เครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับโรงพยาบาล: ไวรัสซิกากับหญิงตั้งครรภ์ เมื่อคลินิกฝากครรภ์ต้องควบคุมยุงลายทั้งในอาคารและรอบชุมชน

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  17 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับโรงพยาบาล: ไวรัสซิกากับหญิงตั้งครรภ์ เมื่อคลินิกฝากครรภ์ต้องควบคุมยุงลายทั้งในอาคารและรอบชุมชน

เครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับโรงพยาบาล: ไวรัสซิกากับหญิงตั้งครรภ์ เมื่อคลินิกฝากครรภ์ต้องควบคุมยุงลายทั้งในอาคารและรอบชุมชน

คู่มือสำหรับผู้บริหารโรงพยาบาล หัวหน้างานฝากครรภ์ งานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ และทีมสาธารณสุขในพื้นที่ ที่ต้องปกป้องแม่และทารกในครรภ์จากยุงลาย พาหะของไวรัสซิกา ไข้เลือดออก และชิคุนกุนยา พร้อมแนะนำ AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ระบบไฟฟ้าจากเยอรมนี

เช้าวันจันทร์ที่ห้องรอฝากครรภ์เต็มไปด้วยคำถาม

(ตัวอย่างสถานการณ์)

คุณพรทิพย์ พยาบาลวิชาชีพหัวหน้างานฝากครรภ์ของโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง เดินเข้าห้องตรวจตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าเหมือนทุกวันจันทร์ แต่วันนี้บรรยากาศต่างออกไป สัปดาห์ก่อนมีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาในตำบลข้างเคียง และหนึ่งในผู้ที่มีไข้ต่ำร่วมกับผื่นแดงและตาแดง คือหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่นี่เป็นประจำ ข่าวแพร่ในกลุ่มไลน์ของคุณแม่ในอำเภอภายในคืนเดียว เช้านี้หญิงตั้งครรภ์หลายคนมาถึงพร้อมคำถามเดียวกันว่า "ลูกในท้องจะปลอดภัยไหม"

ขณะที่คุณพรทิพย์ให้คำปรึกษา เธอสังเกตเห็นยุงบินวนอยู่ใต้เก้าอี้ในห้องรอ บริเวณนั้นอยู่ติดกับสวนหย่อมที่มีกระถางต้นไม้ จานรองกระถาง และโอ่งน้ำสำหรับรดน้ำต้นไม้ ใต้อาคารมีมุมมืดที่เก็บของไม่ได้ใช้ บางจุดมีน้ำขังหลังฝนตก ในตึกผู้ป่วยในเองก็มีรายงานจากพยาบาลเวรดึกว่ามียุงรบกวนผู้ป่วยหลังคลอดและทารกแรกเกิด

โรงพยาบาลเคยจ้างเหมาพ่นหมอกควันรอบอาคารปีละครั้ง แต่ครั้งล่าสุดควันหนาทึบลอยเข้ามาในอาคาร มีผู้ป่วยโรคหอบหืดไอหนักจนต้องย้ายห้อง ญาติผู้ป่วยถ่ายคลิปลงโซเชียลมีเดีย ผู้อำนวยการจึงสั่งให้หยุดพ่นในเขตอาคาร ผลคือยุงลายกลับมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในวันที่ความเสี่ยงจากไวรัสซิกามาถึงหน้าประตูคลินิกฝากครรภ์

ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาล โจทย์ถูกตั้งไว้ชัดเจนว่า โรงพยาบาลต้องควบคุมยุงลายได้ทั้งในอาคารและรอบชุมชน โดยไม่สร้างความเสี่ยงใหม่ให้ผู้ป่วยที่เปราะบาง ต้องใช้เครื่องมือที่ละอองเล็กและสม่ำเสมอ ควบคุมปริมาณน้ำยาได้ ไม่มีควันไอเสีย และทำงานได้อย่างเป็นระบบร่วมกับทีมสาธารณสุขในพื้นที่ บทความนี้จะช่วยไล่เรียงทีละประเด็น

ไวรัสซิกาคืออะไร และทำไมหญิงตั้งครรภ์ต้องระวังเป็นพิเศษ

ไวรัสซิกาเป็นเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะหลัก เช่นเดียวกับไข้เลือดออกและชิคุนกุนยา ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ไข้ต่ำ ผื่นแดง ตาแดง ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ ความที่อาการไม่ชัดเจนนี้เองทำให้เชื้อสามารถแพร่ในชุมชนได้โดยไม่มีใครทันสังเกต

ความกังวลที่สำคัญที่สุดอยู่ที่หญิงตั้งครรภ์ เพราะการติดเชื้อไวรัสซิการะหว่างตั้งครรภ์มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติแต่กำเนิดของทารก ที่รู้จักกันมากที่สุดคือภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด และความผิดปกติอื่น ๆ ของระบบประสาท การมองเห็น และการได้ยิน นอกจากนี้ไวรัสซิกายังมีรายงานความเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร ซึ่งทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงในผู้ใหญ่บางราย และสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย หญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการสงสัย หรืออาศัยในพื้นที่ที่มีการระบาด จึงควรได้รับการดูแลและติดตามจากแพทย์อย่างใกล้ชิดตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข

ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะสำหรับไวรัสซิกา การป้องกันไม่ให้ยุงกัดและการลดจำนวนยุงลายในสิ่งแวดล้อม จึงเป็นมาตรการหลักที่หน่วยบริการสุขภาพทำได้ทันที ยุงลายออกหากินในเวลากลางวัน ซึ่งตรงกับเวลาเปิดให้บริการของคลินิกฝากครรภ์พอดี หญิงตั้งครรภ์ที่นั่งรอตรวจหลายชั่วโมงในห้องรอที่มียุง จึงมีโอกาสถูกกัดได้โดยไม่รู้ตัว

ความเสี่ยงห้ามิติที่โรงพยาบาลต้องรับมือ

1. สุขภาพของแม่และทารก

โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่รวมกลุ่มเปราะบางไว้มากที่สุด ทั้งหญิงตั้งครรภ์ ทารกแรกเกิด ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หากในอาคารหรือรอบอาคารมียุงลายชุกชุม โรงพยาบาลอาจกลายเป็นจุดที่ผู้ป่วยที่มีเชื้อในเลือดถูกยุงกัด แล้วยุงนำเชื้อไปสู่คนอื่นต่อได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้นในสถานพยาบาล

2. งบประมาณและทรัพยากร

การดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่สงสัยติดเชื้อ ต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การอัลตราซาวด์ติดตามพัฒนาการของทารก และการให้คำปรึกษาหลายครั้ง หากเกิดการระบาดในพื้นที่ ภาระค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นมาก การลงทุนในเครื่องพ่นยุงที่เหมาะสมและการควบคุมยุงอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นการป้องกันที่คุ้มค่ากว่าการรับมือเมื่อสายเกินไป

3. ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของโรงพยาบาล

คุณแม่ที่มาฝากครรภ์คาดหวังว่าโรงพยาบาลคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด หากพวกเขาถูกยุงกัดขณะนั่งรอตรวจ ความเชื่อมั่นจะลดลงทันที บางรายอาจเลือกไปฝากครรภ์ที่อื่น หรือเลื่อนนัดออกไป ซึ่งส่งผลต่อการติดตามสุขภาพแม่และเด็กโดยรวม

4. ข้อร้องเรียนและโซเชียลมีเดีย

ทั้งภาพยุงในห้องรอคลอดและคลิปควันหนาทึบจากการพ่นหมอกควันใกล้ตึกผู้ป่วย ล้วนกลายเป็นประเด็นร้องเรียนได้ง่าย โรงพยาบาลจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างการควบคุมยุงอย่างจริงจัง กับการดำเนินการที่ปลอดภัยและอธิบายต่อสาธารณะได้

5. ภาระงานของบุคลากร

พยาบาลงานฝากครรภ์ต้องใช้เวลาให้คำปรึกษาเรื่องไวรัสซิกาเพิ่มขึ้นมาก เจ้าหน้าที่อาคารสถานที่และงานอนามัยสิ่งแวดล้อมต้องรับผิดชอบการควบคุมยุงเพิ่ม ขณะที่ทีมป้องกันและควบคุมการติดเชื้อต้องประสานกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากไม่มีเครื่องมือและแผนที่ชัดเจน ภาระจะกระจัดกระจายและตกหล่นได้ง่าย

ทำไมวิธีเดิมจึงไม่ตอบโจทย์โรงพยาบาล

พ่นหมอกควันหนาใกล้อาคารผู้ป่วย เครื่องพ่นหมอกควันเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในหลายพื้นที่ แต่ควันที่มองเห็นได้ชัดและกลิ่นน้ำมันที่ใช้เป็นตัวทำละลาย อาจรบกวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ และสร้างความตื่นตระหนกในสถานพยาบาล จึงต้องใช้อย่างระมัดระวังและเหมาะกับพื้นที่ภายนอกอาคารเป็นหลัก

ใช้เครื่องพ่นที่มีเครื่องยนต์ในพื้นที่ภายใน เครื่องพ่นที่ใช้เครื่องยนต์เผาไหม้น้ำมันจะมีไอเสียและเสียงดัง ไม่เหมาะกับการใช้งานภายในอาคารของโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ หรือพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง

ละอองใหญ่และไม่สม่ำเสมอ เครื่องพ่นราคาถูกบางชนิดให้ละอองใหญ่ปนเล็ก น้ำยาตกเกาะพื้น เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์การแพทย์ แทนที่จะลอยในอากาศไปสัมผัสยุง ทั้งสิ้นเปลืองและต้องทำความสะอาดเพิ่ม

พ่นปีละครั้งแบบจ้างเหมา การพ่นเพียงครั้งคราวโดยไม่มีการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ต่อเนื่อง ทำให้ยุงรุ่นใหม่ฟักออกมาทดแทนได้ภายในไม่กี่วัน โรงพยาบาลจึงควรมีเครื่องมือของตนเองที่ใช้ได้ตามแผนและทันทีเมื่อมีสถานการณ์

ไม่มีแผนร่วมกับชุมชน ยุงไม่รู้จักรั้วโรงพยาบาล หากชุมชนรอบข้างยังมีแหล่งเพาะพันธุ์ ยุงก็จะบินเข้ามาใหม่เสมอ การควบคุมยุงในโรงพยาบาลจึงต้องเชื่อมกับแผนของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ เทศบาล และ อสม. ในรัศมีรอบบ้านผู้ป่วยประมาณ 100 เมตร

ทางออก: AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ระบบไฟฟ้า สำหรับพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง

AIROFOG U260 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ผลิตในประเทศเยอรมนี จำหน่ายโดยบริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด (WHD) ข้อมูลหลักตามหน้าสินค้าของ WHD มีดังนี้

  • ผลิตในประเทศเยอรมนี
  • ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า มอเตอร์ขนาด 800 วัตต์
  • หัวพ่นปรับได้ เพื่อควบคุมการพ่นให้เหมาะกับพื้นที่
  • ขนาดละอองฝอยประมาณ 15 ถึง 30 ไมครอน ซึ่งเป็นช่วงละอองขนาดเล็กที่ใช้ในงาน ULV
  • เหมาะกับโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง
  • WHD ได้รับมาตรฐาน ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีช่างเทคนิค อะไหล่ และบริการหลังการขายครบวงจร สอดคล้องกับมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ

สำหรับโรงพยาบาลที่ดูแลหญิงตั้งครรภ์ U260 ตอบโจทย์ในหลายด้าน ประการแรก เป็นเครื่องไฟฟ้า จึงไม่มีไอเสียจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเหมือนเครื่องยนต์ เหมาะกับการใช้งานภายในอาคาร ประการที่สอง ละอองขนาดประมาณ 15 ถึง 30 ไมครอน ลอยค้างในอากาศได้ดีพอจะสัมผัสยุงที่บินหรือเกาะพักในมุมอับ ขณะที่ใช้น้ำยาปริมาณน้อย ประการที่สาม หัวพ่นที่ปรับได้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ควบคุมทิศทางและปริมาณการพ่นได้แม่นยำในพื้นที่จำกัด เช่น ใต้เคาน์เตอร์ ใต้เตียงในห้องที่ปิดใช้งานชั่วคราว ห้องเก็บของ และโถงทางเดินนอกเวลาให้บริการ

สำหรับพื้นที่ภายนอกอาคารและชุมชนรอบโรงพยาบาล สามารถใช้ร่วมกับ AIROFOG AIROSTAR เครื่องพ่นละอองฝอยแบบแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ที่ใช้งานได้นานสูงสุดประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จ และพ่นได้ไกลถึงประมาณ 11 เมตร เหมาะกับสวนหย่อมและลานจอดรถที่ไม่มีปลั๊กไฟ หรือเครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 สำหรับพื้นที่ภายนอกที่ห่างจากตึกผู้ป่วย ภายใต้การวางแผนของทีมควบคุมโรค

แนวทางพ่นควบคุมยุงลายในโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย

การพ่นในสถานพยาบาลต้องรอบคอบกว่าการพ่นในชุมชนทั่วไป ต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไปที่โรงพยาบาลสามารถนำไปปรับใช้ร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ และหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่

1. สำรวจและจัดโซนพื้นที่ แบ่งพื้นที่เป็นโซนภายนอกอาคาร โซนบริการที่ปิดได้นอกเวลา เช่น ห้องรอตรวจ คลินิกฝากครรภ์ และโถงทางเดิน และโซนที่มีผู้ป่วยตลอดเวลา เช่น หอผู้ป่วยหลังคลอดและห้องทารกแรกเกิด ซึ่งควรเน้นการป้องกันยุงด้วยมุ้งลวด การปิดช่องเปิด และการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ มากกว่าการพ่นในขณะที่มีผู้ป่วยอยู่

2. พ่นเฉพาะเมื่อพื้นที่ว่าง ห้ามพ่นใส่ผู้ป่วยหรือบุคลากรโดยตรง กำหนดเวลาพ่นนอกเวลาให้บริการ เช่น ช่วงเย็นหลังปิดคลินิก ปิดพื้นที่ตามระยะเวลาที่ฉลากน้ำยากำหนด แล้วระบายอากาศก่อนเปิดใช้งานอีกครั้ง

3. เลือกน้ำยาอย่างเหมาะสม ใช้น้ำยาที่ขึ้นทะเบียนสำหรับงานสาธารณสุข อ่านฉลากเรื่องการใช้ภายในอาคาร อัตราผสม และข้อควรระวัง หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาหน่วยงานควบคุมโรคหรือเภสัชกรของโรงพยาบาล

4. ปกป้องอุปกรณ์และพื้นผิว คลุมหรือเก็บอุปกรณ์การแพทย์ อาหาร ยา และเครื่องใช้ที่สัมผัสผู้ป่วยก่อนพ่น ปรับหัวพ่นให้ละอองพุ่งเข้ามุมอับที่ยุงเกาะพัก เช่น ใต้เก้าอี้ หลังผ้าม่าน และใต้โต๊ะ

5. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ทุกสัปดาห์ ตรวจจานรองกระถาง แจกันดอกไม้ ถาดรองน้ำใต้ตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศ รางน้ำฝน และภาชนะรอบอาคาร ตามแนวทาง 3 เก็บ 3 โรค ของกรมควบคุมโรค

6. เชื่อมต่อกับชุมชน เมื่อมีผู้ป่วยยืนยัน ให้ประสานสำนักงานสาธารณสุขอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพ่นและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์รอบบ้านผู้ป่วยในรัศมีประมาณ 100 เมตร โดยเฉพาะบ้านของหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่

7. บันทึกและทบทวน จดบันทึกวันเวลา พื้นที่ ชนิดน้ำยา และผู้ปฏิบัติงาน ใช้ข้อมูลนี้ประกอบการทบทวนกับคณะกรรมการ และการตอบคำถามของผู้รับบริการได้อย่างโปร่งใส

จุดเสี่ยงยุงลายในโรงพยาบาลที่มักถูกมองข้าม

หลายโรงพยาบาลดูสะอาดเรียบร้อยจากภายนอก แต่ยังมีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายซ่อนอยู่ในจุดที่ไม่มีใครเดินผ่านเป็นประจำ ทีมงานควรตรวจจุดเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ

  • ถาดรองน้ำทิ้งของเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นในห้องพักเจ้าหน้าที่และหอผู้ป่วย
  • แจกันดอกไม้ที่ญาตินำมาเยี่ยมผู้ป่วย โดยเฉพาะในหอผู้ป่วยหลังคลอด
  • จานรองกระถางต้นไม้ในสวนหย่อม ห้องรอ และระเบียงอาคาร
  • รางน้ำฝนที่มีใบไม้อุดตัน และหลังคาชั้นล่างที่มีแอ่งน้ำขัง
  • ห้องเก็บของใต้บันไดและใต้อาคารที่มีภาชนะหรือวัสดุเก่ากองไว้
  • บ่อพักน้ำ ถังเก็บน้ำสำรอง และถังขยะที่ไม่มีฝาปิดบริเวณหลังโรงครัว

การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้การพ่นด้วยเครื่องพ่นละอองฝอยมีผลยาวนานขึ้น เพราะไม่มียุงรุ่นใหม่ฟักออกมาทดแทนยุงตัวเต็มวัยที่ถูกกำจัดไปแล้ว

10 เหตุผลที่โรงพยาบาลและคลินิกฝากครรภ์ควรพิจารณา AIROFOG U260

  1. ผลิตในเยอรมนี เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยที่ออกแบบมาเพื่องานควบคุมแมลงอย่างจริงจัง
  2. ระบบไฟฟ้า ไม่มีไอเสียจากเครื่องยนต์ เหมาะกับงานภายในอาคารของโรงพยาบาลมากกว่าเครื่องที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
  3. มอเตอร์ 800 วัตต์ ให้แรงลมเพียงพอสำหรับแตกน้ำยาเป็นละอองฝอยอย่างสม่ำเสมอ
  4. ละอองประมาณ 15 ถึง 30 ไมครอน ลอยค้างในอากาศได้ดี ใช้น้ำยาน้อย ลดการตกค้างบนพื้นผิว
  5. หัวพ่นปรับได้ ควบคุมทิศทางและปริมาณได้แม่นยำในพื้นที่แคบและมุมอับ
  6. ออกแบบสำหรับโรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการ ตามที่ระบุบนหน้าสินค้า เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง
  7. ใช้ได้หลายภารกิจ นอกจากยุงลาย ยังช่วยควบคุมและกำจัดแมลงทุกชนิดที่รบกวนในอาคาร ตามชนิดน้ำยาที่เลือกใช้
  8. โรงพยาบาลมีเครื่องของตนเอง พ่นได้ตามแผนและทันทีเมื่อมีผู้ป่วย ไม่ต้องรอผู้รับจ้างภายนอก
  9. บริการหลังการขายจาก WHD มีช่างเทคนิคและอะไหล่ ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ
  10. สอดคล้องกับมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ เอื้อต่อการจัดซื้อจัดจ้างของโรงพยาบาลรัฐ ดูรายละเอียด U260

ก่อนและหลัง: เมื่อโรงพยาบาลมีแผนและเครื่องมือที่เหมาะสม

ก่อน

  • ยุงบินวนในห้องรอฝากครรภ์ คุณแม่กังวล
  • พ่นหมอกควันปีละครั้ง ควันเข้าอาคาร ผู้ป่วยไอ
  • มีคลิปร้องเรียนในโซเชียลมีเดีย
  • หยุดพ่นในเขตอาคาร ยุงกลับมาเพิ่ม
  • ไม่มีแผนเชื่อมกับชุมชนรอบโรงพยาบาล
  • พยาบาลใช้เวลาตอบคำถามโดยไม่มีมาตรการที่ชัดเจน

หลัง

  • จัดโซนพื้นที่และพ่นนอกเวลาให้บริการด้วย U260
  • เครื่องไฟฟ้า ไม่มีไอเสีย ละอองเล็กสม่ำเสมอ
  • สื่อสารมาตรการกับผู้รับบริการอย่างโปร่งใส
  • ตรวจแหล่งเพาะพันธุ์ทุกสัปดาห์
  • ประสานพ่นรอบบ้านผู้ป่วยร่วมกับทีมอำเภอ
  • คุณแม่มั่นใจกลับมาฝากครรภ์ตามนัด

เคล็ดลับการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับโรงพยาบาลรัฐ

ให้คณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อร่วมกำหนดความต้องการ ผู้ใช้งานจริงและผู้ดูแลความปลอดภัยของผู้ป่วยควรมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น เพื่อระบุว่าเครื่องจะใช้ในพื้นที่ใด เวลาใด และต้องมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยอย่างไร

เขียนคุณลักษณะเชิงสมรรถนะ ในร่าง TOR อาจพิจารณาประเด็น เช่น ระบบขับเคลื่อนที่เหมาะกับการใช้ในอาคาร ช่วงขนาดละอองที่เหมาะกับงาน ULV ความสามารถในการปรับหัวพ่น และเอกสารแสดงแหล่งผลิต โดยเขียนให้เปิดกว้างตามระเบียบพัสดุที่หน่วยงานถือปฏิบัติ

วางงบประมาณทั้งครุภัณฑ์และวัสดุ นอกจากตัวเครื่อง ควรรวมน้ำยา อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และค่าบำรุงรักษาไว้ในแผน

กำหนดการฝึกอบรม ให้ผู้ขายฝึกเจ้าหน้าที่อาคารสถานที่และงานอนามัยสิ่งแวดล้อม เรื่องการปรับตั้งเครื่อง การผสมน้ำยา และขั้นตอนความปลอดภัยในสถานพยาบาล

ตรวจสอบบริการหลังการขาย ถามถึงช่างเทคนิค อะไหล่ และระยะเวลาซ่อม เพราะในช่วงระบาด โรงพยาบาลไม่ควรขาดเครื่องมือแม้แต่วันเดียว

คำแนะนำที่คลินิกฝากครรภ์ควรสื่อสารกับคุณแม่

ควบคู่กับการควบคุมยุงลายในโรงพยาบาล การให้ความรู้ที่ถูกต้องช่วยลดความตื่นตระหนกและลดความเสี่ยงได้จริง ประเด็นต่อไปนี้เป็นคำแนะนำทั่วไปที่ใช้กันแพร่หลาย

  • ป้องกันยุงกัดตลอดทั้งวัน สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวสีอ่อน และใช้ยาทากันยุงตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  • นอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด แม้เป็นการนอนกลางวัน
  • ช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงรอบบ้าน ปิดฝาโอ่ง เปลี่ยนน้ำในแจกันทุกสัปดาห์ และเก็บภาชนะที่มีน้ำขัง
  • หากมีไข้ ผื่น ตาแดง หรือปวดข้อ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่หรือมาพบแพทย์ทันที ไม่ต้องรอถึงวันนัด
  • มาฝากครรภ์และตรวจติดตามตามนัดทุกครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เรื่องการป้องกันการติดเชื้อจากคู่ครอง
  • สมาชิกในบ้านที่มีไข้ ควรป้องกันไม่ให้ยุงกัด เพื่อลดโอกาสที่ยุงจะนำเชื้อไปสู่คุณแม่

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

(ตัวอย่างมุมมองที่รวบรวมเป็นภาพรวม ไม่ใช่คำรับรองของบุคคลจริง)

"สิ่งที่คุณแม่ต้องการมากที่สุดคือความมั่นใจ เราจึงไม่ได้แค่บอกว่าให้ระวังยุง แต่ทำให้เห็นว่าโรงพยาบาลจัดการอย่างเป็นระบบ พ่นในห้องรอและคลินิกหลังปิดบริการด้วยเครื่องไฟฟ้าที่ละอองเล็ก ไม่มีควันลอยเข้าหอผู้ป่วย ทีมอาคารสถานที่เดินตรวจจานรองกระถางทุกสัปดาห์ และเมื่อมีผู้ป่วยในตำบล เราก็ประสานทีมอำเภอลงไปพ่นรอบบ้านทันที ห้องรอที่เคยมียุงบินวนก็เงียบลง คุณแม่หลายคนบอกว่าสบายใจขึ้นที่จะมาตามนัด"

— พยาบาลงานฝากครรภ์ โรงพยาบาลชุมชน (ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ไวรัสซิกาติดต่อได้อย่างไร

ตอบ: ส่วนใหญ่ติดต่อผ่านการถูกยุงลายที่มีเชื้อกัด นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อจากแม่สู่ทารกในครรภ์ และทางเพศสัมพันธ์ได้ การลดจำนวนยุงลายและการป้องกันยุงกัดจึงเป็นมาตรการสำคัญที่สุด

ถาม: หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อทุกคนจะมีลูกผิดปกติหรือไม่

ตอบ: ไม่ใช่ทุกราย แต่การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์เพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติแต่กำเนิดของทารก หญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยง ควรได้รับการตรวจและติดตามจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

ถาม: พ่นยุงในโรงพยาบาลปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์หรือไม่

ตอบ: ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับการวางแผน ควรพ่นเฉพาะเมื่อพื้นที่ว่าง ไม่พ่นใส่คน ใช้น้ำยาที่ขึ้นทะเบียนและปฏิบัติตามฉลาก ปิดพื้นที่และระบายอากาศตามกำหนดก่อนเปิดใช้ และดำเนินการภายใต้การกำกับของคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ

ถาม: ทำไมจึงแนะนำเครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้าสำหรับภายในอาคาร

ตอบ: เครื่องไฟฟ้าอย่าง U260 ไม่มีไอเสียจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง ละอองมีขนาดเล็กประมาณ 15 ถึง 30 ไมครอน และปรับหัวพ่นได้ จึงเหมาะกับพื้นที่ภายในที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น โรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการ

ถาม: เครื่องพ่นหมอกควันยังจำเป็นอยู่หรือไม่

ตอบ: ยังมีประโยชน์ในพื้นที่ภายนอกและในชุมชน เช่น พุ่มไม้ ท่อระบายน้ำ และพื้นที่กึ่งปิดที่ห่างจากอาคารผู้ป่วย การเลือกเครื่องมือให้ตรงกับพื้นที่คือหัวใจของการควบคุมยุงอย่างปลอดภัย

ถาม: ควรพ่นบ่อยแค่ไหน

ตอบ: ขึ้นกับสถานการณ์โรคในพื้นที่และคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข ในช่วงที่มีผู้ป่วยยืนยันมักต้องพ่นซ้ำตามรอบ ส่วนการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ควรทำทุกสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง

ถาม: WHD ช่วยโรงพยาบาลได้อย่างไร

ตอบ: WHD ให้ข้อมูลสเปก เอกสารประกอบการจัดซื้อจัดจ้าง การสาธิตและฝึกอบรม พร้อมช่างเทคนิคและอะไหล่สำหรับบริการหลังการขาย โรงพยาบาลสามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรง

ปกป้องแม่และทารกในครรภ์ เริ่มจากการควบคุมยุงลายอย่างปลอดภัย

ขอข้อมูลสเปก ใบเสนอราคา และการสาธิตการใช้งาน AIROFOG U260 สำหรับโรงพยาบาลของคุณ

ดูสินค้าและราคา AIROFOG U260 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, เครื่องพ่นละอองฝอยไฟฟ้า, ไวรัสซิกา, หญิงตั้งครรภ์, โรงพยาบาล, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, AIROFOG U260

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้