จอขึ้นสีเขียว ค่าฝุ่นต่ำ แต่ห้องยังเหม็นอับ: สิ่งที่เครื่องฟอกอากาศทำได้ และสิ่งที่มันทำไม่ได้เลย

Last updated: 23 ก.ย. 2569  |  11 จำนวนผู้เข้าชม  | 

จอขึ้นสีเขียว ค่าฝุ่นต่ำ แต่ห้องยังเหม็นอับ: สิ่งที่เครื่องฟอกอากาศทำได้ และสิ่งที่มันทำไม่ได้เลย

จอขึ้นสีเขียว ค่าฝุ่นต่ำ แต่ห้องยังเหม็นอับ: สิ่งที่เครื่องฟอกอากาศทำได้ และสิ่งที่มันทำไม่ได้เลย

เภสัชกรคนหนึ่งซื้อเครื่องฟอกอากาศสามเครื่อง ติดตั้งครบทุกห้อง ดูค่าจากแอปทุกวัน แต่ลูกชายวัยหกขวบยังจามทุกเช้าเหมือนเดิม เขาใช้เวลาหนึ่งปีกว่าจะเข้าใจว่าตัวเลขบนจอไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด

คุณแพน เภสัชกรที่เชื่อตัวเลข

ปัณณธร หรือคุณแพน อายุ 41 ปี เป็นเภสัชกรชุมชนที่เปิดร้านยาเล็ก ๆ ของตัวเองในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เขาอยู่บ้านแฝดสองชั้นอายุสิบสองปีกับภรรยาและลูกชายวัยหกขวบ นิสัยของคนที่เรียนสายวิทยาศาสตร์ทำให้เขาเป็นคนชอบอ่านสเปกก่อนซื้อของทุกชิ้น

ตอนที่ลูกชายเริ่มมีอาการจามติดกันทุกเช้า น้ำมูกใส คัดจมูกจนต้องอ้าปากหายใจตอนนอน และคุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ คุณแพนจึงทำในสิ่งที่เขาถนัดที่สุด คือค้นข้อมูลอย่างจริงจัง เขาอ่านเรื่องค่า CADR อ่านเรื่องแผ่นกรอง HEPA อ่านรีวิวเป็นสิบฉบับ แล้วตัดสินใจซื้อเครื่องฟอกอากาศสามเครื่องในคราวเดียว เครื่องใหญ่ไว้ห้องนั่งเล่น เครื่องกลางไว้ห้องนอนใหญ่ และอีกเครื่องไว้ห้องลูก

เขาทำทุกอย่างถูกต้องตามตำรา ปิดประตูหน้าต่างเวลาเปิดเครื่อง เปลี่ยนแผ่นกรองตามรอบที่คู่มือกำหนด จดค่าฝุ่นจากแอปทุกเช้าและทุกคืนลงในไฟล์ตาราง และในแง่ของตัวเลข ผลลัพธ์ดูดีมาก ค่า PM2.5 ในห้องนอนลดจากหลักสี่สิบเหลือหลักหน่วยภายในครึ่งชั่วโมง ไฟบนเครื่องเป็นสีเขียวตลอดคืน

แต่หลังผ่านไปเกือบหนึ่งปี ลูกชายก็ยังจามทุกเช้าเหมือนเดิม ยังคัดจมูกตอนนอนเหมือนเดิม และภรรยาของเขาก็ยังพูดประโยคเดิมทุกครั้งที่กลับจากต่างจังหวัดสองสามวันว่า ห้องนอนเรามีกลิ่นอับนะ

คุณแพนหงุดหงิดมาก เพราะสำหรับเขา ตัวเลขคือความจริง และตัวเลขบอกว่าอากาศในบ้านสะอาด จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นตอนที่เขานั่งคุยกับตัวแทนขายยาคนหนึ่งซึ่งเคยทำงานสายเครื่องมือแพทย์ แล้วเธอถามเขาสั้น ๆ ว่า เซ็นเซอร์ในเครื่องฟอกอากาศวัดอะไร

คำถามนั้นทำให้เขากลับไปเปิดคู่มือ แล้วพบคำตอบที่ทำให้เขานั่งเงียบไปพักหนึ่ง เซ็นเซอร์ของเครื่องที่เขาซื้อวัดปริมาณอนุภาคฝุ่นในอากาศ ไม่ได้วัดกลิ่น ไม่ได้วัดไอระเหยของสารอินทรีย์ และไม่ได้วัดเชื้อโรคเลยแม้แต่ตัวเดียว ไฟสีเขียวที่เขาดูทุกคืนมาตลอดปี กำลังบอกเขาแค่เรื่องเดียวจากทั้งหมดหลายเรื่องที่มีอยู่ในห้องนั้น

เครื่องฟอกอากาศทำอะไรได้ดีจริง ๆ

ก่อนจะพูดถึงข้อจำกัด ต้องพูดความจริงอีกด้านให้ชัดก่อนว่าเครื่องฟอกอากาศเป็นของดีและควรมีไว้ในบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีคนเป็นภูมิแพ้และอยู่ในเมืองที่มีปัญหาฝุ่นละออง

สิ่งที่มันทำได้ดีคือการดักจับอนุภาคที่ลอยอยู่ในอากาศซึ่งถูกดูดผ่านตัวเครื่อง แผ่นกรองประสิทธิภาพสูงจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก ละอองเกสร ขนสัตว์ และเศษผิวหนังได้จริงในระดับที่วัดผลได้ ห้องที่เปิดเครื่องขนาดเหมาะสมอย่างต่อเนื่องจะมีปริมาณฝุ่นแขวนลอยต่ำกว่าห้องที่ไม่มีเครื่องอย่างชัดเจน สำหรับคนที่แพ้ฝุ่นหรือแพ้เกสร นี่คือประโยชน์ที่จับต้องได้ทุกวัน

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่อง แต่อยู่ที่ความคาดหวังของเรา เราซื้อของที่ออกแบบมาเพื่อทำงานหนึ่งอย่าง แล้วคาดหวังให้มันแก้ปัญหาทุกอย่างในห้องนั้น พอมันไม่ได้ผลตามที่หวัง เราก็มักสรุปว่าซื้อรุ่นไม่ดีพอ แล้วไปซื้อเครื่องที่แพงขึ้นอีก ทั้งที่ปัญหาจริงอยู่คนละเรื่องกับสิ่งที่เครื่องถูกสร้างมาให้ทำ

เจ็ดสิ่งที่เครื่องฟอกอากาศทำไม่ได้ และไม่มีวันทำได้

1. มันทำงานได้เฉพาะกับอากาศที่ถูกดูดผ่านตัวเครื่อง

หลักการของเครื่องฟอกอากาศคือดูดอากาศเข้ามาผ่านแผ่นกรองแล้วปล่อยออกไป อากาศส่วนไหนที่ไม่ถูกดูดเข้ามา ก็ไม่ถูกจัดการ ในห้องจริงที่มีเตียง ตู้ โซฟา และมุมอับ การไหลเวียนของอากาศไม่ได้สม่ำเสมอทั่วทั้งห้อง มุมหลังตู้เสื้อผ้าหรือช่องใต้เตียงอาจแทบไม่มีอากาศหมุนเวียนเลย และถ้าเราวางเครื่องชิดผนังหรือมีของบังช่องลม ประสิทธิภาพก็ลดลงอีก

2. มันไม่ได้แตะต้องต้นตอของกลิ่นเลย

นี่คือจุดที่สำคัญที่สุด กลิ่นอับในห้องนอนไม่ได้ลอยอยู่กลางอากาศเฉย ๆ มันถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องจากวัสดุที่เป็นต้นตอ เช่น ฟองน้ำในที่นอน ผ้าม่าน พรม เบาะโซฟา และเสื้อผ้าในตู้ ตราบใดที่ต้นตอยังปล่อยโมเลกุลกลิ่นออกมาตลอดเวลา เครื่องฟอกอากาศก็ทำได้แค่ไล่เก็บสิ่งที่ถูกปล่อยออกมาแล้ว ไม่ต่างจากการถูพื้นใต้ก๊อกที่ยังหยดอยู่

3. มันไม่ฆ่าเชื้อบนพื้นผิวและในเนื้อวัสดุ

เชื้อราที่อยู่ในฟองน้ำที่นอน แบคทีเรียบนผิวหมอน และสปอร์ที่ฝังอยู่ในเส้นใยผ้าม่าน ไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศตลอดเวลา มันอยู่ในวัสดุและจะฟุ้งขึ้นมาเป็นช่วง ๆ เมื่อมีการเคลื่อนไหว เครื่องฟอกอากาศไม่มีกลไกใดที่จะเข้าไปจัดการสิ่งที่อยู่ในเนื้อวัสดุได้ มันรอให้สิ่งนั้นลอยขึ้นมาก่อนเท่านั้น

4. เซ็นเซอร์ไม่ได้วัดสิ่งที่ทำให้เราไม่สบาย

เครื่องส่วนใหญ่ในท้องตลาดวัดปริมาณอนุภาคฝุ่นเป็นหลัก ซึ่งแปลว่าไฟสีเขียวหมายถึงฝุ่นน้อย ไม่ได้หมายถึงอากาศดี ไอระเหยจากเฟอร์นิเจอร์ใหม่ กลิ่นสารเคมี เชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ที่ไม่ใช่ฝุ่น ไม่ปรากฏบนจอนั้นเลย การดูตัวเลขอย่างเดียวจึงให้ความมั่นใจเกินจริง และทำให้เราหยุดมองหาต้นเหตุที่แท้จริง

5. แผ่นกรองกลิ่นมีวันหมดอายุเร็วกว่าที่คิด

เครื่องหลายรุ่นมีชั้นคาร์บอนสำหรับดูดซับกลิ่น ซึ่งทำงานได้จริงในช่วงแรก แต่คาร์บอนมีขีดความสามารถจำกัดและอิ่มตัวได้ เมื่ออิ่มตัวแล้วมันจะหยุดดูดซับโดยที่ไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ บอกเรา ในบ้านที่มีกลิ่นแรงต่อเนื่อง ชั้นคาร์บอนอาจหมดสภาพเร็วกว่ารอบเปลี่ยนที่คู่มือระบุไว้มาก

6. ตัวเครื่องเองอาจกลายเป็นแหล่งสะสม

แผ่นกรองที่เต็มไปด้วยฝุ่นและความชื้น โดยเฉพาะในบ้านที่อากาศชื้นอย่างประเทศไทย เป็นสภาพแวดล้อมที่เชื้อราเจริญเติบโตได้ หลายคนเคยสังเกตว่าเครื่องฟอกอากาศของตัวเองเริ่มมีกลิ่นอับออกมาจากช่องลม นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาเปลี่ยนแผ่นกรองและทำความสะอาดตัวเครื่องแล้ว

7. มันเข้าไปในที่ปิดไม่ได้

ตู้เสื้อผ้าที่ปิดประตู ลิ้นชักเก็บของ ช่องใต้เตียง คอยล์เย็นในเครื่องปรับอากาศ และซอกหลังหัวเตียง คือพื้นที่ที่อากาศแทบไม่หมุนเวียน เครื่องฟอกอากาศที่ตั้งอยู่กลางห้องไม่มีทางเข้าไปถึงจุดเหล่านั้น แต่จุดเหล่านั้นคือที่ที่กลิ่นอับและเชื้อรามักเริ่มต้น

ราคาที่ต้องจ่ายเมื่อเราแก้ปัญหาผิดจุดอยู่หนึ่งปี

สุขภาพ

อาการภูมิแพ้ที่ไม่ได้รับการแก้ที่ต้นเหตุไม่ได้หยุดอยู่กับที่ เด็กที่คัดจมูกจนต้องอ้าปากหายใจทุกคืนจะนอนหลับไม่ลึก ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น สมาธิในห้องเรียนลดลง และหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ บางรายมีอาการไอเรื้อรังตอนกลางคืนจนถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหวัดซ้ำซาก ผู้ใหญ่ในบ้านเองก็มักมีอาการคัดจมูกตอนเช้า ปวดหัวตื้อ ๆ และเหนื่อยง่าย โดยคิดว่าเป็นเพราะงานหนัก

จุดที่ควรสังเกตคือรูปแบบของอาการ ถ้าอาการหนักที่สุดตอนตื่นนอนและดีขึ้นเมื่อออกจากบ้านไปหลายวัน ต้นเหตุมักอยู่ในห้องนอน ไม่ใช่ในตัวเด็ก

ค่าใช้จ่ายที่บานปลาย

การแก้ผิดจุดมีค่าใช้จ่ายแฝงที่มากกว่าที่คิด เครื่องฟอกอากาศสามเครื่อง แผ่นกรองที่ต้องเปลี่ยนทุกหกถึงสิบสองเดือน ค่ายาแก้แพ้และสเปรย์พ่นจมูกที่ซื้อต่อเนื่องทั้งปี ค่าพบแพทย์เป็นระยะ และความตั้งใจที่จะซื้อเครื่องเพิ่มอีกเครื่องเพราะคิดว่ากำลังยังไม่พอ ทั้งหมดนี้คือเงินที่จ่ายไปกับการควบคุมอาการ ขณะที่ต้นเหตุยังอยู่ในฟองน้ำที่นอนใบเดิม

ความสัมพันธ์ในบ้าน

เรื่องกลิ่นในบ้านทำให้คู่สามีภรรยาหลายคู่ทะเลาะกันบ่อยกว่าที่คนนอกคิด ฝ่ายหนึ่งได้กลิ่นชัดเจน อีกฝ่ายยืนยันว่าไม่ได้กลิ่นอะไรเลย ซึ่งทั้งคู่พูดความจริงทั้งคู่ เพราะคนที่อยู่ในบ้านตลอดจะชินกับกลิ่นจนไม่รับรู้ ส่วนคนที่เพิ่งกลับจากข้างนอกจะรับรู้ได้ทันที ผลคือการถกเถียงที่ไม่มีวันจบ และหลายครอบครัวก็ไม่กล้าชวนญาติหรือเพื่อนมาค้างที่บ้าน

เวลา

เวลาที่หายไปคือสิ่งที่ตีราคายากที่สุด หนึ่งปีเต็มที่คุณแพนใช้ไปกับการอ่านรีวิว เปรียบเทียบสเปก จดค่าฝุ่นลงตาราง และเปลี่ยนแผ่นกรองตามรอบ คือหนึ่งปีที่ลูกชายยังนอนไม่เต็มอิ่มทุกคืน การวินิจฉัยปัญหาให้ถูกตั้งแต่แรกจึงไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องของเวลาที่เอากลับคืนมาไม่ได้

แล้วทำไมวิธีอื่นที่คนนิยมทำก็ยังไม่พอ

ซื้อเครื่องที่แพงขึ้นหรือเพิ่มจำนวนเครื่อง ช่วยเรื่องฝุ่นได้มากขึ้นจริง แต่ไม่เปลี่ยนหลักการพื้นฐาน เครื่องที่ดีกว่ายังคงเป็นเครื่องที่ทำงานกับอากาศที่ไหลผ่านมันเท่านั้น และยังคงเข้าไปในเนื้อฟองน้ำที่นอนไม่ได้อยู่ดี

ซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนบ่อยขึ้น เป็นสิ่งที่ควรทำและช่วยได้จริงในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ซักได้คือผ้าชั้นนอก ส่วนที่เป็นปัญหาคือตัวที่นอนข้างใน ซึ่งไม่มีใครถอดออกมาซักได้

ตากที่นอนกลางแดด ช่วยไล่ความชื้นที่ผิวและลดไรฝุ่นได้บ้าง แต่แดดเมืองไทยในหน้าฝนหายากพอ ๆ กับเวลาว่าง และความร้อนจากแดดก็ไม่ได้ทะลุเข้าไปถึงกลางฟองน้ำหนาหลายนิ้ว

สเปรย์ปรับอากาศและน้ำหอมปรับผ้านุ่ม เพิ่มกลิ่นใหม่ทับกลิ่นเดิมเท่านั้น และสำหรับเด็กที่เป็นภูมิแพ้ น้ำหอมสังเคราะห์มักเป็นตัวกระตุ้นอาการเพิ่มอีกทางหนึ่ง

ล้างแอร์ สำคัญและควรทำตามรอบ แต่จัดการได้เฉพาะภายในเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้แตะที่นอน ผ้าม่าน พรม หรือตู้เสื้อผ้าที่เป็นแหล่งสะสมหลัก

เมื่อมองรวมกันจะเห็นรูปแบบเดียวกันคือ ทุกวิธีทำงานกับอากาศที่ลอยอยู่ หรือกับพื้นผิวที่มือเราเอื้อมถึง แต่ปัญหาที่ทำให้ห้องยังมีกลิ่นและลูกยังจามทุกเช้า อยู่ลึกเข้าไปในเนื้อวัสดุและในช่องปิดที่ไม่มีอะไรเข้าถึง

สิ่งที่ต้องทำคือเข้าไปจัดการที่ต้นตอ ด้วยการอบโอโซนฆ่าเชื้อโดย WHD

คุณแพนสรุปให้ฟังด้วยภาษาของเภสัชกรว่า เครื่องฟอกอากาศคือการรักษาตามอาการ ส่วนสิ่งที่บ้านของเขาขาดคือการรักษาที่ต้นเหตุ และคำตอบที่เขาเลือกคือบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยของ World Health Disinfection

เหตุผลอยู่ที่ตัวกลางที่ใช้ทำงาน เครื่องฟอกอากาศต้องรอให้สิ่งสกปรกลอยมาหามัน แต่โอโซนเป็นแก๊สที่กระจายไปเองทั่วทั้งพื้นที่ และไปถึงทุกที่ที่อากาศไปถึง นั่นหมายรวมถึงในเนื้อฟองน้ำที่นอน ในเส้นใยผ้าม่าน ในพรม ในตู้เสื้อผ้าที่ปิดอยู่ ในลิ้นชัก ในช่องใต้เตียง และในช่องลมของเครื่องปรับอากาศ

โอโซนคือออกซิเจนสามอะตอม (O3) ที่ไม่เสถียร เมื่อมันไปพบผนังเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย หรือสปอร์ของเชื้อรา มันจะทำลายโครงสร้างเหล่านั้นในระดับโมเลกุล และเมื่อทำงานเสร็จก็สลายตัวกลับไปเป็นออกซิเจนธรรมดา (O2) จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนที่นอนหรือของเล่นของลูก ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่คุณแพนให้ความสำคัญที่สุดในฐานะพ่อและในฐานะเภสัชกร

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การอบโอโซนไม่ได้มาแทนที่เครื่องฟอกอากาศ แต่ทำงานคนละหน้าที่กันและเสริมกันได้ดี การอบโอโซนคือการรีเซ็ตพื้นที่ทั้งหมดเป็นครั้งคราวเพื่อจัดการสิ่งที่ฝังอยู่ในวัสดุ ส่วนเครื่องฟอกอากาศคือการดูแลรายวันเพื่อควบคุมฝุ่นที่เข้ามาใหม่ทุกวัน บ้านที่มีทั้งสองอย่างจึงได้เปรียบบ้านที่มีอย่างเดียว

WHD ใช้เครื่อง Master Ozone Generator ซึ่งหน้าเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่าผ่านการตรวจรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของไทย และผ่านการทดสอบจากสถาบัน Intertek ประเทศอังกฤษ โดยให้ผลมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีมาตรฐานทั่วไปถึง 10 เท่าตามผลทดสอบของ Intertek กำจัดไวรัสรวมถึงเชื้อโควิด-19 ฆ่าแบคทีเรียได้มากกว่า 99.9 เปอร์เซ็นต์ กำจัดเชื้อราและสปอร์ได้ถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ในระบบเครื่องปรับอากาศ พร้อมกำจัดกลิ่นอับ กลิ่นบุหรี่ กลิ่นสัตว์เลี้ยง กลิ่นอาหาร และกลิ่นสารเคมี และลดสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ

ขั้นตอนการทำงาน ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่

  1. 2 นาทีแรก เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่อง เริ่มระบบ และตั้งค่าความเข้มข้นของโอโซนให้เหมาะกับขนาดห้องและระดับปัญหา
  2. 12 นาทีถัดมา แก๊สโอโซนกระจายตัวไปทั่วพื้นที่ แทรกเข้าไปในทุกซอกมุม ทุกเส้นใย และทุกช่องว่างที่อากาศเข้าถึงได้
  3. 12 นาทีต่อมา ช่วงทำลายเชื้อโรคในระดับโมเลกุล โอโซนทำปฏิกิริยากับไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา สปอร์ และโมเลกุลของกลิ่น จนโครงสร้างของสิ่งเหล่านั้นหมดสภาพ
  4. 4 นาทีสุดท้าย ระบบหยุดพักให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเปิดระบายอากาศและแจ้งเมื่อพื้นที่พร้อมใช้งานตามปกติ

เรื่องความปลอดภัยที่ต้องพูดให้ชัด ระหว่างที่เครื่องทำงาน คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด ไม่มีข้อยกเว้น นี่คือความแตกต่างสำคัญจากเครื่องฟอกอากาศที่เปิดทิ้งไว้ขณะนอนหลับได้ เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมจะดูแลเครื่องตลอดกระบวนการ และเป็นผู้เปิดระบายอากาศหลังช่วงหยุดพักก่อนอนุญาตให้ทุกคนกลับเข้าพื้นที่

10 เหตุผลที่บ้านซึ่งมีเครื่องฟอกอากาศอยู่แล้วยังควรอบโอโซน

  1. จัดการที่ต้นตอ ไม่ใช่ปลายทาง เครื่องฟอกอากาศเก็บสิ่งที่ถูกปล่อยออกมาแล้ว ส่วนการอบโอโซนเข้าไปจัดการกับตัวที่ปล่อยมันออกมา
  2. เข้าถึงในเนื้อวัสดุ ฟองน้ำที่นอน เบาะโซฟา พรม และผ้าม่าน คือที่ที่แผ่นกรองไม่มีวันไปถึงแต่แก๊สไปถึงได้
  3. เข้าถึงช่องปิด ตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก ช่องใต้เตียง และซอกหลังเฟอร์นิเจอร์ เป็นจุดเริ่มต้นของกลิ่นอับที่มักถูกมองข้าม
  4. จัดการสิ่งที่เซ็นเซอร์มองไม่เห็น เชื้อโรคและโมเลกุลของกลิ่นไม่ปรากฏบนหน้าจอวัดฝุ่น แต่เป็นสาเหตุที่ทำให้ห้องยังรู้สึกไม่สะอาด
  5. สลายกลิ่นแทนการดูดซับ ไม่ต้องพึ่งชั้นคาร์บอนที่อิ่มตัวแล้วหยุดทำงานโดยไม่มีสัญญาณเตือน
  6. ไม่ทำให้อะไรเปียก ที่นอน เฟอร์นิเจอร์ไม้ หนังสือ และเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ต้องเสี่ยงกับความชื้นเพิ่ม
  7. ไม่มีสารเคมีตกค้าง โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจนเอง จึงเหมาะกับห้องนอนเด็กและพื้นที่ที่เด็กเล่นกับพื้นโดยตรง
  8. ใช้เวลาแค่ประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่ จัดคิวทำในวันหยุดหรือช่วงที่ครอบครัวออกไปข้างนอกได้สบาย
  9. มีผลตรวจรับรองอ้างอิงได้ Master Ozone Generator ผ่านการตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และการทดสอบจาก Intertek ซึ่งระบุว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีมาตรฐานทั่วไปถึง 10 เท่า
  10. ทำให้เครื่องฟอกอากาศที่คุณซื้อมาทำงานง่ายขึ้น เมื่อต้นตอในวัสดุถูกจัดการแล้ว ภาระที่ตกกับแผ่นกรองก็น้อยลง และผลที่ได้จากเครื่องก็ชัดเจนขึ้น WHD ให้บริการมาแล้วกว่า 300 องค์กร รวมถึงโรงแรมระดับห้าดาวอย่าง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz และ Dusit International โรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงาน และโรงงาน

ก่อน และ หลัง ในบ้านของคุณแพน

ก่อน

  • เครื่องฟอกอากาศสามเครื่องทำงานทุกคืน ค่าฝุ่นบนแอปเป็นสีเขียวตลอด แต่ห้องนอนยังมีกลิ่นอับ
  • ลูกชายวัยหกขวบจามติดกันทุกเช้าและต้องอ้าปากหายใจตอนนอน
  • ภรรยาบอกว่าได้กลิ่นอับทุกครั้งที่กลับจากต่างจังหวัด
  • เปลี่ยนแผ่นกรองตามรอบแต่กลิ่นกลับมาภายในไม่กี่สัปดาห์
  • คิดจะซื้อเครื่องฟอกอากาศที่แพงขึ้นอีกเครื่อง ทั้งที่ยังไม่รู้สาเหตุจริง

หลัง

  • กลิ่นอับในห้องนอนหายไป ไม่ใช่ถูกกลบด้วยกลิ่นหอม
  • ลูกชายจามน้อยลงชัดเจนในช่วงเช้า และเริ่มนอนหุบปากได้ตามปกติ
  • ตู้เสื้อผ้าและลิ้นชักไม่มีกลิ่นชื้นเวลาเปิด
  • ไม่ต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศเพิ่ม และใช้สามเครื่องเดิมต่อไปในบทบาทที่มันทำได้ดี
  • คุณแพนวางรอบใหม่เป็นอบโอโซนปีละสองครั้ง คู่กับการเปลี่ยนแผ่นกรองตามปกติ

เสียงจากคุณแพน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

"ผมเป็นเภสัชกร ผมสอนคนไข้ทุกวันว่าอย่าซื้อยาแก้ปวดกินไปเรื่อย ๆ โดยไม่หาสาเหตุ แล้วผมก็ทำแบบนั้นกับบ้านตัวเองอยู่หนึ่งปีเต็ม ซื้อเครื่องฟอกอากาศเพิ่ม ดูตัวเลขที่สวยขึ้น แต่ไม่เคยถามว่ากลิ่นมันมาจากอะไร"

"สิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจคือตอนที่เจ้าหน้าที่อธิบายว่าโอโซนกลับไปเป็นออกซิเจนได้เอง และบอกผมตรง ๆ ว่าทุกคนต้องออกจากบ้าน รวมถึงกระถางต้นไม้ในห้องด้วย ผมเจอคนขายของสุขภาพมาเยอะ คนที่บอกข้อจำกัดของตัวเองก่อนคือคนที่ผมเชื่อ"

"สิ่งที่ผมอยากบอกคนที่กำลังจะกดสั่งเครื่องฟอกอากาศเครื่องที่สี่คือ เครื่องฟอกอากาศไม่ได้แย่ครับ บ้านผมยังใช้อยู่ทุกวัน แต่มันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแก้เรื่องที่อยู่ในฟองน้ำที่นอน ลองแยกให้ออกว่าปัญหาของบ้านคุณคือฝุ่นหรือคือกลิ่นและเชื้อ แล้วค่อยเลือกเครื่องมือให้ตรงกับปัญหา"

— คุณแพน เภสัชกรชุมชน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ถ้าเครื่องฟอกอากาศทำเต็มที่แล้วแต่ห้องยังมีกลิ่น แปลว่าต้นตอยังอยู่

บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยโดย World Health Disinfection ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่ ไม่ทำให้เปียก ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง และเข้าถึงทุกจุดที่แผ่นกรองไปไม่ถึง

ดูบริการและราคา อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย คลิกที่นี่

โทร. 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชันพิเศษ ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H จากประเทศอังกฤษ

คำถามที่คนใช้เครื่องฟอกอากาศถามบ่อย

ถ้าอบโอโซนแล้ว ยังต้องใช้เครื่องฟอกอากาศอยู่ไหม

ยังควรใช้ต่อ เพราะทำงานคนละหน้าที่กัน การอบโอโซนคือการจัดการต้นตอที่ฝังอยู่ในวัสดุและช่องปิดเป็นครั้งคราว ส่วนเครื่องฟอกอากาศคือการควบคุมฝุ่นที่เข้ามาใหม่ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ฝุ่นภายนอกสูง การมีทั้งสองอย่างคือแนวทางที่สมเหตุสมผลที่สุด

ทำไมค่าฝุ่นบนแอปเป็นสีเขียว แต่ห้องยังเหม็น

เพราะเซ็นเซอร์ของเครื่องส่วนใหญ่วัดปริมาณอนุภาคฝุ่น ไม่ได้วัดกลิ่น ไอระเหยของสารอินทรีย์ หรือเชื้อโรค ไฟสีเขียวจึงบอกได้แค่ว่าฝุ่นน้อย ไม่ได้ยืนยันว่าอากาศสะอาดในทุกมิติ

กลิ่นจะกลับมาอีกเมื่อไร

ขึ้นอยู่กับว่าต้นเหตุถูกจัดการครบหรือไม่ และสภาพแวดล้อมของบ้านเป็นอย่างไร ถ้ายังมีความชื้นรั่วซึม มีน้ำรั่ว หรือมีแหล่งกลิ่นใหม่เกิดขึ้น กลิ่นก็มีโอกาสกลับมาได้ หลายครอบครัวจึงวางรอบอบโอโซนไว้ปีละหนึ่งถึงสองครั้ง ควบคู่กับการดูแลความชื้นและการระบายอากาศตามปกติ

ที่นอนกับโซฟาจะเสียหายไหม

การฆ่าเชื้อด้วยแก๊สโอโซนไม่ใช้น้ำและไม่ทำให้พื้นผิวเปียก จึงไม่ทำให้ที่นอนชื้น ไม่ทำให้เบาะบวม และไม่เป็นอันตรายต่อเฟอร์นิเจอร์ไม้หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้อง

บ้านมีเด็กเล็กและมีคนเป็นภูมิแพ้ ทำได้หรือไม่

ทำได้ โดยทุกคนรวมถึงเด็ก ผู้สูงอายุ สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ต้องออกจากพื้นที่ระหว่างที่เครื่องทำงาน เจ้าหน้าที่จะเปิดระบายอากาศหลังช่วงหยุดพักและเป็นผู้แจ้งว่าพร้อมกลับเข้าพื้นที่ เมื่อกลับเข้าไปแล้วจะไม่มีสารเคมีตกค้างบนที่นอนหรือของเล่น เพราะโอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน

ต่างจากการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างไร

การพ่นน้ำยาทำงานกับพื้นผิวที่ละอองไปถึงและให้ผลบนพื้นผิวนั้น ส่วนการอบด้วยแก๊สโอโซนทำงานกับอากาศและแทรกเข้าไปในช่องว่างที่ละอองเข้าไม่ถึง สองวิธีนี้เสริมกันได้ดี และเป็นเหตุผลที่ WHD มีโปรโมชันให้บริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H ฟรี สำหรับผู้ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป

อ่านเพิ่มเติมและแหล่งข้อมูลอ้างอิง

บริการอื่นของ WHD ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลด้านสุขภาพและคุณภาพอากาศ

คำค้นที่เกี่ยวข้อง: ซื้อเครื่องฟอกอากาศแล้วห้องยังมีกลิ่น, เครื่องฟอกอากาศกำจัดกลิ่นได้ไหม, เครื่องฟอกอากาศฆ่าเชื้อได้ไหม, ห้องนอนมีกลิ่นอับแก้อย่างไร, ค่า PM2.5 เขียวแต่ห้องเหม็น, ที่นอนมีกลิ่นอับ, ภูมิแพ้ในเด็กห้องนอน, อบโอโซนห้องนอน, บริการอบโอโซนที่พักอาศัย, World Health Disinfection

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้