เมื่อบ้านคุณคือหน้าร้าน: ลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่ฝีมือ แต่เขาดมบ้านคุณทุกครั้งที่ก้าวเข้ามา

Last updated: 23 ก.ย. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เมื่อบ้านคุณคือหน้าร้าน: ลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่ฝีมือ แต่เขาดมบ้านคุณทุกครั้งที่ก้าวเข้ามา

เมื่อบ้านคุณคือหน้าร้าน: ลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่ฝีมือ แต่เขาดมบ้านคุณทุกครั้งที่ก้าวเข้ามา

ร้านต่อขนตา ร้านนวด คลินิกความงามเล็ก ๆ หรือห้องสอนพิเศษที่เปิดในบ้านตัวเอง มีข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุน แต่มีจุดอ่อนหนึ่งที่ลูกค้าไม่เคยพูดตรง ๆ และเขาแค่ไม่กลับมาอีก

คุณหมิว กับโฮมสตูดิโอห้องหน้าบ้านที่สายไหม

ณัฐธิดา หรือคุณหมิว อายุ 34 ปี เคยเป็นช่างต่อขนตาประจำร้านในห้างแถวรัชดาอยู่หกปี ก่อนจะตัดสินใจออกมาเปิดของตัวเองที่บ้าน เป็นทาวน์เฮาส์สามชั้นย่านสายไหม กรุงเทพมหานคร เธอกั้นห้องชั้นล่างที่เคยเป็นห้องรับแขกให้เป็นสตูดิโอ ใส่เตียงทรีตเมนต์หนึ่งเตียง โคมไฟส่องงาน ชั้นวางอุปกรณ์ ม่านกั้นสวย ๆ และกระจกบานใหญ่

ปีแรกไปได้ดีมาก ลูกค้าเก่าจากร้านเดิมตามมา ฝีมือเธอไม่เป็นรองใคร ราคาถูกกว่าร้านในห้างเกือบครึ่งเพราะไม่มีค่าเช่าที่ รีวิวในกลุ่มแม่บ้านย่านนั้นก็ดี เธอเริ่มรับคิววันละหกคน บางวันถึงแปด

ปัญหาเริ่มจากสิ่งที่เธอมองไม่เห็น เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ลูกค้าประจำคนหนึ่งซึ่งมาต่อขนตาทุกสามสัปดาห์เลิกจองคิวไปเฉย ๆ คุณหมิวทักไปถามด้วยความเป็นห่วง ลูกค้าตอบกลับสุภาพมากว่าช่วงนี้งานยุ่ง อีกสองสัปดาห์ต่อมาเธอเห็นลูกค้าคนเดิมโพสต์รูปขนตาใหม่จากร้านอื่น

สิ่งที่ทำให้เธอรู้ความจริงคือคอมเมนต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กของหมู่บ้าน มีคนถามหาร้านต่อขนตาแถวนั้น แล้วมีคนตอบชื่อร้านของเธอ ตามด้วยอีกคอมเมนต์หนึ่งที่เขียนว่า ฝีมือดีนะคะ แต่ห้องมันมีกลิ่นแปลก ๆ นอนสองชั่วโมงแล้วปวดหัว คุณหมิวอ่านแล้วนั่งนิ่งไปครึ่งชั่วโมง

เธอเดินกลับเข้าไปในสตูดิโอของตัวเองแล้วพยายามดมอย่างตั้งใจ แต่ไม่ได้กลิ่นอะไรเลย นั่นคือกับดักที่เจ้าของบ้านทุกคนตกอยู่ จมูกของเราปรับตัวเข้ากับกลิ่นในบ้านตัวเองภายในไม่กี่นาที เราจึงเป็นคนกลุ่มเดียวในโลกที่ไม่มีวันได้กลิ่นบ้านของเราเอง ขณะที่ลูกค้าซึ่งเดินเข้ามาจากข้างนอก ได้กลิ่นทุกอย่างชัดเจนตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดประตู

เมื่อเธอไล่ดูทีละจุดอย่างเป็นระบบ เธอก็พบว่ากลิ่นที่ลูกค้าหมายถึงไม่ได้มาจากที่เดียว มันเป็นกลิ่นผสมที่เธอสร้างขึ้นเองทุกวันโดยไม่รู้ตัว กลิ่นกาวต่อขนตาและน้ำยาล้างกาวที่ระเหยสะสมอยู่ในห้องปิดแอร์ กลิ่นอาหารจากครัวหลังบ้านที่ลอยผ่านช่องประตูมาทุกมื้อ กลิ่นสุนัขพันธุ์ชิสุสองตัวที่นอนอยู่หน้าห้อง กลิ่นความชื้นจากผ้าเช็ดตัวและปลอกหมอนที่ซักแล้วตากในบ้านเพราะหน้าฝน และกลิ่นอับจากเบาะเตียงทรีตเมนต์ที่มีคนนอนวันละหกคนแต่ไม่เคยถูกทำความสะอาดลึกไปกว่าการเช็ดหน้าเบาะ

ธุรกิจในบ้านมีมาตรฐานที่ต่างจากบ้านธรรมดา

เมื่อบ้านกลายเป็นที่ทำงานที่มีคนนอกเข้ามาใช้บริการ กติกาก็เปลี่ยนไปทันที บ้านทั่วไปสะอาดพอสำหรับคนที่อยู่ในนั้นก็จบ แต่บ้านที่เปิดรับลูกค้าถูกเปรียบเทียบกับคลินิกและร้านในห้างที่ลูกค้าเคยไปมาก่อนเสมอ เขาไม่ได้เทียบคุณกับบ้านของเขา เขาเทียบคุณกับร้านที่เขาจ่ายแพงกว่า

ลองนึกถึงลักษณะการใช้งานจริงของธุรกิจกลุ่มนี้ ลูกค้าต่อขนตานอนหงายหน้าห่างจากปลอกหมอนไม่กี่เซนติเมตรเป็นเวลาสองชั่วโมง ลูกค้านวดนอนคว่ำหน้าลงในช่องวางหน้าแล้วหายใจเข้าออกกับผ้าผืนนั้นตลอดหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เด็กที่มาเรียนพิเศษนั่งในห้องปิดแอร์กับเพื่อนอีกสามคนสองชั่วโมงต่อรอบ วันละสามรอบ ทุกกรณีคือการที่คนนอกเอาระบบทางเดินหายใจของตัวเองไปฝากไว้กับอากาศในบ้านคุณ

สิ่งที่สะสมในห้องแบบนี้จึงไม่ใช่แค่กลิ่น ห้องปิดแอร์ที่มีคนหมุนเวียนวันละหลายคนคือห้องที่มีละอองจากการหายใจ เหงื่อ เซลล์ผิวหนัง เส้นผม และเชื้อโรคจากคนหลายคนปะปนกันอยู่ในอากาศชุดเดียวที่วนกลับมาผ่านคอยล์แอร์ซ้ำ ๆ ทั้งวัน ถ้าลูกค้าคนที่สองของวันเป็นหวัดโดยไม่รู้ตัว ลูกค้าคนที่สามถึงคนที่หกก็อยู่ในอากาศชุดเดียวกันนั้น

เบาะเตียงทรีตเมนต์เป็นอีกจุดที่ถูกมองข้ามมากที่สุด ผิวหนังของฟองน้ำรับเหงื่อ น้ำมันจากผิว ครีม และความชื้นทุกวัน แล้วไม่มีใครเปิดออกมาทำความสะอาดข้างในได้ เช่นเดียวกับม่านกั้นห้อง พรมเช็ดเท้า ผ้าคลุมเก้าอี้ และหมอนรองคอ ทั้งหมดนี้คือวัสดุที่ดูดซับและกักเก็บ

ในแง่ธุรกิจ นี่คือความเสี่ยงที่ควบคุมยากที่สุด เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่บอกคุณ คนไทยไม่ค่อยพูดกับเจ้าของร้านตรง ๆ ว่าบ้านคุณมีกลิ่น เขาจะยิ้ม จ่ายเงิน ขอบคุณ เดินออกไป แล้วไม่กลับมาอีกเลย และสิ่งที่คุณจะเห็นคือยอดจองที่ค่อย ๆ ลดลงโดยไม่มีคำอธิบาย

ราคาที่ต้องจ่ายเมื่อห้องรับลูกค้าไม่สะอาดอย่างที่ควร

สุขภาพของลูกค้า และของคุณเอง

อาการที่ลูกค้าเล่าบ่อยที่สุดคือปวดหัวตื้อ ๆ ระหว่างหรือหลังรับบริการ คัดจมูก จาม คันตา และรู้สึกไม่สดชื่นเมื่อออกจากห้อง บางคนมีผื่นคันบริเวณที่สัมผัสกับผ้ารองหรือหมอน สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด การนอนหน้าชิดหมอนในห้องปิดสองชั่วโมงเป็นเงื่อนไขที่กระตุ้นอาการได้ง่ายมาก

คนที่ได้รับผลมากที่สุดกลับเป็นตัวเจ้าของร้านเอง เพราะลูกค้าอยู่ในห้องนั้นสองชั่วโมง แต่คุณอยู่ในห้องนั้นสิบชั่วโมงต่อวัน ทุกวัน คุณคือคนที่สูดไอระเหยจากกาวและน้ำยา สูดฝุ่นจากผ้า และรับเชื้อจากลูกค้าทุกคนที่เดินเข้ามาตลอดทั้งปี ช่างหลายคนบอกว่าตัวเองเป็นหวัดบ่อยผิดปกติตั้งแต่ย้ายมาทำที่บ้าน โดยไม่เคยคิดว่ามันเกี่ยวกับอากาศในห้องทำงานของตัวเอง

รายได้และชื่อเสียง

ธุรกิจแบบนี้อยู่ได้ด้วยลูกค้าประจำและการบอกต่อ ลูกค้าต่อขนตาที่มาทุกสามสัปดาห์คนหนึ่งมีมูลค่าตลอดปีหลายพันบาท การเสียลูกค้าประจำไปห้าคนเพราะเรื่องกลิ่น จึงไม่ใช่เรื่องเล็กในงบกำไรขาดทุนของร้านเล็ก ๆ

ที่หนักกว่านั้นคือคอมเมนต์สาธารณะ ข้อความสั้น ๆ ในกลุ่มหมู่บ้านหรือรีวิวหนึ่งบรรทัดที่พูดถึงกลิ่น จะถูกอ่านโดยคนอีกหลายร้อยคนที่ยังไม่เคยมาเลยสักครั้ง และมันอยู่ตรงนั้นไปอีกนาน การแก้ที่ต้นเหตุจึงถูกกว่าการพยายามกู้ชื่อเสียงทีหลังเสมอ

ความสัมพันธ์ในบ้าน

อีกด้านที่คนนอกไม่เห็นคือความตึงเครียดในครอบครัว เมื่อบ้านเป็นที่ทำงาน คนในบ้านต้องปรับตัวตลอด แม่ต้องเลี่ยงการทำอาหารกลิ่นแรงในช่วงมีลูกค้า ลูกต้องเงียบ สุนัขต้องถูกกันไว้อีกห้อง สามีต้องไม่เดินผ่านในชุดอยู่บ้าน ความอึดอัดเล็ก ๆ เหล่านี้สะสมจนกลายเป็นการทะเลาะกันได้ง่าย และหลายครั้งจบลงด้วยคำถามว่าจะทำต่อดีไหม

เวลา

เจ้าของร้านที่บ้านหลายคนใช้เวลาก่อนและหลังคิวทุกวันไปกับการพยายามไล่กลิ่น เปิดหน้าต่าง จุดเทียนหอม ฉีดสเปรย์ ซักปลอกหมอนซ้ำ นั่นคือเวลาที่ไม่ได้สร้างรายได้และไม่ได้แก้ปัญหา เป็นการรับมือกับอาการแทนที่จะรักษาที่ต้นเหตุ

ทำไมวิธีที่ร้านเล็ก ๆ นิยมใช้ถึงไม่พอ

เทียนหอม ก้านไม้หอม และสเปรย์ปรับอากาศ เป็นสิ่งแรกที่ทุกคนหยิบใช้ แต่มันทำหน้าที่เดียวคือเพิ่มกลิ่นใหม่ทับกลิ่นเดิม สำหรับลูกค้าที่จมูกไวหรือแพ้น้ำหอม กลิ่นสังเคราะห์แรง ๆ ในห้องปิดยิ่งทำให้ปวดหัวเร็วขึ้น และกลิ่นหอมจัดในร้านบริการมักถูกตีความว่ากำลังกลบอะไรบางอย่างอยู่

เช็ดเตียงและเปลี่ยนผ้าทุกคิว เป็นมาตรฐานที่ต้องทำอยู่แล้วและช่วยได้จริง แต่ผ้าเช็ดทำงานได้แค่บนผิวหน้าของเบาะ ส่วนที่เป็นปัญหาคือข้างในฟองน้ำ ในตะเข็บ ใต้เตียง หลังชั้นวาง และในม่านกั้นที่ไม่เคยถูกถอดซัก

เครื่องฟอกอากาศ ช่วยลดฝุ่นและอนุภาคที่ลอยผ่านตัวเครื่องได้ดี และควรมีไว้ แต่มันจัดการได้เฉพาะอากาศที่ถูกดูดเข้าไปเท่านั้น มันดึงกลิ่นที่ฝังอยู่ในเนื้อเบาะออกมาไม่ได้ และไม่ได้ฆ่าเชื้อที่เกาะอยู่บนพื้นผิวหรือในเส้นใยผ้า

ล้างแอร์ปีละครั้ง สำคัญมากและควรทำ แต่หนึ่งปีคือระยะเวลาที่ยาวมากสำหรับห้องที่มีคนผลัดกันเข้าออกวันละหกคน และการล้างแอร์ก็ไม่ได้แก้ปัญหาที่ตัวเบาะ ม่าน หรือพรม

เปิดหน้าต่างระหว่างคิว ทำได้จำกัด เพราะห้องทรีตเมนต์ส่วนใหญ่ต้องปิดแอร์เพื่อควบคุมอุณหภูมิและความเป็นส่วนตัว และในกรุงเทพมหานคร การเปิดหน้าต่างบางวันก็แปลว่าเอาฝุ่นละอองจากถนนเข้ามาเพิ่ม

ทุกวิธีข้างต้นทำงานกับสิ่งที่มองเห็นและเอื้อมถึง แต่สิ่งที่ทำให้ลูกค้าปวดหัวและไม่กลับมา อยู่ในอากาศทั้งห้องและในเนื้อวัสดุที่ผ้าเช็ดไปไม่ถึง

ยกมาตรฐานห้องรับลูกค้าให้เทียบเท่าคลินิก ด้วยการอบโอโซนฆ่าเชื้อโดย WHD

คุณหมิวได้รู้จักบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยของ World Health Disinfection จากเพื่อนที่เปิดร้านนวดแผนไทย และสิ่งที่ทำให้เธอสนใจคือหลักการที่ต่างจากทุกอย่างที่เธอเคยลองมา เพราะสิ่งที่ทำงานไม่ใช่ผ้า ไม่ใช่น้ำยา แต่เป็นแก๊สที่เข้าไปได้ทุกที่ที่อากาศเข้าถึง

โอโซนคือออกซิเจนสามอะตอม (O3) ที่ไม่เสถียร เมื่อสัมผัสกับผนังเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย หรือสปอร์ของเชื้อรา มันจะทำลายโครงสร้างเหล่านั้นในระดับโมเลกุล และเมื่อทำงานเสร็จก็สลายตัวกลับไปเป็นออกซิเจนธรรมดา (O2) จุดนี้สำคัญมากสำหรับห้องที่ลูกค้าจะเอาหน้าไปแนบกับหมอนเป็นเวลาสองชั่วโมง เพราะไม่มีคราบน้ำยาค้างบนผ้า ไม่มีสารเคมีตกค้างให้ต้องล้างออกก่อนรับลูกค้าคนถัดไป

ข้อได้เปรียบที่ตรงกับปัญหาของร้านในบ้านที่สุดคือการเข้าถึง แก๊สแทรกเข้าไปในเนื้อฟองน้ำของเบาะทรีตเมนต์ ในเส้นใยของม่านกั้น ในพรม ในหมอนรองคอ ในลิ้นชักเก็บอุปกรณ์ที่ปิดอยู่ ในช่องลมของเครื่องปรับอากาศ และในซอกหลังชั้นวางที่ไม่เคยถูกขยับ โดยไม่ทำให้อะไรเปียก ไม่ทำให้เบาะหนังเสียหาย และไม่กระทบอุปกรณ์ไฟฟ้าราคาแพงในห้อง

WHD ใช้เครื่อง Master Ozone Generator ซึ่งหน้าเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่าผ่านการตรวจรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของไทย และผ่านการทดสอบจากสถาบัน Intertek ประเทศอังกฤษ โดยให้ผลมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีมาตรฐานทั่วไปถึง 10 เท่าตามผลทดสอบของ Intertek กำจัดไวรัสรวมถึงเชื้อโควิด-19 ฆ่าแบคทีเรียได้มากกว่า 99.9 เปอร์เซ็นต์ กำจัดเชื้อราและสปอร์ได้ถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ในระบบเครื่องปรับอากาศ พร้อมกำจัดกลิ่นบุหรี่ กลิ่นอับ กลิ่นสัตว์เลี้ยง กลิ่นอาหาร และกลิ่นสารเคมี และลดสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ

ขั้นตอนการทำงาน ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่

  1. 2 นาทีแรก เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่อง เริ่มระบบ และตั้งค่าความเข้มข้นของโอโซนให้เหมาะกับขนาดห้องและระดับปัญหา ห้องทรีตเมนต์ที่มีไอระเหยจากน้ำยาสะสมจะใช้การตั้งค่าที่ต่างจากห้องนั่งเล่นทั่วไป
  2. 12 นาทีถัดมา แก๊สโอโซนกระจายไปทั่วพื้นที่ แทรกเข้าไปในทุกซอกมุม ทุกเส้นใย และทุกช่องว่างที่อากาศเข้าถึงได้
  3. 12 นาทีต่อมา ช่วงทำลายเชื้อโรคในระดับโมเลกุล โอโซนทำปฏิกิริยากับไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา สปอร์ และโมเลกุลของกลิ่น ทำให้โครงสร้างของสิ่งเหล่านั้นหมดสภาพ ไม่ใช่การกลบแต่เป็นการสลาย
  4. 4 นาทีสุดท้าย ระบบหยุดพักให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเปิดระบายอากาศและแจ้งเมื่อพื้นที่พร้อมใช้งานตามปกติ

เรื่องความปลอดภัยที่ต้องพูดให้ชัด ระหว่างที่เครื่องทำงาน คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด ไม่มีข้อยกเว้น ห้ามนัดลูกค้าคาบเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เครื่องทำงานเด็ดขาด เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมจะดูแลเครื่องตลอดกระบวนการ และเป็นผู้เปิดระบายอากาศหลังช่วงหยุดพักก่อนอนุญาตให้กลับเข้าพื้นที่

10 เหตุผลที่ร้านซึ่งเปิดในบ้านควรลงทุนกับอากาศในห้องรับลูกค้า

  1. ลูกค้าตัดสินใจภายในสิบวินาทีแรก ก่อนที่เขาจะเห็นฝีมือคุณ เขาได้กลิ่นห้องคุณไปแล้ว การฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่นทั้งห้องจึงทำงานตั้งแต่วินาทีที่ประตูเปิด
  2. จัดการอากาศทั้งห้อง ไม่ใช่เฉพาะพื้นผิวที่เช็ดถึง ปัญหาของห้องปิดแอร์ที่มีคนผลัดกันเข้าออกคือทั้งห้องใช้อากาศชุดเดียวกันทั้งวัน
  3. เข้าถึงเบาะทรีตเมนต์ที่ล้างไม่ได้ ฟองน้ำที่รับเหงื่อและน้ำมันจากผิวลูกค้าวันละหลายคน คือจุดที่ผ้าเช็ดไปไม่ถึงแต่แก๊สไปถึง
  4. ไม่ทำให้อะไรเปียก เบาะหนังเทียม ม่านกั้น โคมไฟส่องงาน เครื่องอบเจล และอุปกรณ์ไฟฟ้าราคาแพงไม่ต้องเสี่ยงกับความชื้น
  5. ไม่มีสารเคมีตกค้าง โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจนเอง จึงเหมาะกับห้องที่ลูกค้าเอาใบหน้าและผิวหนังไปสัมผัสโดยตรง
  6. ลดไอระเหยจากน้ำยาและกลิ่นสารเคมีในห้องทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของร้านสูดเข้าไปมากกว่าลูกค้าหลายเท่า
  7. กันกลิ่นบ้านไม่ให้ปนเข้ามาในพื้นที่บริการ กลิ่นครัว กลิ่นสัตว์เลี้ยง และกลิ่นผ้าที่ตากในบ้านช่วงหน้าฝน ถูกจัดการพร้อมกันทั้งบริเวณ
  8. ใช้เวลาแค่ประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่ จัดคิวทำในวันหยุดร้านหรือก่อนเปิดคิวเช้าได้ โดยแทบไม่กระทบตารางงาน
  9. มีเอกสารอ้างอิงให้ลูกค้าเห็น Master Ozone Generator ผ่านการตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และการทดสอบจาก Intertek ซึ่งระบุว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีมาตรฐานทั่วไปถึง 10 เท่า
  10. เปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นจุดขาย ร้านในบ้านที่บอกได้ว่ามีการฆ่าเชื้อทั้งพื้นที่อย่างเป็นระบบ ได้เปรียบร้านข้างบ้านที่พูดได้แค่ว่าเปลี่ยนผ้าทุกคิว WHD ให้บริการองค์กรมาแล้วกว่า 300 แห่ง รวมถึงโรงแรมระดับห้าดาวอย่าง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz และ Dusit International โรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงาน และโรงงาน

ก่อน และ หลัง ในมุมของเจ้าของร้าน

ก่อน

  • ลูกค้าประจำหายไปทีละคนโดยไม่บอกเหตุผล ยอดจองลดลงเงียบ ๆ ทุกเดือน
  • มีคอมเมนต์สาธารณะในกลุ่มหมู่บ้านว่าฝีมือดีแต่ห้องมีกลิ่นแปลก ๆ และนอนแล้วปวดหัว
  • ต้องจุดเทียนหอมและฉีดสเปรย์ก่อนลูกค้าเข้าทุกคิว จนกลิ่นน้ำหอมเองก็แรงเกินไป
  • ตัวเจ้าของร้านเป็นหวัดเกือบทุกเดือนและมักปวดหัวช่วงบ่าย
  • ทะเลาะกับคนในบ้านเรื่องกลิ่นอาหารและสุนัขแทบทุกสัปดาห์

หลัง

  • ลูกค้าใหม่หลายคนพูดเองตั้งแต่ก้าวเข้าประตูว่าห้องสะอาดและอากาศดี
  • เลิกใช้เทียนหอมและสเปรย์ เพราะห้องไม่มีกลิ่นที่ต้องกลบอีกแล้ว
  • ลูกค้าเก่าที่เคยหายไปสองคนกลับมาจองคิวหลังเห็นโพสต์เรื่องการฆ่าเชื้อในร้าน
  • เจ้าของร้านไม่ปวดหัวตอนบ่ายและไม่เป็นหวัดติดต่อกันเหมือนเดิม
  • บรรยากาศในบ้านดีขึ้น เพราะไม่ต้องคอยระวังกลิ่นกันทุกมื้ออาหาร

เสียงจากคุณหมิว เจ้าของโฮมสตูดิโอ ย่านสายไหม

"เจ็บที่สุดคือรู้ว่าฝีมือเราไม่ได้มีปัญหาเลย แต่เราเสียลูกค้าเพราะเรื่องที่ตัวเองดมไม่ออก ตอนอ่านคอมเมนต์นั้นครั้งแรกหนูโกรธนะคะ พอผ่านไปสองวันถึงยอมรับว่าเขาพูดถูก"

"หนูเลือกทำวันจันทร์ที่ร้านปิด ทีมงานมาถึงตามเวลา อธิบายก่อนว่าทุกคนต้องออกจากพื้นที่รวมถึงหมาสองตัวด้วย และเขาจะเป็นคนเปิดระบายอากาศเองหลังเครื่องหยุด หนูชอบที่เขาบอกข้อจำกัดตรง ๆ ไม่ได้พูดว่าทำอะไรก็ได้"

"ผลลัพธ์ที่วัดได้จริงคือวันอังคารลูกค้าคนแรกเดินเข้ามาแล้วพูดเองว่าวันนี้ห้องรู้สึกโล่งจัง ตอนนี้หนูทำทุกสามเดือน และติดป้ายเล็ก ๆ หน้าห้องบอกวันที่ฆ่าเชื้อครั้งล่าสุด ลูกค้าใหม่หลายคนบอกว่าเลือกร้านหนูเพราะเห็นป้ายนั้นแหละค่ะ"

— คุณหมิว ช่างต่อขนตาและเจ้าของโฮมสตูดิโอ ย่านสายไหม กรุงเทพมหานคร

ให้ห้องรับลูกค้าของคุณสะอาดในระดับที่ลูกค้ารู้สึกได้

บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยโดย World Health Disinfection ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่ ไม่ทำให้เปียก ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง และเข้าถึงทุกจุดที่ผ้าเช็ดไปไม่ถึง

ดูบริการและราคา อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย คลิกที่นี่

โทร. 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชันพิเศษ ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H จากประเทศอังกฤษ

คำถามที่เจ้าของร้านในบ้านถามบ่อย

ร้านเปิดทุกวัน จะทำตอนไหนไม่ให้กระทบคิวลูกค้า

กระบวนการใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่ เจ้าของร้านส่วนใหญ่เลือกทำในวันหยุดร้าน หรือช่วงเช้าก่อนคิวแรก โดยเว้นเวลาสำหรับการระบายอากาศหลังเครื่องหยุดตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ ควรวางแผนล่วงหน้าและไม่นัดลูกค้าคาบเกี่ยวกับช่วงที่เครื่องทำงาน

ทำเฉพาะห้องรับลูกค้าได้ไหม หรือต้องทำทั้งบ้าน

ทำเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการได้ แต่ควรพิจารณาว่ากลิ่นจากส่วนอื่นของบ้าน เช่น ครัวหรือบริเวณที่สัตว์เลี้ยงอยู่ มักลอยเข้ามาในห้องบริการอยู่แล้ว หลายร้านจึงเลือกทำห้องรับลูกค้าพร้อมกับพื้นที่ต่อเนื่อง แนะนำให้แจ้งผังบ้านและลักษณะการใช้งานเพื่อให้ทีมงานประเมินและเสนอแผนที่เหมาะสม

อุปกรณ์ในร้านจะเสียหายไหม

การฆ่าเชื้อด้วยแก๊สโอโซนไม่ใช้น้ำและไม่ทำให้พื้นผิวเปียก จึงไม่ทำให้เบาะบวม ผ้าเปียก หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย ซึ่งต่างจากการล้างหรือพ่นของเหลวปริมาณมากในห้องที่มีอุปกรณ์ราคาแพง

หลังทำเสร็จ รับลูกค้าได้เลยหรือไม่

กระบวนการมีช่วงหยุดพักของระบบประมาณ 4 นาทีให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเปิดระบายอากาศและเป็นผู้แจ้งว่าพื้นที่พร้อมใช้งาน ควรเผื่อเวลาตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ก่อนรับลูกค้าคนแรก และระหว่างที่เครื่องทำงานทุกคนรวมถึงสัตว์เลี้ยงต้องอยู่นอกพื้นที่

ควรทำบ่อยแค่ไหนสำหรับร้านที่รับลูกค้าวันละหลายคน

ขึ้นอยู่กับจำนวนลูกค้าต่อวัน ประเภทบริการ และการระบายอากาศของห้อง ร้านที่รับลูกค้าหนาแน่นหลายรายเลือกทำทุกหนึ่งถึงสามเดือน และเพิ่มรอบในช่วงที่มีโรคระบาดตามฤดูกาล แนะนำให้ปรึกษาทีมงานเพื่อวางรอบที่เหมาะกับร้านของคุณ

ต่างจากการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างไร

การพ่นน้ำยาทำงานกับพื้นผิวที่ละอองไปถึงและให้ผลบนพื้นผิวนั้น ส่วนการอบด้วยแก๊สโอโซนทำงานกับอากาศและแทรกเข้าไปในช่องว่างที่ละอองเข้าไม่ถึง สองวิธีนี้เสริมกันได้ดี และเป็นเหตุผลที่ WHD มีโปรโมชันให้บริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H ฟรี สำหรับผู้ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป

คำค้นที่เกี่ยวข้อง: เปิดร้านที่บ้าน กลิ่นในห้องรับลูกค้า, ห้องต่อขนตามีกลิ่น, ทำร้านนวดที่บ้านต้องเตรียมอะไร, ฆ่าเชื้อห้องทรีตเมนต์, กำจัดกลิ่นน้ำยาต่อขนตา, มาตรฐานความสะอาดร้านความงาม, อบโอโซนร้านในบ้าน, ห้องสอนพิเศษในบ้านอากาศไม่ดี, บริการอบโอโซนที่พักอาศัย, World Health Disinfection

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้