ผ้าม่านหนาและพรมผืนเก่า: คลังเก็บฝุ่น ควันบุหรี่ และกลิ่นสิบสองปีที่ไม่มีวันซักออก

Last updated: 23 ก.ย. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ผ้าม่านหนาและพรมผืนเก่า: คลังเก็บฝุ่น ควันบุหรี่ และกลิ่นสิบสองปีที่ไม่มีวันซักออก

ผ้าม่านหนาและพรมผืนเก่า: คลังเก็บฝุ่น ควันบุหรี่ และกลิ่นสิบสองปีที่ไม่มีวันซักออก

บ้านที่ดูสะอาดตา ถูพื้นทุกวัน แต่พอแขกเดินเข้ามากลับได้กลิ่นบางอย่างที่เจ้าของบ้านดมไม่ออกแล้ว เรื่องจริงของเจ้าของร้านดอกไม้ย่านประชาอุทิศ กับการค้นพบว่ากลิ่นไม่ได้อยู่ในอากาศ แต่อยู่ในผ้า

ประโยคเดียวจากเด็กอายุสิบสี่ ที่ทำให้พี่แนนนอนไม่หลับทั้งคืน

สุนันทา หรือที่ลูกค้าเรียกกันติดปากว่า "พี่แนน" อายุ 47 ปี เปิดร้านจัดดอกไม้เล็ก ๆ อยู่ที่ชั้นล่างของทาวน์โฮมสามชั้นในซอยประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ บ้านหลังนี้เธอกับสามีผ่อนกันมาตั้งแต่ปี 2556 อยู่กันสี่คน มีน้องเอิน ลูกสาววัยสิบสี่ และป๊า คุณพ่อของสามีวัย 76 ปี ที่ย้ายมาอยู่ด้วยหลังจากคุณแม่เสีย

พี่แนนเป็นคนสะอาด สะอาดแบบที่เพื่อนบ้านยังทัก พื้นกระเบื้องชั้นล่างถูวันละสองรอบ ห้องน้ำขัดทุกวันเสาร์ ผ้าปูที่นอนเปลี่ยนสัปดาห์ละครั้ง เธอเชื่อมาตลอดว่าบ้านของเธอสะอาดกว่าบ้านหลายหลังในซอยเดียวกัน จนกระทั่งคืนวันศุกร์ปลายเดือนพฤษภาคม เพื่อนสนิทของน้องเอินสองคนมานอนค้างที่บ้านเป็นครั้งแรก

ตอนดึก พี่แนนเดินขึ้นไปเอาผ้าห่มสำรองให้ที่ชั้นสอง แล้วได้ยินเสียงเด็กคนหนึ่งพูดกับน้องเอินเบา ๆ ว่า "บ้านเอินกลิ่นเหมือนโรงแรมเก่า ๆ อะ กลิ่นแบบ... ห้องที่ปิดแอร์ไว้นานน่ะ" น้องเอินตอบกลับว่า "เหรอ เราดมไม่ออกแล้วมั้ง" แล้วก็หัวเราะกลบเกลื่อน

พี่แนนยืนนิ่งอยู่หน้าบันไดครู่ใหญ่ ก่อนเดินกลับลงมาโดยไม่ได้เอาผ้าห่มขึ้นไป คืนนั้นเธอนอนไม่หลับ ไม่ใช่เพราะโกรธเด็ก แต่เพราะรู้ว่าเด็กคนนั้นพูดถูก และเพราะนึกออกว่ามีคนทักเรื่องนี้มาก่อนแล้วหลายครั้ง แต่เธอไม่เคยเก็บมาคิด

ครั้งแรกคือเมื่อสองปีก่อน ลูกค้าประจำรายหนึ่งที่สั่งช่อดอกไม้ไปงานหมั้น โทรกลับมาบอกอย่างเกรงใจว่า "พี่คะ ช่อสวยมากเลยนะคะ แต่พอแกะกล่องออกมามันมีกลิ่นแปลก ๆ ติดมาด้วย เหมือนกลิ่นอับ ๆ น่ะค่ะ ไม่แน่ใจว่าเป็นที่กระดาษห่อรึเปล่า" ตอนนั้นพี่แนนเปลี่ยนซัพพลายเออร์กระดาษห่อทันที และเรื่องก็เงียบไป

ครั้งที่สองคือตอนที่พี่สาวของเธอมาเยี่ยมช่วงสงกรานต์ เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นชั้นสอง แล้วพูดขึ้นลอย ๆ ว่า "ห้องนี้อึดอัดจังแนน เปิดหน้าต่างหน่อยไหม" ทั้งที่แอร์กำลังเย็นฉ่ำ

เช้าวันเสาร์ที่พี่แนนเดินสำรวจบ้านตัวเองใหม่ทั้งหลัง

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังส่งเด็ก ๆ กลับบ้านแล้ว พี่แนนทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน คือเดินออกไปนอกบ้าน ยืนสูดอากาศข้างนอกสักห้านาที แล้วเดินกลับเข้ามาใหม่ พยายามดมบ้านตัวเองเหมือนเป็นคนแปลกหน้า

เธอได้กลิ่นจริง ๆ เป็นกลิ่นทึบ ๆ หนัก ๆ ที่ซ้อนกันหลายชั้น เธอเริ่มไล่หาต้นตอทีละจุด ห้องครัวไม่ใช่ ถังขยะไม่ใช่ ท่อน้ำทิ้งก็ไม่ใช่ จนกระทั่งเธอเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ของห้องนั่งเล่นชั้นสอง ยกชายผ้าม่านกำมะหยี่สีน้ำตาลเข้มขึ้นมาดมใกล้ ๆ

กลิ่นพุ่งเข้าจมูกจนเธอต้องถอยหลังหนึ่งก้าว

ผ้าม่านชุดนี้ซื้อพร้อมบ้านเมื่อสิบสองปีก่อน เป็นผ้าหนาสองชั้นแบบทึบแสง กว้างเกือบสามเมตร หนักจนคนเดียวปลดไม่ไหว ตลอดสิบสองปีเธอเอาลงซักครั้งเดียวตอนปีที่สาม แล้วไม่เคยเอาลงอีกเลย เพราะค่าซักเกือบสองพัน และพอเอากลับมาแขวน ผ้าก็ย้วยจนชายม่านไม่เท่ากัน

จากนั้นเธอคุกเข่าลงกับพรมทอผืนใหญ่กลางห้อง ดมลงไปใกล้ ๆ เนื้อพรม แล้วก็ได้คำตอบชุดที่สอง พรมผืนนี้อายุเท่ากับผ้าม่าน เคยผ่านการหกของนมกล่อง กาแฟ น้ำอัดลม ผ่านแมวจรที่เคยเลี้ยงไว้สองปี ผ่านการที่ป๊านั่งสูบบุหรี่บนโซฟาตัวนั้นทุกเย็นเป็นเวลาสิบปีก่อนจะเลิกได้

สุดท้ายเธอขึ้นไปชั้นสาม ห้องนอนของน้องเอินปูพรมเต็มพื้นตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่ เป็นพรมสีครีมที่ตอนนี้กลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนไปแล้วในบริเวณทางเดิน เธอกดฝ่ามือลงไปแล้วยกขึ้นมาดม กลิ่นเดียวกัน

พี่แนนนั่งลงกับพื้นแล้วพูดกับตัวเองเบา ๆ ว่า "เราถูพื้นมาสิบสองปี แต่ไม่เคยล้างสิ่งที่เก็บกลิ่นไว้มากที่สุดในบ้านเลย"

ทำไมผ้าม่านกับพรมถึงเป็นจุดที่สกปรกที่สุดในบ้าน ทั้งที่ดูสะอาดที่สุด

คนส่วนใหญ่มองผ้าม่านและพรมเป็นของตกแต่ง แต่ในแง่ของคุณภาพอากาศภายในอาคาร ทั้งสองอย่างนี้ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำผืนยักษ์ที่แขวนและปูอยู่ในบ้านตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

ผ้าม่านอยู่ตรงตำแหน่งที่อากาศไหลผ่านมากที่สุดของห้อง คือหน้าต่าง ทุกครั้งที่เปิดหน้าต่าง ฝุ่นถนน เขม่าจากท่อไอเสีย ละอองจากอากาศภายนอก จะถูกกรองด้วยผ้าม่านก่อนเป็นด่านแรก และทุกครั้งที่เปิดแอร์ ลมเย็นจะพัดผ่านม่านซ้ำไปซ้ำมา พาโมเลกุลกลิ่นจากทั้งห้องไปเกาะสะสมในเส้นใย

ส่วนพรมนั้นร้ายกว่า เพราะพรมคือพื้นที่แนวราบที่รับทุกอย่างที่ตกลงมาจากอากาศ ฝุ่นละออง เศษผิวหนังที่มนุษย์ผลัดทิ้งวันละประมาณหนึ่งกรัม เส้นขนสัตว์เลี้ยง สปอร์ของเชื้อรา ละอองไขมันจากการทำอาหาร และสารที่ติดมากับพื้นรองเท้าของทุกคนที่เดินเข้ามา เส้นใยพรมที่ตั้งชันเป็นล้าน ๆ เส้นทำหน้าที่เหมือนป่าเล็ก ๆ ที่กักทุกอย่างไว้ไม่ให้ปลิวออก

เมื่อมีความชื้นจากอากาศกรุงเทพเข้าไปผสม ทั้งผ้าม่านและพรมจึงกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียและเชื้อรา สิ่งที่เราเรียกว่า "กลิ่นอับ" ส่วนหนึ่งคือสารระเหยที่จุลินทรีย์เหล่านี้ปล่อยออกมาขณะย่อยสลายสิ่งสกปรกในเส้นใย พูดง่าย ๆ คือกลิ่นนั้นไม่ใช่ฝุ่น แต่เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่กำลังทำงานอยู่

บ้านพี่แนนหนักกว่านั้น เพราะมีควันบุหรี่เก่าสะสมอยู่ด้วย สารจากควันบุหรี่ไม่ได้ลอยหายไปกับอากาศ แต่เกาะแน่นบนพื้นผิวและซึมลึกเข้าไปในวัสดุที่มีรูพรุน เช่น ผ้า ฟองน้ำ ไม้ และปูน แม้เลิกสูบไปแล้วสามปี สารเหล่านั้นก็ยังค่อย ๆ ระเหยกลับออกมาได้อีกหลายปี นี่คือเหตุผลที่เธอยังได้กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ในบ้านที่ไม่มีใครสูบแล้ว

ราคาที่บ้านหลังนี้จ่ายไปแล้ว โดยไม่รู้ตัว

ราคาทางสุขภาพ

ป๊าไอแห้ง ๆ ทุกเช้ามาเกือบสองปี หมอบอกว่าเป็นผลจากการสูบบุหรี่มานาน ซึ่งก็จริง แต่พี่แนนเพิ่งสังเกตว่าอาการของป๊าจะเบาลงอย่างชัดเจนทุกครั้งที่ไปพักบ้านญาติที่ต่างจังหวัดสามสี่วัน แล้วกลับมาหนักขึ้นอีกภายในสัปดาห์เดียว

น้องเอินจามติดกันห้าหกครั้งทุกเช้าหลังตื่นนอน คัดจมูกจนต้องหายใจทางปาก และมักบ่นว่าปวดหัวตอนอ่านหนังสือในห้องตัวเอง ซึ่งเป็นห้องที่ปูพรมเต็มพื้น

พรมและผ้าม่านที่สะสมฝุ่นมานานคือแหล่งเพาะไรฝุ่นชั้นเยี่ยม สิ่งที่กระตุ้นภูมิแพ้ไม่ใช่ตัวไรฝุ่นโดยตรง แต่เป็นโปรตีนในมูลและซากของมันที่แห้งแล้วแตกเป็นผงละเอียดจนลอยขึ้นมาได้ทุกครั้งที่มีคนเดินผ่านหรือปิดเปิดผ้าม่าน คนที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เด็ก และผู้สูงอายุ จะได้รับผลกระทบก่อนใคร

ราคาทางการเงิน

พี่แนนไล่นับค่าใช้จ่ายที่เธอทุ่มไปโดยไม่รู้ว่ากำลังแก้ผิดจุด เครื่องฟอกอากาศสองเครื่องรวม 18,000 บาท ก้านไม้หอมและสเปรย์ปรับอากาศเดือนละราว 600 บาทต่อเนื่องสามปี ค่าซักผ้าม่าน 1,800 บาท และค่าจ้างซักพรมด้วยเครื่องอัดน้ำอีก 2,500 บาท ซึ่งทำให้พรมชื้นอยู่สามวันและกลิ่นกลับมาแรงกว่าเดิมภายในสองสัปดาห์

ปลายทางที่เธอเกือบตัดสินใจไปแล้วคือรื้อพรมทั้งสองห้องทิ้งและเปลี่ยนผ้าม่านใหม่ทั้งบ้าน ช่างตีราคามาที่ประมาณ 78,000 บาท

ราคาทางความสัมพันธ์และหน้าตา

ลูกสาวเลิกชวนเพื่อนมาบ้าน นี่คือสิ่งที่เจ็บที่สุดสำหรับแม่คนหนึ่ง เด็กอายุสิบสี่ไม่ได้อธิบายเหตุผลตรง ๆ แต่พี่แนนเดาออกหลังได้ยินบทสนทนาคืนนั้น

ในแง่ธุรกิจ ร้านดอกไม้ของเธอตั้งอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ดอกไม้สดเป็นวัสดุที่ดูดซับกลิ่นได้เก่งอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะกลีบดอกลิลลี่ กุหลาบ และคาร์เนชัน เมื่อช่อดอกไม้ถูกจัดและพักไว้ในห้องที่มีกลิ่นสะสม กลิ่นนั้นจะติดไปกับดอกไม้และกล่อง แล้วเดินทางไปถึงมือลูกค้า ลูกค้าคนหนึ่งเคยพูดตรง ๆ ว่า "ดอกไม้สวยมากนะคะ แต่กลิ่นมันไม่ค่อยสดเท่าไหร่" ประโยคเดียวนั้นทำให้เธอเสียลูกค้าองค์กรรายหนึ่งไป

ราคาทางเวลา

ทุกเช้าวันเสาร์ พี่แนนใช้เวลาราวสามชั่วโมงดูดฝุ่นพรมทั้งสองผืน ปัดผ้าม่าน และฉีดสเปรย์ดับกลิ่นทั่วบ้าน รวมแล้วปีละ 156 ชั่วโมง หรือเกือบเจ็ดวันเต็ม ๆ ที่หายไปกับงานที่ไม่เคยให้ผลลัพธ์ยั่งยืน

ทำไมวิธีที่ทุกคนแนะนำถึงไม่ได้ผลกับกลิ่นในเส้นใย

1. สเปรย์ปรับอากาศและก้านไม้หอม ทำงานด้วยหลักการกลบและรบกวนการรับกลิ่น ไม่ได้ทำลายโมเลกุลของกลิ่นเดิม ผลคือสองกลิ่นซ้อนกัน หลายคนจึงบอกว่าบ้าน "หอมแปลก ๆ" แถมเมื่อกลิ่นหอมจางลงภายในสองสามชั่วโมง กลิ่นเดิมก็กลับมาเหมือนเดิมทุกครั้ง

2. การดูดฝุ่น จัดการได้เฉพาะฝุ่นที่หลุดง่ายบริเวณผิวบนของพรมเท่านั้น สิ่งที่ฝังอยู่ลึกถึงโคนเส้นใยและแผ่นรองพรมยังอยู่ครบ ที่แย่กว่านั้นคือเครื่องดูดฝุ่นที่ไม่มีระบบกรองละเอียด จะเป่าฝุ่นขนาดเล็กที่สุดกลับออกมาสู่อากาศ ทำให้ความเข้มข้นของสารก่อภูมิแพ้ในห้องสูงขึ้นชั่วคราวทันทีหลังดูดฝุ่นเสร็จ

3. การซักพรมด้วยน้ำหรือเครื่องอัดไอน้ำ เป็นดาบสองคม ถ้าพรมแห้งไม่สนิทภายใน 24 ชั่วโมง ความชื้นที่เหลืออยู่ใต้เส้นใยและในแผ่นรองพรมจะกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เชื้อราเติบโตได้ดีกว่าเดิม นี่คือเหตุผลที่พรมของพี่แนนกลิ่นแรงขึ้นหลังจ้างซักไปแล้วสองสัปดาห์

4. การส่งผ้าม่านไปซักร้าน ได้ผลจริงกับตัวผ้า แต่ราคาสูง ใช้เวลาหลายวัน ผ้าเสียทรง และที่สำคัญคือแก้ได้แค่ผ้าม่าน ขณะที่กลิ่นในห้องมาจากพรม โซฟา เบาะ หมอนอิง ผนัง และเพดานพร้อมกัน พอแขวนม่านที่สะอาดกลับเข้าไปในห้องเดิม ภายในไม่กี่สัปดาห์ผ้าก็จะดูดกลิ่นจากสิ่งรอบตัวกลับเข้าไปใหม่

5. การเปิดหน้าต่างระบายอากาศ ช่วยเจือจางกลิ่นในอากาศได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้แตะต้องสิ่งที่ฝังอยู่ในเส้นใย และช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 สูง ยังเท่ากับเชิญฝุ่นชุดใหม่เข้ามาเกาะผ้าม่านเพิ่ม

6. เครื่องฟอกอากาศ มีประโยชน์จริงในการดักจับฝุ่นที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ แต่เครื่องฟอกดูดอากาศเข้าไปกรองได้เฉพาะสิ่งที่ลอยผ่านหน้าเครื่องเท่านั้น มันไม่สามารถเข้าไปทำความสะอาดสิ่งที่นอนนิ่งอยู่ในเนื้อพรมและชายผ้าม่านได้ ตราบใดที่ต้นตอยังปล่อยกลิ่นออกมาเรื่อย ๆ เครื่องฟอกก็เหมือนการวิดน้ำออกจากเรือที่ยังรั่วอยู่

สรุปสั้น ๆ คือ ทุกวิธีข้างต้นเป็นการทำความสะอาด "พื้นผิว" หรือ "อากาศ" แต่ปัญหาของบ้านแบบนี้อยู่ที่ "ภายในเนื้อวัสดุ" ซึ่งต้องใช้สิ่งที่เดินทางเข้าไปถึงได้ และสิ่งนั้นต้องเป็นก๊าซ

ทางออกที่เข้าถึงเส้นใยได้จริง: บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย

โอโซน หรือ O3 คือก๊าซที่ประกอบด้วยออกซิเจนสามอะตอม โมเลกุลที่สามนั้นเกาะอยู่อย่างไม่มั่นคง จึงพร้อมจะหลุดออกไปทำปฏิกิริยากับสิ่งที่มันสัมผัสตลอดเวลา เมื่อโอโซนเจอกับโมเลกุลของกลิ่น เจอผนังเซลล์ของแบคทีเรีย เจอเปลือกโปรตีนของไวรัส หรือเจอสปอร์ของเชื้อรา มันจะเข้าทำลายโครงสร้างเหล่านั้นในระดับโมเลกุล ไม่ใช่การกลบ แต่เป็นการสลายตัวต้นเหตุทิ้งไป

จุดที่ทำให้ก๊าซต่างจากน้ำยาทุกชนิดคือการเดินทาง ของเหลวหยุดอยู่ที่ผิวสัมผัส แต่ก๊าซแทรกไปได้ทุกที่ที่อากาศไปถึง นั่นหมายถึงระหว่างเส้นใยผ้าม่านทั้งสองชั้น ลึกลงไปถึงโคนขนพรมและแผ่นรองใต้พรม ในรอยพับของผ้าคลุมโซฟา ในไส้หมอนอิง ในลิ้นชักที่ปิดอยู่ หลังตู้ที่ขยับไม่ได้ และในช่องแอร์ที่มือคนเข้าไม่ถึง

และเมื่อทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับไปเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งคราบ ไม่ทิ้งความชื้น และไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างไว้บนผ้าม่านหรือพรมที่ลูกจะนอนกลิ้งเล่นทับ

World Health Disinfection หรือ WHD ให้บริการอบโอโซนสำหรับบ้านพักอาศัยด้วย Master Ozone Generator ซึ่งหน้าเว็บของบริษัทระบุว่าผ่านการตรวจสอบและรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของไทย และจาก Intertek แห่งสหราชอาณาจักร โดยระบุว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีมาตรฐานทั่วไปถึง 10 เท่าตามผลของ Intertek ปัจจุบันมีองค์กรกว่า 300 แห่งเลือกใช้บริการนี้ รวมถึงโรงแรมระดับห้าดาวอย่าง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz และ Dusit International ตลอดจนโรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงาน และโรงงาน

ขั้นตอนการทำงานประมาณ 30 นาที

  1. 2 นาทีแรก เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องในตำแหน่งที่เหมาะกับขนาดและรูปทรงของห้อง เริ่มเดินเครื่องและควบคุมความเข้มข้นให้พอดีกับพื้นที่
  2. 12 นาทีถัดมา ก๊าซโอโซนกระจายตัวเต็มทุกปริมาตรของห้อง ไหลเข้าไปตามเส้นใยผ้าม่าน เนื้อพรม ซอกโซฟา และมุมอับที่ผ้าเช็ดกับหัวดูดฝุ่นไปไม่ถึง
  3. 12 นาทีต่อมา ช่วงทำลายเชื้อโรคและสลายโมเลกุลกลิ่นในระดับโมเลกุล ทั้งไวรัส แบคทีเรีย สปอร์เชื้อรา และสารระเหยที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ
  4. 4 นาทีสุดท้าย หยุดระบบและพักพื้นที่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะระบายอากาศและเปิดให้กลับเข้าใช้งานได้ตามปกติ

เรื่องความปลอดภัยที่ต้องพูดให้ชัด: ระหว่างที่เครื่องทำงาน คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ทุกชนิดต้องออกจากห้องทั้งหมด ไม่มีข้อยกเว้น เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมจะดูแลเครื่องตลอดเวลา และจะเป็นผู้ระบายอากาศหลังครบช่วงพักระบบ แล้วจึงแจ้งให้ทุกคนกลับเข้าพื้นที่ได้ ห้ามอยู่ในห้องขณะเครื่องกำลังปล่อยโอโซนโดยเด็ดขาด

10 เหตุผลที่บ้านซึ่งเต็มไปด้วยผ้าและพรมควรใช้วิธีนี้

  1. เข้าถึงสิ่งที่มือเข้าไม่ถึง ก๊าซแทรกผ่านเส้นใยได้ทุกชั้น ตั้งแต่ผิวหน้าผ้าม่านไปจนถึงตะเข็บด้านใน และจากปลายขนพรมลงไปถึงโคน
  2. ไม่ทำให้ผ้าเปียกหรือเสียทรง ไม่ต้องปลดม่านลง ไม่ต้องยกพรมออก ไม่มีความชื้นเหลือทิ้งไว้ให้เชื้อราเติบโตต่อ
  3. สลายกลิ่นแทนการกลบกลิ่น จัดการโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุโดยตรง ไม่ใช่การเพิ่มกลิ่นหอมทับลงไป
  4. ไม่มีสารเคมีตกค้าง โอโซนคืนสภาพเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ ปลอดภัยกับบ้านที่มีเด็กนอนบนพรมและผู้สูงอายุ
  5. จัดการเชื้อโรคไปพร้อมกัน ครอบคลุมไวรัสรวมถึง SARS-CoV-2 แบคทีเรียมากกว่า 99.9 เปอร์เซ็นต์ และสปอร์เชื้อราในเครื่องปรับอากาศถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ตามข้อมูลบนหน้าบริการ
  6. ลดสิ่งกระตุ้นภูมิแพ้ในห้อง ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับคนที่จามทุกเช้าและคนที่ปวดหัวโดยไม่ทราบสาเหตุ
  7. ใช้เวลาเพียงประมาณครึ่งชั่วโมง เทียบกับการซักพรมที่ต้องรอแห้งหลายวัน หรือการส่งผ้าม่านที่ต้องรอเป็นสัปดาห์
  8. ถูกกว่าการรื้อของเก่าทิ้ง สำหรับหลายบ้าน นี่คือทางเลือกก่อนตัดสินใจจ่ายหลักหมื่นเพื่อเปลี่ยนพรมและผ้าม่านใหม่ทั้งหลัง
  9. มาตรฐานที่ตรวจสอบได้ เครื่อง Master Ozone Generator ระบุว่าผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek และให้บริการกับโรงแรมระดับห้าดาวและโรงพยาบาลมาแล้วกว่า 300 องค์กร
  10. มีโปรโมชันเสริม บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร

ก่อน และ หลัง

ก่อน

ยกชายผ้าม่านขึ้นดมแล้วต้องถอยหลัง กลิ่นบุหรี่เก่าลอยกลับมาเองทั้งที่ไม่มีใครสูบมาสามปี พรมห้องน้องเอินเปลี่ยนสีตามทางเดิน ลูกสาวเลิกชวนเพื่อนมาบ้าน ลูกค้าทักว่าดอกไม้กลิ่นไม่สด ป๊าไอทุกเช้า เสาร์ละสามชั่วโมงหมดไปกับการดูดฝุ่นที่ไม่เคยเปลี่ยนอะไร และใบเสนอราคาเปลี่ยนพรมกับผ้าม่านใหม่ 78,000 บาทวางอยู่บนโต๊ะ

หลัง

เปิดประตูบ้านแล้วได้กลิ่น "ไม่มีกลิ่น" ซึ่งเป็นกลิ่นที่ดีที่สุดของบ้าน ผ้าม่านผืนเดิมยังแขวนอยู่ที่เดิมแต่ดมแล้วเฉย ๆ พรมผืนเดิมยังปูอยู่แต่ไม่มีกลิ่นลอยขึ้นมาเวลาเดินผ่าน ช่อดอกไม้ที่ส่งออกจากร้านมีแต่กลิ่นดอกไม้ น้องเอินชวนเพื่อนมาติวสอบกลางภาคที่บ้านอีกครั้ง และเงินเจ็ดหมื่นแปดยังอยู่ในบัญชี

เสียงจากเจ้าของบ้าน

"พี่ทำใจอยู่นานกว่าจะยอมรับว่าบ้านตัวเองมีกลิ่น เพราะพี่ถูพื้นทุกวันจริง ๆ นะคะ แต่วันที่พี่ยกผ้าม่านขึ้นมาดมแล้วเกือบอ้วก พี่ถึงเข้าใจว่าเราขยันผิดที่มาสิบสองปี

ตอนแรกก็กลัวว่าพรมจะสีซีดหรือผ้าม่านจะพัง เจ้าหน้าที่อธิบายว่าไม่มีน้ำ ไม่มีน้ำยา ไม่ต้องรื้ออะไรออกเลย แค่พาคนกับต้นไม้ออกมาให้หมดแล้วรอข้างนอกประมาณครึ่งชั่วโมง พอครบเวลาเขาระบายอากาศให้เรียบร้อยแล้วค่อยเรียกเข้าไป

สิ่งที่พี่ประทับใจที่สุดไม่ใช่วันแรกนะคะ แต่เป็นอีกสองอาทิตย์ถัดมา เพราะที่ผ่านมาพี่เคยทำอะไรก็ตามกลิ่นมันจะกลับมาเสมอภายในสองอาทิตย์ แต่รอบนี้มันไม่กลับมา แล้ววันที่น้องเอินเดินมาถามว่า 'แม่ ชวนเพื่อนมาติวที่บ้านวันเสาร์ได้ไหม' พี่ยืนน้ำตาคลออยู่ในครัวเลยค่ะ"

— คุณแนน, ประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ

ผ้าม่านกับพรมของบ้านคุณเก็บอะไรไว้มากี่ปีแล้ว

ยังไม่ต้องรื้อทิ้ง ยังไม่ต้องซื้อใหม่ ลองให้ก๊าซโอโซนเข้าไปจัดการสิ่งที่อยู่ลึกในเส้นใยก่อน

ดูบริการและราคา โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย คลิกที่นี่

โทร. 065-556-6294  |  LINE @whd268

อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชันพิเศษ: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร

คำถามที่เจ้าของบ้านถามบ่อย

ถาม: ต้องปลดผ้าม่านลงหรือม้วนพรมเก็บก่อนไหม
ตอบ: ไม่ต้องค่ะ ข้อดีหลักของการใช้ก๊าซคือทุกอย่างอยู่ที่เดิมได้หมด ผ้าม่านแขวนอยู่อย่างไรก็ปล่อยไว้อย่างนั้น พรมปูอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น เพียงแต่ควรเปิดม่านให้คลี่ออกและเปิดประตูตู้ไว้ เพื่อให้ก๊าซเข้าถึงพื้นผิวได้มากที่สุด

ถาม: โอโซนทำให้สีผ้าม่านซีดหรือพรมเสียหายไหม
ตอบ: บริการนี้ควบคุมความเข้มข้นและระยะเวลาโดยเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญ ตามขนาดและลักษณะของพื้นที่ จุดประสงค์คือการฆ่าเชื้อและสลายกลิ่น ไม่ใช่การฟอกสี และเนื่องจากไม่มีน้ำหรือน้ำยาเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่มีปัญหาผ้าย้วย ผ้าหด หรือคราบด่างแบบที่เกิดจากการซัก

ถาม: กลิ่นบุหรี่เก่าที่ฝังมาสิบปีหายได้จริงหรือ
ตอบ: กลิ่นบุหรี่เกิดจากสารหลายชนิดที่เกาะแน่นในวัสดุพรุน การใช้ก๊าซโอโซนออกแบบมาเพื่อเข้าไปทำปฏิกิริยากับโมเลกุลเหล่านั้นถึงที่อยู่ของมัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่วิธีนี้ให้ผลต่างจากการฉีดพ่นหรือการเช็ดถูอย่างชัดเจน ทั้งนี้บ้านที่สะสมกลิ่นหนักมากอาจต้องประเมินหน้างานว่าควรทำกี่รอบ

ถาม: ระหว่างทำ คนกับสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ค่ะ ทุกชีวิตต้องออกจากพื้นที่ที่กำลังอบ ทั้งคน สุนัข แมว ปลา นก และต้นไม้ประดับ เจ้าหน้าที่จะควบคุมเครื่องและเป็นผู้ระบายอากาศให้หลังจบช่วงพักระบบ แล้วจึงแจ้งให้กลับเข้าไปได้ตามปกติ

ถาม: ใช้เวลาทั้งหมดนานแค่ไหน แล้วกลับเข้าบ้านได้เมื่อไหร่
ตอบ: กระบวนการหลักอยู่ที่ประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะระบายอากาศและแจ้งให้เข้าใช้งานได้ บ้านหลายชั้นหรือหลายห้องจะใช้เวลารวมมากขึ้นตามจำนวนพื้นที่

ถาม: หลังทำแล้วต้องซักผ้าม่านหรือดูดฝุ่นพรมอีกไหม
ตอบ: การดูแลตามปกติยังจำเป็นค่ะ เพราะฝุ่นใหม่เข้าบ้านทุกวัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือคุณจะไม่ได้ดูดฝุ่นเพื่อไล่กลิ่นอีกต่อไป เพราะกลิ่นสะสมที่ฝังอยู่เดิมถูกจัดการไปแล้ว หลายบ้านจึงลดความถี่ของงานทำความสะอาดหนัก ๆ ลงได้

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: กำจัดกลิ่นผ้าม่านและพรม, ผ้าม่านมีกลิ่นอับ, พรมมีกลิ่นเหม็น, ทำความสะอาดพรมโดยไม่ต้องซัก, กลิ่นบุหรี่ติดผ้าม่าน, อบโอโซนบ้าน, โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, World Health Disinfection

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้