Last updated: 24 ก.ย. 2569 | 13 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อเกิดอุทกภัย ดินโคลนถล่ม หรือพายุ ภารกิจแรกคือช่วยชีวิตและอพยพ แต่ภารกิจถัดมาที่มักถูกลืมคือการป้องกันโรคที่มากับยุงในศูนย์พักพิงและชุมชนที่เพิ่งน้ำลด บทความนี้อธิบายว่าทำไมจังหวัดควรมี "ชุดเครื่องพ่นเคลื่อนที่เร็วไร้สาย" เตรียมไว้ล่วงหน้า และจะจัดชุดอย่างไรให้ใช้ได้จริงในวันที่ไฟดับและถนนขาด
(ตัวอย่างสถานการณ์) คุณประเสริฐ เป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคกลางตอนบน ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวันทำให้น้ำท่วมพร้อมกันห้าอำเภอ ศูนย์พักพิงชั่วคราวถูกเปิดในโรงเรียนและวัดรวมกันหลายสิบแห่ง ในห้องประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่ศาลากลางจังหวัด แผนที่บนผนังเต็มไปด้วยหมุดสีต่างๆ ทั้งจุดอพยพ จุดแจกถุงยังชีพ และจุดตั้งเครื่องสูบน้ำ
คืนที่สี่ ผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดรายงานว่าในศูนย์พักพิงหลายแห่ง ผู้ประสบภัยบ่นเรื่องยุงกัดทั้งคืน เด็กเล็กนอนไม่หลับ มีผู้สูงอายุเริ่มมีไข้ และห้องน้ำชั่วคราวกับภาชนะเก็บน้ำรอบศูนย์กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดถามคำถามที่ตรงที่สุดว่า "เรามีเครื่องพ่นยุงที่ส่งเข้าไปได้คืนนี้ไหม"
คำตอบทำให้ห้องเงียบไปชั่วครู่ เครื่องพ่นหมอกควันของ อปท. หลายแห่งจมน้ำไปพร้อมกับอาคารเก็บพัสดุ เครื่องพ่นละอองฝอยแบบไฟฟ้าที่เหลืออยู่ต้องเสียบปลั๊ก แต่ศูนย์พักพิงส่วนใหญ่ไฟดับ ส่วนเครื่องปั่นไฟที่มีอยู่ถูกจัดลำดับให้เครื่องสูบน้ำ ไฟส่องสว่าง และงานการแพทย์ก่อน รถพ่นยุงคันใหญ่ก็ขับเข้าไปไม่ได้เพราะถนนหลายสายยังมีน้ำท่วมสูง
สุดท้ายทีมต้องยืมเครื่องจากจังหวัดข้างเคียง กว่าจะได้เครื่องและเริ่มพ่นก็ผ่านไปอีกสองวัน ในการประชุมถอดบทเรียนหลังน้ำลด ข้อเสนอหนึ่งที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันคือ "จังหวัดต้องมีชุดเครื่องพ่นที่ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า น้ำหนักเบา ขนขึ้นเรือได้ และเก็บไว้ในที่ที่น้ำท่วมไม่ถึง"
น้ำที่ขังอยู่ตามภาชนะ ยางรถยนต์ เศษขยะ และหลุมบ่อหลังน้ำลด เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงชั้นดี ยุงลายเป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ยุงก้นปล่องเป็นพาหะมาลาเรียในบางพื้นที่ ผู้ประสบภัยที่อยู่รวมกันในศูนย์พักพิงมักนอนในอาคารเปิดโล่ง ไม่มีมุ้งเพียงพอ และร่างกายอ่อนล้าจากความเครียด กลุ่มที่เปราะบางที่สุดคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้มีโรคประจำตัว การมีไข้ในสถานการณ์ภัยพิบัติยังทำให้การคัดกรองโรคอื่นยุ่งยากขึ้นด้วย
ถ้าโรคที่มากับยุงระบาดหลังน้ำลด จังหวัดต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มทั้งด้านการรักษา การสอบสวนโรค และการพ่นควบคุมซ้ำ ในช่วงที่งบประมาณและกำลังคนถูกใช้ไปกับการฟื้นฟูอยู่แล้ว การป้องกันตั้งแต่ต้นจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการตามแก้
การบริหารภัยพิบัติถูกจับตาจากสื่อมวลชนและประชาชนทั่วประเทศ ภาพเด็กในศูนย์พักพิงที่ตัวเต็มไปด้วยรอยยุงกัด หรือข่าวผู้ประสบภัยป่วยเป็นไข้เลือดออก อาจกลบผลงานการอพยพที่ทำมาอย่างดี ในทางกลับกัน ภาพทีมเจ้าหน้าที่ถือเครื่องพ่นเข้าไปดูแลศูนย์พักพิงทุกแห่งอย่างรวดเร็ว คือภาพที่สร้างความมั่นใจให้ประชาชน
ในสถานการณ์ภัยพิบัติ ข้อความร้องเรียนแพร่กระจายเร็วกว่าปกติ เพราะทุกคนติดตามข่าวผ่านโทรศัพท์ คำถามว่า "ทำไมศูนย์นี้ไม่มีใครมาพ่นยุง" อาจกลายเป็นประเด็นระดับจังหวัดได้ภายในคืนเดียว
ช่วงภัยพิบัติ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำงานเกินเวลา อาสาสมัครและ อสม. ก็เป็นผู้ประสบภัยเสียเอง เครื่องมือที่หนัก ต้องต่อสายไฟ หรือต้องใช้คนหลายคนยกขึ้นเรือ จะเพิ่มภาระในเวลาที่ทุกคนหมดแรง เครื่องมือที่คนเดียวถือเข้าไปทำงานได้ทันทีจึงมีค่ามาก
1. เครื่องมืออยู่ผิดที่ เครื่องพ่นของ อปท. และหน่วยบริการสาธารณสุขมักเก็บไว้ในอาคารชั้นล่าง เมื่อน้ำท่วม เครื่องก็จมไปพร้อมกับพื้นที่ที่ต้องการใช้มันมากที่สุด
2. พึ่งพาไฟฟ้า เครื่องพ่นละอองฝอยแบบเสียบปลั๊กเหมาะกับงานในอาคารยามปกติ แต่ในศูนย์พักพิงที่ไฟดับ เครื่องปั่นไฟมีจำกัดและต้องจัดลำดับให้งานที่สำคัญกว่า
3. เครื่องใหญ่เข้าไม่ถึง รถพ่นยุงและเครื่องติดรถยนต์มีประสิทธิภาพสูงบนถนนแห้ง แต่ในช่วงที่ถนนยังมีน้ำท่วมหรือโคลน รถเข้าไม่ได้ ต้องใช้เครื่องที่คนถือเดินหรือขนลงเรือได้
4. เครื่องเก่า ไม่ได้ตรวจสภาพ เครื่องที่ไม่ได้ใช้งานนานโดยไม่มีการตรวจเช็ก มักมีปัญหาในวันที่ต้องใช้ ในภาวะภัยพิบัติยิ่งหาช่างและอะไหล่ยาก
5. พ่นผิดวิธีในที่ที่มีคนอยู่ การใช้เครื่องพ่นหมอกควันในอาคารที่มีผู้ประสบภัยนอนอยู่ อาจทำให้เกิดความกังวลเรื่องควันและกลิ่น ต้องเลือกเครื่องและวิธีการที่เหมาะกับพื้นที่ที่มีคนอยู่ และจัดให้คนออกจากพื้นที่ระหว่างพ่นตามคำแนะนำบนฉลากสารเคมี
6. ไม่มีแผนกระจายเครื่องล่วงหน้า หลายจังหวัดมีเครื่องอยู่บ้าง แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ใครถือ ใช้ได้หรือไม่ เมื่อเกิดเหตุจึงเสียเวลาไปกับการสำรวจและยืมเครื่อง
AIROFOG AIROSTAR เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยระบบ ULV แบบไร้สาย ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน จุดเด่นตามข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภารกิจภัยพิบัติคือ
ในภาพรวมของผู้จำหน่าย WHD ได้รับมาตรฐาน ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีบริการหลังการขาย ช่างเทคนิค และอะไหล่ และสินค้าเป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ
| องค์ประกอบ | รายละเอียด |
|---|---|
| เครื่องพ่น | เครื่อง AIROSTAR จำนวนตามจำนวนอำเภอเสี่ยงและศูนย์พักพิงที่คาดว่าจะเปิด |
| แผนการชาร์จ | กำหนดจุดชาร์จที่มีไฟฟ้าสำรอง เช่น ที่ว่าการอำเภอหรือศูนย์บัญชาการ และสอบถามผู้จำหน่ายเรื่องแบตเตอรี่สำรองและวิธีชาร์จที่เหมาะสม |
| สารเคมี | สารที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องสำหรับงานสาธารณสุข จัดเก็บแยกจากอาหารและน้ำดื่ม |
| อุปกรณ์ป้องกันตนเอง | หน้ากาก ถุงมือ แว่นตา เสื้อแขนยาว สำหรับผู้พ่นทุกคน |
| กล่องกันน้ำ | สำหรับขนเครื่องขึ้นเรือหรือรถบรรทุก |
| เอกสาร | คู่มือย่อ ใบบันทึกการพ่น และรายชื่อผู้ผ่านการอบรม |
ชุดนี้ไม่ได้แทนที่รถพ่นยุงขนาดใหญ่ เมื่อถนนแห้งและต้องพ่นครอบคลุมทั้งตำบล จังหวัดอาจใช้เครื่องติดรถยนต์อย่าง GREENFOG F4 ในระยะฟื้นฟู ส่วนชุด AIROSTAR ทำหน้าที่ช่วงแรกที่สุดของเหตุการณ์ คือช่วงที่ไฟดับ ถนนขาด และคนยังอยู่ในศูนย์พักพิง
การจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์สำหรับภารกิจภัยพิบัติต่างจากการซื้อเครื่องใช้ประจำสำนักงาน เพราะต้องคิดถึงวันที่ทุกอย่างผิดปกติ แนวทางต่อไปนี้เป็นกรอบทั่วไปที่ควรปรับให้เข้ากับระเบียบและแหล่งงบประมาณที่หน่วยงานใช้ได้จริง โดยตรวจสอบกับฝ่ายการเงินและพัสดุก่อนทุกครั้ง
เครื่องพ่นเป็นครุภัณฑ์ ควรตั้งในงบลงทุนตามแผนเตรียมความพร้อมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัด หรือประสานให้หน่วยงานสาธารณสุขและ อปท. ร่วมกันจัดหาตามอำนาจหน้าที่ การคิดความคุ้มค่าให้คิดจาก จำนวนอำเภอเสี่ยงภัย จำนวนศูนย์พักพิงที่เคยเปิดในอดีต จำนวนวันที่ต้องดูแลผู้ประสบภัย การใช้งานนอกฤดูภัยพิบัติ และต้นทุนที่หลีกเลี่ยงได้หากป้องกันการระบาดหลังน้ำลดได้
| ระยะ | สิ่งที่ทำ | ผู้รับผิดชอบหลัก |
|---|---|---|
| ก่อนเกิดเหตุ | ตรวจเครื่อง ชาร์จแบตเตอรี่ อบรม ซ้อมแผน | ปภ.จังหวัด ร่วมกับ สสจ. |
| เปิดศูนย์พักพิง | ส่งชุดเครื่องไปอำเภอที่เปิดศูนย์ กำหนดผู้พ่นประจำศูนย์ | ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ |
| ระหว่างพักพิง | พ่นรอบศูนย์ช่วงเช้าและเย็น ทำ 3 เก็บ เฝ้าระวังผู้มีไข้ | ทีมสาธารณสุขอำเภอและ อปท. |
| หลังน้ำลด | พ่นในชุมชนที่กลับเข้าพื้นที่ เสริมด้วยเครื่องติดรถเมื่อถนนใช้ได้ | สสอ. อปท. และ อสม. |
| ปิดภารกิจ | ล้างเครื่อง ตรวจสภาพ ส่งคืนคลัง ถอดบทเรียน | ปภ.จังหวัด |
ชุดเครื่องมือที่ดีจะไร้ประโยชน์ถ้าไม่มีใครรู้ว่าต้องหยิบไปใช้เมื่อไร ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัด สามารถมอบหมายบทบาทให้ชัดเจนตั้งแต่ช่วงเตรียมความพร้อม ตัวอย่างการแบ่งบทบาทที่ปรับใช้ได้มีดังนี้
การแบ่งบทบาทแบบนี้ช่วยให้เมื่อศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สั่งการเพียงประโยคเดียวว่า "ส่งชุดพ่นยุงไปอำเภอนี้" ทุกคนรู้ทันทีว่าใครต้องขนเครื่อง ใครต้องพ่น และใครต้องรายงานผล ผู้บริหารไม่ต้องลงไปแก้ปัญหาเล็กๆ เองในวันที่ต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่อีกมาก
อีกเรื่องที่ควรตกลงกันไว้ก่อนคือการสื่อสารกับประชาชน ศูนย์พักพิงทุกแห่งควรได้รับแจ้งล่วงหน้าว่าจะมีการพ่นช่วงเวลาใด ต้องย้ายคนออกจากพื้นที่นานเท่าไร และต้องปิดอาหารกับน้ำดื่มอย่างไร การสื่อสารที่ชัดเจนช่วยลดความกังวลของผู้ประสบภัย และทำให้การพ่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น
(ตัวอย่างมุมมองที่รวบรวมเป็นภาพรวม ไม่ใช่คำพูดของบุคคลจริง)
"ช่วงน้ำท่วม ทุกคนคิดเรื่องเรือ อาหาร และยา ไม่มีใครคิดเรื่องยุงจนกระทั่งเด็กในศูนย์เริ่มมีไข้ พอเรามีเครื่องพ่นแบบแบตเตอรี่เก็บไว้ในคลังที่ศาลากลาง เราหยิบใส่เรือไปพร้อมถุงยังชีพได้เลย ไม่ต้องหาปลั๊ก ไม่ต้องรอเครื่องปั่นไฟ พ่นรอบศูนย์ตอนเย็นเสร็จ คืนนั้นชาวบ้านบอกว่ายุงน้อยลงชัดเจน"
"สิ่งที่สำคัญพอๆ กับตัวเครื่องคือทะเบียนและการซ้อม ปีที่แล้วเราซ้อมแผนก่อนฤดูฝน เจอว่าแบตเตอรี่บางก้อนต้องชาร์จใหม่ ถ้าไม่ได้ซ้อม เราคงไปเจอปัญหานี้ในวันจริง"
ถาม: ชาร์จแบตเตอรี่อย่างไรในพื้นที่ที่ไฟดับ
ตอบ: ควรวางแผนจุดชาร์จไว้ล่วงหน้าในสถานที่ที่มีไฟฟ้าสำรอง เช่น ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์หรือที่ว่าการอำเภอ แล้วนำเครื่องที่ชาร์จเต็มไปใช้ในพื้นที่ ควรสอบถามผู้จำหน่ายเรื่องแบตเตอรี่สำรองและวิธีชาร์จที่เหมาะสม
ถาม: 60 นาทีพอหรือไม่
ตอบ: ตามข้อมูลสินค้า เครื่องทำงานได้นานสุดประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จ ซึ่งเหมาะกับรอบพ่นเช้าหรือเย็นในศูนย์พักพิงและบริเวณรอบๆ ถ้าต้องพ่นหลายศูนย์ติดต่อกัน ให้จัดเครื่องหลายชุดหรือวางรอบการชาร์จให้สอดคล้อง
ถาม: ต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันอย่างไร
ตอบ: เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนสร้างควันขาว เหมาะกับพื้นที่กลางแจ้ง ส่วน AIROSTAR เป็นเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ละอองเย็น ไม่มีควันหนา เหมาะกับการพ่นใกล้ที่พักของผู้ประสบภัย
ถาม: นอกฤดูภัยพิบัติจะใช้เครื่องทำอะไร
ตอบ: ใช้ในงานควบคุมยุงลายและแมลงในอาคารราชการ โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือให้ อปท. ยืมใช้ตามแผน การใช้งานเป็นประจำยังช่วยให้รู้สภาพเครื่องก่อนเกิดเหตุจริง
ถาม: เครื่องนี้ป้องกันโรคได้ทั้งหมดหรือไม่
ตอบ: ไม่ เครื่องพ่นช่วยควบคุมยุงพาหะและลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อ ต้องใช้ร่วมกับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ มุ้ง ยาทากันยุง และการเฝ้าระวังโรค
ถาม: ควรมีกี่เครื่อง
ตอบ: ขึ้นกับจำนวนอำเภอเสี่ยงภัยและจำนวนศูนย์พักพิงที่เคยเปิด ให้คิดจากข้อมูลเหตุการณ์ในอดีตของจังหวัด แล้วปรึกษา WHD เพื่อวางแผนจำนวนและการกระจายเครื่อง
ปรึกษาทีมงาน WHD เรื่องเครื่องพ่นยุงราชการ ครุภัณฑ์ราชการ และการจัดชุดเคลื่อนที่เร็วสำหรับภารกิจภัยพิบัติของจังหวัด
ดูสินค้าและราคา AIROFOG AIROSTAR คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ
บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #ภารกิจภัยพิบัติ #AIROSTAR
คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, เครื่องพ่นยุงไร้สาย, ภัยพิบัติ, ปภ.จังหวัด, AIROFOG AIROSTAR