Last updated: 24 ก.ย. 2569 | 46 จำนวนผู้เข้าชม |
คนที่อยู่ใกล้สารเคมีกำจัดยุงมากที่สุดไม่ใช่ประชาชน แต่คือเจ้าหน้าที่ผู้พ่นที่ต้องสะพายเครื่องเดินพ่นวันละหลายชั่วโมง ตลอดทั้งฤดูฝน บทความนี้จะพาหน่วยงานราชการทบทวนความเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม วิธีเลือกและใช้ PPE ให้ถูกต้อง การเลือกสารเคมีที่ขึ้นทะเบียน และเหตุผลที่เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ละอองละเอียดอย่าง AIROFOG U240 ช่วยให้ทีมควบคุมโรคทำงานได้ปลอดภัยขึ้นโดยไม่ลดประสิทธิภาพการกำจัดยุง
(ตัวอย่างสถานการณ์) ลุงประยูรเป็นพนักงานจ้างประจำงานควบคุมโรคของเทศบาลเมืองแห่งหนึ่งมาเกือบสิบปี ทุกปีเมื่อเข้าฤดูฝน ลุงคือคนที่ถูกเรียกใช้ก่อนเสมอ เพราะคุ้นเคยกับเครื่องพ่นหมอกควันรุ่นเก่าของเทศบาลดีที่สุด ปีนี้มีผู้ป่วยไข้เลือดออกกระจายหลายชุมชน รวมถึงโรงเรียนในสังกัดสองแห่ง คุณวิภา นักวิชาการสาธารณสุขผู้ดูแลงาน จึงจัดตารางให้ทีมออกพ่นเกือบทุกวันติดต่อกันสามสัปดาห์ ทั้งรอบบ้านผู้ป่วย อาคารเรียน และห้องประชุมของโรงเรียน
อุปกรณ์ป้องกันของลุงประยูรมีเพียงหน้ากากผ้าที่ซักใช้ซ้ำ หมวกแก๊ป เสื้อแขนยาวตัวเก่า และรองเท้าแตะ บางวันอากาศร้อนจัด ลุงถอดหน้ากากออกระหว่างพ่นเพราะหายใจไม่สะดวก ถุงมือยางที่ได้มาก็ขาดตั้งแต่สัปดาห์แรก หลังพ่นเสร็จลุงมักนั่งพักกินข้าวกลางวันใต้ต้นไม้ทั้งชุดเดิม ก่อนจะพ่นต่อในช่วงเย็น
เข้าสัปดาห์ที่สาม ลุงเริ่มมีอาการเวียนศีรษะ ปวดหัว คลื่นไส้ แสบตา และมีอาการชาซ่าที่ผิวหน้าหลังพ่นเสร็จ บางคืนนอนไม่หลับ ผิวที่แขนขึ้นผื่นแดงคัน สุดท้ายต้องไปพบแพทย์และลาป่วยหลายวัน ทีมที่มีคนพ่นเพียงสองคนจึงเหลือคนเดียว แผนการพ่นทั้งหมดต้องเลื่อนออกไป ขณะที่ชุมชนยังรายงานผู้ป่วยรายใหม่อย่างต่อเนื่อง
เมื่อคุณวิภาย้อนกลับไปทบทวน เธอพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวลุงประยูร แต่อยู่ที่ระบบทั้งหมด ตั้งแต่ไม่มีงบประมาณจัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน ไม่มีการอบรมเรื่องการสัมผัสสารเคมี ไม่มีการหมุนเวียนผู้พ่น และเครื่องพ่นที่ใช้อยู่ต้องใช้สารเคมีปริมาณมาก ละอองมีขนาดใหญ่ ตกค้างตามพื้นและเสื้อผ้าของผู้พ่นเอง ยิ่งเมื่อต้องพ่นภายในอาคารเรียน ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น
เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นเงียบ ๆ ในหน่วยงานจำนวนมาก เพราะงานพ่นยุงมักถูกมองว่าเป็นงานภาคสนามธรรมดา ไม่ได้รับความสำคัญด้านอาชีวอนามัยเท่าที่ควร ทั้งที่ผู้พ่นคือบุคลากรที่หน่วยงานขาดไม่ได้ในช่วงโรคระบาด บทความนี้จึงรวบรวมแนวทางที่หน่วยงานราชการนำไปใช้ได้จริง เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่ของท่าน ควบคู่กับการควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
สารเคมีกำจัดแมลงที่ใช้ในงานสาธารณสุขถูกออกแบบมาให้เป็นพิษต่อแมลงในปริมาณที่เหมาะสม แต่เมื่อผู้พ่นสัมผัสซ้ำ ๆ เป็นเวลานานโดยไม่มีการป้องกัน สารเหล่านี้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้สามทางหลัก คือ การหายใจเอาละอองเข้าไป การดูดซึมผ่านผิวหนัง โดยเฉพาะมือ แขน และใบหน้า และการกลืนกินโดยไม่ตั้งใจ เช่น การกินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่โดยไม่ล้างมือ อาการที่อาจพบได้มีตั้งแต่ระคายเคืองตา จมูก ลำคอ ผื่นคันตามผิวหนัง อาการชาหรือแสบร้อนที่ผิว ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ไปจนถึงอาการที่รุนแรงกว่าหากได้รับสารบางกลุ่มในปริมาณสูง
ผู้พ่นที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคผิวหนัง หรือผู้ที่ตั้งครรภ์ ควรได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ และไม่ควรมอบหมายงานพ่นสารเคมีโดยตรง นอกจากนี้ เครื่องพ่นหมอกควันแบบใช้ความร้อนยังมีเสียงดังและท่อพ่นร้อนจัด ทำให้มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินและการบาดเจ็บจากความร้อนเพิ่มเติมด้วย
การพ่นที่ใช้สารเคมีเกินจำเป็น ผสมผิดอัตรา หรือได้ละอองขนาดใหญ่ ไม่ได้ส่งผลเฉพาะผู้พ่น แต่ยังตกค้างตามพื้นผิว ภาชนะ และอาหารของประชาชน โดยเฉพาะในโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และบ้านที่มีผู้สูงอายุ หน่วยงานจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างการกำจัดยุงลายซึ่งเป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา กับการลดการสัมผัสสารเคมีที่ไม่จำเป็นของประชาชน
สารเคมีที่พ่นเป็นหยดใหญ่แล้วตกลงพื้นโดยไม่สัมผัสตัวยุง คืองบประมาณที่สูญเปล่า ยิ่งพ่นปริมาณมากก็ยิ่งต้องซื้อสารเคมีบ่อย เมื่อบวกกับค่ารักษาพยาบาล วันลาป่วย และค่าจ้างคนมาทดแทน ต้นทุนแฝงของการพ่นที่ไม่ปลอดภัยจึงสูงกว่าที่หลายหน่วยงานคาดคิด การลงทุนในอุปกรณ์ป้องกันและเครื่องพ่นที่ควบคุมขนาดละอองได้ดี จึงเป็นการลงทุนที่คืนทุนทั้งในแง่เงินและแง่คน
ภาพเจ้าหน้าที่พ่นยุงโดยไม่สวมหน้ากาก ใส่รองเท้าแตะ เดินฝ่ากลุ่มควันขาวหนาทึบ อาจถูกถ่ายและแชร์ในโซเชียลมีเดียพร้อมคำถามว่า "หน่วยงานดูแลคนของตัวเองอย่างไร" และ "สารเคมีที่พ่นปลอดภัยต่อเด็กหรือไม่" ในทางกลับกัน ทีมที่แต่งกายด้วยอุปกรณ์ป้องกันครบถ้วน แจ้งเตือนชาวบ้านล่วงหน้า และพ่นอย่างเป็นระบบ จะสร้างความเชื่อมั่นว่าหน่วยงานทำงานอย่างมืออาชีพและใส่ใจความปลอดภัยของทุกคน
หน่วยงานท้องถิ่นส่วนใหญ่มีผู้พ่นที่ผ่านการฝึกเพียงไม่กี่คน เมื่อคนใดคนหนึ่งเจ็บป่วยในช่วงระบาด แผนงานทั้งหมดสะดุดทันที คนที่เหลือต้องแบกงานเพิ่ม ยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งละเลยขั้นตอนความปลอดภัย กลายเป็นวงจรที่ทำให้มีคนป่วยเพิ่มขึ้นอีก การดูแลความปลอดภัยของผู้พ่นจึงไม่ใช่แค่เรื่องมนุษยธรรม แต่เป็นเรื่องของความต่อเนื่องในการควบคุมโรคโดยตรง
เมื่อเจ้าหน้าที่รู้สึกว่าหน่วยงานไม่ได้ใส่ใจความปลอดภัยของตน ก็จะไม่อยากรับงานพ่นยุง อสม. ที่เคยอาสาช่วยก็อาจถอยห่าง การหาคนใหม่มาทดแทนก็ยาก เพราะต้องใช้เวลาฝึกฝน ในทางกลับกัน หน่วยงานที่จัดหาอุปกรณ์ให้ครบ อบรมอย่างจริงจัง และใช้เครื่องมือที่ทันสมัย จะมีทีมที่มั่นใจและพร้อมออกปฏิบัติงานทุกครั้งที่มีรายงานผู้ป่วย
หลายหน่วยงานแจกหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ให้ผู้พ่น ซึ่งออกแบบมาเพื่อป้องกันละอองน้ำลายหรือฝุ่นบางชนิด ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกรองละอองและไอระเหยของสารเคมีกำจัดแมลง เมื่อผ้าชุ่มสารเคมีก็ยิ่งกลายเป็นแหล่งสัมผัสที่ติดอยู่กับจมูกและปากตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
บางหน่วยงานมีหน้ากากชนิดไส้กรองแล้ว แต่ใช้ไส้กรองเดิมทั้งฤดูกาลโดยไม่เคยเปลี่ยน สวมหน้ากากหลวมไม่แนบใบหน้า เก็บหน้ากากไว้ในรถที่ร้อนจัดปะปนกับถังสารเคมี หรือถอดหน้ากากทุกครั้งที่รู้สึกร้อน อุปกรณ์ที่ดีจึงไม่สามารถป้องกันได้ตามที่ควรเป็น ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการอบรมและการกำกับดูแลอย่างสม่ำเสมอ
ความเชื่อที่ผิดที่พบบ่อยคือ "ผสมเข้มขึ้นอีกหน่อย ยุงจะได้ตายเยอะ" ความจริงคือการผสมเกินอัตราที่ฉลากกำหนดไม่ได้ทำให้การควบคุมยุงดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อผู้พ่นและประชาชน เพิ่มค่าใช้จ่าย และอาจเร่งให้ยุงดื้อต่อสารเคมีเร็วขึ้น สิ่งที่มีผลต่อประสิทธิภาพจริง ๆ คือ ขนาดละอองที่เหมาะสม เวลาพ่นที่ถูกต้อง และการพ่นให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย
เครื่องพ่นรุ่นเก่าหรือเครื่องที่ชำรุดมักให้ละอองขนาดใหญ่ไม่สม่ำเสมอ ละอองใหญ่ตกลงพื้นเร็วโดยไม่ได้ลอยสัมผัสตัวยุง ทำให้ต้องใช้สารเคมีปริมาณมากขึ้นเพื่อชดเชย ส่วนละอองที่ตกค้างก็เปรอะเปื้อนเสื้อผ้าและผิวหนังของผู้พ่นเอง ในงานพ่นภายในอาคาร การมีละอองขนาดใหญ่ยังทำให้พื้นลื่นและพื้นผิวเปียกชื้นด้วยสารเคมี
สารเคมีราคาถูกที่ไม่มีฉลากภาษาไทยครบถ้วน ไม่มีเลขทะเบียน หรือแบ่งบรรจุขายโดยไม่ทราบแหล่งที่มา อาจมีส่วนผสมไม่ตรงตามที่อ้าง ทำให้ทั้งไม่ได้ผลและเป็นอันตราย หน่วยงานราชการจึงควรจัดซื้อเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นวัตถุอันตรายที่ใช้ในทางสาธารณสุขกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างถูกต้อง มีฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ครบถ้วน
การให้คนคนเดียวพ่นทุกวันติดต่อกันหลายสัปดาห์ โดยไม่มีวันพัก ไม่มีการตรวจสุขภาพก่อนและหลังฤดูกาล คือสูตรสำเร็จของการเจ็บป่วยจากการทำงาน หน่วยงานควรจัดตารางหมุนเวียน จำกัดชั่วโมงพ่นต่อวันให้เหมาะสม และจัดให้มีการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงของสารเคมีที่ใช้ตามคำแนะนำของแพทย์
AIROFOG U240 คือเครื่องพ่นละอองฝอยระบบ ULV (Ultra Low Volume) จากประเทศเยอรมนี ออกแบบมาเพื่อสร้างละอองสารเคมีขนาดเล็กมากในช่วงประมาณ 15–30 ไมครอน ละอองขนาดนี้ลอยตัวอยู่ในอากาศได้นานพอที่จะสัมผัสกับตัวยุงและแมลงที่บินอยู่ แทนที่จะตกลงพื้นอย่างรวดเร็วเหมือนละอองขนาดใหญ่ หลักการของระบบ ULV คือใช้สารเคมีปริมาณน้อยแต่กระจายเป็นละอองละเอียดจำนวนมาก จึงช่วยให้หน่วยงานใช้สารเคมีได้อย่างคุ้มค่าและลดการตกค้างที่ไม่จำเป็น
ประการแรก ละอองละเอียดช่วยลดปริมาณสารเคมีที่ต้องใช้ เมื่อละอองมีขนาดเหมาะสมและสม่ำเสมอ สารเคมีแต่ละหยดก็มีโอกาสสัมผัสยุงมากขึ้น หน่วยงานจึงไม่ต้องชดเชยด้วยการพ่นปริมาณมากหรือผสมเข้มข้นเกินกำหนด ปริมาณสารเคมีที่ผู้พ่นต้องสัมผัสในแต่ละวันก็ลดลงตามไปด้วย
ประการที่สอง ไม่ใช้การเผาไหม้แบบเครื่องพ่นหมอกควัน เครื่องพ่นละอองฝอย ULV สร้างละอองโดยไม่ต้องใช้ห้องเผาไหม้และท่อพ่นที่ร้อนจัด จึงลดความเสี่ยงจากการถูกความร้อนลวกระหว่างปฏิบัติงาน และตัวเครื่อง U240 ยังออกแบบให้ทนไฟ เพิ่มความมั่นใจเมื่อใช้งานในพื้นที่ต่าง ๆ
ประการที่สาม น้ำหนักเบาเพียง 3.1 กิโลกรัม ผู้พ่นจึงควบคุมทิศทางละอองได้แม่นยำ ไม่ต้องฝืนแบกเครื่องหนักจนล้าและเผลอยกหัวพ่นเข้าหาตัวเอง ความเมื่อยล้าที่ลดลงยังช่วยให้ผู้พ่นมีสมาธิกับขั้นตอนความปลอดภัยได้ดีขึ้น
ประการที่สี่ เหมาะกับการพ่นภายในอาคาร เช่น ห้องเรียน ห้องประชุม สำนักงาน และอาคารสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยุงลายชอบเกาะพัก การใช้ละอองละเอียดในพื้นที่ปิดช่วยให้ครอบคลุมทั่วถึงโดยไม่ทำให้พื้นผิวเปียกชุ่มสารเคมีเหมือนละอองขนาดใหญ่
ประการที่ห้า รองรับทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน หน่วยงานเลือกสารเคมีที่ขึ้นทะเบียนและมีความเหมาะสมกับพื้นที่ได้หลากหลาย เช่น เลือกสูตรน้ำสำหรับงานในอาคารที่ต้องการลดกลิ่นและคราบ ตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์
อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดของสารเคมีและลักษณะงาน ควรอ่านฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ของผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง ต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไปที่ใช้ได้กับงานพ่นยุงของหน่วยงานส่วนใหญ่
ใช้หน้ากากชนิดมีไส้กรองที่ออกแบบมาสำหรับไอระเหยของสารเคมีและละอองอนุภาค แทนหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เลือกขนาดที่แนบกับใบหน้าของผู้สวม ทดสอบการรั่วทุกครั้งก่อนเข้าพื้นที่ เปลี่ยนไส้กรองตามคำแนะนำของผู้ผลิตหรือทันทีที่เริ่มได้กลิ่นสารเคมีผ่านหน้ากาก ผู้ที่ไว้หนวดเคราอาจทำให้หน้ากากแนบไม่สนิท ควรพิจารณาเป็นพิเศษ
สวมแว่นครอบตาชนิดกันสารเคมีกระเซ็น หรือใช้หน้ากากแบบเต็มหน้าที่ป้องกันทั้งตาและระบบหายใจในคราวเดียว โดยเฉพาะขณะเทและผสมสารเคมี ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีความเสี่ยงต่อการกระเซ็นสูงที่สุด
ใช้ถุงมือชนิดทนสารเคมี เช่น ถุงมือไนไตรล์ที่มีความหนาเหมาะสม ไม่ใช้ถุงมือผ้าหรือถุงมือหนังที่ดูดซับสารเคมี ตรวจรอยรั่วก่อนสวม ล้างถุงมือก่อนถอดออก และเปลี่ยนใหม่เมื่อชำรุด ควรสวมให้ปลายแขนเสื้ออยู่ด้านนอกถุงมือเพื่อไม่ให้สารเคมีไหลเข้าไปในถุงมือ
สวมชุดแขนยาวขายาวที่ปกคลุมผิวหนังมิดชิด หรือชุดป้องกันสารเคมีชนิดใช้แล้วทิ้งสำหรับงานพ่นในอาคารหรืองานที่มีความเข้มข้นสูง สวมรองเท้าบูทยางและให้ขากางเกงอยู่ด้านนอกบูท หมวกช่วยป้องกันละอองตกลงบนศีรษะ
สำหรับผู้ที่ใช้เครื่องพ่นหมอกควันหรือเครื่องยนต์ที่มีเสียงดังต่อเนื่อง ควรใช้ที่ครอบหูหรือที่อุดหูลดเสียงเพื่อป้องกันการสูญเสียการได้ยินในระยะยาว
ที่สำคัญ การพ่นเป็นเพียงหนึ่งในมาตรการควบคุมโรค ต้องทำควบคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรคของกรมควบคุมโรค ยิ่งชุมชนช่วยกันกำจัดแหล่งน้ำขังได้ดีเท่าไร ความจำเป็นในการพ่นสารเคมีก็จะยิ่งลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย
เครื่องพ่นยุงจัดเป็นครุภัณฑ์ ส่วนหน้ากาก ไส้กรอง ถุงมือ ชุดป้องกัน และสารเคมีมักเป็นวัสดุสิ้นเปลือง หน่วยงานควรตั้งงบประมาณทั้งสองส่วนควบคู่กัน อย่าซื้อเครื่องพ่นละอองฝอยคุณภาพดีแต่ไม่มีงบสำหรับ PPE เพราะความปลอดภัยของผู้พ่นขึ้นอยู่กับทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ป้องกัน
กำหนดให้สารเคมีที่จัดซื้อต้องขึ้นทะเบียนถูกต้อง มีฉลากภาษาไทยและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย ควรพิจารณาหมุนเวียนกลุ่มสารเคมีตามคำแนะนำของหน่วยงานวิชาการด้านควบคุมโรคในพื้นที่ เพื่อชะลอการดื้อสารเคมีของยุง ศึกษาเครื่องพ่นยุงราชการรุ่นอื่นได้ที่ ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ
U240 เหมาะกับงานพ่นในอาคารและรอบบ้านผู้ป่วยที่ต้องการความคล่องตัว หากหน่วยงานต้องการเครื่องพ่นละอองฝอยแบบไม่ต้องใช้สายไฟสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีปลั๊ก อาจพิจารณา AIROFOG AIROSTAR แบบแบตเตอรี่ และสำหรับงานพ่นกลางแจ้งพื้นที่กว้างที่ต้องการหมอกควัน อาจใช้ร่วมกับ เครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35
"สมัยก่อนพวกเราคิดว่าพ่นยุงก็แค่ใส่หน้ากากผ้าแล้วออกไปพ่น กลับบ้านมาปวดหัวก็คิดว่าเพราะแดดร้อน พอหัวหน้าส่งไปอบรมเรื่องสารเคมี ได้หน้ากากไส้กรองกับแว่นครอบตา มีตารางผลัดกันพ่น แล้วเปลี่ยนมาใช้เครื่องพ่นละอองฝอยที่ละอองละเอียด ใช้น้ำยาน้อยลง เครื่องเบาถือพ่นในห้องเรียนได้สบาย อาการปวดหัวหลังเลิกงานก็ไม่ค่อยมีแล้ว ครูที่โรงเรียนเห็นพวกเราแต่งตัวครบก็มั่นใจ ให้ความร่วมมือดีขึ้นมาก"
หมายเหตุ: เป็นตัวอย่างมุมมองที่เรียบเรียงจากลักษณะงานที่พบบ่อยในหน่วยงานท้องถิ่น ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของบุคคลหรือหน่วยงานใดโดยเฉพาะ
ไม่เพียงพอ หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้าไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกรองไอระเหยของสารเคมี ควรใช้หน้ากากชนิดมีไส้กรองที่เหมาะกับสารเคมีที่ใช้ และเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด
ระบบ ULV แตกสารเคมีปริมาณน้อยเป็นละอองละเอียดจำนวนมาก ละอองขนาดประมาณ 15–30 ไมครอนของ U240 ลอยตัวสัมผัสยุงได้ดีกว่าละอองขนาดใหญ่ที่ตกลงพื้นเร็ว จึงไม่ต้องชดเชยด้วยการพ่นปริมาณมาก
ได้ เครื่องพ่นละอองฝอย ULV เหมาะกับการพ่นภายในอาคาร โดยต้องพ่นในช่วงที่ไม่มีคน เก็บอาหารและภาชนะใส่น้ำ และรอระยะเวลาก่อนกลับเข้าพื้นที่ตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ใช้
ตรวจดูฉลากว่ามีเลขทะเบียนวัตถุอันตรายที่ใช้ในทางสาธารณสุข ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ส่วนประกอบ วิธีใช้ ข้อควรระวัง และวิธีแก้พิษเป็นภาษาไทยครบถ้วน และขอเอกสารข้อมูลความปลอดภัยจากผู้ขาย
หยุดพ่นทันที ออกไปยังที่อากาศบริสุทธิ์ ถอดชุดที่เปื้อนสารเคมี ล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หากอาการไม่ดีขึ้นให้รีบพบแพทย์พร้อมนำฉลากสารเคมีไปด้วย หรือโทรปรึกษาศูนย์พิษวิทยา 1367
ขึ้นอยู่กับชนิดสารเคมี สภาพอากาศ และลักษณะงาน หลักสำคัญคือควรมีการพักเป็นระยะ หมุนเวียนผู้พ่น ไม่ให้คนเดียวรับงานหนักต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และมีการเฝ้าระวังสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์
World Health Disinfection มีบริการหลังการขาย ทีมช่าง และให้คำแนะนำการใช้งานอย่างปลอดภัย ติดต่อได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
ขอใบเสนอราคา สเปกสำหรับจัดซื้อจัดจ้าง และคำแนะนำการใช้งานอย่างปลอดภัยได้ทันที
ดูสินค้าและราคา AIROFOG U240 คลิกที่นี่
ดูศูนย์รวมครุภัณฑ์กำจัดยุงและแมลงทั้งหมด
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #ความปลอดภัยผู้พ่นยุง #AIROFOGU240
คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล, PPE, AIROFOG U240