เครื่องพ่นยุงไร้สายสำหรับศูนย์อพยพและศูนย์พักพิงชั่วคราว: เมื่อไฟดับ คนแออัด และยุงมาพร้อมน้ำท่วม AIROSTAR คือคำตอบ

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  21 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นยุงละอองฝอย

เครื่องพ่นยุงไร้สายสำหรับศูนย์อพยพและศูนย์พักพิงชั่วคราว: เมื่อไฟดับ คนแออัด และยุงมาพร้อมน้ำท่วม AIROSTAR คือคำตอบ

ภัยพิบัติไม่ได้จบลงเมื่อผู้คนอพยพถึงที่ปลอดภัย ในศูนย์พักพิงที่คนหลายร้อยคนต้องนอนรวมกัน ไฟฟ้าไม่เสถียร น้ำขังอยู่รอบอาคาร และยุงเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงโรคติดต่อนำโดยแมลงจะตามมาอย่างเงียบ ๆ บทความนี้อธิบายว่าทำไมหน่วยงานท้องถิ่น งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทีมสาธารณสุข ควรมีเครื่องพ่นละอองฝอยแบบแบตเตอรี่ที่พกพาได้ไว้ในชุดเตรียมพร้อมรับภัย

คืนที่สามในศูนย์พักพิงโรงเรียนริมแม่น้ำ (ตัวอย่างสถานการณ์)

คุณประเสริฐ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในภาคกลาง ได้รับคำสั่งให้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวที่อาคารอเนกประสงค์ของโรงเรียนประจำตำบล หลังจากแม่น้ำเอ่อล้นท่วมหมู่บ้านริมตลิ่งห้าหมู่บ้านพร้อมกัน ภายในสองวัน ผู้ประสบภัยกว่าสามร้อยคนย้ายเข้ามาอยู่ในอาคารเดียว มีทั้งผู้สูงอายุติดเตียง เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องกินยาต่อเนื่อง

ไฟฟ้าในตำบลถูกตัดเป็นช่วง ๆ เพื่อความปลอดภัย ศูนย์พักพิงมีเพียงเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กหนึ่งเครื่อง ซึ่งต้องใช้กับหลอดไฟ พัดลม ตู้เย็นเก็บยาอินซูลิน และการชาร์จโทรศัพท์ของผู้ประสบภัยที่ต้องติดต่อญาติ น้ำฝนขังอยู่ในยางรถยนต์เก่าหลังโรงอาหาร ในกระถางต้นไม้ และในภาชนะที่ผู้ประสบภัยนำติดตัวมาจากบ้าน ถึงคืนที่สาม เสียงยุงดังไปทั่วอาคาร เด็กร้องไห้เพราะถูกกัด ผู้สูงอายุนอนไม่หลับ และ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ที่มาช่วยงานรายงานว่ามีเด็กสองคนเริ่มมีไข้

คุณประเสริฐโทรหาหัวหน้าสำนักปลัดเพื่อขอเครื่องพ่นยุงจากคลังของ อบต. เครื่องที่มีคือเครื่องพ่นหมอกควันแบบใช้น้ำมันสองเครื่อง เครื่องหนึ่งจมน้ำอยู่ในโกดังที่ถูกน้ำท่วม อีกเครื่องหนึ่งใช้ได้ แต่ควันหนาและเสียงดัง ไม่เหมาะจะพ่นในอาคารที่มีคนนอนเบียดกันเต็มพื้นที่ และน้ำมันเชื้อเพลิงเองก็ขาดแคลนเพราะถนนถูกตัดขาด

ปัญหาของเขาจึงชัดเจน เขาต้องการเครื่องพ่นยุงที่ไม่ต้องเสียบปลั๊ก ไม่ต้องใช้น้ำมัน พกพาได้ด้วยคนเดียว เดินพ่นตามซอกมุมรอบอาคาร ห้องน้ำชั่วคราว และจุดทิ้งขยะได้ และสามารถนำขึ้นเรือไปพ่นในจุดที่ยังมีผู้ประสบภัยพักอาศัยอยู่บนชั้นสองของบ้านได้ด้วย

ทำไมศูนย์พักพิงจึงเป็นพื้นที่เสี่ยงโรคที่มียุงเป็นพาหะ

1. ความเสี่ยงด้านสุขภาพ: คนแออัด ภูมิต้านทานลด และแหล่งน้ำขังเพิ่มขึ้น

หลังน้ำท่วมหรือพายุ แหล่งน้ำขังเกิดขึ้นทุกหนแห่ง ทั้งภาชนะ ยางรถยนต์ เศษวัสดุ และแอ่งน้ำรอบอาคาร ยุงลายวางไข่ในน้ำนิ่งที่ค่อนข้างใส ส่วนยุงรำคาญชอบน้ำขังที่มีความสกปรก เมื่อผู้ประสบภัยจำนวนมากนอนรวมกันโดยไม่มีมุ้งเพียงพอ ยุงจึงหาเหยื่อได้ง่าย หากมีผู้ติดเชื้อไข้เลือดออกเพียงคนเดียวในศูนย์พักพิง ยุงลายที่กัดคนนั้นก็อาจแพร่เชื้อต่อไปยังคนอื่นได้ในเวลาไม่นาน

ไข้เลือดออกทำให้มีไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีจุดเลือดออก และในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะช็อก ยุงลายยังเป็นพาหะของโรคชิคุนกุนยาซึ่งทำให้ปวดข้ออย่างมาก และโรคติดเชื้อไวรัสซิกาซึ่งเป็นข้อกังวลสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ในพื้นที่ป่าเขาหรือชายแดน ยุงก้นปล่องยังเป็นพาหะของมาลาเรียด้วย กลุ่มที่เปราะบางที่สุดในศูนย์พักพิงคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งเป็นคนกลุ่มที่มักถูกอพยพมาเป็นลำดับแรก

นอกจากยุงแล้ว แมลงวันที่ตอมขยะและห้องน้ำชั่วคราวก็เป็นพาหะนำเชื้อโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น อุจจาระร่วง ซึ่งพบได้บ่อยในช่วงภัยพิบัติที่การจัดการขยะและสุขาภิบาลทำได้ยาก การควบคุมแมลงในศูนย์พักพิงจึงต้องคิดแบบภาพรวม คือกำจัดแมลงทุกชนิดที่เป็นพาหะนำโรค ไม่ใช่เฉพาะยุงเท่านั้น

2. ความเสี่ยงด้านงบประมาณ: ภัยซ้อนภัยทำให้ต้นทุนพุ่ง

งบประมาณในช่วงภัยพิบัติถูกใช้ไปกับอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค เรือ และการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน หากเกิดการระบาดของโรคไข้เลือดออกซ้อนขึ้นในศูนย์พักพิง หน่วยงานต้องเสียค่ารักษาพยาบาล ค่าส่งต่อผู้ป่วยในสภาพถนนที่ถูกตัดขาด และค่าใช้จ่ายในการควบคุมการระบาดที่ใหญ่กว่าการป้องกันตั้งแต่ต้นหลายเท่า การมีเครื่องพ่นยุงที่พร้อมใช้งานในชุดเตรียมพร้อมรับภัยจึงเป็นการลงทุนป้องกันที่คุ้มค่า

3. ความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชน

ในช่วงภัยพิบัติ ทุกสายตาจับจ้องไปที่หน่วยงานรัฐ สื่อมวลชนและผู้ประสบภัยเองถ่ายภาพและวิดีโอสภาพในศูนย์พักพิงเผยแพร่ตลอดเวลา ภาพเด็กถูกยุงกัดจนตัวลาย หรือข่าวผู้ประสบภัยป่วยเป็นไข้เลือดออกในศูนย์พักพิง อาจกลายเป็นประเด็นที่ทำให้การทำงานหนักของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดถูกมองข้าม ในทางกลับกัน ภาพเจ้าหน้าที่เดินพ่นยุงอย่างเป็นระบบทุกเช้าเย็นสะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ใส่ใจ และสร้างความอุ่นใจให้ผู้ประสบภัย

4. ภาระงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ล้นมือ

เจ้าหน้าที่ อบต. เทศบาล และอาสาสมัครในช่วงภัยพิบัติต้องทำงานเกือบตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งลงทะเบียนผู้ประสบภัย แจกจ่ายสิ่งของ ดูแลผู้ป่วย และประสานหน่วยงานต่าง ๆ เครื่องมือที่ต้องผสมน้ำมัน อุ่นเครื่องนาน หรือสตาร์ตยาก จะถูกวางไว้ก่อนเสมอ เครื่องมือที่ดีสำหรับสถานการณ์นี้ต้องหยิบใช้ได้ทันที ใครก็ใช้ได้หลังอบรมสั้น ๆ และไม่เพิ่มภาระงานให้ทีม

ทำไมวิธีเดิมจึงใช้ไม่ได้ในศูนย์พักพิง

เครื่องพ่นหมอกควันใช้ในอาคารที่มีคนนอนเต็มไม่ได้: เครื่องพ่นหมอกควันเหมาะกับการพ่นกลางแจ้งในพื้นที่กว้าง แต่ศูนย์พักพิงคือห้องโถงที่มีคนนอนเต็มพื้น การพ่นควันหนาในอาคารแบบนี้ต้องย้ายคนทั้งหมดออก ซึ่งทำไม่ได้จริงในช่วงฝนตกหรือกลางคืน อีกทั้งเครื่องยนต์ยังต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มักขาดแคลนในช่วงภัยพิบัติ

เครื่องพ่นไฟฟ้าแบบเสียบสายไม่มีไฟให้ใช้: เครื่องพ่นละอองฝอยระบบไฟฟ้าเหมาะกับอาคารที่มีไฟฟ้าเสถียร แต่ในศูนย์พักพิงช่วงภัยพิบัติ ไฟฟ้ามักถูกตัดหรือจ่ายเป็นช่วง ๆ ไฟจากเครื่องปั่นไฟต้องสงวนไว้สำหรับอุปกรณ์จำเป็น การลากสายไฟยาวผ่านพื้นที่ที่มีคนนอนและมีน้ำขังยังเสี่ยงต่ออุบัติเหตุไฟฟ้าอีกด้วย

เครื่องจมน้ำหรือไม่ได้ดูแลรักษา: หลายหน่วยงานเก็บเครื่องพ่นยุงไว้ในโกดังชั้นล่าง เมื่อน้ำท่วม เครื่องก็เสียหายไปพร้อมกัน หรือเครื่องที่ไม่ได้ใช้งานมานานก็สตาร์ตไม่ติดเมื่อต้องการใช้จริง

พึ่งพายาจุดกันยุงและสเปรย์กระป๋อง: การแจกยาจุดกันยุงในอาคารที่มีคนหลายร้อยคนทำให้เกิดควันสะสมและเสี่ยงไฟไหม้ ส่วนสเปรย์กระป๋องมีปริมาณน้อย ครอบคลุมพื้นที่ไม่ได้ และต้นทุนต่อพื้นที่สูง

พ่นแล้วไม่จัดการแหล่งเพาะพันธุ์: ถ้าพ่นกำจัดยุงตัวเต็มวัยแต่ปล่อยให้น้ำขังในภาชนะรอบศูนย์ ยุงรุ่นใหม่ก็จะเกิดขึ้นภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ การพ่นต้องทำควบคู่กับการคว่ำภาชนะและเก็บขยะเสมอ

เครื่องราคาถูกไม่มีบริการหลังการขาย: ในภาวะฉุกเฉิน ไม่มีเวลารออะไหล่จากต่างประเทศ เครื่องที่ไม่มีผู้แทนจำหน่ายและช่างในประเทศจึงเป็นความเสี่ยงที่หน่วยงานไม่ควรรับไว้

ทางออก: AIROFOG AIROSTAR เครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบแบตเตอรี่ ไร้สาย พกพาได้

AIROFOG AIROSTAR คือเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ไม่ต้องเสียบสายไฟ ไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จัดจำหน่ายและดูแลบริการหลังการขายโดยบริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด (WHD) คุณสมบัติหลักของเครื่องรุ่นนี้ตรงกับสิ่งที่ศูนย์พักพิงต้องการแทบทุกข้อ

  • ไร้สาย ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน: ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าจากอาคารระหว่างใช้งาน เดินพ่นได้อิสระทั้งในอาคาร รอบอาคาร และในจุดที่ไม่มีปลั๊กไฟ
  • ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง: เพียงพอสำหรับการเดินพ่นรอบศูนย์พักพิงขนาดกลางหนึ่งรอบ และสามารถชาร์จไว้ล่วงหน้าในช่วงที่มีไฟฟ้า หรือชาร์จจากเครื่องปั่นไฟในช่วงที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์อื่น
  • ระยะพ่นไกลสูงสุดประมาณ 11 เมตร: พ่นเข้าถึงพุ่มไม้ ใต้ถุนอาคาร ท่อระบายน้ำ และมุมที่เดินเข้าไปได้ยาก โดยผู้พ่นไม่ต้องเข้าไปใกล้แหล่งน้ำขังหรือพื้นที่ลื่น
  • ละอองฝอยแบบ ULV: ใช้น้ำยาปริมาณน้อยแต่กระจายเป็นละอองเล็กจำนวนมาก ไม่มีควันหนา ลดความเปียกชื้น และเหมาะกับการพ่นในพื้นที่ที่ต้องกลับมาใช้งานได้เร็ว
  • พกพาง่าย ใช้คนเดียวได้: ยกขึ้นรถกระบะ ขึ้นเรือท้องแบน หรือเดินขึ้นชั้นสองของบ้านที่ยังมีผู้ประสบภัยพักอาศัยได้สะดวก

สำหรับงานควบคุมยุงในศูนย์พักพิง เจ้าหน้าที่ใช้สารกำจัดแมลงที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามอัตราที่ระบุบนฉลาก พ่นรอบอาคาร ห้องน้ำชั่วคราว จุดรวมขยะ และจุดที่ยุงเกาะพัก เช่น พุ่มไม้และมุมมืด ส่วนการพ่นในอาคารนอน ควรจัดโซนให้ผู้ประสบภัยย้ายออกชั่วคราวระหว่างพ่นและช่วงรอระบายอากาศตามฉลาก ซึ่งการพ่นแบบละอองฝอยที่ไม่มีควันหนาทำให้วางแผนหมุนเวียนทีละโซนได้ง่ายกว่ามาก

เมื่อใช้ร่วมกับสารที่เหมาะสมกับแมลงเป้าหมาย AIROSTAR ยังช่วยงานกำจัดแมลงทุกชนิดที่มักพบในศูนย์พักพิง เช่น แมลงวันบริเวณโรงครัวและจุดรวมขยะ ซึ่งเป็นพาหะของโรคระบบทางเดินอาหาร ทำให้เครื่องเดียวรองรับงานสุขาภิบาลได้หลายด้าน

WHD ได้รับการรับรองระบบ ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพเครื่องทุกเครื่อง 100% ก่อนส่งมอบ มีช่างเทคนิค อะไหล่ และบริการหลังการขายเต็มรูปแบบ ผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ ทำให้ อบต. เทศบาล และหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดซื้อจัดจ้างเข้าคลังเตรียมพร้อมรับภัยได้อย่างมั่นใจ

10 เหตุผลที่ AIROSTAR ควรอยู่ในชุดเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ

  1. ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าหรือน้ำมันระหว่างใช้งาน ทำงานได้แม้ไฟดับและถนนถูกตัดขาด ซึ่งเป็นสถานการณ์ปกติของภัยพิบัติ
  2. ใช้งานได้นานสูงสุดราว 60 นาทีต่อการชาร์จ ครอบคลุมรอบการพ่นเช้าและเย็นของศูนย์พักพิงขนาดกลาง หากมีแบตเตอรี่สำรองก็ต่อเวลาได้ต่อเนื่อง
  3. พ่นไกลถึงประมาณ 11 เมตร เข้าถึงพุ่มไม้ ใต้ถุน และจุดน้ำขังโดยไม่ต้องลุยน้ำ ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุของเจ้าหน้าที่
  4. ไม่มีควันหนาและเปลวไฟ ลดความตื่นตระหนกของผู้ประสบภัย ไม่ทำให้เด็กและผู้สูงอายุแสบตาหรือสำลักควัน
  5. ไม่มีสายไฟลากผ่านพื้นที่เปียก ลดความเสี่ยงไฟฟ้าช็อตในอาคารที่มีน้ำขังและคนเดินพลุกพล่าน
  6. น้ำหนักเบา พกพาขึ้นรถหรือเรือได้ ใช้ได้ทั้งในศูนย์พักพิงหลัก และจุดพักพิงย่อยตามบ้านเรือนที่ยังมีคนอาศัยอยู่
  7. หลักการ ULV ประหยัดน้ำยา สำคัญมากในช่วงที่การขนส่งเวชภัณฑ์และสารเคมีทำได้ยาก
  8. ใช้งานง่าย อาสาสมัครเรียนรู้ได้เร็ว เปิดเครื่องแล้วพ่นได้ทันที ไม่ต้องอุ่นเครื่องหรือผสมน้ำมัน
  9. ใช้ได้ทุกวันหลังพ้นภัย ไม่ใช่ครุภัณฑ์ที่รอเก็บในโกดัง แต่ใช้พ่นในโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสำนักงานได้ตลอดปี ดูรายละเอียดได้ที่ เครื่องพ่นละอองฝอยแบตเตอรี่ AIROSTAR
  10. มีผู้แทนจำหน่ายและบริการในประเทศ WHD มีช่าง อะไหล่ และการอบรมการใช้งาน พร้อมตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบทุกเครื่อง

ก่อนมีเครื่องพ่นยุงไร้สาย

  • เครื่องพ่นหมอกควันจมน้ำในโกดัง อีกเครื่องใช้ในอาคารไม่ได้เพราะควันหนา
  • ไฟจากเครื่องปั่นไฟไม่พอสำหรับเครื่องพ่นแบบเสียบสาย
  • แจกยาจุดกันยุง เกิดควันสะสมและเสี่ยงไฟไหม้ในอาคาร
  • เด็กเริ่มมีไข้ ผู้ปกครองกังวล ภาพถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์
  • เจ้าหน้าที่ต้องลุยน้ำเข้าไปพ่นในจุดน้ำขัง เสี่ยงอุบัติเหตุ

หลังมี AIROSTAR ในชุดเตรียมพร้อม

  • ชาร์จแบตเตอรี่ไว้ล่วงหน้า หยิบใช้ได้ทันทีเมื่อเปิดศูนย์พักพิง
  • พ่นรอบอาคาร ห้องน้ำชั่วคราว และจุดรวมขยะได้ทุกเช้าเย็นโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า
  • พ่นในอาคารนอนแบบหมุนเวียนทีละโซน ไม่มีควันหนา
  • นำขึ้นเรือไปพ่นในจุดพักพิงย่อยตามบ้านที่ยังมีคนอยู่
  • ผู้ประสบภัยเห็นการดูแลที่เป็นระบบ ความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานเพิ่มขึ้น

แผนควบคุมยุงในศูนย์พักพิงชั่วคราว ตั้งแต่วันแรกจนปิดศูนย์

ประสบการณ์จากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทั่วไปชี้ว่า การควบคุมพาหะนำโรคในศูนย์พักพิงควรเริ่มตั้งแต่วันแรกที่เปิดศูนย์ ไม่ใช่รอจนมีผู้ป่วย ต่อไปนี้เป็นกรอบแนวทางที่หน่วยงานท้องถิ่นสามารถปรับใช้ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสาธารณสุขอำเภอได้

ระยะก่อนเกิดภัย: เตรียมเครื่องและคน

จัดเก็บเครื่องพ่นยุงไว้ในที่สูงที่น้ำท่วมไม่ถึง ชาร์จแบตเตอรี่ของ AIROSTAR ให้เต็มและตรวจสภาพทุกเดือนในฤดูฝน เตรียมสารกำจัดแมลงที่ขึ้นทะเบียนและยังไม่หมดอายุ อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และแบบบันทึกการพ่น อบรมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครอย่างน้อยสองถึงสามคนต่อศูนย์ให้ใช้เครื่องได้ เพื่อให้หมุนเวียนกันทำงานได้เมื่อเกิดเหตุจริง

วันที่ 1–3: สำรวจและตัดวงจรตั้งแต่ต้น

เมื่อเปิดศูนย์พักพิง ให้เดินสำรวจรอบอาคารในรัศมีที่เดินถึง คว่ำหรือเก็บภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ กระถาง ถังสี และกล่องโฟม ปิดฝาโอ่งและถังน้ำใช้ให้มิดชิด จัดจุดรวมขยะให้ห่างจากที่นอนและมีฝาปิด จากนั้นพ่นละอองฝอยรอบอาคาร พุ่มไม้ ใต้ถุน ห้องน้ำชั่วคราว และจุดรวมขยะ ในช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นซึ่งเป็นเวลาที่ยุงออกหากิน

วันที่ 4 เป็นต้นไป: รอบประจำเช้าเย็น และพ่นในอาคารทีละโซน

จัดตารางพ่นประจำรอบอาคารทุกเช้าและเย็น ส่วนภายในอาคารนอน ให้แบ่งเป็นโซนตามกลุ่มครอบครัวหรือหมู่บ้าน ขอให้ผู้ประสบภัยในโซนนั้นย้ายไปยังพื้นที่ส่วนกลางชั่วคราว คลุมอาหาร น้ำดื่ม และของใช้ส่วนตัว พ่นแล้วปิดทิ้งไว้ตามเวลาที่ฉลากกำหนด เปิดระบายอากาศ จากนั้นจึงให้ผู้ประสบภัยกลับเข้าพื้นที่ แจกมุ้งให้กลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ ควบคู่กันไป

เมื่อพบผู้ป่วยสงสัยไข้เลือดออก

แยกผู้ป่วยไปยังพื้นที่ที่มีมุ้งและประสานทีมสาธารณสุขทันที พ่นควบคุมยุงในโซนที่ผู้ป่วยพักและบริเวณโดยรอบ ตามแนวทางควบคุมโรคที่เน้นการพ่นรอบจุดที่พบผู้ป่วยในรัศมีประมาณ 100 เมตร สำรวจลูกน้ำซ้ำ และติดตามอาการผู้ที่พักใกล้เคียงร่วมกับ อสม.

จุดพักพิงย่อยและบ้านที่ยังมีคนอาศัย

ผู้ประสบภัยบางส่วนเลือกอยู่บนชั้นสองของบ้าน หรือพักตามวัดและศาลาริมทางที่น้ำไม่ท่วม ทีมงานสามารถนำ AIROSTAR ขึ้นเรือหรือรถกระบะไปพ่นรอบจุดเหล่านี้ได้ เพราะไม่ต้องพึ่งปลั๊กไฟ ระยะพ่นไกลราว 11 เมตรช่วยให้พ่นเข้าใต้ถุนบ้านได้จากบนเรือโดยไม่ต้องลงไปในน้ำ

ช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด

หลังน้ำลดเป็นช่วงที่แหล่งน้ำขังเกิดขึ้นมากที่สุด ทั้งในบ้านเรือน วัด โรงเรียน และสถานที่ราชการ ให้รณรงค์ตามมาตรการ 3 เก็บ ได้แก่ เก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะ และเก็บน้ำให้มิดชิด เพื่อป้องกัน 3 โรคที่มียุงลายเป็นพาหะ พร้อมพ่นละอองฝอยในจุดเสี่ยงต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติ

จัดผังศูนย์พักพิงให้ควบคุมยุงได้ง่ายขึ้น

เครื่องมือจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อศูนย์พักพิงถูกจัดวางโดยคำนึงถึงการควบคุมแมลงตั้งแต่วันแรก การตัดสินใจเรื่องผังพื้นที่เพียงไม่กี่ข้อช่วยลดปัญหายุงและแมลงวันได้มาก และทำให้การพ่นแต่ละรอบได้ผลดีขึ้น

ให้พื้นที่นอนอยู่ห่างจากน้ำและขยะ: วางเสื่อและเตียงสนามให้ไกลจากห้องน้ำชั่วคราว จุดล้างภาชนะ โรงครัว และจุดรวมขยะให้มากที่สุด เพราะจุดเหล่านี้มีน้ำขังและแมลงวันชุกชุม และเป็นจุดที่ต้องพ่นบ่อยที่สุด

เว้นทางเดินระหว่างกลุ่มครอบครัว: ทางเดินที่โล่งช่วยให้เจ้าหน้าที่ถือเครื่องพ่นเดินผ่านได้สะดวกระหว่างการพ่นทีละโซน ผู้ประสบภัยย้ายออกได้เร็ว และลดโอกาสที่จะมีคนตกค้างในโซนที่กำลังพ่น

จัดมุมเฉพาะสำหรับกลุ่มเปราะบาง: จัดพื้นที่สำหรับเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ ให้อยู่ใกล้จุดปฐมพยาบาล พร้อมมุ้งครบทุกคน เพื่อให้ดูแลใกล้ชิดและสังเกตอาการไข้ได้เร็ว

ติดแผนผังโซนและตารางพ่นไว้ที่จุดลงทะเบียน: บอกให้ชัดว่าโซนใดจะพ่นวันไหน เวลาใด และให้ไปรอที่ใด การสื่อสารที่ชัดเจนช่วยลดความกังวลของผู้ประสบภัย และทำให้ตารางงานเดินหน้าได้ตามแผน

มอบหมายผู้รับผิดชอบแหล่งเพาะพันธุ์ทุกวัน: ให้อาสาสมัครหนึ่งคนเดินตรวจและคว่ำภาชนะทุกเช้า และรายงานแอ่งน้ำใหม่หลังฝนตก บันทึกผลไว้ในสมุดเดียวกับการพ่น เพื่อให้ทีมเห็นแนวโน้มว่าจำนวนยุงลดลงหรือไม่

กำหนดเวลาชาร์จแบตเตอรี่: ตกลงช่วงเวลาที่เครื่องปั่นไฟใช้ชาร์จแบตเตอรี่ของ AIROSTAR ได้ เช่น ช่วงดึกที่ปิดไฟและพัดลมแล้ว เพื่อให้เครื่องพร้อมสำหรับรอบพ่นเช้าตรู่เสมอ

ข้อแนะนำการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องพ่นยุงสำหรับงานเตรียมพร้อมรับภัย

การจัดซื้อเครื่องพ่นยุงราชการสำหรับงานภัยพิบัติควรมองที่ความพร้อมใช้งานในสภาวะที่ไม่มีสาธารณูปโภคเป็นหลัก ต่อไปนี้เป็นข้อควรพิจารณาทั่วไปสำหรับงานพัสดุและคณะกรรมการกำหนดคุณลักษณะ

  • แหล่งพลังงาน: ระบุให้เป็นเครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบใช้แบตเตอรี่ที่ชาร์จซ้ำได้ ไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงหรือไฟฟ้าจากอาคารระหว่างใช้งาน
  • ระยะเวลาใช้งานต่อการชาร์จและระยะพ่น: กำหนดขั้นต่ำให้เหมาะกับขนาดศูนย์พักพิง และพิจารณาจัดซื้อแบตเตอรี่สำรองเพิ่มเติม
  • น้ำหนักและการพกพา: ให้คนเดียวถือหรือสะพายได้ เคลื่อนย้ายขึ้นรถหรือเรือได้สะดวก
  • หมวดงบประมาณ: ตั้งในหมวดครุภัณฑ์ตามที่หน่วยงานต้นสังกัดกำหนด และพิจารณาบรรจุไว้ในแผนเตรียมความพร้อมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของท้องถิ่น
  • บริการหลังการขาย: กำหนดให้ผู้ขายมีช่าง อะไหล่ และศูนย์บริการในประเทศ พร้อมระยะรับประกันที่ชัดเจน
  • การอบรม: ให้ผู้ขายสาธิตและอบรมการใช้งาน การชาร์จและดูแลแบตเตอรี่ และการล้างเครื่องแก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร
  • ใช้ร่วมกับเครื่องรุ่นอื่น: หน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่กว้างอาจจัดชุดครุภัณฑ์แบบผสม เช่น เครื่องไร้สายสำหรับศูนย์พักพิง ร่วมกับ เครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 สำหรับพ่นกลางแจ้งหลังน้ำลด และ เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SUPER ROTARY สำหรับงานภาคสนามในหมู่บ้าน

ดูรายการครุภัณฑ์กำจัดยุงและแมลงทั้งหมดได้ที่ ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"ช่วงน้ำท่วม สิ่งที่ขาดแคลนที่สุดไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือไฟฟ้าและน้ำมัน เครื่องพ่นยุงที่ต้องเสียบปลั๊กหรือต้องเติมน้ำมันแทบใช้งานไม่ได้เลย พอมีเครื่องแบบแบตเตอรี่ เราชาร์จไว้ตั้งแต่ก่อนน้ำมา แล้วหยิบใช้ได้ทันทีตอนเปิดศูนย์ เดินพ่นรอบอาคารเช้าเย็นได้ ยกขึ้นเรือไปพ่นตามบ้านที่ยังมีคนอยู่ก็ได้ ชาวบ้านบอกว่ายุงน้อยลงจนนอนหลับได้ ทีมงานเองก็เหนื่อยน้อยลงเพราะไม่ต้องลากสายไฟหรือขนแกลลอนน้ำมัน"

— ตัวอย่างมุมมองแบบรวม (composite) จากบทบาทเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ดูแลศูนย์พักพิงชั่วคราว ไม่ใช่คำพูดของบุคคลจริง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. AIROSTAR ใช้งานได้นานแค่ไหนต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน สำหรับศูนย์พักพิงขนาดใหญ่ แนะนำให้มีแบตเตอรี่สำรองหรือมีเครื่องมากกว่าหนึ่งเครื่องเพื่อหมุนเวียนใช้งาน

2. ถ้าไฟดับหลายวัน จะชาร์จแบตเตอรี่อย่างไร

ควรชาร์จให้เต็มไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ได้รับการแจ้งเตือนภัย และในระหว่างเปิดศูนย์ สามารถชาร์จจากเครื่องปั่นไฟในช่วงที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์จำเป็นอื่น หรือนำไปชาร์จที่หน่วยงานใกล้เคียงที่มีไฟฟ้า

3. พ่นในอาคารที่มีคนนอนอยู่ได้หรือไม่

ไม่ควรพ่นขณะมีคนอยู่ในพื้นที่ ให้แบ่งโซนและย้ายผู้ประสบภัยออกชั่วคราว คลุมอาหารและน้ำดื่ม พ่นแล้วรอตามเวลาที่ฉลากน้ำยากำหนด จากนั้นเปิดระบายอากาศก่อนให้กลับเข้าพื้นที่

4. AIROSTAR ต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันอย่างไร

เครื่องพ่นหมอกควันใช้เครื่องยนต์และความร้อนสร้างควัน เหมาะกับพื้นที่กลางแจ้งกว้าง ส่วน AIROSTAR เป็นเครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบแบตเตอรี่ ไม่มีควันหนา ไม่ใช้น้ำมัน เหมาะกับพื้นที่ที่มีคนอยู่หนาแน่นและไม่มีไฟฟ้าเสถียร

5. หลังพ้นภัยแล้ว เครื่องนี้ใช้ทำอะไรได้อีก

ใช้พ่นควบคุมยุงในโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สำนักงาน วัด และพื้นที่สาธารณะได้ตลอดปี โดยเฉพาะในจุดที่ไม่มีปลั๊กไฟ จึงเป็นครุภัณฑ์ที่คุ้มค่าและไม่ถูกเก็บทิ้งไว้เฉย ๆ

6. เครื่องพ่นยุงช่วยรักษาผู้ป่วยไข้เลือดออกได้หรือไม่

ไม่ได้ เครื่องพ่นยุงเป็นเครื่องมือควบคุมพาหะนำโรค ช่วยลดจำนวนยุงและลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อ ผู้ที่มีไข้ต้องได้รับการตรวจและรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์

7. ติดต่อขอใบเสนอราคาและการสาธิตได้อย่างไร

ติดต่อ WHD ได้ที่โทร 065-556-6294 LINE @whd268 หรืออีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com ทีมงานพร้อมให้ข้อมูลคุณลักษณะเฉพาะสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างและนัดสาธิตเครื่อง

เตรียมพร้อมก่อนภัยมา ปกป้องผู้ประสบภัยจากยุงและโรค

ปรึกษาทีมงาน WHD เรื่องคุณลักษณะเฉพาะ ใบเสนอราคา แบตเตอรี่สำรอง และการอบรมเจ้าหน้าที่

ดูสินค้าและราคา AIROSTAR คลิกที่นี่

ดูศูนย์รวมครุภัณฑ์กำจัดยุงและแมลงทั้งหมด

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, ศูนย์อพยพ, ศูนย์พักพิงชั่วคราว, AIROSTAR

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้