เครื่องพ่นละอองฝอย ULV สำหรับผู้บริหารโรงพยาบาลรัฐ: ควบคุมยุงและแมลงพาหะในโรงพยาบาลให้ปลอดภัยต่อผู้ป่วย

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นยุง ULV

เครื่องพ่นละอองฝอย ULV สำหรับผู้บริหารโรงพยาบาลรัฐ: ควบคุมยุงและแมลงพาหะในโรงพยาบาลให้ปลอดภัยต่อผู้ป่วย

โรงพยาบาลคือสถานที่ที่ประชาชนคาดหวังว่าจะปลอดภัยที่สุด แต่กลับมีทั้งผู้ป่วยไข้เลือดออกที่อาจเป็นแหล่งเชื้อ มีน้ำขังตามจุดต่าง ๆ มีโรงครัวและจุดพักขยะที่ดึงดูดแมลง บทความนี้เขียนสำหรับผู้อำนวยการโรงพยาบาลและทีมบริหาร เพื่อวางระบบควบคุมยุงและแมลงพาหะที่ปลอดภัยต่อผู้ป่วย ตรวจสอบได้ และเลือกเครื่องพ่นยุงที่เหมาะกับสถานพยาบาลอย่าง AIROFOG U240

สรุปสำหรับผู้บริหาร (อ่าน 1 นาที)

  • ปัญหา: ยุงลาย แมลงวัน และแมลงสาบในโรงพยาบาลเป็นทั้งความเสี่ยงต่อสุขภาพผู้ป่วย และความเสี่ยงต่อชื่อเสียงของโรงพยาบาล ภาพแมลงเพียงภาพเดียวบนโซเชียลมีเดียอาจลบความเชื่อมั่นที่สะสมมาหลายปี
  • ทางออก: วางระบบควบคุมแมลงแบบแบ่งโซนตามความเสี่ยง ทำงานร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ใช้การพ่นเฉพาะจุด เฉพาะเวลา และบันทึกทุกครั้ง
  • ทำไมเลือก U240: เครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U240 จากเยอรมนี ละออง 15–30 ไมครอน ใช้สารได้ทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสียูวี ถัง 5 ลิตร น้ำหนักเพียง 3.1 กิโลกรัม
  • จุดเด่นสำหรับโรงพยาบาล: ควบคุมปริมาณสารได้ง่าย พกพาเข้าพื้นที่เฉพาะจุดได้สะดวก เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำมากกว่าการพ่นหมอกควันกว้าง ๆ
  • สิ่งที่ควรทำต่อ: มอบหมายงานอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมร่วมกับทีม IC จัดทำแผนผังโซน และขอใบเสนอราคาพร้อมสเปกเพื่อบรรจุในแผนครุภัณฑ์

คืนที่ญาติผู้ป่วยถ่ายรูปยุงในหอผู้ป่วย

(ตัวอย่างสถานการณ์)

นายแพทย์ธนากรเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วไปแห่งหนึ่งในจังหวัดขนาดกลาง ช่วงกลางฤดูฝน โรงพยาบาลรับผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นจนหอผู้ป่วยเด็กเกือบเต็ม คืนหนึ่งญาติผู้ป่วยถ่ายรูปยุงที่เกาะผนังข้างเตียงเด็ก แล้วโพสต์ลงกลุ่มเฟซบุ๊กของจังหวัดพร้อมข้อความว่า "มาหาหมอเพราะไข้เลือดออก แต่ในโรงพยาบาลยุงเต็มไปหมด"

เช้าวันรุ่งขึ้น โพสต์นั้นถูกแชร์ต่อหลายร้อยครั้ง สื่อท้องถิ่นโทรมาขอสัมภาษณ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสอบถามข้อเท็จจริง ในที่ประชุมผู้บริหาร หัวหน้าพยาบาลรายงานว่ามุ้งลวดบางบานชำรุด งานอาคารสถานที่รายงานว่ามีน้ำขังในรางน้ำบนหลังคาและถาดรองกระถางต้นไม้ งานโภชนาการยอมรับว่าเคยพบแมลงสาบบริเวณโรงครัวช่วงกลางคืน ส่วนงานอาชีวอนามัยบอกว่าเครื่องพ่นยุงที่มีอยู่เป็นเครื่องพ่นหมอกควันรุ่นเก่า ซึ่งไม่เหมาะจะใช้ใกล้อาคารผู้ป่วยเพราะควันหนาและมีกลิ่น

คำถามที่ผู้อำนวยการถามในห้องประชุมคือ "ใครเป็นเจ้าของเรื่องนี้ และเรามีแผนอะไรที่ตอบประชาชนได้ภายในวันนี้" ปรากฏว่าไม่มีใครตอบได้ชัดเจน งานควบคุมแมลงกระจายอยู่หลายฝ่าย ไม่มีแผนผังโซน ไม่มีตารางพ่น ไม่มีบันทึกว่าพ่นสารอะไร เมื่อไร ที่ไหน

สถานการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากความละเลยของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากการที่โรงพยาบาลมองการควบคุมแมลงเป็นงานจุกจิกของฝ่ายสนับสนุน ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของ ความปลอดภัยของผู้ป่วย และ การบริหารความเสี่ยงขององค์กร

ความเสี่ยง 5 ด้านที่ผู้บริหารโรงพยาบาลต้องมองเห็น

1. สุขภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย

ยุงลายเป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และไวรัสซิกา เมื่อมีผู้ป่วยที่ยังมีเชื้อในกระแสเลือดนอนอยู่ในโรงพยาบาล หากมียุงลายในพื้นที่ ก็มีโอกาสที่ยุงจะรับเชื้อแล้วไปกัดคนอื่นต่อ ทั้งผู้ป่วยรายอื่น ญาติ และบุคลากร กลุ่มที่เปราะบางเป็นพิเศษคือเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งไวรัสซิกาเป็นความกังวลสำคัญ ส่วนแมลงวันและแมลงสาบสามารถนำเชื้อโรคติดตามตัวและขาไปยังอาหารและพื้นผิวต่าง ๆ ได้ จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่โรงพยาบาลต้องควบคุม

2. บุคลากรที่ต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยงทุกวัน

พยาบาล แพทย์ พนักงานทำความสะอาด และเจ้าหน้าที่เวรเปล อยู่ในโรงพยาบาลทั้งกลางวันและกลางคืน หากบุคลากรป่วยด้วยไข้เลือดออกในช่วงที่ผู้ป่วยล้นหอ ภาระงานของคนที่เหลือจะหนักขึ้นทันที และกระทบคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโดยตรง

3. ชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของประชาชน

โรงพยาบาลรัฐถูกคาดหวังสูงกว่าสถานที่อื่น ภาพยุงในหอผู้ป่วยหรือแมลงสาบในโรงอาหาร กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงเร็วมากในยุคโซเชียล และมักถูกเชื่อมโยงไปยังคุณภาพการรักษาทั้งหมด แม้ว่าทีมแพทย์พยาบาลจะทำงานดีเพียงใดก็ตาม

4. งบประมาณและการตรวจสอบ

หากโรงพยาบาลจ้างบริษัทภายนอกพ่นแบบเร่งด่วนทุกครั้งที่มีปัญหา ค่าใช้จ่ายจะสะสมโดยไม่มีครุภัณฑ์เป็นของตัวเอง ในทางกลับกัน หากซื้อเครื่องพ่นที่ไม่เหมาะกับสถานพยาบาล ก็อาจไม่ได้ใช้งานจริงและถูกตั้งคำถามจากหน่วยตรวจสอบว่าจัดซื้อจัดจ้างมาอย่างคุ้มค่าหรือไม่

5. การประเมินคุณภาพและการบริหารความเสี่ยง

การจัดการสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยเป็นเรื่องที่โรงพยาบาลต้องแสดงหลักฐานได้ในการประเมินคุณภาพต่าง ๆ หากไม่มีแผน ไม่มีบันทึก และไม่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน ก็ยากจะอธิบายต่อผู้ประเมินว่าโรงพยาบาลควบคุมความเสี่ยงด้านแมลงพาหะอย่างเป็นระบบ

ทำไมวิธีเดิมจึงไม่เหมาะกับโรงพยาบาล

  1. ใช้เครื่องพ่นหมอกควันใกล้อาคารผู้ป่วย หมอกควันเหมาะกับงานกลางแจ้งในชุมชน แต่ควันหนา มองเห็นชัด และอาจรบกวนผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินหายใจ การใช้ในหรือใกล้อาคารผู้ป่วยจึงต้องระวังมาก และมักไม่ใช่ทางเลือกแรก
  2. พ่นทั่วไปโดยไม่แบ่งโซน โรงพยาบาลมีทั้งพื้นที่ที่พ่นได้ตามรอบ และพื้นที่ที่ไม่ควรพ่นเลยในช่วงมีผู้ป่วย การพ่นแบบเหมารวมเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
  3. ใช้สารเคมีเกินจำเป็น เครื่องที่ควบคุมปริมาณสารไม่ได้ ทำให้ใช้สารมากเกินไป เกิดกลิ่นตกค้าง และสิ้นเปลืองงบประมาณ
  4. ละเลยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ รางน้ำบนหลังคา ถาดรองกระถาง แอ่งน้ำใต้เครื่องปรับอากาศ และภาชนะในบ้านพักเจ้าหน้าที่ เป็นแหล่งลูกน้ำที่มักถูกมองข้าม
  5. ไม่มีผู้รับผิดชอบหลัก เมื่องานกระจายหลายฝ่าย ไม่มีใครรวบรวมข้อมูล ไม่มีตารางงาน และไม่มีใครรายงานผู้บริหาร
  6. ซื้อเครื่องราคาถูกที่ไม่มีบริการหลังการขาย เมื่อเครื่องเสียกลางฤดู ต้องกลับไปพึ่งบริษัทภายนอกอีกครั้ง
  7. ไม่ได้อบรมผู้ใช้เครื่อง เจ้าหน้าที่ไม่รู้วิธีตั้งขนาดละออง ไม่รู้ระยะเวลาที่ต้องปิดห้อง และไม่รู้วิธีระบายอากาศหลังพ่น

ศัพท์ที่ผู้บริหารควรรู้ (บรรทัดเดียว)

  • ULV (Ultra Low Volume): การพ่นละอองฝอยที่ใช้น้ำยาปริมาณน้อยมาก แตกเป็นละอองเล็กจำนวนมาก โดยไม่ใช้ความร้อน จึงไม่เกิดควันหนาแบบหมอกควัน
  • ไมครอน: หน่วยวัดขนาดละออง 1 ไมครอนเท่ากับหนึ่งในพันของมิลลิเมตร ละอองช่วง 15–30 ไมครอนลอยในอากาศได้นานพอสัมผัสตัวยุงและแมลงบิน
  • หมอกควัน: การใช้ความร้อนเปลี่ยนน้ำยาเป็นหมอกขาวที่มองเห็นได้ เหมาะกับงานกลางแจ้ง ลานโล่ง และพุ่มไม้
  • IC (Infection Control): คณะกรรมการหรือทีมป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล ผู้ที่ควรร่วมตัดสินใจทุกครั้งที่มีการพ่นสารในอาคาร

หลักการสำคัญ: แบ่งโรงพยาบาลเป็นโซนตามความเสี่ยง

การควบคุมแมลงในโรงพยาบาลไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า "จะพ่นอะไร" แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า "พื้นที่ไหนเสี่ยงแค่ไหน และใครอยู่ในพื้นที่นั้น" ตารางต่อไปนี้เป็นกรอบทั่วไปที่ผู้อำนวยการส่งให้ทีม IC และงานอาชีวอนามัยปรับใช้ได้ทันที

โซนตัวอย่างพื้นที่แมลงที่พบบ่อยแนวทางควบคุมช่วงเวลาที่เหมาะ
โซนภายนอกสวน ลานจอดรถ รอบอาคาร บ่อพักน้ำ แนวรั้วยุงลาย ยุงรำคาญกำจัดแหล่งน้ำขัง ตัดแต่งพุ่มไม้ พ่นละอองฝอยตามรอบเช้าตรู่หรือเย็น ลมสงบ
โซนบริการสนับสนุนโรงครัว โรงอาหาร ห้องพักขยะ ห้องซักฟอกแมลงสาบ แมลงวัน มดสุขาภิบาล ปิดช่องทางเข้า พ่นละอองฝอยเฉพาะจุดหลังเลิกงาน เก็บอาหารและภาชนะก่อนพ่นหลังปิดบริการ
โซนบริการผู้ป่วยนอกห้องรอตรวจ ห้องจ่ายยา ทางเดินยุงลาย แมลงสาบตรวจมุ้งลวด กำจัดแหล่งน้ำ พ่นเมื่อไม่มีผู้รับบริการ ระบายอากาศก่อนเปิดใช้นอกเวลาราชการหรือวันหยุด
โซนหอผู้ป่วยหอผู้ป่วยสามัญ หอผู้ป่วยเด็กยุงลายเน้นมุ้งลวด มุ้งสำหรับผู้ป่วยไข้เลือดออก ปิดประตู การพ่นทำเฉพาะเมื่อ IC อนุมัติและไม่มีผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่ตามที่ IC กำหนด
โซนวิกฤตห้องผ่าตัด ICU หอทารกแรกเกิดต้องไม่มีแมลงใช้มาตรการทางกายภาพและการทำความสะอาดเป็นหลัก ไม่พ่นเป็นประจำ หากจำเป็นต้องมีแผนเฉพาะที่ IC อนุมัติเฉพาะกรณี
โซนที่พักบุคลากรบ้านพัก แฟลตพยาบาลยุงลาย แมลงสาบรณรงค์ 3 เก็บ 3 โรค พ่นละอองฝอยตามรอบเช้าหรือเย็น

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไป โรงพยาบาลแต่ละแห่งควรปรับตามโครงสร้างอาคาร นโยบายของคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ และคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ 8 ข้อที่ผู้อำนวยการถามทีมได้ในการประชุมครั้งถัดไป

ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องรู้วิธีผสมสารหรือปรับหัวพ่น แต่ควรถามคำถามที่ถูกต้อง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบทำงานจริง

  1. ใครคือผู้รับผิดชอบหลักงานควบคุมยุงและแมลงของโรงพยาบาล และรายงานใคร
  2. เรามีแผนผังโซนความเสี่ยงที่ทีม IC เห็นชอบแล้วหรือยัง
  3. สัปดาห์ที่ผ่านมามีการสำรวจลูกน้ำรอบอาคารกี่จุด และพบลูกน้ำที่ไหนบ้าง
  4. หอผู้ป่วยที่รับผู้ป่วยไข้เลือดออกมีมุ้งและมุ้งลวดครบทุกเตียงหรือไม่
  5. เรามีเครื่องพ่นยุงของตัวเองที่เหมาะกับสถานพยาบาลหรือไม่ และพร้อมใช้งานกี่เครื่อง
  6. มีบันทึกการพ่นทุกครั้งหรือไม่ ระบุสาร ปริมาณ พื้นที่ และผู้ปฏิบัติ
  7. เจ้าหน้าที่ที่ใช้เครื่องผ่านการอบรมและมีอุปกรณ์ป้องกันครบหรือไม่
  8. เดือนที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับแมลงกี่เรื่อง และแก้ไขเสร็จภายในกี่วัน

หากคำตอบข้อใดยังไม่ชัด นั่นคือจุดที่ควรมอบหมายงานต่อทันที เช็กลิสต์นี้ส่งต่อให้รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร หัวหน้างานอาชีวอนามัย และประธานคณะกรรมการ IC ใช้ติดตามงานรายเดือนได้

แผน 90 วันแรกสำหรับโรงพยาบาลที่เพิ่งเริ่มวางระบบ

  • วันที่ 1–30: แต่งตั้งคณะทำงาน สำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ทั่วโรงพยาบาล จัดทำแผนผังโซน ซ่อมมุ้งลวดที่ชำรุด ตรวจสภาพเครื่องพ่นที่มีอยู่
  • วันที่ 31–60: ทีม IC อนุมัติแนวปฏิบัติการพ่นแต่ละโซน ขอใบเสนอราคาและสาธิตเครื่องพ่นละอองฝอย เริ่มบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ
  • วันที่ 61–90: ดำเนินการจัดซื้อตามระเบียบ อบรมผู้ใช้งาน เริ่มพ่นตามตารางในโซนภายนอกและโซนบริการสนับสนุน และรายงานผลต่อที่ประชุมผู้บริหาร

เครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U240: เครื่องมือที่แม่นยำสำหรับสถานพยาบาล

เมื่อโรงพยาบาลต้องการควบคุมยุงและแมลงแบบเฉพาะจุด ใช้สารปริมาณน้อย และเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ ได้คล่องตัว เครื่องพ่นละอองฝอย ULV คือเครื่องมือที่เหมาะกว่าการพ่นหมอกควันแบบกว้าง และ เครื่องพ่นละอองฝอย AIROFOG U240 คือรุ่นที่ World Health Disinfection แนะนำสำหรับงานนี้

ข้อมูลสำคัญของ U240

  • ผลิตจากประเทศเยอรมนี
  • ขนาดละอองประมาณ 15–30 ไมครอน เหมาะกับการควบคุมแมลงบินอย่างยุง
  • ใช้ได้ทั้งสารเคมีสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน
  • ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสียูวี
  • ถังน้ำยาขนาด 5 ลิตร
  • น้ำหนักเพียง 3.1 กิโลกรัม ถือเดินพ่นเฉพาะจุดได้สะดวก

สำหรับผู้บริหาร สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ตัวเครื่องคือผู้ขาย World Health Disinfection มีระบบคุณภาพ ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพสินค้า 100% ก่อนส่งมอบ มีบริการหลังการขายครบวงจร ช่างเทคนิค และอะไหล่ และสินค้าเป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ ช่วยให้การจัดซื้อจัดจ้างของโรงพยาบาลรัฐมีเอกสารประกอบที่ชัดเจน

ทำไม U240 จึงเหมาะกับโรงพยาบาล

โรงพยาบาลต้องการความแม่นยำมากกว่าปริมาณ ละอองขนาด 15–30 ไมครอนช่วยให้สารเคมีปริมาณน้อยครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายได้ น้ำหนักที่เบามากทำให้เจ้าหน้าที่หนึ่งคนพ่นเฉพาะจุดในโรงครัว ห้องพักขยะ ใต้บันได หรือแนวพุ่มไม้รอบอาคารได้คล่องตัว ตัวเครื่องที่ทนไฟและทนรังสียูวีช่วยให้ใช้งานทั้งในอาคารและกลางแจ้งได้อย่างมั่นใจ และการรองรับสารได้สองสูตรทำให้ทีม IC เลือกสารที่เหมาะกับแต่ละโซนได้

10 เหตุผลที่ผู้บริหารโรงพยาบาลรัฐเลือก AIROFOG U240

  1. แม่นยำเฉพาะจุด พ่นละอองฝอยเฉพาะพื้นที่เป้าหมาย ไม่ต้องพ่นทั้งอาคาร ลดผลกระทบต่อพื้นที่ที่มีผู้ป่วย
  2. ละอองขนาดเหมาะกับยุง ช่วง 15–30 ไมครอน ลอยในอากาศได้นานพอสัมผัสตัวยุงและแมลงบิน
  3. ใช้สารน้อย ระบบ ULV ช่วยลดปริมาณสารเคมีเมื่อเทียบกับการพ่นแบบละอองหยาบ ลดกลิ่นตกค้าง
  4. เบาเพียง 3.1 กิโลกรัม บุคลากรหญิงหรือเจ้าหน้าที่อาวุโสก็ใช้งานได้สะดวก ลดความล้า
  5. ถัง 5 ลิตร ขนาดพอดีกับงานพ่นหลายจุดต่อรอบ โดยไม่ต้องเติมบ่อย
  6. ทนไฟและทนรังสียูวี ตัวเครื่องออกแบบให้ทนทาน ใช้ได้ทั้งในอาคารและกลางแจ้ง
  7. ใช้สารได้สองสูตร รองรับทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ให้ทีม IC เลือกสารให้เหมาะกับโซน
  8. ครอบคลุมงานกำจัดแมลงทุกชนิด ใช้ได้ทั้งยุง แมลงวัน แมลงสาบ และมด ตามสารที่เลือก เครื่องเดียวคุ้มค่าหลายภารกิจ
  9. มีบริการหลังการขาย ช่าง อะไหล่ และการอบรมจากผู้จำหน่ายในประเทศ ดู รายละเอียด AIROFOG U240
  10. พร้อมสำหรับการตรวจสอบ ผู้ขายมี ISO และ GMP ตรวจคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ และสินค้าตรงมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ

ก่อน และ หลัง วางระบบควบคุมแมลงในโรงพยาบาล

ก่อน

  • ไม่มีเจ้าภาพหลัก งานกระจายหลายฝ่าย
  • ใช้เครื่องพ่นหมอกควันเก่า ไม่กล้าใช้ใกล้อาคารผู้ป่วย
  • จ้างบริษัทภายนอกแบบเร่งด่วนเมื่อมีปัญหา
  • ไม่มีบันทึกการพ่น ตอบคำถามผู้ประเมินไม่ได้
  • ญาติผู้ป่วยถ่ายรูปยุงและแมลงสาบลงโซเชียล

หลัง

  • มีคณะทำงานร่วม IC และงานอาชีวอนามัย
  • ใช้เครื่องพ่นละอองฝอย ULV เฉพาะจุด ตามแผนผังโซน
  • มีครุภัณฑ์ของตัวเอง พร้อมบริการหลังการขาย
  • มีบันทึกทุกครั้ง นำเสนอในการประเมินคุณภาพได้
  • ผู้ป่วยและญาติรู้สึกปลอดภัย เรื่องร้องเรียนลดลง

สิ่งที่ผู้บริหารได้รับ

  • ความเชื่อมั่นของประชาชน: ผู้ป่วยและญาติเห็นว่าโรงพยาบาลใส่ใจความปลอดภัยทุกรายละเอียด ไม่ใช่แค่การรักษา
  • เรื่องร้องเรียนลดลง: เมื่อมีระบบและผู้รับผิดชอบชัดเจน ปัญหาจะถูกแก้ก่อนกลายเป็นประเด็นบนโซเชียล
  • ผลลัพธ์ที่มองเห็นได้: แผนผังโซน ตารางพ่น และบันทึก เป็นหลักฐานที่นำเสนอต่อผู้ตรวจราชการและผู้ประเมินคุณภาพได้
  • ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า: ลดการจ้างภายนอกแบบเร่งด่วน มีครุภัณฑ์ที่ใช้ได้ทั้งปีหลายภารกิจ
  • การจัดซื้อที่พร้อมรับการตรวจสอบ: มีเหตุผลความจำเป็นเชื่อมโยงกับความปลอดภัยของผู้ป่วย สเปกชัดเจน และผู้ขายมีมาตรฐาน
  • ขวัญกำลังใจบุคลากร: บุคลากรรู้สึกว่าองค์กรดูแลความปลอดภัยของพวกเขาด้วย

สำหรับทีมสาธารณสุข: แนวปฏิบัติเชิงเทคนิคในโรงพยาบาล

  • ขออนุมัติจาก IC ทุกครั้งที่พ่นในอาคาร: ระบุพื้นที่ สาร ความเข้มข้น เวลาที่ต้องปิดห้อง และเวลาเปิดใช้พื้นที่อีกครั้ง
  • ไม่พ่นขณะมีผู้ป่วย: ย้ายผู้ป่วยหรือรอให้พื้นที่ว่าง ปิดหรือคลุมอุปกรณ์การแพทย์ อาหาร ยา และเวชภัณฑ์ก่อนพ่น
  • เลือกสารที่ขึ้นทะเบียน: ใช้ตามฉลาก เลือกสูตรน้ำหรือสูตรน้ำมันให้เหมาะกับพื้นที่ และพิจารณาหมุนเวียนกลุ่มสารเพื่อลดการดื้อสาร
  • ระบายอากาศหลังพ่น: กำหนดระยะเวลาปิดห้องและระบายอากาศตามคำแนะนำของฉลากสารและทีม IC ก่อนเปิดให้บริการ
  • ปกป้องผู้ปฏิบัติงาน: สวมหน้ากากกรองสารเคมี แว่นตา ถุงมือ และชุดป้องกันทุกครั้ง
  • ป้องกันผู้ป่วยไข้เลือดออกไม่ให้ถูกยุงกัด: ใช้มุ้งสำหรับผู้ป่วยในระยะที่มีไข้ ตรวจมุ้งลวด และปิดประตูหน้าต่าง ซึ่งเป็นมาตรการหลักในหอผู้ป่วย
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์: สำรวจรางน้ำ ถาดรองกระถาง ถาดน้ำทิ้งเครื่องปรับอากาศ และภาชนะรอบอาคารเป็นประจำทุกสัปดาห์
  • บันทึกข้อมูล: วันเวลา โซน สาร ปริมาณ ผู้พ่น และผลการสำรวจก่อนและหลัง เพื่อใช้ประเมินผลและนำเสนอในการประเมินคุณภาพ

แนวทางจัดซื้อจัดจ้างเครื่องพ่นยุงสำหรับโรงพยาบาลรัฐ

ต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไปที่ช่วยให้การจัดซื้อได้เครื่องที่ใช้งานได้จริงในบริบทสถานพยาบาล (ควรตรวจสอบรายละเอียดกับงานพัสดุตามระเบียบที่ใช้บังคับ)

1. เขียนเหตุผลความจำเป็นโดยเชื่อมกับความปลอดภัยของผู้ป่วย

ระบุข้อมูลผู้ป่วยไข้เลือดออกที่รับไว้รักษา พื้นที่ที่พบแมลง เรื่องร้องเรียนที่ผ่านมา และค่าใช้จ่ายการจ้างภายนอก เพื่อแสดงว่าการมีครุภัณฑ์ของตัวเองคุ้มค่ากว่า

2. คุณลักษณะที่ควรพิจารณา

  • เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ขนาดละอองระดับไมครอนที่เหมาะกับการควบคุมยุง
  • รองรับสารเคมีทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก เหมาะกับงานเฉพาะจุด
  • วัสดุตัวเครื่องทนทาน ใช้ได้ทั้งในอาคารและกลางแจ้ง
  • เอกสารแสดงแหล่งผลิตและมาตรฐานระบบคุณภาพของผู้ขาย
  • การรับประกัน บริการหลังการขาย อะไหล่ และการอบรมผู้ใช้งาน

3. ให้ทีม IC ร่วมเป็นกรรมการกำหนดคุณลักษณะหรือกรรมการตรวจรับ

ผู้ที่เข้าใจความเสี่ยงของผู้ป่วยจะช่วยให้สเปกตรงกับการใช้งานจริง และลดโอกาสได้เครื่องที่ไม่เหมาะกับสถานพยาบาล

4. คิดงบทั้งระบบ

กรอบคิดคือ "คิดจากจำนวนโซนที่ต้องพ่น คูณความถี่ต่อเดือน แล้วเทียบกับค่าจ้างภายนอกที่ผ่านมา" รวมถึงงบสารเคมี อุปกรณ์ป้องกัน และการบำรุงรักษา

5. ตรวจรับพร้อมสาธิตและอบรม

ในวันตรวจรับ ให้ผู้ขายสาธิตการเติมสาร การปรับละออง การพ่น และการล้างเครื่อง พร้อมมอบคู่มือและช่องทางติดต่อช่าง

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

(ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน เป็นมุมมองที่รวบรวมจากลักษณะงานทั่วไปของงานอาชีวอนามัยและทีมป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล ไม่ใช่คำพูดของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง)

"เมื่อก่อนพอมีคนร้องเรียนเรื่องยุง เราก็โทรเรียกบริษัทมาพ่น แล้วก็จบแค่นั้น พอผู้อำนวยการสั่งให้ทำแผนผังโซนร่วมกับทีม IC เราถึงเห็นว่าจุดปัญหาจริงคือรางน้ำบนหลังคากับห้องพักขยะหลังโรงครัว พอมีเครื่องพ่นละอองฝอยขนาดเล็กเป็นของตัวเอง เราพ่นเฉพาะจุดหลังเลิกงานได้ทันที ไม่ต้องรอใคร ใช้สารน้อยลง และมีบันทึกทุกครั้ง เวลามีผู้ประเมินมาถาม เราเปิดแฟ้มให้ดูได้เลย"

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. พ่นละอองฝอยในโรงพยาบาลปลอดภัยต่อผู้ป่วยหรือไม่

ปลอดภัยได้เมื่อทำตามระบบ คือพ่นเฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีผู้ป่วย ได้รับอนุมัติจากทีม IC ใช้สารที่ขึ้นทะเบียน และระบายอากาศก่อนเปิดใช้พื้นที่ ในหอผู้ป่วยควรเน้นมุ้งลวดและมุ้งเป็นมาตรการหลัก

2. ทำไมไม่ใช้เครื่องพ่นหมอกควันในโรงพยาบาล

เครื่องพ่นหมอกควันเหมาะกับงานกลางแจ้งในชุมชน แต่ควันหนาและมองเห็นชัด อาจรบกวนผู้ป่วยและทำให้เกิดความตื่นตระหนก สำหรับพื้นที่ภายในหรือใกล้อาคารผู้ป่วย เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ที่ควบคุมปริมาณสารได้แม่นยำกว่าจึงเหมาะกว่า

3. U240 ใช้กำจัดแมลงอะไรได้บ้าง

ใช้ควบคุมยุงเป็นหลัก และใช้กับแมลงวัน แมลงสาบ มด และแมลงอื่นได้ตามชนิดสารเคมีที่เลือกใช้และคำแนะนำบนฉลาก

4. ใครในโรงพยาบาลควรเป็นเจ้าภาพงานควบคุมแมลง

แนะนำให้งานอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ปฏิบัติหลัก โดยมีคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อเป็นผู้กำหนดนโยบายและอนุมัติการพ่นในอาคาร และมีรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารกำกับติดตาม

5. ควรพ่นบ่อยแค่ไหน

ขึ้นกับโซนและสถานการณ์ โซนภายนอกและที่พักบุคลากรอาจพ่นตามรอบในฤดูฝน โซนบริการสนับสนุนพ่นตามผลการสำรวจ ส่วนหอผู้ป่วยและโซนวิกฤตพ่นเฉพาะกรณีที่ทีม IC อนุมัติ ทั้งหมดควรทำคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์

6. ซื้อแล้วมีการอบรมหรือไม่

World Health Disinfection มีบริการหลังการขาย ช่างเทคนิค และอะไหล่ สอบถามรายละเอียดการอบรมและสาธิตได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก ติดต่อ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อขอข้อมูล AIROFOG U240 สำหรับประกอบคำของบ
  2. ขอสาธิตและอบรมการใช้งาน เชิญทีม IC และงานอาชีวอนามัยร่วมดูการสาธิต เพื่อกำหนดวิธีใช้ในแต่ละโซน
  3. ตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ บรรจุในแผนครุภัณฑ์ของโรงพยาบาล และดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้ได้เครื่องก่อนฤดูฝน

ให้โรงพยาบาลของท่านปลอดภัยจากยุงและแมลงพาหะอย่างเป็นระบบ

เครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U240 จากเยอรมนี ละออง 15–30 ไมครอน เบา 3.1 กิโลกรัม ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสียูวี พร้อมบริการหลังการขายจาก World Health Disinfection

ดูสินค้าและราคา U240 คลิกที่นี่

ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, ควบคุมแมลงในโรงพยาบาล, ผู้บริหารโรงพยาบาลรัฐ, AIROFOG U240

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้