เรื่องจริงจากเคนยาปี 2567 พบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายที่สองที่ด่านมาลาบา ขณะคัดกรองผู้เดินทางกว่า 4 แสนคน บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

Last updated: 7 พ.ย. 2569  |  22 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรงเรียน

เรื่องจริงจากเคนยาปี 2567 พบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายที่สองที่ด่านมาลาบา ขณะคัดกรองผู้เดินทางกว่า 4 แสนคน บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

เรื่องจริง: ผู้ป่วยรายที่สองที่ด่านมาลาบา

วันที่ 23 สิงหาคม 2567 กระทรวงสาธารณสุขเคนยายืนยัน ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายที่สอง เป็น คนขับรถบรรทุกชายที่เพิ่งเดินทางไปพื้นที่ศูนย์กลางการระบาดในคองโก และมีอาการชัดเจน ตรวจพบที่ ด่านมาลาบาในเทศมณฑลบูเซีย

ผู้ป่วยถูกแยกและรักษาที่ สถานพยาบาลในบูเซีย ขณะที่ทางการตรวจตัวอย่าง 42 ราย ผลลบ 40 ราย และ คัดกรองผู้เดินทางมากกว่า 426,000 คน ที่ช่องทางเข้าประเทศ สถานพยาบาลในพื้นที่จึงเป็นด่านรับผู้ป่วยจริง

บทเรียนสำคัญ: หน่วยบริการใกล้บ้านคือที่แรกที่ผู้ป่วยไป

รพ.สต. คลินิกชุมชน และศูนย์บริการสาธารณสุขในไทยรับผู้ป่วยหลายสิบคนต่อวัน โดยเฉพาะในอำเภอชายแดน จุดที่ควรระวังคือ

  • จุดซักประวัติและคัดกรอง ที่ผู้ป่วยทุกคนผ่านก่อนพบเจ้าหน้าที่
  • เตียงตรวจและเก้าอี้ฉีดยา ที่ใช้ต่อกันทั้งวัน
  • ห้องรอแบบเปิด ที่ผู้ป่วยหลายโรคนั่งรวมกัน
  • เจ้าหน้าที่จำนวนน้อย ที่ต้องทำหลายหน้าที่
  • การส่งต่อผู้ป่วย ไปโรงพยาบาลอำเภอที่อาจใช้รถของหน่วยบริการ

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับรพ.สต. และหน่วยบริการปฐมภูมิ

เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
  1. ผู้ป่วยผื่นไม่ทราบสาเหตุนั่งรอรวมกับผู้ป่วยอื่น — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: ถามอาการผื่นและไข้ที่จุดคัดกรองและจัดมุมรอแยก — ผู้รับผิดชอบ: พยาบาลวิชาชีพประจำหน่วย
  2. เตียงตรวจไม่ได้เช็ดระหว่างผู้ป่วย — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: สูง — มาตรการ: เปลี่ยนผ้ารองและเช็ดเตียงทุกราย — ผู้รับผิดชอบ: เจ้าหน้าที่ประจำห้องตรวจ
  3. เจ้าหน้าที่ไม่ได้สวม PPE เมื่อตรวจผื่น — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: มีชุด PPE สำรองพร้อมใช้ที่ห้องตรวจ — ผู้รับผิดชอบ: ผู้อำนวยการหน่วย
  4. รถส่งต่อไม่ได้ฆ่าเชื้อหลังรับผู้ป่วยต้องสงสัย — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: เช็ดเบาะและราวจับหลังทุกเที่ยว — ผู้รับผิดชอบ: พนักงานขับรถ
  5. ไม่มีแนวทางส่งต่อที่ชัดเจน — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: ซ้อมขั้นตอนส่งต่อกับโรงพยาบาลอำเภอ — ผู้รับผิดชอบ: ผู้อำนวยการหน่วย

แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับ รพ.สต.

  1. คัดกรองผื่นและไข้ ตั้งแต่จุดซักประวัติ
  2. จัดมุมรอแยก สำหรับผู้มีผื่น
  3. เตรียม PPE ในห้องตรวจ
  4. เปลี่ยนผ้ารองและเช็ดเตียงตรวจ ทุกราย
  5. ซ้อมขั้นตอนส่งต่อ กับโรงพยาบาลอำเภอ
  6. เช็ดรถส่งต่อ หลังทุกเที่ยว
  7. พ่นฆ่าเชื้อหน่วยบริการ นอกเวลาตามรอบ

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

ก่อนและหลัง

ก่อน: หน่วยบริการให้ผู้ป่วยทุกคนนั่งรอรวมกัน และเช็ดเตียงตรวจเฉพาะตอนปิดหน่วย
หลัง: หน่วยบริการมีทะเบียนความเสี่ยง คัดกรองผื่นตั้งแต่ทางเข้า เช็ดเตียงด้วย Chemgene HLD4H ทุกราย และพ่นฆ่าเชื้อนอกเวลาตามรอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ผู้ป่วยรายที่สองของเคนยาถูกพบอย่างไร? ตอบ: คนขับรถบรรทุกที่เพิ่งไปคองโกถูกตรวจพบที่ด่านมาลาบา และรักษาที่สถานพยาบาลในบูเซีย ถาม: รพ.สต. ควรเตรียมอะไรเป็นอย่างแรก? ตอบ: จุดคัดกรองผื่นและไข้ มุมรอแยก และชุด PPE ที่พร้อมใช้ ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: หน่วยบริการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขอใบกำกับภาษีได้ไหม? ตอบ: ได้ ออกใบกำกับภาษีและรองรับหัก ณ ที่จ่าย 3% โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

เรื่องจริงจากเคนยาเตือนว่าสถานพยาบาลในพื้นที่คือที่ที่ผู้ป่วยจริงไปถึงก่อน รพ.สต. ที่คัดกรองดีและดูแลความสะอาดอย่างเป็นระบบจะปกป้องทั้งเจ้าหน้าที่และชุมชน ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection สำหรับรพ.สต. คลินิกชุมชน และศูนย์บริการสาธารณสุข และน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดเตียงตรวจ เก้าอี้ฉีดยา และเคาน์เตอร์คัดกรอง

คำค้นหา: ฝีดาษลิง รพ.สต., ฝีดาษลิง หน่วยบริการปฐมภูมิ, คลินิกชุมชน, ประเมินความเสี่ยงสถานพยาบาลชุมชน, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้