เครื่องพ่นยุงสำหรับโรงเรียน: เปิดภาคเรียนแล้วนักเรียนป่วยไข้เลือดออก ผอ.จะพ่นละอองฝอยในอาคารเรียนอย่างไร เมื่อห้องเรียนไม่มีปลั๊กไฟทุกจุด

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นยุงไฟฟ้า

เครื่องพ่นยุงสำหรับโรงเรียน: เปิดภาคเรียนแล้วนักเรียนป่วยไข้เลือดออก ผอ.จะพ่นละอองฝอยในอาคารเรียนอย่างไร เมื่อห้องเรียนไม่มีปลั๊กไฟทุกจุด

คู่มือเชิงปฏิบัติสำหรับผู้อำนวยการโรงเรียนสังกัด สพฐ. และโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่าด้วยการควบคุมยุงลายในอาคารเรียนช่วงเปิดภาคเรียน การเลือกเครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบแบตเตอรี่ และการวางแผนจัดซื้อจัดจ้างเป็นครุภัณฑ์ราชการอย่างคุ้มค่า

เช้าวันจันทร์สัปดาห์ที่สองของการเปิดภาคเรียน (ตัวอย่างสถานการณ์)

ผอ.วันเพ็ญ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนขยายโอกาสขนาดกลางแห่งหนึ่งในอำเภอชานเมือง มีนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่สามรวมกันราวห้าร้อยคน อาคารเรียนมีสามหลัง หลังแรกเป็นอาคารไม้สองชั้นที่สร้างมานานกว่าสามสิบปี หลังที่สองเป็นอาคารคอนกรีตสามชั้น และหลังที่สามเป็นอาคารอเนกประสงค์ที่ใช้เป็นโรงอาหารและหอประชุม ช่วงปิดภาคเรียนที่ผ่านมามีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำขังตามร่องระบายน้ำหลังอาคาร กระถางต้นไม้ที่นักเรียนปลูกไว้ในโครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน และยางรถยนต์เก่าที่ใช้ทำเครื่องเล่นในสนาม

เช้าวันนั้น ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่สี่โทรมาแจ้งว่ามีนักเรียนสองคนในห้องเดียวกันเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการไข้สูงลอย ปวดเมื่อยตามตัว และแพทย์สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก บ่ายวันเดียวกัน ผู้ปกครองอีกรายโพสต์ในกลุ่มไลน์ผู้ปกครองว่า "ลูกบอกว่าในห้องเรียนมียุงเยอะมาก โดนกัดขาทั้งวัน โรงเรียนทำอะไรอยู่" ข้อความถูกแชร์ต่อไปยังเพจชุมชนภายในไม่กี่ชั่วโมง พร้อมรูปถ่ายแอ่งน้ำหลังอาคารที่มีลูกน้ำยุงลายว่ายอยู่เต็ม

ผอ.วันเพ็ญรีบประชุมครูทันที ภารโรงเสนอให้ยืมเครื่องพ่นหมอกควันจากองค์การบริหารส่วนตำบลมาพ่นรอบโรงเรียน แต่ทางตำบลแจ้งว่าเครื่องกำลังออกพ่นตามหมู่บ้านที่มีผู้ป่วย ต้องรอคิวอีกหลายวัน ครูพลศึกษาเสนอให้ซื้อเครื่องพ่นไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กมาใช้เอง แต่เมื่อเดินสำรวจจริงกลับพบปัญหาใหม่ อาคารไม้หลังเก่ามีเต้ารับไฟฟ้าเพียงห้องละหนึ่งจุด บางห้องไม่มีเลย ห้องน้ำนักเรียน ใต้ถุนอาคาร ห้องเก็บพัสดุ และทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารไม่มีปลั๊กไฟแม้แต่จุดเดียว ถ้าจะลากสายไฟพ่วงยาวหลายสิบเมตรก็เสี่ยงต่อการสะดุดล้มและไฟฟ้าลัดวงจรในจุดที่พื้นเปียก

คำถามที่ ผอ.วันเพ็ญต้องตอบให้ได้ภายในสัปดาห์นั้นจึงไม่ใช่แค่ "จะพ่นยาฆ่ายุงไหม" แต่คือ "จะพ่นอย่างไรให้ทั่วถึงทุกห้องเรียน ปลอดภัยกับเด็ก ไม่รบกวนการเรียนการสอน ทำได้ซ้ำทุกสัปดาห์ด้วยบุคลากรที่มีอยู่ และสามารถอธิบายผู้ปกครองได้อย่างมั่นใจ" บทความนี้จะพาไปดูทีละขั้น ตั้งแต่ความเสี่ยงที่โรงเรียนเผชิญจริง เหตุผลที่วิธีเดิมมักล้มเหลว ไปจนถึงทางเลือกอย่าง เครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบแบตเตอรี่ AIROFOG AIROSTAR ที่ออกแบบมาเพื่อสถานการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ

ทำไมช่วงเปิดภาคเรียนจึงเป็นช่วงเสี่ยงไข้เลือดออกของโรงเรียน

ปฏิทินการศึกษาของไทยทำให้การเปิดภาคเรียนที่หนึ่งตรงกับต้นฤดูฝนพอดี และภาคเรียนที่สองก็เริ่มในช่วงปลายฝนที่ยังมีน้ำขังตามจุดต่าง ๆ ช่วงปิดภาคเรียนหลายสัปดาห์ อาคารเรียนถูกปิดไว้ ไม่มีใครเทน้ำในแจกัน ถังเก็บน้ำ อ่างล้างมือ จานรองกระถาง หรือขวดที่ถูกทิ้งไว้ในห้อง ภาชนะเหล่านี้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายชั้นดี เมื่อนักเรียนกลับมาพร้อมกันหลายร้อยคนในวันเปิดเรียน ยุงลายที่ฟักออกมาจึงมีแหล่งอาหารอย่างเหลือเฟือทันที

ยุงลายเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก โรคชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา นิสัยสำคัญของยุงลายคือชอบออกหากินเวลากลางวัน โดยเฉพาะช่วงสายและช่วงบ่าย ซึ่งตรงกับเวลาเรียนพอดี ยุงลายชอบเกาะพักในที่มืดและอับลม เช่น ใต้โต๊ะเรียน หลังตู้เก็บของ ใต้บันได ม่านหน้าต่าง และมุมห้องที่มีกองหนังสือ ต่างจากยุงรำคาญที่มักหากินกลางคืน นั่นหมายความว่าโรงเรียนคือหนึ่งในสถานที่ที่เด็กมีโอกาสถูกยุงลายกัดมากที่สุดในหนึ่งวัน

อีกปัจจัยที่ทำให้โรงเรียนต่างจากบ้านทั่วไปคือความหนาแน่นของคน เด็กจากหลายหมู่บ้านมารวมกันในห้องเดียว หากเด็กคนหนึ่งติดเชื้อและถูกยุงลายกัดในช่วงที่มีไวรัสในกระแสเลือด ยุงตัวนั้นสามารถนำเชื้อไปแพร่ให้เด็กคนอื่นในห้องเดียวกันได้ภายในระยะเวลาไม่นาน ผู้ป่วยหนึ่งรายในโรงเรียนจึงอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดเป็นกลุ่มก้อนได้ หน่วยงานสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการควบคุมยุงในโรงเรียน วัด และศาสนสถานเป็นพิเศษ ควบคู่กับการพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วยในรัศมีประมาณหนึ่งร้อยเมตร

เจาะลึกความเจ็บปวดที่ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องแบกรับ

1. สุขภาพของนักเรียน: กลุ่มเปราะบางที่ไม่ควรเสี่ยง

ไข้เลือดออกในเด็กมักเริ่มด้วยไข้สูงเฉียบพลันติดต่อกันสองถึงเจ็ดวัน หน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร อาเจียน บางรายมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง เลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกตามไรฟัน ช่วงที่อันตรายที่สุดมักเป็นช่วงที่ไข้เริ่มลดลง เพราะอาจเกิดภาวะช็อกจากการรั่วของพลาสมาได้ ผู้ปกครองและครูจำนวนมากเข้าใจผิดว่าไข้ลดแล้วแปลว่าหายดี จึงไม่ได้พาไปพบแพทย์ต่อเนื่อง เด็กเล็ก เด็กที่มีภาวะอ้วน และเด็กที่มีโรคประจำตัวจัดเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

นอกจากไข้เลือดออกแล้ว โรคชิคุนกุนยาที่มียุงลายเป็นพาหะเช่นกันยังทำให้ปวดข้อรุนแรงจนเด็กเดินหรือเขียนหนังสือลำบาก และบางรายมีอาการปวดข้อต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ส่วนโรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นเรื่องที่ครูผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ในโรงเรียนต้องระวังอย่างยิ่ง การควบคุมยุงลายในโรงเรียนจึงไม่ได้ปกป้องแค่นักเรียน แต่ยังปกป้องครู บุคลากร แม่ครัว และผู้ปกครองที่มารับส่งด้วย

2. งบประมาณและความคุ้มค่าของเงินแผ่นดิน

โรงเรียนส่วนใหญ่มีงบประมาณจำกัด เงินอุดหนุนรายหัวต้องแบ่งไปใช้ทั้งค่าสาธารณูปโภค ค่าวัสดุการเรียนการสอน และค่าซ่อมแซมอาคาร เมื่อเกิดโรคระบาด โรงเรียนมักต้องจ่ายเงินแบบฉุกเฉิน เช่น จ้างเหมาบริการพ่นยาเป็นครั้งคราว ซื้อสารเคมีราคาสูงในเวลาเร่งด่วน หรือซื้อเครื่องพ่นราคาถูกจากร้านค้าออนไลน์ที่ไม่มีเอกสารรับรอง ค่าใช้จ่ายแบบกระจัดกระจายเช่นนี้เมื่อรวมกันทั้งปีอาจสูงกว่าการลงทุนจัดซื้อครุภัณฑ์ที่เหมาะสมเพียงครั้งเดียว และที่สำคัญคือไม่ได้สร้างขีดความสามารถระยะยาวให้โรงเรียนเลย

อีกต้นทุนหนึ่งที่มักมองไม่เห็นคือต้นทุนจากการขาดเรียน เมื่อนักเรียนป่วยหลายคน ครูต้องสอนซ่อมเสริม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนลดลง ผู้ปกครองต้องลางานมาดูแลลูก และหากมีการระบาดรุนแรงจนต้องปิดห้องเรียนชั่วคราว ตารางกิจกรรมทั้งภาคเรียนอาจต้องเลื่อนออกไป

3. ภาพลักษณ์ของโรงเรียนและความเชื่อมั่นของชุมชน

ในยุคที่ผู้ปกครองทุกคนมีโทรศัพท์มือถือ เรื่องยุงในห้องเรียนเพียงเรื่องเดียวอาจกลายเป็นประเด็นร้อนในกลุ่มไลน์และเพจชุมชนได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ความคิดเห็นเชิงลบมักตามมาด้วยคำถามถึงการบริหารของผู้อำนวยการ บางครั้งลุกลามไปถึงการร้องเรียนต่อเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้บริหารท้องถิ่น แม้โรงเรียนจะทำงานเต็มที่แล้ว แต่ถ้าไม่มีภาพการลงมือจริงที่เป็นรูปธรรม เช่น ภาพครูและภารโรงพ่นละอองฝอยในห้องเรียนอย่างเป็นระบบพร้อมตารางการพ่น ก็ยากที่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับมา

ในทางกลับกัน โรงเรียนที่มีแผนควบคุมยุงชัดเจน สื่อสารกับผู้ปกครองสม่ำเสมอ และมีอุปกรณ์พร้อมใช้งาน มักได้รับคำชมและความร่วมมือจากชุมชนมากขึ้น ผู้ปกครองยินดีช่วยกันเก็บขยะ คว่ำภาชนะ และส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง การมีเครื่องพ่นยุงราชการประจำโรงเรียนจึงไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่เป็นเครื่องมือสร้างความไว้วางใจด้วย

4. ภาระงานของครูและภารโรงที่ล้นมืออยู่แล้ว

ครูไทยมีงานนอกเหนือการสอนจำนวนมาก ทั้งงานธุรการ งานพัสดุ งานประเมิน และงานโครงการต่าง ๆ ภารโรงหนึ่งคนอาจต้องดูแลความสะอาดทั้งโรงเรียน เมื่อมีคำสั่งให้พ่นยุงเพิ่มเข้ามา หากเครื่องมือใช้ยาก หนัก ต้องลากสายไฟ ต้องผสมน้ำมัน ต้องสตาร์ตเครื่องยนต์ หรือมีเสียงดังจนต้องรอทำนอกเวลาจนค่ำ งานพ่นยุงก็จะกลายเป็นภาระที่ไม่มีใครอยากรับ สุดท้ายการพ่นทำได้เพียงครั้งเดียวแล้วหยุดไป ทั้งที่การควบคุมยุงลายที่ได้ผลต้องทำซ้ำอย่างต่อเนื่องตามรอบ

ทำไมวิธีแก้ปัญหาแบบเดิมจึงมักไม่ได้ผลในอาคารเรียน

ยืมเครื่องจากหน่วยงานอื่นแล้วต้องรอคิว ในช่วงที่มีการระบาด เครื่องพ่นหมอกควันของ อบต. เทศบาล หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมักถูกใช้งานเต็มตาราง เพราะต้องออกพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วยทุกราย โรงเรียนจึงมักได้คิวช้า และเมื่อได้เครื่องมาก็ใช้ได้เพียงวันเดียวแล้วต้องคืน การควบคุมยุงที่ต้องทำซ้ำตามรอบจึงขาดความต่อเนื่อง

เครื่องพ่นหมอกควันไม่เหมาะกับการใช้ภายในห้องเรียนระหว่างภาคเรียน เครื่องพ่นหมอกควันแบบใช้ความร้อนเหมาะกับการพ่นพื้นที่กลางแจ้งและพื้นที่กว้าง เช่น รอบรั้วโรงเรียน สนาม และชุมชนโดยรอบ แต่เมื่อนำมาพ่นในห้องเรียนที่ปิดมิดชิด ควันหนาทึบจะทำให้มองไม่เห็นทาง มีกลิ่นติดค้าง ต้องเปิดระบายอากาศนาน และอาจทำให้ผู้ปกครองกังวลเมื่อเห็นควันลอยออกมาจากอาคารเรียน ในการพ่นภายในอาคาร ละอองฝอยแบบ ULV มักเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

เครื่องพ่นไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กติดข้อจำกัดเรื่องจุดจ่ายไฟ โรงเรียนจำนวนมากมีอาคารเก่าที่เดินสายไฟไว้น้อย ห้องเรียนบางห้องมีเต้ารับเพียงจุดเดียวอยู่ที่หน้าห้อง ส่วนห้องน้ำ ห้องเก็บของ โรงจอดรถ และใต้ถุนอาคารซึ่งเป็นจุดที่ยุงลายชอบเกาะพักกลับไม่มีไฟฟ้าเลย การลากสายไฟพ่วงยาวผ่านทางเดินที่เด็กวิ่งเล่นเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ผู้บริหารไม่ควรยอมรับ

ขนาดละอองไม่เหมาะสม เครื่องพ่นแบบฉีดน้ำทั่วไปหรือกระบอกพ่นมือโยกให้ละอองใหญ่เกินไป ละอองตกลงพื้นเร็ว เปียกโต๊ะเรียนและหนังสือ แต่ไม่ลอยค้างในอากาศนานพอจะสัมผัสตัวยุงที่บินอยู่ ผลคือสิ้นเปลืองสารเคมีแต่ได้ผลน้อย การควบคุมยุงตัวเต็มวัยในอาคารต้องอาศัยละอองขนาดเล็กระดับไมครอนที่ลอยตัวได้ดี

พ่นผิดเวลาและผิดจุด ยุงลายเกาะพักในที่มืด ใต้โต๊ะ หลังตู้ ใต้บันได การพ่นเฉพาะกลางห้องหรือพ่นเฉพาะรอบนอกอาคารจึงไม่ครอบคลุมจุดที่ยุงหลบอยู่จริง นอกจากนี้บางโรงเรียนพ่นในช่วงที่นักเรียนยังอยู่ในอาคาร ซึ่งไม่ควรทำเด็ดขาด การพ่นควรทำหลังเลิกเรียนหรือวันหยุด โดยปิดห้องไว้ตามระยะเวลาที่ฉลากสารเคมีกำหนด แล้วเปิดระบายอากาศก่อนนักเรียนเข้าเรียน

ซื้อเครื่องราคาถูกที่ไม่มีบริการหลังการขาย เครื่องพ่นที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจนมักพังเร็ว หาอะไหล่ไม่ได้ ไม่มีคู่มือภาษาไทย และไม่มีใครสอนวิธีใช้ที่ถูกต้อง เมื่อเครื่องเสียกลางฤดูระบาด โรงเรียนก็กลับไปเริ่มต้นใหม่ที่ศูนย์ ซ้ำร้ายยังอาจเป็นปัญหาในการตรวจสอบพัสดุ เพราะเอกสารประกอบการจัดซื้อจัดจ้างไม่ครบถ้วน

ทำเพียงการพ่น แต่ไม่ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ การพ่นละอองฝอยจัดการยุงตัวเต็มวัยได้ แต่ถ้าในโรงเรียนยังมีภาชนะขังน้ำ ลูกน้ำรุ่นใหม่ก็จะฟักออกมาเรื่อย ๆ การพ่นจึงต้องทำควบคู่กับมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ตามที่กรมควบคุมโรครณรงค์ ได้แก่ เก็บบ้านให้สะอาดปลอดโปร่ง เก็บขยะ และเก็บน้ำให้มิดชิด ซึ่งโรงเรียนสามารถบูรณาการเป็นกิจกรรมของนักเรียนได้

ทางออก: AIROFOG AIROSTAR เครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบแบตเตอรี่ ไร้สาย ไม่ต้องพึ่งปลั๊กไฟ

AIROFOG AIROSTAR คือเครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบไร้สายที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน จัดจำหน่ายโดยบริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด (WHD) จุดเด่นที่ตอบโจทย์โรงเรียนโดยตรงคือไม่ต้องเสียบปลั๊กขณะใช้งาน ผู้ปฏิบัติงานสามารถถือเครื่องเดินเข้าห้องเรียน ห้องน้ำ ห้องเก็บพัสดุ ใต้ถุนอาคาร และทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารได้อย่างอิสระ ไม่มีสายไฟพาดขวางทาง ไม่ต้องหาเต้ารับ และไม่ต้องกังวลเรื่องไฟฟ้ารั่วในจุดที่พื้นเปียก

ข้อมูลสำคัญของ AIROSTAR

  • ประเภท: เครื่องพ่นละอองฝอย ULV (Ultra Low Volume) แบบไร้สาย
  • แหล่งพลังงาน: แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ชาร์จซ้ำได้
  • ระยะเวลาใช้งาน: ใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุดประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • ระยะพ่น: พ่นได้ไกลสูงสุดประมาณ 11 เมตร
  • การรับประกันคุณภาพจากผู้จำหน่าย: WHD ได้รับรองมาตรฐาน ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพเครื่องทุกเครื่องก่อนส่งมอบ พร้อมบริการหลังการขาย ช่างเทคนิค และอะไหล่

ทำไม AIROSTAR จึงเหมาะกับโรงเรียนมากกว่าเครื่องแบบอื่น

ลองนึกภาพการพ่นห้องเรียนขนาดมาตรฐานในอาคารสามชั้น ผู้ปฏิบัติงานหนึ่งคนสามารถเริ่มจากชั้นบนสุด เดินพ่นทีละห้อง ส่องละอองเข้าไปใต้โต๊ะ หลังตู้ และมุมอับ แล้วปิดประตูหน้าต่างไว้ตามเวลาที่ฉลากสารเคมีกำหนด ก่อนเดินลงมาชั้นถัดไป ด้วยระยะพ่นที่ไกลถึงประมาณ 11 เมตร ผู้ปฏิบัติงานสามารถยืนที่ประตูแล้วส่งละอองเข้าไปถึงหลังห้องได้โดยไม่ต้องเดินเข้าไปในพื้นที่ที่พ่นแล้ว ช่วยลดการสัมผัสสารเคมีของผู้พ่นเอง

ระยะเวลาใช้งานราว 60 นาทีต่อการชาร์จเพียงพอสำหรับการพ่นห้องเรียนจำนวนมากในหนึ่งรอบ ขึ้นอยู่กับขนาดห้องและอัตราการพ่นที่ตั้งไว้ หากโรงเรียนมีอาคารหลายหลัง สามารถวางแผนแบ่งพ่นเป็นโซนในแต่ละวัน เช่น วันจันทร์พ่นอาคารหนึ่ง วันอังคารพ่นอาคารสอง แล้วชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ข้ามคืน เป็นรอบการทำงานที่ภารโรงหรือครูอนามัยโรงเรียนรับผิดชอบได้โดยไม่เพิ่มภาระจนเกินไป

เพราะเป็นระบบ ULV ที่ใช้ปริมาณสารเคมีน้อยแต่แตกตัวเป็นละอองขนาดเล็ก ละอองจึงลอยค้างในอากาศได้นานพอจะสัมผัสยุงที่บินอยู่และแทรกเข้าไปถึงจุดหลบซ่อน โดยไม่ทำให้โต๊ะเรียนและหนังสือเปียกชุ่มเหมือนการฉีดพ่นแบบละอองใหญ่ ห้องเรียนจึงกลับมาใช้งานได้เร็วหลังการระบายอากาศ ไม่มีควันหนาที่ทำให้ผู้ปกครองตกใจ และไม่มีเสียงเครื่องยนต์ดังรบกวนชุมชนรอบโรงเรียน นอกจากยุงแล้ว เมื่อใช้ร่วมกับสารเคมีที่เหมาะสมตามฉลาก เครื่องพ่นละอองฝอยยังช่วยในงานกำจัดแมลงทุกชนิดที่พบบ่อยในโรงเรียน เช่น แมลงวันในโรงอาหารและแมลงสาบในห้องเก็บของ

สำหรับพื้นที่กลางแจ้งขนาดใหญ่ของโรงเรียน เช่น สนามฟุตบอล แนวรั้ว และสวนรอบอาคาร โรงเรียนอาจใช้ AIROSTAR ร่วมกับการประสานขอรับการพ่นหมอกควันจากท้องถิ่น หรือพิจารณา เครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 ที่ตัวเครื่องเป็นสเตนเลสสตีล น้ำหนักเบา สำหรับงานภายนอกอาคาร เพื่อให้การควบคุมยุงครอบคลุมทั้งภายในและภายนอกอย่างเป็นระบบ

10 เหตุผลที่ผู้อำนวยการโรงเรียนควรเลือก AIROSTAR เป็นเครื่องพ่นยุงประจำโรงเรียน

  1. ไร้สาย ไม่ต้องหาปลั๊ก พ่นได้ทุกห้องแม้ในอาคารไม้หลังเก่าที่มีเต้ารับไฟฟ้าน้อย ห้องน้ำ และใต้ถุนอาคารที่ไม่มีไฟฟ้าเลย
  2. ปลอดภัยต่อสถานที่ที่มีเด็กจำนวนมาก ไม่มีสายไฟพาดทางเดินให้สะดุด ลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจรในจุดที่พื้นเปียก
  3. ละอองฝอยแบบ ULV เหมาะกับงานในอาคาร ใช้สารเคมีปริมาณน้อย ละอองเล็กลอยค้างได้ดี ไม่ทำให้สมุดหนังสือเปียกเสียหาย
  4. พ่นได้ไกลประมาณ 11 เมตร ยืนที่ประตูห้องก็ส่งละอองไปถึงหลังห้องได้ ลดการเดินเข้าไปในพื้นที่ที่พ่นแล้ว
  5. ใช้งานได้นานราว 60 นาทีต่อการชาร์จ เพียงพอสำหรับการพ่นเป็นโซนในแต่ละวัน วางแผนรอบการพ่นได้ง่าย
  6. ใช้งานง่าย ไม่ต้องผสมน้ำมันเชื้อเพลิงหรือสตาร์ตเครื่องยนต์ ครูอนามัยหรือภารโรงเรียนรู้การใช้งานได้เร็ว
  7. เสียงรบกวนน้อยกว่าเครื่องยนต์ พ่นหลังเลิกเรียนได้โดยไม่รบกวนบ้านเรือนรอบโรงเรียน
  8. เหมาะกับการจัดซื้อเป็นครุภัณฑ์ราชการ WHD มีเอกสารประกอบการจัดซื้อจัดจ้าง และผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ ดูรายละเอียด AIROSTAR
  9. มีบริการหลังการขายครบวงจร ตรวจสอบคุณภาพทุกเครื่องก่อนส่งมอบ มีช่างเทคนิคและอะไหล่รองรับ ไม่ต้องกลัวเครื่องเสียกลางฤดูระบาด
  10. สร้างภาพลักษณ์เชิงรุกให้โรงเรียน โรงเรียนมีเครื่องพ่นยุงของตัวเอง ลงมือได้ทันทีเมื่อพบผู้ป่วย ไม่ต้องรอคิวยืมเครื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองและชุมชน ดูครุภัณฑ์กำจัดยุงทั้งหมด

ก่อนและหลัง: โรงเรียนที่มีเครื่องพ่นยุงแบตเตอรี่ประจำการ

ก่อน

  • รอคิวยืมเครื่องพ่นหมอกควันจากท้องถิ่นหลายวัน
  • พ่นได้เฉพาะรอบนอกอาคาร ภายในห้องเรียนไม่ทั่วถึง
  • ต้องลากสายไฟพ่วงยาวผ่านทางเดิน เสี่ยงสะดุดและไฟรั่ว
  • ห้องน้ำ ใต้ถุนอาคาร ห้องเก็บของ ไม่ได้พ่นเลยเพราะไม่มีไฟ
  • ผู้ปกครองร้องเรียนในกลุ่มไลน์ โรงเรียนตอบได้แค่ว่ากำลังประสานงาน
  • พ่นครั้งเดียวแล้วหยุด ยุงรุ่นใหม่กลับมาภายในไม่กี่สัปดาห์

หลัง

  • ลงมือพ่นได้ภายในวันเดียวกับที่ได้รับแจ้งว่ามีนักเรียนป่วย
  • พ่นละอองฝอยได้ครบทุกห้อง รวมถึงใต้โต๊ะและมุมอับ
  • ไม่มีสายไฟ ไม่ต้องหาเต้ารับ ทางเดินปลอดภัย
  • ครอบคลุมห้องน้ำ ใต้ถุนอาคาร ห้องพัสดุ และทางเดินเชื่อม
  • โรงเรียนแจ้งผู้ปกครองพร้อมภาพและตารางการพ่นที่ชัดเจน
  • มีรอบการพ่นต่อเนื่องควบคู่กิจกรรม 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค

แผนปฏิบัติการพ่นละอองฝอยในโรงเรียนช่วงเปิดภาคเรียน (ตัวอย่างแนวทาง)

การมีเครื่องพ่นยุงที่ดีเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของความสำเร็จ อีกครึ่งหนึ่งคือแผนการใช้งานที่เป็นระบบ ด้านล่างเป็นตัวอย่างแนวทางที่โรงเรียนสามารถปรับใช้ร่วมกับคำแนะนำของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่

ระยะที่ 1: ก่อนเปิดภาคเรียนประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์

จัดกิจกรรมทำความสะอาดครั้งใหญ่ร่วมกับครูและผู้ปกครองอาสา สำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทั่วโรงเรียน ได้แก่ ภาชนะขังน้ำ แจกัน ถังน้ำในห้องน้ำ รางน้ำฝนที่อุดตัน ยางรถยนต์เก่า และกระถางต้นไม้ จากนั้นพ่นละอองฝอยด้วย AIROSTAR ในทุกอาคารเพื่อลดยุงตัวเต็มวัยที่สะสมมาตลอดช่วงปิดภาคเรียน พ่นเสร็จแล้วปิดห้องไว้ตามเวลาที่ฉลากสารเคมีแนะนำ แล้วเปิดระบายอากาศให้ทั่วก่อนเปิดเรียน

ระยะที่ 2: สัปดาห์แรกถึงเดือนแรกของภาคเรียน

กำหนดตารางพ่นเป็นโซน เช่น ทุกวันศุกร์หลังเลิกเรียนหรือเช้าวันเสาร์ ผู้รับผิดชอบพ่นตามลำดับอาคาร บันทึกวันเวลา ห้องที่พ่น ชนิดสารเคมี และชื่อผู้ปฏิบัติงานลงในแบบฟอร์ม เก็บเป็นหลักฐานสำหรับการรายงานผู้บังคับบัญชาและการชี้แจงผู้ปกครอง ครูประจำชั้นสอนนักเรียนให้สำรวจลูกน้ำในห้องเรียนของตัวเองทุกสัปดาห์ เป็นทั้งการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และการสร้างวินัยด้านสุขภาพ

ระยะที่ 3: เมื่อมีรายงานนักเรียนป่วยหรือสงสัยไข้เลือดออก

แจ้งหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ทันที พ่นละอองฝอยในห้องเรียนของนักเรียนที่ป่วย ห้องข้างเคียง และจุดที่นักเรียนใช้ร่วมกัน เช่น โรงอาหาร ห้องสมุด ห้องน้ำ ภายในวันเดียวกันหลังเลิกเรียน แล้วพ่นซ้ำตามรอบที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแนะนำ ประสานท้องถิ่นเพื่อพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วย และสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างโปร่งใสว่าโรงเรียนได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง พร้อมแนะนำให้สังเกตอาการไข้ของบุตรหลาน

ข้อควรปฏิบัติด้านความปลอดภัยทุกครั้งที่พ่น

  • พ่นเมื่อไม่มีนักเรียนอยู่ในอาคารเท่านั้น เช่น หลังเลิกเรียนหรือวันหยุด
  • ใช้สารเคมีที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องสำหรับงานสาธารณสุข และปฏิบัติตามฉลากอย่างเคร่งครัด
  • ผู้พ่นสวมหน้ากาก ถุงมือ แว่นตา และเสื้อแขนยาว
  • ปิดหรือเก็บอาหาร ภาชนะใส่น้ำดื่ม และอุปกรณ์การเรียนของเด็กเล็กก่อนพ่น
  • เปิดระบายอากาศให้ทั่วก่อนนักเรียนกลับเข้าห้องเรียน
  • เก็บสารเคมีในตู้ที่มีกุญแจล็อก ห่างจากมือเด็ก

เคล็ดลับการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับโรงเรียน

โรงเรียนสังกัด สพฐ. และโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีช่องทางงบประมาณที่แตกต่างกัน แต่หลักการเตรียมการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์มีจุดร่วมที่ควรพิจารณาดังนี้ (ควรตรวจสอบระเบียบและแนวปฏิบัติล่าสุดกับเจ้าหน้าที่พัสดุหรือต้นสังกัดทุกครั้ง)

1. เริ่มจากความต้องการจริงของโรงเรียน

สำรวจจำนวนอาคาร จำนวนห้องเรียน พื้นที่ที่ไม่มีจุดจ่ายไฟ และจำนวนบุคลากรที่จะรับผิดชอบการพ่น ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้กำหนดได้ว่าควรจัดหาเครื่องพ่นละอองฝอยแบบแบตเตอรี่กี่เครื่อง และควรมีเครื่องพ่นหมอกควันสำหรับงานภายนอกอาคารหรือไม่ การเขียนเหตุผลความจำเป็นที่ชัดเจนช่วยให้คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติได้ง่ายขึ้น

2. เขียนคุณลักษณะเฉพาะให้ตรงกับการใช้งาน

ระบุคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการใช้งานในโรงเรียน เช่น เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยระบบ ULV ใช้แบตเตอรี่ชาร์จได้ ระยะเวลาใช้งานต่อการชาร์จ ระยะการพ่น น้ำหนักที่ผู้ปฏิบัติงานถือได้สะดวก การรับประกัน และการฝึกอบรมการใช้งาน หลีกเลี่ยงการกำหนดคุณลักษณะที่ล็อกยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งโดยไม่มีเหตุผลทางเทคนิค และเปรียบเทียบราคาจากผู้ขายหลายรายตามขั้นตอน

3. กำหนดเงื่อนไขบริการหลังการขาย

ระบุในเอกสารให้ผู้ขายมีบริการซ่อมบำรุง มีอะไหล่สำรอง มีช่างเทคนิคที่ติดต่อได้ และมีการสาธิตการใช้งานเมื่อส่งมอบ WHD ตรวจสอบคุณภาพทุกเครื่องก่อนส่งมอบ พร้อมบริการหลังการขาย ช่างเทคนิค และอะไหล่ ซึ่งช่วยให้โรงเรียนมั่นใจได้ว่าครุภัณฑ์จะใช้งานได้ต่อเนื่องหลายปี

4. วางแผนงบประมาณวัสดุสิ้นเปลืองควบคู่

นอกจากตัวเครื่องแล้ว อย่าลืมตั้งงบสำหรับสารเคมีที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลของผู้พ่น และค่าบำรุงรักษาประจำปี การวางแผนครบทั้งระบบช่วยให้เครื่องไม่ถูกเก็บไว้เฉย ๆ เพราะไม่มีงบซื้อสารเคมี

5. บูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่

โรงเรียนสามารถหารือกับองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณด้านการควบคุมโรค หรือจัดทำโครงการร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) การทำงานร่วมกันทำให้การควบคุมยุงครอบคลุมทั้งในโรงเรียนและชุมชนรอบข้าง ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของยุงเช่นกัน

6. จัดอบรมผู้ใช้งานและทำคู่มือประจำโรงเรียน

ขอให้ผู้ขายจัดสาธิตและอบรมการใช้งานแก่ครูและภารโรงอย่างน้อยสองถึงสามคน เพื่อให้มีผู้ใช้เครื่องแทนกันได้ แล้วจัดทำคู่มือย่อฉบับโรงเรียนติดไว้ในห้องเก็บเครื่อง ระบุขั้นตอนการชาร์จแบตเตอรี่ การเติมสารเคมี การทำความสะอาดหลังใช้ และเบอร์ติดต่อฝ่ายบริการ

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มีเด็กป่วยไข้เลือดออก เราต้องโทรไปขอเครื่องพ่นจากตำบล บางครั้งรอสามสี่วันกว่าจะได้ พอได้มาก็พ่นได้แค่รอบนอกเพราะควันเยอะ พ่นในห้องเรียนไม่ได้ อาคารไม้หลังเก่าก็มีปลั๊กห้องละจุดเดียว ห้องน้ำไม่มีไฟเลย พอเปลี่ยนมาใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบแบตเตอรี่ ภารโรงถือเดินพ่นได้ทุกห้องหลังเลิกเรียน ใช้เวลาไม่นาน ชาร์จทิ้งไว้ตอนกลางคืน วันรุ่งขึ้นก็พร้อมพ่นอาคารต่อไป เราถ่ายรูปและลงตารางพ่นในกลุ่มผู้ปกครองทุกสัปดาห์ เสียงบ่นเรื่องยุงในห้องเรียนลดลงไปมาก ผู้ปกครองหลายคนอาสามาช่วยเก็บขยะและคว่ำภาชนะในวันทำความสะอาดใหญ่ด้วย"

หมายเหตุ: ข้อความข้างต้นเป็นตัวอย่างมุมมองแบบผสมจากลักษณะงานจริงในโรงเรียน เพื่อใช้ประกอบการอธิบาย ไม่ใช่คำรับรองจากบุคคลหรือหน่วยงานใดโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: พ่นละอองฝอยในห้องเรียนขณะที่นักเรียนอยู่ได้หรือไม่

ตอบ: ไม่ควรทำ การพ่นสารเคมีกำจัดยุงในอาคารควรทำเมื่อไม่มีนักเรียนอยู่ เช่น หลังเลิกเรียนหรือวันหยุด ปิดห้องไว้ตามเวลาที่ฉลากสารเคมีกำหนด แล้วเปิดระบายอากาศให้ทั่วก่อนให้นักเรียนกลับเข้าห้อง

ถาม: AIROSTAR ใช้งานได้นานเท่าไรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ตอบ: ใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุดประมาณ 60 นาทีต่อการชาร์จ จำนวนห้องที่พ่นได้ขึ้นอยู่กับขนาดห้องและอัตราการพ่นที่ตั้งไว้ โรงเรียนที่มีหลายอาคารสามารถแบ่งพ่นเป็นโซนและชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ข้ามคืน

ถาม: ควรเลือกเครื่องพ่นหมอกควันหรือเครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับโรงเรียน

ตอบ: สำหรับภายในอาคารเรียน ห้องน้ำ และห้องเก็บของ เครื่องพ่นละอองฝอย ULV อย่าง AIROSTAR เหมาะกว่าเพราะไม่มีควันหนา ส่วนพื้นที่กลางแจ้งขนาดใหญ่ เช่น สนามและแนวรั้ว เครื่องพ่นหมอกควันอย่าง AT35 เหมาะกับงานนี้ หลายโรงเรียนจึงใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน

ถาม: ควรพ่นบ่อยแค่ไหนในช่วงเปิดภาคเรียน

ตอบ: ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในพื้นที่ ช่วงปกติอาจพ่นเป็นรอบตามแผนของโรงเรียน และเมื่อมีผู้ป่วยควรพ่นทันทีแล้วพ่นซ้ำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่สำคัญคือต้องทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำควบคู่ไปด้วยทุกสัปดาห์

ถาม: โรงเรียนจัดซื้อเครื่องพ่นยุงเป็นครุภัณฑ์ราชการได้หรือไม่

ตอบ: ได้ ผลิตภัณฑ์ของ WHD เป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ โรงเรียนควรดำเนินการตามขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างของต้นสังกัด และปรึกษาเจ้าหน้าที่พัสดุเรื่องหมวดงบประมาณที่เหมาะสม ทีมงาน WHD พร้อมให้ข้อมูลประกอบการจัดทำเอกสาร

ถาม: ครูหรือภารโรงที่ไม่เคยใช้เครื่องพ่นมาก่อนจะใช้ได้หรือไม่

ตอบ: ได้ เพราะ AIROSTAR เป็นเครื่องไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ ไม่ต้องผสมน้ำมันหรือสตาร์ตเครื่องยนต์ WHD มีบริการสาธิตและแนะนำการใช้งาน รวมถึงช่างเทคนิคที่ให้คำปรึกษาหลังการขาย

ถาม: การพ่นยาอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่ในการป้องกันไข้เลือดออก

ตอบ: ไม่เพียงพอ การพ่นช่วยลดยุงตัวเต็มวัย แต่ต้องทำควบคู่กับมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ การสอนนักเรียนป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด และการเฝ้าระวังอาการไข้ของนักเรียนอย่างใกล้ชิด

พร้อมให้ทุกห้องเรียนปลอดยุงก่อนเปิดภาคเรียนหน้าแล้วหรือยัง

ปรึกษาทีมงาน WHD เรื่องเครื่องพ่นละอองฝอยแบบแบตเตอรี่สำหรับโรงเรียน ขอใบเสนอราคา และข้อมูลประกอบการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ราชการได้ทันที

ดูสินค้าและราคา AIROSTAR คลิกที่นี่

ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #ไข้เลือดออกในโรงเรียน #AIROSTAR

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, เครื่องพ่นยุงสำหรับโรงเรียน, เครื่องพ่นละอองฝอยแบบแบตเตอรี่, AIROSTAR

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้