เด็กคนหนึ่งไอ อีกห้าวันป่วยทั้งบ้าน: วิธีตัดวงจรเชื้อโรคในบ้านรับเลี้ยงเด็กเล็ก ที่ครูนีย์อยากรู้ตั้งแต่เก้าปีก่อน

Last updated: 23 ก.ย. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เด็กคนหนึ่งไอ อีกห้าวันป่วยทั้งบ้าน: วิธีตัดวงจรเชื้อโรคในบ้านรับเลี้ยงเด็กเล็ก ที่ครูนีย์อยากรู้ตั้งแต่เก้าปีก่อน

เด็กคนหนึ่งไอ อีกห้าวันป่วยทั้งบ้าน: วิธีตัดวงจรเชื้อโรคในบ้านรับเลี้ยงเด็กเล็ก ที่ครูนีย์อยากรู้ตั้งแต่เก้าปีก่อน

บ้านรับเลี้ยงเด็กขนาดเล็กคือที่ที่เด็กแปดคนใช้ลมหายใจเดียวกัน ของเล่นชิ้นเดียวกัน และพื้นผืนเดียวกันทั้งวัน เรื่องจริงจากคลองหลวง ปทุมธานี กับสิ่งที่เปลี่ยนไปหลังการอบโอโซน

สัปดาห์ที่ครูนีย์ต้องโทรหาผู้ปกครองทีละคน

ครูนีย์ หรือคุณสุนีย์ อายุ 51 ปี เปิดบ้านรับเลี้ยงเด็กเล็กมาเก้าปีแล้วที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี บ้านสองชั้นของเธออยู่ห่างจากนิคมอุตสาหกรรมไปไม่กี่กิโลเมตร ผู้ปกครองส่วนใหญ่ทำงานเป็นกะ บางคนเข้างานตีห้า บางคนเลิกสามทุ่ม บ้านของครูนีย์จึงไม่ใช่แค่ที่รับเลี้ยงเด็ก แต่เป็นเหตุผลที่พ่อแม่หลายคนยังทำงานต่อได้

ชั้นล่างของบ้านถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่เด็กทั้งหมด มีเสื่อยางปูเต็มห้องนั่งเล่น มุมของเล่นกับบล็อกไม้และตุ๊กตาผ้า ชั้นวางที่นอนเด็กแปดที่ มุมป้อนนมพร้อมเก้าอี้สูงสามตัว และห้องน้ำเล็กที่ดัดแปลงเป็นที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ครูนีย์รับเด็กอายุหนึ่งขวบถึงสี่ขวบไม่เกินแปดคน เพราะเธอกับหลานสาวดูแลไหวแค่นั้น

ปลายเดือนมิถุนายน น้องปันปัน วัยสองขวบครึ่ง มาถึงบ้านตอนเจ็ดโมงเช้าพร้อมอาการน้ำมูกใส แม่ของน้องบอกว่าแค่แพ้อากาศ ครูนีย์ไม่ได้คิดมาก เด็กวัยนี้น้ำมูกไหลเป็นเรื่องปกติ

วันที่สาม น้องปันปันมีไข้สูงและไอมีเสียงครืดคราด แม่พาไปโรงพยาบาลแล้วโทรกลับมาบอกว่าหมอตรวจพบเชื้อ RSV วันที่ห้า เด็กอีกสองคนเริ่มไอแบบเดียวกัน วันที่เจ็ด มีเด็กห้าคนจากแปดคนหยุดเรียนพร้อมกัน หนึ่งในนั้นคือน้องข้าวปุ้นวัยขวบสาม ที่ต้องนอนโรงพยาบาลสี่คืนเพราะหายใจเองไม่ไหว ต้องให้ออกซิเจน

ครูนีย์นั่งอยู่ในห้องที่เคยมีเสียงเด็กแปดคน แล้วโทรหาผู้ปกครองทีละราย เพื่อบอกว่าเธอขอปิดบ้านหนึ่งสัปดาห์ เธอคืนเงินค่าเลี้ยงดูให้ทุกครอบครัวโดยไม่มีใครขอ เพราะเธอรู้สึกว่ามันเป็นความรับผิดชอบของเธอ

คืนนั้นเธอนั่งอยู่บนเสื่อยางที่เช็ดเองทุกเย็นมาเก้าปี แล้วถามตัวเองเป็นครั้งแรกว่า ที่ผ่านมาเธอทำความสะอาดพอจริงหรือเปล่า

ทำไมบ้านรับเลี้ยงเด็กถึงเป็นสนามของเชื้อโรคโดยธรรมชาติ

ไม่ใช่เพราะครูไม่สะอาด แต่เพราะธรรมชาติของเด็กวัยเตาะแตะเอง เด็กวัยหนึ่งถึงสามขวบเอาทุกอย่างเข้าปาก นั่นคือวิธีที่พวกเขาเรียนรู้โลก บล็อกไม้ชิ้นหนึ่งอาจผ่านปากเด็กสี่คนในหนึ่งเช้า ตุ๊กตาผ้าตัวเดียวถูกกอด ถูกน้ำลายเลอะ และถูกวางลงบนเสื่อสลับกันทั้งวัน

เด็กวัยนี้ยังไม่มีทักษะปิดปากเวลาไอหรือจาม ละอองฝอยจากการไอครั้งเดียวกระจายได้ไกลกว่าหนึ่งเมตรครึ่ง และในห้องที่เปิดแอร์ปิดประตูเพื่อกันยุงและฝุ่น ละอองเหล่านั้นแทบไม่มีทางออกไปไหน มันวนอยู่ในห้องเดิม ตกลงบนเสื่อ บนผ้าห่ม บนเบาะ และลอยขึ้นมาใหม่ทุกครั้งที่มีเด็กวิ่งผ่าน

ที่สำคัญคือระบบภูมิคุ้มกันของเด็กเล็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กวัยก่อนสี่ขวบติดเชื้อทางเดินหายใจได้ปีละหลายครั้งเป็นเรื่องปกติ แต่ในพื้นที่ปิดที่มีเด็กหลายคน ความถี่นั้นจะพุ่งสูงขึ้นมาก เชื้ออย่าง RSV สามารถอยู่บนพื้นผิวแข็งได้หลายชั่วโมง เชื้อโรต้าที่ทำให้ท้องเสียอาเจียนทนทานกว่านั้นอีก และเชื้อมือเท้าปากก็แพร่ผ่านของเล่นและมือได้ง่ายมาก

ครูนีย์เริ่มสังเกตว่ารูปแบบการป่วยของเด็กที่บ้านเธอเป็นวงจรที่ซ้ำเดิมทุกปี ช่วงต้นฤดูฝนจะเป็นไข้หวัดและ RSV ช่วงปลายปีเป็นท้องเสีย และช่วงเปิดเทอมใหญ่จะมีมือเท้าปากโผล่มาเสมอ เธอเคยคิดว่าเป็นเรื่องดวง จนวันที่เธอนั่งไล่ปฏิทินย้อนหลังสามปีแล้วเห็นว่ามันไม่ใช่ดวงเลย

สิ่งที่การป่วยเป็นลูกโซ่ทำให้ครูนีย์สูญเสียจริง ๆ

สุขภาพของเด็กที่เธอรัก

ครูนีย์บอกว่าสิ่งที่เจ็บที่สุดไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นภาพน้องข้าวปุ้นนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาลพร้อมสายออกซิเจนที่จมูก เด็กวัยขวบสามที่ปกติวิ่งไม่หยุดตั้งแต่เช้าจนเย็น เชื้อ RSV ในเด็กเล็กบางรายทำให้เกิดหลอดลมฝอยอักเสบซึ่งอันตรายกว่าไข้หวัดธรรมดามาก และเด็กที่เคยเป็นหนักมักมีปัญหาหลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นต่อไปอีกหลายปี

นอกจากเด็ก ยังมีผู้ใหญ่ในบ้านของแต่ละครอบครัวที่รับเชื้อต่อ ครอบครัวหนึ่งมีคุณยายวัย 74 ปีที่ป่วยต่อจากหลานและต้องนอนโรงพยาบาลสองคืน อีกครอบครัวหนึ่งคุณแม่กำลังตั้งครรภ์เจ็ดเดือนและต้องหยุดงานไปห้าวัน

รายได้ที่หายไปทันที

การปิดบ้านหนึ่งสัปดาห์และคืนเงินให้ทุกครอบครัว ทำให้ครูนีย์ขาดรายได้ไปเกือบสามหมื่นบาทในเดือนเดียว ในขณะที่ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรงหลานสาว และค่าผ่อนบ้านยังต้องจ่ายเท่าเดิม เธอยังต้องซื้อของเล่นและผ้าปูที่นอนใหม่บางส่วน เพราะไม่กล้าใช้ของเดิม

ปีนั้นเธอปิดบ้านเพราะเหตุการณ์แบบนี้รวมสามครั้ง รวมแล้วสิบสองวันทำการ นั่นคือรายได้ที่หายไปประมาณห้าหมื่นบาท จากธุรกิจเล็ก ๆ ที่กำไรทั้งปีไม่ได้มากไปกว่านั้นเท่าไร

ความไว้ใจที่สร้างมาเก้าปี

ผู้ปกครองสองครอบครัวย้ายลูกไปเนอสเซอรี่ที่มีใบอนุญาตขนาดใหญ่กว่าหลังจากเหตุการณ์นั้น ทั้งที่ไม่มีใครพูดคำว่าตำหนิสักคำ แต่ครูนีย์รู้ว่าพวกเขากลัว และเธอเข้าใจดี

ในกลุ่มไลน์ผู้ปกครอง มีคำถามที่สุภาพแต่แหลมคมโผล่ขึ้นมาว่า "ที่บ้านครูมีการฆ่าเชื้อยังไงบ้างคะ" ครูนีย์ตอบว่าเธอเช็ดของเล่นด้วยน้ำยาทุกเย็น ซักผ้าห่มทุกสัปดาห์ และถูพื้นวันละสองครั้ง คำตอบนั้นจริงทุกคำ แต่เธอรู้สึกเองว่ามันไม่ใช่คำตอบที่พ่อแม่ต้องการได้ยิน

กลิ่นที่บอกเล่าเรื่องราวก่อนที่เธอจะได้พูด

อีกเรื่องที่ครูนีย์ไม่เคยกล้าพูดกับใครคือกลิ่น บ้านที่มีเด็กแปดคนย่อมมีกลิ่นของตัวเอง กลิ่นนมที่หกลงเสื่อแล้วซึมลงไปตามร่อง กลิ่นผ้าอ้อมจากถังที่มีฝาปิดแต่ไม่เคยปิดได้สนิท กลิ่นอาเจียนที่เช็ดออกหมดแล้วแต่ยังหลงเหลือในเส้นใยพรม และกลิ่นอับของห้องที่เปิดแอร์ทั้งวันโดยแทบไม่เปิดหน้าต่าง

ครั้งหนึ่งมีผู้ปกครองรายใหม่มาดูบ้าน เธอเดินเข้ามาแล้วครูนีย์เห็นเธอสูดจมูกเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว ผู้ปกครองรายนั้นสุภาพมาก คุยนาน ถ่ายรูปไปด้วย และไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลย

ทำไมวิธีทำความสะอาดที่ครูนีย์ทำอยู่ถึงยังไม่พอ

การเช็ดของเล่นทุกเย็น เป็นสิ่งที่ครูนีย์ทำมาตลอดเก้าปีและควรทำต่อ แต่ของเล่นในบ้านเด็กมีหลายร้อยชิ้น บล็อกไม้หนึ่งถัง ตัวต่อพลาสติกอีกหนึ่งถัง ตุ๊กตาผ้าอีกสิบกว่าตัว ในความเป็นจริงไม่มีใครเช็ดได้ครบทุกชิ้นทุกวัน และตุ๊กตาผ้ากับหนังสือนิทานเช็ดไม่ได้อยู่แล้ว

การถูพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ จัดการได้ดีกับพื้นกระเบื้อง แต่พื้นที่เด็กใช้จริงคือเสื่อยางที่มีร่องล็อกเป็นจิ๊กซอว์ น้ำนมและน้ำลายที่ซึมลงไปในร่องเหล่านั้นไม่มีทางถูกไม้ถูพื้นแตะถึง และใต้แผ่นเสื่อคือที่ที่ความชื้นสะสมจนเกิดเชื้อราได้โดยไม่มีใครเห็น

การซักผ้าทุกสัปดาห์ ช่วยได้จริง แต่ที่นอนโฟมแปดผืน เบาะเก้าอี้สูง และโซฟาที่เด็กปีนตลอดวัน ไม่มีทางใส่เครื่องซักผ้าได้ สิ่งที่อยู่ลึกลงไปในฟองน้ำจึงอยู่ตรงนั้นต่อไป

เครื่องฟอกอากาศ ที่ครูนีย์ซื้อมาสองเครื่องช่วยเรื่องฝุ่นได้จริง แต่มันดักจับเฉพาะอากาศที่ไหลผ่านตัวเครื่อง มันไม่ได้เข้าไปจัดการกับแบคทีเรียที่อยู่ในร่องเสื่อ ในเส้นใยตุ๊กตา หรือในเบาะที่เด็กนอนทับ

การเปิดหน้าต่างระบายอากาศ ทำได้ยากในทางปฏิบัติ บ้านอยู่ใกล้ถนนใหญ่ มีทั้งฝุ่นและยุง และในหน้าฝนความชื้นจากภายนอกยิ่งทำให้ห้องอับมากกว่าเดิม

การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยตัวเอง เป็นสิ่งที่ครูนีย์เคยลองหลังเหตุการณ์ RSV เธอซื้อเครื่องพ่นละอองมาใช้ แต่พอพ่นเสร็จ กลิ่นน้ำยาติดอยู่ในห้องสองวัน เด็กคนหนึ่งเริ่มไอทันทีที่เข้ามา และเธอต้องเช็ดคราบขาวออกจากของเล่นทั้งหมด สุดท้ายเธอเลิกใช้ เพราะไม่กล้าเสี่ยงให้เด็กเล็กสัมผัสสารเคมีที่เธอควบคุมความเข้มข้นเองไม่ได้

สิ่งที่เธอต้องการคือวิธีที่เข้าถึงทุกอย่างพร้อมกัน ทั้งอากาศ เสื่อ ที่นอน ตุ๊กตา หนังสือ และซอกมุม โดยไม่ทำให้อะไรเปียก และที่สำคัญที่สุดคือไม่ทิ้งอะไรไว้ให้เด็กวัยที่เอาทุกอย่างเข้าปากต้องสัมผัส

ทางออก: บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยจาก World Health Disinfection

ผู้ปกครองรายหนึ่งซึ่งทำงานฝ่ายอาคารในโรงแรมเป็นคนบอกครูนีย์ว่า โรงแรมของเขาใช้บริการอบโอโซนกับห้องพักมาหลายปี และแนะนำให้ลองติดต่อ World Health Disinfection หรือ WHD ซึ่งให้บริการฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยด้วยก๊าซโอโซนจากเครื่อง Master Ozone Generator

สิ่งที่ครูนีย์ชอบตั้งแต่การพูดคุยครั้งแรกคือ ทีมงานอธิบายหลักการให้ฟังก่อนจะพูดเรื่องราคา ก๊าซโอโซนหรือ O3 คือออกซิเจนสามอะตอมที่ไม่เสถียร เมื่อกระจายอยู่ในอากาศ มันจะเข้าทำปฏิกิริยากับผนังเซลล์ของแบคทีเรีย เปลือกโปรตีนของไวรัส และสปอร์ของเชื้อรา ทำลายโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นในระดับโมเลกุล พร้อมกันนั้นมันยังสลายโมเลกุลของกลิ่น ซึ่งหมายความว่ากลิ่นนมบูด กลิ่นผ้าอ้อม และกลิ่นอับ ไม่ได้ถูกกลบ แต่ถูกทำลายทิ้ง

เหตุผลที่วิธีนี้เหมาะกับบ้านรับเลี้ยงเด็กมากคือ โอโซนเป็นก๊าซ มันจึงไหลเข้าไปได้ทุกที่ที่อากาศไปถึง ทั้งร่องล็อกของเสื่อยาง ในเส้นใยตุ๊กตาผ้า ระหว่างหน้ากระดาษของหนังสือนิทาน ในฟองน้ำที่นอน ในถังของเล่น และในช่องแอร์ ที่สำคัญคือมันไม่ทำให้อะไรเปียกเลย หนังสือไม่ยับ ตุ๊กตาไม่ต้องตาก และเมื่อจบกระบวนการ โอโซนจะสลายตัวกลับไปเป็นออกซิเจนหรือ O2 ตามธรรมชาติ จึงไร้สารเคมีตกค้างให้เด็กสัมผัส

ขั้นตอนทำงานประมาณ 30 นาที

  1. 2 นาทีแรก เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องในจุดที่เหมาะสม เริ่มเดินเครื่อง และตั้งค่าความเข้มข้นให้พอดีกับขนาดและลักษณะของห้อง
  2. 12 นาทีถัดมา ก๊าซโอโซนกระจายตัวจนทั่วทั้งพื้นที่ ไหลเข้าไปตามซอกมุม ใต้เบาะ ในกองของเล่น และในช่องอากาศที่เข้าถึงยาก
  3. 12 นาทีต่อมา เป็นช่วงทำลายเชื้อโรคและสลายโมเลกุลกลิ่นในระดับโมเลกุล ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และสปอร์เชื้อรา
  4. 4 นาทีสุดท้าย เครื่องหยุดทำงานและพักระบบให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะระบายอากาศและเปิดพื้นที่ให้กลับมาใช้งานได้

เรื่องความปลอดภัยที่ต้องย้ำให้ชัดที่สุด ระหว่างที่เครื่องทำงาน เด็กทุกคน ผู้ใหญ่ทุกคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ต้องอยู่นอกพื้นที่ทั้งหมด ไม่มีข้อยกเว้น เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมจะดูแลเครื่องตลอดเวลา และจะเปิดพื้นที่ให้กลับเข้าใช้งานได้หลังพักระบบและระบายอากาศเรียบร้อยแล้วเท่านั้น สำหรับบ้านรับเลี้ยงเด็ก วิธีที่ง่ายที่สุดคือทำในวันอาทิตย์หรือวันหยุดที่ไม่มีเด็กอยู่

ครูนีย์เลือกทำในวันอาทิตย์ เธอกับหลานสาวเก็บของเล่นทั้งหมดออกจากถังแล้ววางกระจายบนเสื่อ เปิดตู้เก็บผ้า กางที่นอนทั้งแปดผืน และวางหนังสือนิทานแบบเปิดหน้า ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ว่ายิ่งกางของออกให้อากาศเข้าถึงได้มาก ผลลัพธ์ยิ่งทั่วถึง จากนั้นทั้งบ้านออกไปกินข้าวนอกบ้าน และกลับมาตอนบ่าย

10 เหตุผลที่บ้านรับเลี้ยงเด็กควรมีการอบโอโซนเป็นรอบประจำ

  1. จัดการของที่ล้างไม่ได้ ตุ๊กตาผ้า หนังสือนิทาน ที่นอนโฟม และเบาะโซฟา คือสิ่งที่เด็กสัมผัสมากที่สุดและทำความสะอาดยากที่สุด การฆ่าเชื้อด้วยก๊าซเข้าถึงของเหล่านี้ได้โดยไม่ทำให้เสียหาย
  2. เข้าถึงร่องเสื่อและใต้แผ่นปูพื้น จุดที่น้ำนมและน้ำลายซึมลงไปสะสมทุกวัน เป็นจุดที่ไม้ถูพื้นไม่มีวันไปถึง แต่ก๊าซไปถึงได้
  3. ทำงานกับอากาศทั้งห้อง ไม่ใช่แค่พื้นผิว ซึ่งสำคัญมากในห้องปิดที่เปิดแอร์ทั้งวันและมีเด็กไอจามอยู่ด้วยกันแปดคน
  4. ไม่ทิ้งสารเคมีให้เด็กสัมผัส เพราะโอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน จึงเหมาะกับวัยที่เอาทุกอย่างเข้าปาก ต่างจากการพ่นน้ำยาที่ต้องเช็ดคราบตามทีหลัง
  5. ไม่ทำให้ของเปียกหรือเสียหาย กระบวนการนี้ไม่ใช้น้ำ หนังสือไม่ยับ ของเล่นอิเล็กทรอนิกส์ไม่พัง ที่นอนไม่ต้องตากแดดสองวัน
  6. ใช้เวลาสั้นมาก ด้วยรอบการทำงานราวสามสิบนาที ทำในวันหยุดวันเดียวก็เสร็จ ไม่ต้องปิดบ้านรับเลี้ยงเด็กหลายวัน
  7. ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่อ้างอิงได้ เครื่อง Master Ozone Generator ได้รับการรับรองและทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของไทย และ Intertek จากสหราชอาณาจักร
  8. ประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีทั่วไป ผลทดสอบของ Intertek ระบุว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีมาตรฐานถึงสิบเท่า ซึ่งเป็นข้อมูลที่อธิบายให้ผู้ปกครองฟังได้อย่างมั่นใจ
  9. ครอบคลุมทั้งเชื้อและกลิ่น การอบโอโซนจัดการได้ทั้งไวรัสรวมถึงเชื้อก่อโรคโควิด-19 แบคทีเรียมากกว่าร้อยละ 99.9 และสปอร์เชื้อราในคอยล์แอร์ได้ถึงร้อยละ 99.99 พร้อมกำจัดกลิ่นนม กลิ่นผ้าอ้อม และกลิ่นอับ
  10. เป็นจุดแข็งที่สื่อสารกับผู้ปกครองได้ WHD ให้บริการองค์กรมากกว่า 300 แห่ง ทั้งโรงแรมห้าดาวอย่าง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz และ Dusit International รวมถึงโรงพยาบาลและโรงเรียน การบอกพ่อแม่ว่าบ้านของคุณใช้มาตรฐานเดียวกันคือเรื่องที่พวกเขาเข้าใจทันที

ก่อน และ หลัง

ก่อน

  • เด็กคนหนึ่งป่วย อีกห้าวันป่วยตามกันเกินครึ่งห้อง เป็นวงจรซ้ำทุกปี
  • ปิดบ้านรับเลี้ยงเด็กสามครั้งในปีเดียว รวมสิบสองวันทำการ
  • คืนเงินผู้ปกครองและขาดรายได้รวมประมาณห้าหมื่นบาทต่อปี
  • ห้องมีกลิ่นนมหกปนกลิ่นผ้าอ้อมและกลิ่นอับของห้องแอร์ที่ไม่เคยเปิดหน้าต่าง
  • ตุ๊กตาผ้า หนังสือนิทาน และที่นอนโฟม ไม่เคยถูกฆ่าเชื้ออย่างแท้จริง
  • ผู้ปกครองสองครอบครัวย้ายลูกออก และผู้ปกครองรายใหม่ไม่ติดต่อกลับ

หลัง

  • เปิดประตูเข้าบ้านแล้วไม่มีกลิ่นนำหน้า ผู้ปกครองทักเองว่าห้องโล่งขึ้น
  • ตุ๊กตา หนังสือ และที่นอน ถูกจัดการพร้อมกันทั้งหมดในรอบเดียว
  • ฤดูฝนปีถัดมามีเด็กป่วยเป็นครั้งคราวตามปกติ แต่ไม่ลามทั้งห้องอีก
  • ไม่ต้องปิดบ้านรับเลี้ยงเด็กเลยตลอดทั้งปี
  • ครูนีย์กำหนดรอบอบโอโซนเป็นตารางประจำ และแจ้งผู้ปกครองทุกครั้ง
  • มีผู้ปกครองรายใหม่สองครอบครัวที่บอกว่าเลือกที่นี่เพราะเรื่องการฆ่าเชื้อ

คำบอกเล่าจากครูนีย์

"พี่เลี้ยงเด็กมาเก้าปี พี่เช็ดของเล่นทุกเย็นจนนิ้วด้าน พี่คิดมาตลอดว่าพี่ทำเต็มที่แล้ว พอมีเด็กต้องนอนโรงพยาบาลเพราะหายใจเองไม่ไหว พี่รู้เลยว่าความตั้งใจกับความสะอาดจริง ๆ มันคนละเรื่องกัน

ตอนเจ้าหน้าที่ WHD มา เขาให้พี่กางที่นอนออกทั้งแปดผืน เอาของเล่นออกจากถังมาวางให้กระจาย แล้วบอกว่ากางให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะก๊าซจะได้เข้าถึงทุกชิ้น เขาย้ำกับพี่สามรอบว่าห้ามมีใครอยู่ในบ้านตอนเครื่องทำงาน แม้แต่พี่เองก็ต้องออกไป พี่ชอบที่เขาเข้มงวดเรื่องนี้ เพราะมันแปลว่าเขาไม่ได้พูดเอาใจเรา

ตอนบ่ายพี่กลับมาเปิดประตูบ้าน สิ่งแรกที่รู้สึกคือมันไม่มีกลิ่นอะไรเลย ไม่ใช่กลิ่นน้ำยา ไม่ใช่กลิ่นหอม คือไม่มี พี่เดินไปดมที่นอนเด็กทีละผืนเหมือนคนบ้า แล้วพี่ก็นั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น เพราะเพิ่งรู้ว่าที่ผ่านมาบ้านพี่มีกลิ่นขนาดไหนโดยที่พี่ชินไปแล้ว

ตอนนี้พี่ทำเป็นรอบประจำ และพี่ส่งรูปวันที่ทำเข้ากลุ่มไลน์ผู้ปกครองทุกครั้ง มีแม่คนหนึ่งเพิ่งพาน้องมาสมัครเดือนที่แล้ว เขาบอกว่าเขาเลือกที่นี่เพราะเห็นรูปนั้นแหละ"

— ครูนีย์ บ้านรับเลี้ยงเด็กเล็ก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

ให้บ้านที่เด็กอยู่ทั้งวัน สะอาดในระดับที่พ่อแม่มั่นใจ

บ้านรับเลี้ยงเด็ก เนอสเซอรี่เล็ก ๆ หรือบ้านที่มีเด็กเล็กหลายคน World Health Disinfection พร้อมเข้าประเมินพื้นที่และวางรอบการทำงานให้ตรงกับวันหยุดของคุณ

ดูบริการและราคา อบโอโซนฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294  |  LINE: @whd268

อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชันพิเศษ ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร

คำถามที่พี่เลี้ยงและผู้ปกครองถามบ่อย

1. เด็กกลับเข้าห้องได้เร็วแค่ไหนหลังทำเสร็จ

หลังจากเครื่องพักระบบและเจ้าหน้าที่ระบายอากาศเรียบร้อยแล้ว พื้นที่จะพร้อมใช้งานตามปกติ เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้แจ้งว่าเข้าได้เมื่อไร สำหรับบ้านรับเลี้ยงเด็ก แนะนำให้ทำในวันหยุดเพื่อความสบายใจ และจะได้มีเวลาจัดของเข้าที่ก่อนวันทำการถัดไป

2. ของเล่นและตุ๊กตาต้องเก็บหรือเอาออกไหม

ตรงกันข้าม ควรกางออกให้มากที่สุด เทของเล่นออกจากถังมาวางกระจาย เปิดตู้ผ้า กางที่นอน และวางหนังสือแบบเปิดหน้า เพราะก๊าซจะได้เข้าถึงทุกพื้นผิว สิ่งที่ควรเก็บคืออาหารสด นมผง และยา ซึ่งควรปิดให้มิดชิดหรือย้ายออกจากพื้นที่

3. ตุ๊กตาผ้าและหนังสือจะเสียหายไหม

ไม่ เพราะกระบวนการนี้ไม่ใช้น้ำและไม่ทำให้พื้นผิวเปียก หนังสือไม่ยับ ตุ๊กตาไม่ต้องตาก และของเล่นอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้รับผลกระทบ นี่คือข้อได้เปรียบสำคัญเมื่อเทียบกับการซักหรือการพ่นน้ำยา

4. ควรทำบ่อยแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับจำนวนเด็กและฤดูกาล บ้านรับเลี้ยงเด็กจำนวนมากเลือกทำก่อนเข้าฤดูฝนและก่อนเปิดเทอมใหญ่ และทำเพิ่มทันทีเมื่อมีเด็กป่วยเป็นโรคติดต่อ เช่น มือเท้าปาก หรือท้องเสียจากไวรัส เพื่อตัดวงจรไม่ให้ลามไปทั้งห้อง

5. ยังต้องเช็ดของเล่นและถูพื้นอยู่ไหม

ต้องทำต่อทุกวันเหมือนเดิม การอบโอโซนไม่ได้มาแทนงานทำความสะอาดประจำ แต่มาเสริมในส่วนที่งานประจำทำไม่ได้ คือการเข้าถึงอากาศทั้งห้อง ของที่ล้างไม่ได้ และซอกที่มือเข้าไม่ถึง ทั้งสองอย่างทำงานคนละหน้าที่

6. ใช้ในบ้านที่มีเด็กทารกได้ไหม

ได้ เพราะเมื่อจบกระบวนการแล้วจะไม่มีสารเคมีตกค้าง แต่ต้องย้ำอีกครั้งว่าระหว่างที่เครื่องทำงาน ทุกคนรวมถึงทารกต้องอยู่นอกพื้นที่ และจะกลับเข้าได้หลังจากเจ้าหน้าที่พักระบบและระบายอากาศแล้วเท่านั้น

7. บอกผู้ปกครองอย่างไรให้เข้าใจ

บอกตามจริงว่าเป็นการฆ่าเชื้อด้วยก๊าซโอโซนที่สลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่มีสารตกค้าง ทำโดยเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมเครื่องตลอดเวลา ทำในวันที่ไม่มีเด็ก และเป็นวิธีเดียวกับที่โรงแรมและโรงพยาบาลหลายแห่งใช้ การส่งรูปวันที่ทำเข้ากลุ่มไลน์ผู้ปกครองช่วยสร้างความมั่นใจได้มากกว่าคำอธิบายยาว ๆ

คำค้นที่เกี่ยวข้อง: ฆ่าเชื้อบ้านรับเลี้ยงเด็ก, เนอสเซอรี่ในบ้านป้องกันเชื้อโรค, เด็กติดเชื้อ RSV จากที่รับเลี้ยง, ฆ่าเชื้อของเล่นเด็กเล็ก, กำจัดกลิ่นนมบูดกลิ่นผ้าอ้อม, อบโอโซนบ้านเด็กเล็ก, ตัดวงจรมือเท้าปาก, บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, Master Ozone Generator, World Health Disinfection

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้