องพ่นหมอกควันเหมาะกับพื้นที่ภายนอก ส่วนในห้องเรียนที่ปิดและมีวัสดุติดไฟ เครื่องพ่นละอองฝอยระบบ ULV แบบไร้สายเหมาะสมกว่า ส่วนสนามและรอบรั้วโรงเรียนสามารถใช้เครื่องประเภทอื่นเสริมได้

ถาม: แบตเตอรี่หมดระหว่างงานทำอย่างไร
ตอบ: วางแผนให้หนึ่งการชาร์จครอบคลุมหนึ่งช่วงงาน ชาร์จระหว่างเดินทางหรือช่วงพัก และสอบถามผู้จำหน่ายเรื่องแบตเตอรี่สำรองเพื่อให้ทำงานต่อเนื่องในวันที่ต้องไปหลายโรงเรียน

ถาม: อปท. ที่ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใช้แนวทางนี้ได้หรือไม่
ตอบ: ได้ หลักการเดียวกัน คือมีครุภัณฑ์กลาง ทีมที่ผ่านการอบรม และตารางหมุนเวียน โดยเพิ่มความเข้มงวดเรื่องการพ่นนอกเวลาที่มีเด็กอยู่และการระบายอากาศ

ถาม: การพ่นอย่างเดียวพอหรือไม่
ตอบ: ไม่พอ ต้องทำควบคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ในโรงเรียนทุกสัปดาห์ และประสานหน่วยงานสาธารณสุขเมื่อมีนักเรียนป่วย

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทร/LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 แจ้งจำนวนโรงเรียนและพื้นที่ที่ดูแล
  2. ขอสาธิต/อบรมการใช้งาน ให้ทีมกลางได้ทดลองพ่นในอาคารเรียนจริงและเรียนรู้การดูแลแบตเตอรี่
  3. ตั้งงบ/จัดซื้อตามระเบียบ กำหนดผู้ถือครองครุภัณฑ์ ตั้งงบในหมวดที่ถูกต้อง และดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอน

ให้ทุกโรงเรียนในความดูแลปลอดภัยจากยุงลาย

รับใบเสนอราคา สเปก และนัดสาธิตเครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบแบตเตอรี่ AIROSTAR

ดูสินค้าและราคา AIROSTAR คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

ดูเครื่องพ่นยุงราชการทุกรุ่นในศูนย์รวมครุภัณฑ์

บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา, เครื่องพ่นยุงไร้สาย, AIROSTAR

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้