ห้องเล็ก ๆ หลังครัว: มุมที่อับที่สุดในบ้าน และคนที่ต้องนอนอยู่ตรงนั้นทุกคืน

Last updated: 23 ก.ย. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ห้องเล็ก ๆ หลังครัว: มุมที่อับที่สุดในบ้าน และคนที่ต้องนอนอยู่ตรงนั้นทุกคืน

ห้องเล็ก ๆ หลังครัว: มุมที่อับที่สุดในบ้าน และคนที่ต้องนอนอยู่ตรงนั้นทุกคืน

ห้องแม่บ้านกับพื้นที่ซักล้างคือจุดที่เจ้าของบ้านแทบไม่เคยเดินเข้าไป แต่เป็นจุดที่ความชื้น กลิ่นเปรี้ยว และเชื้อราสะสมหนักที่สุด เรื่องของบ้านทาวน์โฮมหลังหนึ่งย่านลาดพร้าว ที่กว่าจะรู้ตัวก็ผ่านไปสี่ปี

"พี่สมรไอมาปีกว่าแล้ว เราเพิ่งมารู้"

คุณมนัสนันท์ หรือพี่นัท อายุ 45 ปี เป็นเจ้าของทาวน์โฮมสามชั้นในซอยแถวลาดพร้าว กรุงเทพฯ เธอทำงานประจำเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคล สามีเป็นวิศวกร มีลูกสองคนวัยประถม และมีพี่สมร แม่บ้านวัย 58 ปี ที่อยู่กับครอบครัวนี้มาสี่ปีแล้ว ช่วยดูแลบ้าน ทำกับข้าว และรับส่งลูก ๆ ไปโรงเรียน

พี่สมรพักอยู่ในห้องหลังครัว ขนาดประมาณ 2 คูณ 3 เมตร เป็นห้องที่ผู้รับเหมาเรียกว่าห้องแม่บ้าน ติดกับพื้นที่ซักล้างที่มีเครื่องซักผ้าฝาบนหนึ่งเครื่อง อ่างซักมือ ราวตากผ้าในร่ม ท่อน้ำทิ้ง และช่องระบายอากาศหนึ่งช่องขนาดประมาณฝ่ามือที่ติดอยู่สูงเกือบชิดเพดาน ทั้งโซนนี้มีหน้าต่างบานเดียวขนาดเล็ก ซึ่งเปิดออกไปเจอกำแพงรั้วบ้านข้าง ๆ ที่ห่างจากตัวบ้านไม่ถึงหนึ่งเมตร

พูดตรง ๆ คือ ตลอดสี่ปี พี่นัทแทบไม่เคยเดินเข้าไปในโซนนั้นเลย เธอให้พี่สมรดูแลเอง ซื้อของใช้ให้ครบ ติดแอร์ให้หนึ่งเครื่อง และคิดว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี

เรื่องเริ่มชัดเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ตอนนั้นฝนตกหนักติดกันหลายวัน ผ้าแห้งยาก พี่สมรจึงตากผ้าในร่มเต็มราวตลอดเวลา วันหนึ่งพี่นัทกลับบ้านเร็วกว่าปกติแล้วเดินเข้าครัวไปหาน้ำดื่ม เธอได้กลิ่นบางอย่างที่ทำให้หยุดยืน เป็นกลิ่นเปรี้ยว ๆ อับ ๆ คล้ายผ้าที่ตากไม่แห้งแล้วพับเก็บ แต่ชัดกว่านั้นมาก และมันไม่ได้อยู่แค่ในโซนซักล้าง มันลอยมาถึงเคาน์เตอร์ครัวที่เธอเตรียมอาหารให้ลูกทุกเช้า

เธอเดินตามกลิ่นเข้าไป แล้วเห็นสิ่งที่ทำให้เธอเงียบไปพักหนึ่ง เพดานเหนือเครื่องซักผ้ามีจุดดำกระจายเป็นหย่อมขนาดเท่าฝ่ามือ ผนังตรงมุมล่างมีคราบเขียวจาง ๆ ขอบยางฝาเครื่องซักผ้ามีคราบดำเป็นแนว และเมื่อเธอเปิดประตูห้องพี่สมรออกดูตามคำอนุญาตของเจ้าตัว เธอพบว่าผนังด้านที่ติดกับห้องน้ำมีรอยชื้นเป็นวง และที่มุมใต้เตียงมีกล่องกระดาษที่บวมจนเสียรูป

คืนนั้นพี่นัทนั่งคุยกับพี่สมรที่โต๊ะกินข้าว แล้วถามตรง ๆ ว่าไอมานานแค่ไหนแล้ว คำตอบคือ "ก็ปีกว่าแล้วมั้งคะพี่ แต่ไม่อยากรบกวน" พี่สมรบอกว่าตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาไอบ่อย ตื่นมาตอนเช้าจะรู้สึกแน่นหน้าอกนิด ๆ และมีผื่นคันขึ้นที่แขนเป็นช่วง ๆ ซึ่งเธอซื้อยาทาเองมาตลอด

"ตอนนั้นฉันรู้สึกแย่มากเลยค่ะ" พี่นัทเล่า "เราจ้างคนมาช่วยทำให้บ้านเราสะอาด แต่เราไม่เคยคิดเลยว่าห้องที่เขานอน มันเป็นห้องที่แย่ที่สุดในบ้านเรา"

ทำไมโซนหลังครัวถึงเป็นจุดที่แย่ที่สุดของบ้านเสมอ

ถ้าเราดูแปลนบ้านทาวน์โฮมหรือบ้านจัดสรรทั่วไป จะเห็นรูปแบบเดียวกันเกือบทุกหลัง คือพื้นที่ซักล้างและห้องแม่บ้านถูกจัดไว้ด้านหลังสุด ซึ่งเป็นด้านที่มักหันเข้าหารั้วหรือหันชนกับบ้านหลังถัดไป ทำให้ได้แสงแดดน้อยที่สุดและได้ลมน้อยที่สุดในบ้านทั้งหลัง

แหล่งความชื้นกระจุกอยู่ที่เดียวกัน ลองนับดูว่าในพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตรนั้นมีอะไรบ้าง เครื่องซักผ้าที่ปล่อยไอน้ำและมีน้ำค้างในถังทุกครั้งที่ใช้ อ่างซักมือที่เปียกตลอด ราวตากผ้าที่มีผ้าเปียกแขวนอยู่หลายสิบชิ้นในฤดูฝน ท่อน้ำทิ้งที่มีน้ำขังในคอห่าน และบ่อยครั้งมีห้องน้ำติดกันอีกหนึ่งห้อง นี่คือการรวมแหล่งความชื้นทั้งหมดของบ้านไว้ในมุมที่ระบายอากาศแย่ที่สุด

ผ้าเปียกคือเครื่องเพิ่มความชื้นที่ทรงพลัง ผ้าที่ซักเสร็จหนึ่งตะกร้าอุ้มน้ำไว้หลายลิตร เมื่อแขวนตากในร่มโดยไม่มีลม น้ำทั้งหมดนั้นจะระเหยออกมาเป็นไอน้ำในห้อง ถ้าไม่มีทางออก ความชื้นสัมพัทธ์ในห้องจะพุ่งขึ้นและค้างอยู่อย่างนั้นหลายชั่วโมง นี่คือสาเหตุที่ผ้าตากในร่มมักมีกลิ่นเปรี้ยว เพราะแบคทีเรียและเชื้อราเจริญเติบโตบนเส้นใยที่ชื้นนานเกินไป

เครื่องซักผ้าเองก็เป็นแหล่งสะสม ขอบยางรอบฝา ช่องใส่ผงซักฟอก และถังซักชั้นในที่เรามองไม่เห็น ล้วนเป็นพื้นผิวที่เปียกตลอดและมีคราบสบู่เป็นอาหาร เครื่องที่ปิดฝาทันทีหลังซักเสร็จจะกลายเป็นกล่องอุ่นชื้นที่ไม่เคยแห้งเลย และกลิ่นอับจากเครื่องจะย้อนไปติดผ้าที่ซักรอบถัดไป

กลิ่นเดินทางเข้าครัวเสมอ เพราะพื้นที่ซักล้างมักเปิดต่อเนื่องกับครัวโดยไม่มีประตูกั้น อากาศชื้นและโมเลกุลกลิ่นจึงไหลเข้าไปในครัวได้ตลอด และไปเกาะอยู่บนผ้าเช็ดมือ ผ้าปูโต๊ะ ม่าน และแม้แต่บนอาหารที่วางเปิดไว้ หลายบ้านบ่นว่ารสชาติอาหารเหมือนมีกลิ่นแปลก ๆ โดยไม่รู้ว่าต้นตออยู่ห่างออกไปสามเมตร

และห้องแม่บ้านมักไม่มีหน้าต่างจริง ห้องขนาด 2 คูณ 3 เมตรที่มีแค่ช่องลมเล็ก ๆ ติดเพดาน เมื่อปิดประตูนอนทั้งคืน ปริมาณอากาศในห้องมีจำกัดมาก ความชื้นจากลมหายใจและเหงื่อของคนคนหนึ่งตลอดแปดชั่วโมงจึงสะสมอยู่ในห้อง และควบแน่นบนผนังที่เย็นกว่าในตอนเช้า

ผลกระทบที่กว้างกว่าที่คิด

1. สุขภาพของคนที่อยู่ในห้องนั้นวันละแปดชั่วโมง

พี่สมรอายุ 58 ปี และนอนในห้องนั้นทุกคืนตลอดสี่ปี อาการไอเรื้อรัง แน่นหน้าอกตอนเช้า และผื่นคันที่แขน เป็นกลุ่มอาการที่เข้าได้กับการสัมผัสสปอร์เชื้อราและความชื้นสูงเป็นเวลานาน สปอร์เชื้อราเป็นสารก่อภูมิแพ้ในอาคารที่พบได้บ่อย และในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ความเสี่ยงจะสูงกว่าคนทั่วไป ข้อมูลด้านคุณภาพอากาศภายในอาคารระบุตรงกันว่าความชื้นและเชื้อราในที่อยู่อาศัยสัมพันธ์กับปัญหาระบบทางเดินหายใจ

2. สุขภาพของทุกคนในบ้าน ผ่านทางครัวและผ้า

เมื่ออากาศจากโซนซักล้างไหลเข้าครัวได้ตลอด สปอร์และแบคทีเรียก็เดินทางไปด้วย ลูกคนเล็กของพี่นัทมีอาการไอตอนกลางคืนช่วงหน้าฝนมาสองปีติดกัน และที่สำคัญกว่านั้นคือ ผ้าทุกชิ้นในบ้าน ตั้งแต่ผ้าปูที่นอนของลูก ผ้าเช็ดตัว ไปจนถึงชุดนักเรียน ล้วนผ่านเครื่องซักผ้าและราวตากในโซนนั้นทั้งหมด กลิ่นเปรี้ยวบนผ้าที่พับเก็บในตู้จึงไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่น แต่คือหลักฐานว่าจุลชีพเดินทางไปทั่วบ้านผ่านตะกร้าผ้า

3. เงินที่หายไปโดยไม่รู้ตัว

ผ้าที่มีกลิ่นเปรี้ยวมักถูกซักซ้ำ บางครั้งสองสามรอบ ซึ่งหมายถึงค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าผงซักฟอกที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน หลายบ้านแก้ด้วยการซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่ได้แก้อะไร นอกจากนี้ความชื้นสะสมยังทำให้สีผนังพองล่อน วงกบไม้บวม และบานประตูเริ่มปิดไม่สนิท ซึ่งเป็นค่าซ่อมที่รอวันมาถึง

4. ความสัมพันธ์และศักดิ์ศรีของคนในบ้าน

นี่คือส่วนที่พี่นัทบอกว่าเจ็บที่สุด พี่สมรไม่เคยบอกเรื่องอาการไอเลยตลอดปีกว่า เพราะไม่อยากเป็นภาระ และเพราะไม่มั่นใจว่าจะพูดยังไงให้ไม่เหมือนการบ่นเรื่องที่พัก การที่คนคนหนึ่งต้องทนอยู่กับห้องที่ทำให้ป่วยโดยไม่กล้าพูด บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เราคิดว่าดีอยู่แล้ว และเมื่อเจ้าของบ้านรู้เข้า ความรู้สึกผิดก็มาพร้อมกัน

5. เวลาที่ใช้ไปกับการแก้ที่ปลายเหตุ

สองเดือนแรกหลังรู้ปัญหา พี่นัทลองทุกอย่าง ซื้อน้ำยาขัดเชื้อราแบบเจลมาทาเพดาน ซื้อเครื่องลดความชื้น เปลี่ยนน้ำยาซักผ้า ล้างเครื่องซักผ้าด้วยน้ำส้มสายชู และให้ช่างมาเจาะช่องลมเพิ่ม รวมแล้วหลายพันบาทและหลายสุดสัปดาห์ จุดดำบนเพดานจางลงจริง แต่กลิ่นเปรี้ยวยังอยู่ และกลับมาชัดทุกครั้งที่ฝนตกติดกันสองวัน

ทำไมวิธีที่เราคุ้นเคยถึงเอาไม่อยู่

ขัดและทาน้ำยาฆ่าเชื้อรา: ได้ผลกับสิ่งที่เรามองเห็นบนพื้นผิวเรียบ แต่เชื้อราบนผนังฉาบปูนหยั่งรากลงไปใต้ชั้นสี การขัดผิวหน้าจึงเหมือนตัดหญ้าโดยไม่ถอนราก อีกทั้งพื้นที่จริงที่มีปัญหามักใหญ่กว่าที่ตาเห็นมาก เพราะสปอร์ลอยไปตกที่อื่นในห้องเรียบร้อยแล้ว

ล้างเครื่องซักผ้า: ควรทำและช่วยได้จริงในระดับหนึ่ง แต่จัดการได้แค่ตัวเครื่อง ไม่ได้แตะเพดาน ผนัง พื้น ราวตาก ตะกร้าผ้า หรืออากาศในห้อง และถ้าห้องยังชื้นเหมือนเดิม เครื่องก็กลับไปมีกลิ่นภายในไม่กี่สัปดาห์

เครื่องลดความชื้น: เป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มากและควรมีในพื้นที่แบบนี้ แต่มันทำหน้าที่ป้องกันอนาคต ไม่ได้กำจัดสปอร์และแบคทีเรียที่สะสมอยู่แล้วบนผนัง เพดาน และในผ้า

เจาะช่องลมเพิ่มหรือติดพัดลมดูดอากาศ: ช่วยได้จริงและควรทำ แต่เป็นการแก้เชิงโครงสร้างที่ใช้เวลาเห็นผล และไม่ได้ลบสิ่งที่สะสมมาสี่ปีออกไปในวันเดียว

น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นแรงและสเปรย์ดับกลิ่นห้อง: กลบได้ชั่วคราว แต่เมื่อกลิ่นหอมจางลง กลิ่นเปรี้ยวจะกลับมาเหมือนเดิมทุกครั้ง เพราะต้นตอไม่ได้ถูกแตะเลย และการเติมสารหอมเข้าไปในห้องที่อากาศไม่ถ่ายเทอาจทำให้คนที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นรู้สึกแย่ลงด้วยซ้ำ

ตากแดดและเปิดหน้าต่าง: เป็นวิธีที่ดีที่สุดในทางทฤษฎี แต่ในบ้านทาวน์โฮมที่หน้าต่างหลังบ้านเปิดออกไปชนกำแพงรั้วห่างไม่ถึงหนึ่งเมตร ลมไม่ได้พัดผ่านจริง และแดดก็ไม่เคยส่องถึง ทฤษฎีที่ใช้ไม่ได้กับหน้างานจริง

สิ่งที่พื้นที่นี้ต้องการคือวิธีที่เข้าถึงได้ทั้งอากาศและพื้นผิวพร้อมกัน แทรกเข้าไปในซอกที่แปรงเข้าไม่ถึง ไม่เพิ่มความชื้นให้ห้องที่ชื้นอยู่แล้ว และไม่ทิ้งสารเคมีไว้ในพื้นที่ที่อยู่ติดกับครัว

ทางออก: บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยจาก World Health Disinfection

พี่นัทเจอบริการนี้จากการค้นหาคำว่ากลิ่นอับในห้องที่ไม่มีหน้าต่าง สิ่งที่ทำให้เธอสนใจคือคำว่า "ไร้สารเคมีตกค้าง" เพราะพื้นที่ที่เธอจะทำอยู่ติดกับครัวที่ใช้ทำอาหารให้ลูกทุกวัน

โอโซนหรือ O3 คือก๊าซที่ประกอบด้วยออกซิเจนสามอะตอม มีคุณสมบัติว่องไวในการทำปฏิกิริยาสูงมาก เมื่อสัมผัสกับผนังเซลล์ของเชื้อรา สปอร์ แบคทีเรีย หรือเปลือกหุ้มของไวรัส มันจะทำลายโครงสร้างเหล่านั้นในระดับโมเลกุลจนจุลชีพหมดสภาพ จากนั้นโอโซนจะสลายตัวกลับไปเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ จึงไม่มีคราบน้ำยา ไม่มีฟิล์มเคลือบ และไม่มีสารเคมีตกค้างบนเคาน์เตอร์ครัว บนตะกร้าผ้า หรือบนเตียงของพี่สมร

ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดในกรณีนี้คือ โอโซนเป็นก๊าซ มันจึงเดินทางไปได้ทุกที่ที่อากาศไปถึง คือเข้าไปในช่องว่างหลังเครื่องซักผ้าที่ไม่มีใครเลื่อนออกมาสี่ปี เข้าไปในขอบยางฝาเครื่อง ขึ้นไปถึงมุมเพดานที่บันไดตัวเตี้ยเอื้อมไม่ถึง แทรกเข้าไปในตะกร้าผ้า ในผ้าห่ม ในที่นอน และในซอกใต้เตียงที่เป็นจุดอับที่สุดของห้อง

WHD ใช้เครื่อง Master Ozone Generator ซึ่งหน้าบริการของบริษัทระบุว่าผ่านการตรวจสอบและรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของประเทศไทย และจาก Intertek แห่งสหราชอาณาจักร โดยระบุว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีมาตรฐานทั่วไปถึง 10 เท่าตามผลทดสอบของ Intertek รวมถึงระบุว่าสามารถจัดการสปอร์เชื้อราในคอยล์เครื่องปรับอากาศได้ถึง 99.99% ซึ่งเป็นจุดที่ห้องแม่บ้านหลายห้องมองข้าม

ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 30 นาที

  1. 2 นาที เริ่มต้นและควบคุมความเข้มข้น: ช่างประเมินขนาดพื้นที่ ดูจุดที่มีปัญหา ปิดช่องที่จำเป็น และตั้งค่าเครื่องให้เหมาะกับปริมาตรห้องก่อนเริ่มเดินเครื่อง
  2. 12 นาที กระจายทั่วพื้นที่: ก๊าซแพร่ไปทั่วโซนซักล้างและห้องพัก เข้าไปหลังเครื่องซักผ้า ใต้อ่าง ในตะกร้าผ้า ใต้เตียง และในทุกซอกที่อากาศเข้าถึง
  3. 12 นาที ทำลายเชื้อโรคระดับโมเลกุล: ช่วงหลักของงาน โอโซนทำปฏิกิริยากับเชื้อรา สปอร์ แบคทีเรีย ไวรัส และโมเลกุลของกลิ่นเปรี้ยวทั้งที่ลอยในอากาศและที่เกาะอยู่บนพื้นผิวและเส้นใยผ้า
  4. 4 นาที หยุดระบบก่อนเปิดพื้นที่: เครื่องหยุดทำงาน โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน ช่างระบายอากาศและตรวจสอบก่อนอนุญาตให้กลับเข้าใช้พื้นที่ตามปกติ

เรื่องความปลอดภัยที่ต้องบอกให้ชัด: ขณะที่เครื่องทำงาน คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด ไม่มีใครอยู่ในห้องระหว่างอบโอโซนเด็ดขาด ช่างจะควบคุมเครื่องจากภายนอกพื้นที่ และเป็นผู้ระบายอากาศพร้อมตรวจสอบก่อนเปิดให้กลับเข้าไปใช้งาน ขั้นตอนนี้เป็นมาตรฐานที่ไม่มีการข้ามหรือยืดหยุ่น

10 เหตุผลที่เจ้าของบ้านเลือกทำโซนหลังครัวด้วยวิธีนี้

  1. จัดการทั้งอากาศและพื้นผิวในคราวเดียว — ไม่ใช่แค่ดับกลิ่นในอากาศ แต่ลงไปถึงสิ่งที่เกาะอยู่บนผนัง เพดาน ผ้า และซอกที่แปรงเข้าไม่ถึง
  2. ไม่เพิ่มความชื้นให้พื้นที่ที่ชื้นอยู่แล้ว — เป็นกระบวนการแห้งสนิท ต่างจากการฉีดพ่นน้ำยาที่เติมความชื้นเข้าไปในห้องที่มีปัญหาเรื่องความชื้นตั้งแต่แรก
  3. ไร้สารเคมีตกค้าง จึงเหมาะกับพื้นที่ติดครัว — โอโซนคืนตัวกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งคราบบนเคาน์เตอร์ เขียง หรือภาชนะที่วางอยู่ใกล้เคียง
  4. เข้าถึงจุดที่ไม่มีใครเคยทำความสะอาด — หลังเครื่องซักผ้าที่ไม่เคยเลื่อน ใต้เตียง ในตะกร้าผ้า ในช่องระบายอากาศ และมุมเพดานสูง
  5. แก้กลิ่นเปรี้ยวที่ต้นตอ — ทำลายโมเลกุลกลิ่นโดยตรง ไม่ใช่การเติมกลิ่นหอมทับ ซึ่งเป็นเหตุผลที่กลิ่นไม่ย้อนกลับมาในอีกสองวัน
  6. ลดสิ่งกระตุ้นสำหรับคนที่มีอาการทางเดินหายใจ — เมื่อสปอร์และจุลชีพในอากาศลดลง อาการไอ แน่นหน้าอก และผื่นคันของคนที่ใช้พื้นที่มักดีขึ้นอย่างสังเกตได้
  7. ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา — รวมถึงไวรัสก่อโรคโควิด-19 แบคทีเรียมากกว่า 99.9% และสปอร์เชื้อรา ในการทำงานรอบเดียว
  8. ไม่ต้องรื้อบ้านและไม่ต้องย้ายออก — เตรียมพื้นที่ไม่กี่นาที ทำงานประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วใช้ชีวิตต่อได้ตามปกติในวันเดียวกัน
  9. มาตรฐานเดียวกับโรงแรมระดับห้าดาวและโรงพยาบาล — WHD ให้บริการองค์กรกว่า 300 แห่ง รวมถึง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz, Dusit International โรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงาน และโรงงาน
  10. ช่างมืออาชีพดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ — ประเมินหน้างาน ตั้งค่าความเข้มข้น ควบคุมเครื่อง ระบายอากาศ และตรวจสอบก่อนเปิดพื้นที่ ทุกขั้นตอนมีคนรับผิดชอบ

ก่อน และ หลัง

ก่อน

กลิ่นเปรี้ยวลอยจากโซนซักล้างเข้ามาถึงเคาน์เตอร์ครัวทุกวัน เพดานเหนือเครื่องซักผ้ามีจุดดำเป็นหย่อม ขอบยางฝาเครื่องมีคราบดำ ผนังห้องพี่สมรมีรอยชื้นเป็นวง กล่องใต้เตียงบวมเสียรูป พี่สมรไอกลางคืนมาปีกว่าโดยไม่กล้าบอกใคร ลูกคนเล็กไอตอนกลางคืนทุกหน้าฝน ผ้าที่พับเก็บในตู้มีกลิ่นเปรี้ยวจนต้องซักซ้ำเดือนละหลายครั้ง และเงินหลายพันบาทหมดไปกับน้ำยาและอุปกรณ์ที่แก้ได้แค่ชั่วคราว

หลัง

เดินเข้าครัวแล้วไม่มีกลิ่นอะไรลอยมาจากด้านหลังอีก ห้องพี่สมรเปิดประตูแล้วรู้สึกว่าอากาศโล่งขึ้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่หอมขึ้น พี่สมรบอกว่าคืนแรกหลังทำ เธอนอนยาวโดยไม่ต้องลุกขึ้นมาไอเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ผ้าที่ซักออกมาไม่มีกลิ่นเปรี้ยวติด จึงไม่ต้องซักซ้ำอีก พี่นัทเลิกซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นแรง และที่สำคัญที่สุดคือเธอกล้าเดินเข้าไปในโซนนั้นได้โดยไม่รู้สึกผิดอีกต่อไป

เสียงจากเจ้าของบ้าน

"ที่ตัดสินใจทำ ไม่ใช่เพราะกลิ่นค่ะ แต่เพราะฉันรู้ว่าพี่สมรไอมาปีกว่าแล้วไม่กล้าบอก ฉันคิดว่าถ้าเป็นห้องลูกฉัน ฉันคงทำไปตั้งนานแล้ว แล้วทำไมห้องนี้ถึงต้องรอ

ตอนโทรไปถาม ฉันกังวลเรื่องเดียวคือพื้นที่มันติดครัว ฉันถามไปตรง ๆ ว่ามีอะไรตกค้างบนเขียงหรือบนโต๊ะกินข้าวไหม เขาอธิบายว่าโอโซนมันสลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่ได้ทิ้งน้ำยาอะไรไว้ แล้วก็บอกชัดเจนว่าระหว่างทำต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงหมาที่บ้านด้วย วันนั้นเราพาทุกคนไปเดินห้างกัน กลับมาก็เรียบร้อยแล้ว

ผลที่ชัดที่สุดสำหรับฉันคือเรื่องผ้าค่ะ เมื่อก่อนผ้าที่ตากในร่มจะมีกลิ่นเปรี้ยวติดทุกครั้งจนต้องซักซ้ำ ตอนนี้ไม่มีแล้ว และพี่สมรบอกว่าคืนแรกหลังทำเสร็จ เขานอนได้ยาวเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ฟังแล้วฉันรู้สึกว่าเราควรทำตั้งนานแล้วจริง ๆ"

— คุณมนัสนันท์, ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

มุมที่คุณไม่ค่อยเดินเข้าไป คือมุมที่ต้องการการดูแลมากที่สุด

ให้ทีมงานมืออาชีพจัดการโซนซักล้างและห้องพักหลังครัวของคุณ แบบแห้งสนิท ไร้สารเคมีตกค้าง จบภายในประมาณครึ่งชั่วโมง

ดูบริการและราคา … คลิกที่นี่

โทร. 065-556-6294  |  LINE: @whd268  |  worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชัน: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร

คำถามที่พบบ่อย

1. พื้นที่ซักล้างอยู่ติดครัว จะมีอะไรตกค้างบนภาชนะหรือเขียงไหม

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนหลังทำปฏิกิริยาเสร็จ จึงไม่ทิ้งคราบน้ำยาหรือฟิล์มเคลือบบนพื้นผิวแบบที่เกิดจากการฉีดพ่นสารเคมี อย่างไรก็ตาม ทีมงานมักแนะนำให้เก็บอาหารสดและภาชนะที่เปิดฝาไว้ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มงาน ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานของการทำความสะอาดทุกประเภท

2. ต้องเอาผ้าและที่นอนออกจากห้องก่อนไหม

ไม่ต้องเอาออก ตรงกันข้ามคือทีมงานมักแนะนำให้เปิดตะกร้าผ้า คลี่ผ้าห่ม เปิดตู้เสื้อผ้า และดึงเครื่องซักผ้าออกจากผนังเล็กน้อย เพื่อให้ก๊าซเข้าถึงเส้นใยผ้าและพื้นที่ปิดได้ทั่วถึง เพราะจุดเหล่านี้มักเป็นที่สะสมกลิ่นมากที่สุด

3. จุดดำบนเพดานจะหายไปเลยไหม

คราบที่ฝังอยู่ในชั้นสีเป็นร่องรอยทางกายภาพที่ต้องแก้ด้วยการขัดและทาสีใหม่ สิ่งที่การอบโอโซนทำได้คือจัดการจุลชีพและกลิ่นในอากาศและบนพื้นผิว เพื่อหยุดการเจริญเติบโตและลดการแพร่กระจาย หลายบ้านจึงเลือกอบโอโซนก่อน แล้วค่อยทาสีทับ เพื่อไม่ให้ทาสีทับลงบนเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่

4. ระหว่างทำ คนในบ้านต้องออกไปไหม

ต้องออกจากพื้นที่ที่ทำการอบทั้งหมด ทั้งคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ช่างจะควบคุมเครื่องจากภายนอก และจะระบายอากาศพร้อมตรวจสอบก่อนอนุญาตให้กลับเข้าไปใช้พื้นที่ ส่วนการจัดการพื้นที่อื่นของบ้าน ช่างจะประเมินและแจ้งให้ทราบหน้างาน

5. ทำแล้วกลิ่นเปรี้ยวจะกลับมาอีกไหม

การอบโอโซนจัดการสิ่งที่มีอยู่ ณ วันนั้นได้ แต่ถ้าโซนนั้นยังชื้นเท่าเดิมและยังตากผ้าในร่มโดยไม่มีลม วงจรก็เริ่มใหม่ได้ ทางที่ได้ผลที่สุดคือทำควบคู่กับการจัดการความชื้น เช่น ติดพัดลมดูดอากาศ ใช้เครื่องลดความชื้นในฤดูฝน เปิดฝาเครื่องซักผ้าทิ้งไว้หลังใช้งาน และไม่ทิ้งผ้าเปียกไว้ในเครื่องข้ามคืน

6. ทำเฉพาะโซนหลังครัวได้ไหม หรือต้องทำทั้งบ้าน

ทำเฉพาะโซนได้ แต่ควรคุยกับทีมงานเรื่องการเชื่อมต่อของพื้นที่ เพราะถ้าโซนนั้นเปิดต่อเนื่องกับครัวโดยไม่มีประตูกั้น การทำครัวไปพร้อมกันมักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า หลายบ้านเลือกทำโซนซักล้าง ห้องพัก และครัวในรอบเดียว

7. เครื่องซักผ้าและเครื่องปรับอากาศในห้องต้องทำแยกไหม

ก๊าซจะกระจายเข้าไปในช่องว่างที่เปิดอยู่ ดังนั้นการเปิดฝาเครื่องซักผ้าและเปิดหน้ากากแอร์ตามคำแนะนำของช่างจะช่วยให้ครอบคลุมมากขึ้น ควรแจ้งทีมงานว่ามีอุปกรณ์อะไรในพื้นที่บ้าง เพื่อให้วางแผนได้ครบถ้วนตั้งแต่ขั้นตอนประเมิน

อ่านเพิ่มเติม

ข้อมูลด้านความชื้น เชื้อรา และคุณภาพอากาศในที่อยู่อาศัย อ่านเพิ่มได้ที่ EPA Indoor Air Quality และข้อมูลด้านการควบคุมโรคของไทยที่ กรมควบคุมโรค

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: ห้องแม่บ้านอับชื้น, พื้นที่ซักล้างมีกลิ่น, ผ้าตากในร่มมีกลิ่นเปรี้ยว, เครื่องซักผ้ามีกลิ่นอับ, เชื้อราบนเพดานห้องน้ำ, ห้องไม่มีหน้าต่างอับชื้น, กำจัดกลิ่นอับหลังครัว, อบโอโซนบ้าน, โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, Master Ozone Generator, World Health Disinfection

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้