ห้องเช่าของไรเดอร์: สิ่งที่ติดกลับบ้านมาทุกคืน ไม่ได้มีแค่เหงื่อกับความเหนื่อย

Last updated: 23 ก.ย. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ห้องเช่าของไรเดอร์: สิ่งที่ติดกลับบ้านมาทุกคืน ไม่ได้มีแค่เหงื่อกับความเหนื่อย

ห้องเช่าของไรเดอร์: สิ่งที่ติดกลับบ้านมาทุกคืน ไม่ได้มีแค่เหงื่อกับความเหนื่อย

วันหนึ่งวิ่งงานยี่สิบกว่าออเดอร์ ผ่านตลาด ผ่านลิฟต์คอนโด ผ่านลานจอดรถห้าง ผ่านฝุ่นถนนและฝนกลางทาง แล้วกลับมาถอดหมวกกันน็อกวางไว้ข้างที่นอนในห้องเช่ายี่สิบตารางเมตรที่มีลูกวัยสี่ขวบนอนรออยู่ บทความนี้คือเรื่องของไรเดอร์คนหนึ่งในกรุงเทพฯ กับวิธีตัดวงจรฝุ่นและเชื้อโรคที่เขาพากลับบ้าน ก่อนที่มันจะไปถึงตัวลูก

เรื่องเล่าจากห้องเช่าย่านห้วยขวาง: คืนที่ลูกไอจนหน้าแดง

คุณเอกรัตน์ หรือที่เพื่อนร่วมอาชีพเรียกกันว่า "พี่เอก" อายุ 34 ปี ขับรถจักรยานยนต์รับส่งอาหารมาเข้าปีที่ห้า เขาอยู่กับภรรยาและลูกสาววัยสี่ขวบชื่อน้องใบตอง ในห้องเช่าขนาดราวยี่สิบตารางเมตรย่านห้วยขวาง ห้องนี้มีพื้นที่ทุกอย่างรวมกัน ทั้งที่นอน มุมครัวเล็ก ๆ ตู้เสื้อผ้าหนึ่งตู้ และพัดลมตั้งพื้นหนึ่งตัว ส่วนแอร์เป็นเครื่องเก่าที่ติดมากับห้อง

วันทำงานของพี่เอกเริ่มตั้งแต่สิบโมงเช้าและจบราวสี่ทุ่ม ในหนึ่งวันเขาวิ่งงานเฉลี่ยยี่สิบถึงยี่สิบห้าออเดอร์ ผ่านตลาดสด ผ่านล็อบบี้คอนโด ผ่านลิฟต์ที่คนใช้ร่วมกันวันละหลายร้อยคน ผ่านลานจอดรถใต้ดินของห้างที่อากาศไม่ถ่ายเท ผ่านครัวร้านอาหารที่ร้อนอบอ้าว และผ่านฝุ่นถนนกับควันท่อไอเสียตลอดทั้งวัน บางวันเจอฝนกลางทาง เสื้อแจ็กเก็ตเปียกแล้วแห้งคาตัวสองสามรอบ

เมื่อกลับถึงห้อง สิ่งที่เขาทำเป็นประจำคือถอดหมวกกันน็อกวางไว้ข้างประตู วางกระเป๋าส่งอาหารใบใหญ่ไว้มุมห้อง แขวนเสื้อแจ็กเก็ตไว้ที่ราวหลังประตู ถอดรองเท้าวางไว้ในห้องเพราะทางเดินหน้าห้องแคบเกินกว่าจะวางไว้ข้างนอกได้ จากนั้นจึงไปอาบน้ำ แล้วออกมานั่งเล่นกับลูก

ปัญหาเริ่มปรากฏชัดในช่วงต้นปีที่ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ สูงติดต่อกันหลายสัปดาห์ น้องใบตองเริ่มไอตอนกลางคืน ตอนแรกทั้งคู่คิดว่าเป็นหวัดธรรมดา แต่อาการไม่หายสักที ไอแห้ง ๆ เป็นชุดทุกคืนราวตีหนึ่งถึงตีสอง บางคืนไอจนหน้าแดงและอาเจียนออกมา ภรรยาของพี่เอกต้องอุ้มลูกนั่งให้หลับทั้งคืนหลายครั้ง

พาไปหาหมอสองรอบ ได้ยาแก้ไอและยาขยายหลอดลม หมอถามคำถามที่ทำให้พี่เอกสะดุดคิด ว่าที่บ้านมีใครสูบบุหรี่ไหม มีสัตว์เลี้ยงไหม และมีใครทำงานที่ต้องสัมผัสฝุ่นเยอะ ๆ บ้าง สองคำถามแรกตอบว่าไม่มี แต่คำถามที่สามคือตัวเขาเอง

คืนนั้นพี่เอกนั่งมองห้องของตัวเองด้วยสายตาใหม่ หมวกกันน็อกที่วางอยู่ห่างจากที่นอนลูกไม่ถึงสองเมตร ซับในหมวกที่ชุ่มเหงื่อทุกวันและไม่เคยถอดออกมาซักเลยตลอดปีครึ่ง เสื้อแจ็กเก็ตที่แขวนอยู่หลังประตูซึ่งตากแดดไม่ได้เพราะห้องไม่มีระเบียง กระเป๋าส่งอาหารที่เคยมีซุปหกใส่และเขาแค่เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำ รองเท้าที่เหยียบผ่านตลาดสดและลานจอดรถมาทั้งวัน และพรมเช็ดเท้าหน้าห้องที่ไม่ได้ซักมานานจนจำไม่ได้

เขาเล่าว่าความรู้สึกตอนนั้นหนักมาก เพราะเขาออกไปทำงานทุกวันเพื่อลูก แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เขาพากลับบ้านมาด้วยทุกคืน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกไอไม่หยุดตอนตีสอง

เจาะลึกความเจ็บปวด: ต้นทุนที่ไรเดอร์และครอบครัวต้องแบกไว้เงียบ ๆ

1. สุขภาพของเด็กในห้องแคบ ห้องเช่าขนาดยี่สิบตารางเมตรที่ใช้ทั้งนอน กิน และเก็บของทำงานไว้ในที่เดียวกัน หมายความว่าฝุ่นและเชื้อโรคที่ติดมากับอุปกรณ์ทำงาน อยู่ห่างจากลมหายใจของเด็กเพียงไม่กี่เมตร เด็กเล็กหายใจถี่กว่าผู้ใหญ่และอยู่ในห้องนานกว่า จึงได้รับสิ่งที่ลอยอยู่ในอากาศมากกว่าโดยธรรมชาติ

2. อาการที่ควรสังเกตในลูก ไอแห้งเป็นชุดตอนกลางคืน คัดจมูกตอนเช้าแล้วดีขึ้นตอนสาย จามติด ๆ กันเมื่อเข้าห้อง ผื่นคันตามตัวโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ตาแดงหรือขยี้ตาบ่อย และที่สำคัญคือถ้าอาการดีขึ้นชัดเจนเมื่อไปค้างบ้านญาติหรือกลับต่างจังหวัด นั่นชี้ว่าต้นเหตุอยู่ในห้องเอง

3. สุขภาพของตัวไรเดอร์เอง คนที่อยู่บนถนนวันละสิบชั่วโมงเจอทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็ก ควันไอเสีย ความร้อน และฝน การกลับมานอนในห้องที่มีฝุ่นสะสมอีกต่อหนึ่ง ทำให้ร่างกายไม่ได้พักจริง หลายคนมีอาการเจ็บคอเรื้อรัง คัดจมูกตอนเช้า หรือผื่นคันจากหมวกกันน็อกและเสื้อที่หมักเหงื่อ ซึ่งเป็นปัญหาที่คนในอาชีพนี้คุยกันบ่อยแต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงในวงกว้าง

4. รายได้ที่หายไปทุกครั้งที่ต้องหยุด อาชีพไรเดอร์คือหยุดวันไหนก็ไม่มีรายได้วันนั้น เดือนที่ลูกป่วยหนัก พี่เอกต้องหยุดงานรวมสี่วันเพื่อพาลูกไปโรงพยาบาลและอยู่เฝ้า คิดเป็นรายได้ที่หายไปหลายพันบาท บวกค่ายา ค่าหมอ และค่ารถ กลายเป็นตัวเลขที่กระทบเงินเก็บของครอบครัวโดยตรง

5. ความรู้สึกผิดที่กัดกินคนเป็นพ่อ พี่เอกบอกว่าสิ่งที่หนักที่สุดไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือความรู้สึกว่าตัวเองอาจเป็นคนพาสิ่งที่ทำให้ลูกป่วยกลับเข้าบ้าน ความรู้สึกนี้ทำให้เขาเริ่มไม่กล้าเข้าไปกอดลูกทันทีที่กลับถึงห้อง ซึ่งกลายเป็นระยะห่างที่ทั้งเขาและลูกไม่ควรต้องมี

6. กลิ่นที่ซึมอยู่ในห้องจนเจ้าของห้องไม่รู้ตัว ห้องเช่าที่มีอุปกรณ์ทำงานหมักเหงื่ออยู่ตลอดเวลา จะมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ผสมระหว่างกลิ่นเหงื่อเก่า กลิ่นยางจากซับในหมวก กลิ่นอาหารที่เคยหกในกระเป๋าส่ง และกลิ่นอับจากผ้าที่ไม่เคยได้ตากแดด คนที่อยู่ในห้องทุกวันจะไม่ได้กลิ่นนี้ แต่แขกที่มาเยี่ยมจะรู้สึกทันทีที่เปิดประตู

7. เวลาที่ไม่มีให้ทำความสะอาดจริงจัง คนที่ทำงานวันละสิบสองชั่วโมงแทบไม่เหลือแรงมาซักหมวก ตากกระเป๋า หรือขัดพื้นในวันหยุด และห้องเช่าส่วนใหญ่ก็ไม่มีระเบียงหรือพื้นที่ตากของ การทำความสะอาดจึงถูกเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นการสะสมที่ไม่มีวันจบ

ทำไมวิธีที่ไรเดอร์ส่วนใหญ่ใช้ จึงยังไม่พอ

อาบน้ำทันทีที่กลับถึงห้อง เป็นนิสัยที่ดีมากและควรทำต่อ แต่มันจัดการได้แค่ตัวเราเอง ในขณะที่หมวกกันน็อก เสื้อแจ็กเก็ต รองเท้า และกระเป๋าส่งอาหาร ยังคงอยู่ในห้องเดียวกับลูกตลอดทั้งคืน

เช็ดหมวกและกระเป๋าด้วยผ้าชุบน้ำ ทำความสะอาดได้เฉพาะผิวนอกที่ผ้าสัมผัสถึง แต่ซับในหมวกเป็นฟองน้ำและผ้าหนา ซึ่งดูดซับเหงื่อเข้าไปข้างในจนสุด การเช็ดผิวนอกจึงไม่แตะต้องชั้นที่เป็นปัญหาจริงเลย

ฉีดสเปรย์ดับกลิ่นในหมวกและรองเท้า เป็นการเติมกลิ่นหอมทับกลิ่นเดิม โมเลกุลกลิ่นตัวเดิมยังอยู่ครบ และในห้องแคบที่มีเด็กเล็ก การพ่นน้ำหอมสังเคราะห์บ่อย ๆ อาจกลายเป็นสิ่งกระตุ้นอาการทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นอีกทาง

เปิดพัดลมและเปิดประตูระบายอากาศ ในห้องเช่าที่ประตูเปิดออกสู่ทางเดินส่วนกลางซึ่งไม่มีหน้าต่าง อากาศที่เข้ามาก็เป็นอากาศจากทางเดินเดิม ไม่ได้ช่วยเจือจางอะไรมากนัก และในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง การเปิดประตูทิ้งไว้ยิ่งทำให้ฝุ่นเข้ามาเพิ่ม

ซักเสื้อผ้าทุกวัน ช่วยได้จริงกับเสื้อผ้า แต่ของที่ซักไม่ได้หรือซักยากคือหมวกกันน็อก กระเป๋าส่งอาหารขนาดใหญ่ ที่นอน ตู้เสื้อผ้า และพรมเช็ดเท้า ซึ่งล้วนเป็นจุดสะสมหลักทั้งสิ้น

เครื่องฟอกอากาศตัวเล็ก ช่วยลดฝุ่นที่ลอยผ่านเครื่องได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถเข้าไปจัดการสิ่งที่ฝังอยู่ในซับในหมวก ในเส้นใยของที่นอน ในกระเป๋าส่งอาหาร หรือในแผงคอยล์ของแอร์เก่าที่ติดมากับห้องได้

ปัญหาที่แท้จริงคือ วิธีเหล่านี้จัดการได้แค่ "ผิวของสิ่งของ" และ "ตัวคน" แต่สิ่งที่สะสมอยู่ในห้องเช่าของไรเดอร์นั้นฝังลึกอยู่ในเส้นใย ในฟองน้ำ ในซอกที่มือเข้าไม่ถึง และลอยอยู่ในอากาศของห้องที่ปิดแคบ

ทางออกที่จัดการได้ทั้งห้องในรอบเดียว: บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยจาก WHD

พี่เอกรู้จัก บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย จากกลุ่มไรเดอร์ที่คุยกันเรื่องปัญหาสุขภาพในอาชีพนี้ สิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจคือสองข้อ ข้อแรกคือมันจัดการของที่ซักไม่ได้อย่างหมวกกันน็อกและกระเป๋าส่งอาหารได้ในคราวเดียวกับห้องทั้งห้อง ข้อที่สองคือไม่มีสารเคมีตกค้างในห้องที่ลูกวัยสี่ขวบคลานเล่นอยู่บนพื้น

หลักการคือทีมงานจะนำเครื่อง Master Ozone Generator เข้ามาติดตั้งในห้อง แล้วปล่อยก๊าซโอโซน หรือ O3 ให้กระจายเต็มปริมาตร เพราะเป็นก๊าซ มันจึงเข้าไปถึงทุกที่ที่อากาศเข้าถึง ทั้งในซับในหมวกกันน็อก ในช่องเก็บของของกระเป๋าส่งอาหาร ในรองเท้า ในตู้เสื้อผ้าที่ปิดสนิท ลึกเข้าไปในเส้นใยของที่นอนและหมอน ใต้เตียง และในแผงคอยล์ของแอร์เก่าซึ่งไม่มีใครเคยเปิดดูมาก่อน

โอโซนทำลายเชื้อโรคและโมเลกุลของกลิ่นในระดับโมเลกุล ไม่ใช่การกลบด้วยน้ำหอม เมื่อจบกระบวนการ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ จึงไม่มีคราบน้ำยาบนพื้นที่ลูกคลานเล่น ไม่มีอะไรเปียก และไม่ทำให้อุปกรณ์ทำงานเสียหาย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการทำความสะอาดด้วยโอโซน และ กำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน

ขั้นตอนการทำงาน ใช้เวลารวมประมาณ 30 นาที

  1. 2 นาทีแรก ทีมงานเริ่มเดินเครื่องและปรับความเข้มข้นของโอโซนให้เหมาะกับขนาดห้องและของที่อยู่ในห้อง
  2. 12 นาทีถัดมา โอโซนกระจายเต็มปริมาตรห้อง แทรกเข้าไปในซับในหมวก กระเป๋าส่งอาหาร รองเท้า ตู้เสื้อผ้า และเส้นใยที่นอน
  3. 12 นาทีต่อมา เป็นช่วงทำลายเชื้อโรคในระดับโมเลกุล ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และสปอร์เชื้อรา รวมถึงโมเลกุลของกลิ่นเหงื่อและกลิ่นอาหารที่ตกค้าง
  4. 4 นาทีสุดท้าย ระบบหยุดพัก ทีมงานระบายอากาศและตรวจความเรียบร้อยก่อนเปิดห้องให้กลับเข้าไปใช้งาน

เรื่องความปลอดภัยที่ต้องพูดให้ชัด: ระหว่างที่เครื่องทำงาน คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ทุกชนิดต้องออกจากห้องทั้งหมด ไม่มีข้อยกเว้น ช่างผู้ควบคุมเครื่องจะดูแลตลอดกระบวนการ และจะเป็นผู้เปิดห้องพร้อมระบายอากาศหลังช่วงพักระบบ ก่อนอนุญาตให้ทุกคนกลับเข้าไป นี่คือเหตุผลที่งานลักษณะนี้ควรให้ทีมงานที่ผ่านการอบรมเป็นผู้ทำ ไม่ใช่การซื้อเครื่องเล็ก ๆ มาเปิดเองในห้องที่มีลูกนอนอยู่

10 เหตุผลที่คนทำงานนอกบ้านเลือกวิธีนี้

  1. จัดการของที่ซักไม่ได้ หมวกกันน็อก กระเป๋าส่งอาหาร รองเท้า และที่นอน ได้รับการจัดการพร้อมกันโดยไม่ต้องถอด ไม่ต้องแช่ และไม่ต้องตาก
  2. เข้าถึงชั้นในที่ผ้าเช็ดไม่ถึง ก๊าซแทรกเข้าไปในฟองน้ำซับในหมวกและในเส้นใยหนา ๆ ได้ ซึ่งเป็นจุดที่เหงื่อและแบคทีเรียสะสมมากที่สุด
  3. ไม่มีสารเคมีตกค้างบนพื้นที่ลูกคลานเล่น เพราะโอโซนสลายกลับไปเป็นออกซิเจนหลังจบกระบวนการ
  4. สลายกลิ่นถึงต้นตอ ทั้งกลิ่นเหงื่อเก่า กลิ่นอาหารที่หกในกระเป๋า และกลิ่นอับของห้องที่อากาศไม่ถ่ายเท โดยไม่ต้องพึ่งสเปรย์ปรับอากาศ
  5. ลดแบคทีเรียได้มากกว่า 99.9 เปอร์เซ็นต์ และทำลายเชื้อไวรัสรวมถึง SARS-CoV-2 ตามข้อมูลของผู้ให้บริการ
  6. จัดการเชื้อราในแอร์เก่าที่ติดมากับห้อง โดยหน้าบริการระบุประสิทธิภาพถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์สำหรับสปอร์เชื้อราในเครื่องปรับอากาศ
  7. ไม่ทำให้อุปกรณ์เปียกหรือเสียหาย หมวก กระเป๋าเก็บความร้อน โทรศัพท์ ที่ชาร์จ และแบตสำรอง ไม่ต้องโดนน้ำยาเลย
  8. ใช้เวลาราว 30 นาที พาครอบครัวออกไปกินข้าวรอบเดียวก็เสร็จ ไม่กระทบตารางวิ่งงานของวันถัดไป
  9. เครื่องผ่านการทดสอบจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ หน้าบริการระบุว่า Master Ozone Generator ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek จากสหราชอาณาจักร โดยมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีมาตรฐานทั่วไปถึง 10 เท่าตามผลจาก Intertek
  10. เป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในที่ที่เข้มงวดที่สุด WHD ให้บริการมาแล้วกว่า 300 องค์กร ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน โรงงาน และโรงแรมระดับห้าดาวอย่าง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz และ Dusit International

เกร็ดความรู้: จัดห้องเช่าของคนทำงานนอกบ้านอย่างไรให้ปลอดภัยกับลูก

นอกจากการอบโอโซนเป็นรอบ ๆ พี่เอกยังปรับวิธีจัดห้องใหม่ตามคำแนะนำของทีมงาน ซึ่งเป็นแนวทางที่ไรเดอร์ แม่ค้าตลาด ช่างก่อสร้าง พนักงานส่งของ และคนที่ทำงานกลางแจ้งทุกอาชีพนำไปใช้ได้

  • กำหนด "โซนสกปรก" ตรงประตูทางเข้า วางกล่องหรือชั้นเตี้ยไว้สำหรับหมวกกันน็อก รองเท้า และกระเป๋าส่งอาหารโดยเฉพาะ อย่าให้ของเหล่านี้เดินทางเข้ามาถึงโซนที่นอน
  • เปลี่ยนเสื้อทำงานทันทีที่เข้าห้อง แล้วใส่ตะกร้าผ้ามีฝาปิด ไม่แขวนไว้บนราวข้างที่นอน
  • ถอดซับในหมวกออกซักทุกสัปดาห์ ถ้าหมวกรุ่นนั้นถอดซับในได้ และผึ่งให้แห้งสนิททุกครั้งก่อนใส่อีกรอบ
  • เปิดกระเป๋าส่งอาหารทิ้งไว้ให้แห้ง อย่าปิดฝาขังความชื้นไว้ข้ามคืน เพราะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เชื้อราและกลิ่นเกิดได้เร็วที่สุด
  • ซักพรมเช็ดเท้าหน้าประตูอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพราะเป็นด่านแรกที่รับฝุ่นจากทางเดินส่วนกลาง
  • เปิดพัดลมแอร์ไล่ความชื้นสักครู่ก่อนปิดแอร์ทุกครั้ง เพื่อลดโอกาสที่เชื้อราจะตั้งตัวในแผงคอยล์
  • กั้นโซนนอนของลูกให้ห่างจากประตูที่สุดเท่าที่ห้องจะเอื้อ แม้จะห่างได้แค่สองสามเมตรก็ยังดีกว่าไม่มีระยะห่างเลย

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทดแทนการฆ่าเชื้อทั้งห้อง แต่ช่วยยืดระยะเวลาระหว่างรอบ และทำให้ห้องกลับมาสกปรกช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

เปรียบเทียบ ก่อน และ หลัง

ก่อนอบโอโซน

  • หมวกกันน็อกและกระเป๋าส่งอาหารวางอยู่ห่างที่นอนลูกไม่ถึงสองเมตร
  • ห้องมีกลิ่นเหงื่อเก่าผสมกลิ่นอาหารที่เจ้าของห้องไม่ได้กลิ่นแล้ว
  • ลูกไอแห้งเป็นชุดทุกคืนช่วงตีหนึ่งถึงตีสอง บางคืนไอจนอาเจียน
  • พ่อหยุดงานสี่วันในเดือนเดียวเพื่อพาลูกไปหาหมอ
  • พ่อไม่กล้ากอดลูกทันทีที่กลับถึงห้อง เพราะกลัวพาเชื้อไปติด
  • ฉีดสเปรย์ดับกลิ่นในหมวกและรองเท้าทุกวันแต่กลิ่นกลับมาเสมอ

หลังอบโอโซน

  • ห้องไม่มีกลิ่นอับและไม่มีกลิ่นน้ำหอมกลบ เปิดประตูเข้ามาแล้วรู้สึกโล่ง
  • หมวก กระเป๋า รองเท้า ที่นอน และตู้เสื้อผ้า ถูกจัดการพร้อมกันในรอบเดียว
  • ลูกไอน้อยลงชัดเจนภายในสัปดาห์แรก และนอนยาวขึ้น
  • มีการจัดโซนสกปรกและโซนนอนอย่างชัดเจนตั้งแต่ประตูเข้า
  • พ่อกลับมากอดลูกได้หลังอาบน้ำโดยไม่ต้องลังเล
  • ไม่มีคราบน้ำยาบนพื้นที่ลูกนั่งเล่นและคลานทุกวัน

เสียงจากผู้ใช้บริการ: พี่เอก เขตห้วยขวาง

"ผมวิ่งงานวันละยี่สิบกว่าออเดอร์ครับ ผ่านตลาด ผ่านลิฟต์ ผ่านลานจอดรถ วันหนึ่งเจอคนเป็นร้อย กลับถึงห้องผมก็อาบน้ำทุกครั้งนะ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าหมวกกับกระเป๋าที่วางอยู่ข้างที่นอนลูก มันคือของที่ไปกับผมทั้งวัน

ตอนหมอถามว่าที่บ้านมีใครทำงานที่เจอฝุ่นเยอะไหม ผมนิ่งไปเลยครับ เพราะคำตอบคือผมเอง ผมออกไปทำงานทุกวันเพื่อลูก แล้วกลายเป็นว่าผมอาจเป็นคนพาของที่ทำให้ลูกไอกลับมาเอง มันจุกมากนะครับความรู้สึกนั้น

พอเรียกทีม WHD มาอบโอโซน ช่างบอกตรง ๆ ว่าตอนเครื่องทำงานทุกคนต้องออกจากห้องหมด และเขาจะเป็นคนเปิดห้องระบายอากาศเองตอนจบ ผมพาเมียกับลูกไปกินข้าวแถวนั้นชั่วโมงกว่า ๆ กลับมาก็เข้าห้องได้แล้ว

สิ่งแรกที่ผมรู้สึกคือห้องมันโล่งครับ ไม่ใช่หอมนะ แต่คือไม่มีกลิ่นอะไรเลย เมียผมบอกว่าเหมือนเพิ่งย้ายเข้าห้องใหม่ หมวกกันน็อกที่เคยมีกลิ่นเหงื่อจนผมต้องฉีดสเปรย์ทุกวัน ตอนนี้ไม่ต้องฉีดแล้ว

ที่สำคัญที่สุดคือใบตองครับ สัปดาห์แรกหลังอบ ลูกไอน้อยลงเยอะ แล้วก็นอนยาวขึ้น ผมไม่ได้บอกว่ามันรักษาโรคนะครับ ลูกยังต้องกินยาตามหมอ แต่ตอนนี้ผมกลับบ้านแล้วกอดลูกได้เลยหลังอาบน้ำ ไม่ต้องคิดมากเหมือนเมื่อก่อน แค่นี้ผมก็ว่าคุ้มแล้วครับ"

ทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว อย่าให้ห้องที่กลับมานอนเป็นภาระเพิ่ม

ตัดวงจรฝุ่น เหงื่อ และเชื้อโรคที่ติดกลับบ้านมาทุกคืน ด้วยการฆ่าเชื้อทั้งห้องในรอบเดียว ปรึกษาทีมงานเพื่อประเมินขนาดพื้นที่และวางแผนที่เหมาะกับคุณ

ดูบริการและราคา … คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294  |  LINE: @whd268

อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชัน: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร ฟรี

คำถามที่พบบ่อยจากคนทำงานนอกบ้าน

ถาม: ห้องเช่าเล็ก ๆ ยี่สิบตารางเมตร ใช้บริการได้ไหม
ตอบ: ได้ ทีมงานจะประเมินขนาดพื้นที่และปรับความเข้มข้นให้เหมาะสม ห้องเล็กที่มีของเยอะและอากาศไม่ถ่ายเทมักเป็นพื้นที่ที่เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนที่สุดหลังอบ

ถาม: หมวกกันน็อกและกระเป๋าส่งอาหารต้องเตรียมอย่างไร
ตอบ: เปิดกระเป๋าส่งอาหารออกให้สุด วางหมวกโดยหงายด้านในขึ้น และแยกวางกระจายแทนการกองซ้อนกัน เพื่อให้ก๊าซสัมผัสพื้นผิวด้านในได้ทั่วถึง รองเท้าก็ควรวางแยกและคลายเชือกออก

ถาม: อุปกรณ์ทำงานจะเสียหายหรือเปียกไหม
ตอบ: ไม่เปียกเลย เพราะเป็นกระบวนการที่ใช้ก๊าซ ไม่ใช่ของเหลว จึงไม่มีการพ่นน้ำยาลงบนหมวก กระเป๋าเก็บความร้อน โทรศัพท์ หรือแบตสำรอง

ถาม: ต้องพาลูกออกจากห้องนานแค่ไหน
ตอบ: กระบวนการหลักใช้เวลาราว 30 นาที แต่ควรเผื่อเวลาสำหรับการเตรียมพื้นที่ การระบายอากาศ และการตรวจความเรียบร้อย หลายครอบครัวใช้เวลาออกไปข้างนอกราวหนึ่งถึงสองชั่วโมง

ถาม: ลูกไอเรื้อรัง อบโอโซนแล้วจะหายไหม
ตอบ: การฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยไม่ใช่การรักษาโรค และไม่ทดแทนคำแนะนำของแพทย์ สิ่งที่ทำได้คือลดสิ่งกระตุ้นในสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่นสะสม สปอร์เชื้อรา แบคทีเรีย และกลิ่นตกค้าง ซึ่งเป็นปัจจัยที่เราควบคุมได้ด้วยการจัดการที่อยู่อาศัย

ถาม: ควรทำซ้ำบ่อยแค่ไหนสำหรับคนที่ทำงานนอกบ้านทุกวัน
ตอบ: ขึ้นอยู่กับสภาพห้องและปริมาณของที่นำเข้าออกทุกวัน หลายคนเลือกทำในช่วงที่ค่าฝุ่นในเมืองสูง ช่วงเข้าหน้าฝน หรือเมื่อเริ่มได้กลิ่นอับกลับมาอีกครั้ง ทีมงานสามารถช่วยแนะนำความถี่ที่เหมาะสมได้

ถาม: เจ้าของห้องเช่าต้องอนุญาตก่อนหรือไม่
ตอบ: ควรแจ้งเจ้าของห้องหรือฝ่ายอาคารให้ทราบล่วงหน้า เพราะมีการนำอุปกรณ์เข้ามาติดตั้งในห้องและมีการระบายอากาศหลังจบงาน โดยทั่วไปไม่มีการเจาะหรือดัดแปลงตัวห้องแต่อย่างใด

คำค้นที่เกี่ยวข้อง: ไรเดอร์พาเชื้อโรคกลับบ้าน, ฆ่าเชื้อห้องเช่า, ดับกลิ่นหมวกกันน็อก, ทำความสะอาดกระเป๋าส่งอาหาร, ลูกไอตอนกลางคืนในห้องเช่า, อบโอโซนห้องพักขนาดเล็ก, บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, กำจัดกลิ่นอับไร้สารเคมี

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้