หอพักนักศึกษา 120 ห้อง มีเวลาเคลียร์ 14 วัน แต่ 31 ห้องกลิ่นไม่หายจนผู้เช่าใหม่ขอย้ายออก

Last updated: 7 ก.ย. 2569  |  8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องโอโซนฆ่าเชื้อ

เรื่องจริงจากหอพักนักศึกษา 120 ห้อง ใกล้มหาวิทยาลัย

หอพักนักศึกษา 120 ห้อง มีเวลาเคลียร์ 14 วัน แต่ 31 ห้องกลิ่นไม่หายจนผู้เช่าใหม่ขอย้ายออก

เมื่อทุกห้องต้องพร้อมพร้อมกันใน 14 วัน และกลิ่นที่เหลืออยู่กลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ทัน

หอพักนักศึกษาขนาด 120 ห้องใกล้มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีเวลาเพียง 14 วันระหว่างที่ผู้เช่าเก่าย้ายออกกับผู้เช่าใหม่เข้า แต่ปีที่แล้วมี 31 ห้องที่กลิ่นไม่หายจนผู้เช่าใหม่ขอย้ายออกหรือขอลดค่าเช่า บทความนี้เล่าวิธีที่หอพักแก้ปัญหาด้วยบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อโรค และทำให้กระบวนการเปลี่ยนผู้เช่าเสร็จทันทุกห้อง

คุณนงลักษณ์ อายุ 51 ปี บริหารหอพักนักศึกษาขนาด 120 ห้องใกล้มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมาเก้าปี ลักษณะพิเศษของธุรกิจนี้คือผู้เช่าเกือบทั้งหมดย้ายเข้าและย้ายออกพร้อมกันตามปีการศึกษา ทำให้มีช่วงเปลี่ยนผู้เช่าเพียงประมาณ 14 วันต่อปี

ในสองสัปดาห์นั้น ทีมงานต้องทำความสะอาดห้อง ซ่อมสิ่งที่ชำรุด ทาสีจุดที่ต้องทา และส่งมอบให้ผู้เช่าใหม่ให้ทันทุกห้อง ซึ่งเป็นงานที่หนักมากอยู่แล้วโดยที่ทุกอย่างต้องเสร็จพร้อมกัน

ปีที่แล้วเป็นปีที่เกิดปัญหาหนักที่สุด มี 31 ห้องจาก 120 ห้องที่ผู้เช่าใหม่แจ้งเรื่องกลิ่นภายในสัปดาห์แรกหลังเข้าอยู่ ในจำนวนนั้นมี 7 ห้องที่ขอย้ายออกและได้เงินมัดจำคืน และอีก 11 ห้องที่ขอลดค่าเช่าหรือขอเปลี่ยนห้อง

สามกลิ่นที่ทีมทำความสะอาดจัดการไม่ได้

คุณนงลักษณ์ให้ทีมงานบันทึกรายละเอียดของทั้ง 31 ห้องที่มีปัญหา แล้วพบว่ากลิ่นที่เกิดขึ้นแบ่งได้เป็นสามกลุ่มชัดเจน และทั้งสามกลุ่มมีสิ่งที่เหมือนกันคือเป็นกลิ่นที่ฝังอยู่ในวัสดุ ไม่ใช่กลิ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ

กลุ่มแรกคือกลิ่นบุหรี่ ซึ่งพบใน 14 ห้อง แม้หอพักจะมีกฎห้ามสูบในห้อง แต่ในทางปฏิบัติควบคุมได้ไม่หมด กลิ่นบุหรี่ฝังอยู่ในผนัง ฝ้าเพดาน ผ้าม่าน และภายในเครื่องปรับอากาศ ซึ่งการเช็ดทำความสะอาดและทาสีทับไม่สามารถกำจัดได้

กลุ่มที่สองคือกลิ่นอับและกลิ่นเชื้อรา ซึ่งพบใน 12 ห้อง โดยเฉพาะห้องชั้นล่างและห้องที่หันไปทางทิศที่แดดไม่ถึง เมื่อผู้เช่าเก่าย้ายออกและห้องถูกปิดทิ้งไว้หลายวันโดยไม่มีการระบายอากาศ กลิ่นจะยิ่งสะสม

กลุ่มที่สามคือกลิ่นอาหารและกลิ่นที่เกิดจากการใช้ชีวิต ซึ่งพบใน 5 ห้อง ทั้งกลิ่นจากการทำอาหารในห้อง กลิ่นจากขยะที่ทิ้งไว้ และในหนึ่งห้องเป็นกลิ่นจากสัตว์เลี้ยงที่ผู้เช่าแอบเลี้ยง ซึ่งกลิ่นฝังอยู่ในพื้นและตามซอกมุมห้อง

ทำไมช่วงเปลี่ยนผู้เช่าถึงเป็นช่วงที่แก้ปัญหายากที่สุด

คุณนงลักษณ์อธิบายว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทีมทำความสะอาดทำงานไม่ดี แต่อยู่ที่ข้อจำกัดของเวลาและลักษณะของงานที่ต้องทำพร้อมกันทั้ง 120 ห้อง

วิธีที่หอพักเคยใช้ในการจัดการกลิ่นคือการเปิดห้องระบายอากาศหลายวัน ซึ่งได้ผลจริงแต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าถึงเจ็ดวันต่อห้อง และในช่วง 14 วันที่มีงานอื่นต้องทำด้วย เวลาที่เหลือไม่พอสำหรับทุกห้อง

อีกวิธีที่เคยใช้คือการทาสีทับ ซึ่งช่วยได้ระดับหนึ่งกับกลิ่นบุหรี่ที่ผนัง แต่ไม่ได้จัดการกลิ่นที่อยู่ในฝ้าเพดาน ในเครื่องปรับอากาศ และในซอกมุมที่ทาสีไม่ถึง ทำให้กลิ่นกลับมาภายในสองถึงสามสัปดาห์

และปัจจัยที่ทำให้ทุกอย่างยากขึ้นคือ ผู้เช่าใหม่เข้าพร้อมกันเกือบทั้งหมด ทำให้ถ้ามีปัญหาก็เกิดพร้อมกันทั้งหมดเช่นกัน ทีมงานจึงไม่มีทางค่อย ๆ แก้ทีละห้องเหมือนหอพักที่ผู้เช่าเข้าออกกระจายตลอดปี

ต้นทุนที่หอพักต้องจ่ายและสิ่งที่แพงกว่าเงิน

ห้องที่ขอย้ายออก 7 ห้องหมายถึงห้องว่างตลอดปีการศึกษา เพราะนักศึกษาหาหอพักกันช่วงต้นเทอมและเมื่อพ้นช่วงนั้นแล้วแทบไม่มีคนหาห้องเลย คิดเป็นรายได้ที่หายไปประมาณ 588,000 บาทต่อปี

ห้องที่ขอลดค่าเช่าหรือขอเปลี่ยนห้อง 11 ห้อง ทำให้รายได้ลดลงและทำให้การจัดสรรห้องยุ่งยาก เพราะการย้ายผู้เช่าไปห้องอื่นหมายถึงต้องมีห้องว่างที่พร้อมกว่าอยู่ ซึ่งในช่วงที่ห้องเต็มแทบไม่มี

แต่คุณนงลักษณ์บอกว่าต้นทุนที่แพงที่สุดคือชื่อเสียงในหมู่นักศึกษาและผู้ปกครอง เพราะการเลือกหอพักเกิดจากการบอกต่อระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องเกือบทั้งหมด และผู้ปกครองมักโทรถามกันเองก่อนตัดสินใจ

เธอบอกว่าปีถัดมาเธอเห็นผลชัดเจน คือมีการจองห้องล่วงหน้าน้อยลงกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่หอพักไม่ได้ขึ้นราคาและอยู่ในทำเลเดิมที่เดินถึงมหาวิทยาลัยได้

สิ่งที่หอพักเปลี่ยน และผลในช่วงเปลี่ยนผู้เช่าปีถัดมา

คุณนงลักษณ์ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection ก่อนถึงช่วงเปลี่ยนผู้เช่าปีถัดมาประมาณสองเดือน ทีมงานเข้าสำรวจหอพักและเสนอแผนที่ทำให้เธอเห็นว่าปัญหาแก้ได้ในกรอบเวลาที่มี

แผนคือแบ่งห้องเป็นสามกลุ่มตามระดับปัญหา กลุ่มที่หนึ่งคือห้องที่มีประวัติกลิ่นบุหรี่หรือกลิ่นรุนแรง ซึ่งจะได้รับการอบโอโซนก่อนเป็นลำดับแรกทันทีที่ผู้เช่าเก่าย้ายออก กลุ่มที่สองคือห้องชั้นล่างและห้องที่แดดไม่ถึงซึ่งเสี่ยงกลิ่นอับ และกลุ่มที่สามคือห้องทั่วไป

ขั้นตอนที่ทีมงานกำหนดคือ ทำความสะอาดและซ่อมแซมตามปกติก่อน แล้วจึงอบโอโซนเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งมอบห้อง โดยอบทีละหลายห้องพร้อมกันในโซนเดียวกันเพื่อให้ทันเวลา และระบายอากาศตามเวลาที่กำหนดก่อนให้ผู้เช่าเข้า

ผลในช่วงเปลี่ยนผู้เช่าปีถัดมาคือ จากที่เคยมี 31 ห้องที่มีปัญหา เหลือเพียง 2 ห้องที่มีการแจ้งเรื่องกลิ่น และไม่มีห้องใดที่ขอย้ายออกเลย คุณนงลักษณ์บอกว่าสิ่งที่เธอประหลาดใจที่สุดคือ ทีมงานทำได้ทันภายในกรอบเวลา 14 วันโดยไม่ต้องเลื่อนวันส่งมอบห้องแม้แต่ห้องเดียว

ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

ห้องว่างทั้งปีการศึกษาเพราะพลาดช่วงต้นเทอม

นักศึกษาหาหอพักกันเฉพาะช่วงต้นเทอม เมื่อพ้นช่วงนั้นแล้วแทบไม่มีคนหาห้อง ห้องที่ผู้เช่าขอย้ายออก 7 ห้องจึงว่างตลอดปี คิดเป็นรายได้ที่หายไปประมาณ 588,000 บาท ซึ่งเป็นความเสียหายที่เรียกคืนไม่ได้เลยในปีนั้น

ชื่อเสียงที่เดินทางผ่านการบอกต่อระหว่างรุ่น

การเลือกหอพักเกิดจากการบอกต่อระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องเกือบทั้งหมด และผู้ปกครองมักโทรถามกันเองก่อนตัดสินใจ ปัญหาเรื่องกลิ่นจึงเดินทางเร็วมากและกระทบยอดจองล่วงหน้าในปีถัดไปอย่างชัดเจน

สุขภาพของผู้เช่าซึ่งเป็นนักศึกษาที่อยู่ในห้องทั้งวัน

นักศึกษาใช้เวลาในห้องพักมากกว่าที่คนทั่วไปคิด ทั้งอ่านหนังสือและนอน กลิ่นบุหรี่ที่ฝังในผนังและเชื้อราในห้องที่แดดไม่ถึงจึงกระทบสุขภาพจริง โดยเฉพาะนักศึกษาที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด

ภาระของทีมงานในกรอบเวลาที่บีบมาก

ทีมงานต้องทำความสะอาด ซ่อม ทาสี และส่งมอบ 120 ห้องให้ทันใน 14 วัน เมื่อมีปัญหากลิ่นที่แก้ด้วยวิธีเดิมไม่ทัน ทีมงานจะเครียดและคุณภาพงานส่วนอื่นจะลดลงตามไปด้วย ซึ่งทำให้ปัญหาลามไปเรื่องอื่น

ทำไมวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้ถึงไม่ได้ผล

เปิดห้องระบายอากาศหลายวัน

ได้ผลจริงแต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าถึงเจ็ดวันต่อห้อง ซึ่งในกรอบเวลา 14 วันที่มีงานอื่นต้องทำด้วย เวลาที่เหลือไม่พอสำหรับทุกห้อง และในฤดูฝนการเปิดห้องทิ้งไว้ยังทำให้ความชื้นเข้าไปเพิ่มอีก

ทาสีทับผนัง

ช่วยได้ระดับหนึ่งกับกลิ่นบุหรี่ที่ผนัง แต่ไม่ได้จัดการกลิ่นที่อยู่ในฝ้าเพดาน ในเครื่องปรับอากาศ ในซอกมุม และในพื้น ทำให้กลิ่นกลับมาภายในสองถึงสามสัปดาห์หลังผู้เช่าใหม่เข้าอยู่ ซึ่งเป็นช่วงที่แก้ยากที่สุด

ใช้สเปรย์ปรับอากาศและน้ำยาดับกลิ่น

กลบกลิ่นได้ไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน และเมื่อกลิ่นเดิมกลับมาผู้เช่าจะรู้สึกว่าถูกปกปิด ซึ่งทำให้ความไม่พอใจมากกว่าเดิม และในห้องที่ผู้เช่าเป็นภูมิแพ้ กลิ่นน้ำยายังทำให้อาการแย่ลงอีก

ล้างเครื่องปรับอากาศอย่างเดียว

จำเป็นและควรทำทุกห้อง แต่ไม่พอ เพราะกลิ่นบุหรี่และกลิ่นอับไม่ได้อยู่แค่ในเครื่องปรับอากาศ แต่ฝังอยู่ในผนัง ฝ้าเพดาน ผ้าม่าน และพื้นด้วย การล้างแอร์จึงแก้ได้เพียงส่วนเดียวของปัญหา

เปลี่ยนผ้าม่านและวัสดุที่มีกลิ่นทั้งหมด

ช่วยได้จริงแต่มีต้นทุนสูงมากเมื่อคูณด้วยจำนวนห้อง และยังไม่ได้จัดการกลิ่นที่อยู่ในผนังและฝ้าเพดานซึ่งเปลี่ยนไม่ได้ หลายหอพักจึงพบว่าเปลี่ยนผ้าม่านใหม่แล้วผ้าม่านใหม่ก็รับกลิ่นจากห้องภายในไม่กี่สัปดาห์

ต้องใช้วิธีที่ทำได้เร็วและเข้าถึงทุกวัสดุในห้องพร้อมกัน

เมื่อวิเคราะห์ให้ถึงราก ข้อจำกัดของหอพักไม่ได้อยู่ที่ความรู้ว่าต้องทำอะไร แต่อยู่ที่เวลา คือต้องเคลียร์กลิ่นให้ได้ในกรอบ 14 วันพร้อมกับงานอื่นทั้งหมด และต้องทำกับ 120 ห้องพร้อมกัน

สิ่งที่ต้องการจึงเป็นวิธีที่เข้าถึงทุกวัสดุในห้องพร้อมกันในครั้งเดียว ทั้งผนัง ฝ้าเพดาน ผ้าม่าน พื้น ในเครื่องปรับอากาศ ในตู้เสื้อผ้า และในห้องน้ำ ซึ่งการเช็ดและการทาสีทำได้เฉพาะพื้นผิวที่มือเข้าถึง

โอโซนเป็นก๊าซ จึงกระจายเต็มปริมาตรห้องและแทรกเข้าไปทุกจุดที่อากาศเข้าถึงได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งในช่องแอร์ ในซอกตู้ ใต้เตียง และในเนื้อผ้าม่าน ซึ่งเป็นความสามารถที่ตรงกับข้อจำกัดของงานนี้พอดี

และเพราะโอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนเองหลังจบกระบวนการ จึงไม่ทิ้งสารตกค้างในห้องที่นักศึกษาจะเข้าอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองให้ความสำคัญมากเมื่อมีการสอบถาม

10 เหตุผลที่บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อโรคแก้ปัญหานี้ได้

1. ก๊าซกระจายเต็มห้องและเข้าถึงทุกวัสดุพร้อมกัน

กลิ่นในห้องพักไม่ได้อยู่ที่เดียว แต่ฝังอยู่ในผนัง ฝ้าเพดาน ผ้าม่าน พื้น ในช่องแอร์ ในตู้เสื้อผ้า และในห้องน้ำ โอโซนเป็นก๊าซจึงเข้าถึงทุกจุดในเวลาเดียวกัน ต่างจากการเช็ดและทาสีที่ทำได้เฉพาะพื้นผิวที่มือเข้าถึง

2. ใช้เวลาต่อห้องสั้นพอที่จะทำ 120 ห้องได้ทันใน 14 วัน

นี่คือเหตุผลที่สำคัญที่สุดสำหรับหอพัก การเปิดระบายอากาศต้องใช้ห้าถึงเจ็ดวันต่อห้อง แต่การอบโอโซนใช้เวลาต่อห้องสั้นกว่ามากและทำหลายห้องพร้อมกันในโซนเดียวกันได้ ทำให้จบทั้ง 120 ห้องได้ในกรอบเวลาที่มี

3. จัดการทั้งกลิ่นบุหรี่ กลิ่นอับ และกลิ่นจากการใช้ชีวิต

หอพักเจอกลิ่นหลายชนิดพร้อมกันและแต่ละชนิดมีต้นเหตุต่างกัน โอโซนทำงานกับสารอินทรีย์ที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นได้หลายชนิด จึงจัดการได้ในกระบวนการเดียวโดยไม่ต้องใช้วิธีต่างกันสำหรับกลิ่นแต่ละแบบ

4. ไม่ทิ้งสารตกค้างในห้องที่นักศึกษาจะเข้าอยู่

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนเองหลังจบกระบวนการ จึงไม่มีสารตกค้างในห้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองให้ความสำคัญมากเมื่อสอบถาม และต่างจากการใช้น้ำยาดับกลิ่นที่ทิ้งกลิ่นและสารไว้ในห้อง

5. จัดการเชื้อราในห้องที่แดดไม่ถึงได้ด้วย

ห้องชั้นล่างและห้องที่หันไปทางทิศที่แดดไม่ถึงมักมีปัญหาเชื้อราซ้ำทุกปี การอบโอโซนจัดการได้ทั้งกลิ่นและเชื้อราที่เป็นต้นเหตุ ซึ่งช่วยลดโอกาสที่ปัญหาจะกลับมาเร็วในห้องกลุ่มนี้

6. เข้าถึงภายในเครื่องปรับอากาศและช่องลมได้

กลิ่นบุหรี่และกลิ่นอับส่วนหนึ่งอยู่ภายในเครื่องปรับอากาศและช่องลม ซึ่งการล้างแอร์ตามปกติเข้าถึงได้บางส่วน การอบด้วยก๊าซทำให้เข้าถึงได้ทั่วถึงกว่า และควรทำหลังการล้างแอร์เพื่อผลที่ดีที่สุด

7. วางแผนเป็นโซนได้ ทำให้ควบคุมตารางงานได้จริง

ทีมงานสามารถวางแผนอบเป็นโซนทีละหลายห้องพร้อมกัน ทำให้หอพักวางตารางส่งมอบห้องได้แน่นอนและแจ้งผู้เช่าใหม่ได้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่การเปิดระบายอากาศทีละห้องทำไม่ได้

8. ทีมงานมืออาชีพประเมินและจัดลำดับห้องตามระดับปัญหา

ไม่ใช่ทุกห้องต้องการเวลาเท่ากัน การให้ทีมงานที่มีประสบการณ์ประเมินและแบ่งห้องเป็นกลุ่มตามระดับปัญหา ทำให้ใช้เวลาและทรัพยากรได้คุ้มที่สุดและจบงานได้ทันในกรอบเวลาที่บีบ

9. มีขั้นตอนความปลอดภัยที่ชัดเจนและตรวจสอบได้

โอโซนต้องใช้ในห้องที่ไม่มีคนอยู่และต้องระบายอากาศตามเวลาที่กำหนดก่อนเข้าใช้ ทีมงาน World Health Disinfection ดำเนินการตามขั้นตอนทุกครั้ง ทั้งการปิดห้อง ติดป้ายแจ้ง และระบายอากาศก่อนส่งมอบห้องคืน

10. ใช้เป็นจุดขายกับผู้เช่าและผู้ปกครองได้

หอพักที่บอกได้ว่าทุกห้องผ่านการอบฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่นก่อนส่งมอบ มีจุดต่างที่ชัดเจนในตลาดที่แข่งกันด้วยราคาและทำเลเป็นหลัก และเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินให้ความสำคัญมาก

ก่อนใช้บริการอบโอโซน

  • 31 ห้องจาก 120 ห้องมีการแจ้งเรื่องกลิ่นในสัปดาห์แรก
  • 7 ห้องขอย้ายออกและได้เงินมัดจำคืน
  • 11 ห้องขอลดค่าเช่าหรือขอเปลี่ยนห้อง
  • รายได้ที่หายไปจากห้องว่างประมาณ 588,000 บาทต่อปี
  • ยอดจองล่วงหน้าในปีถัดมาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • วิธีเดิมคือเปิดระบายอากาศ ซึ่งใช้เวลาห้าถึงเจ็ดวันต่อห้อง

หลังใช้บริการอบโอโซน

  • เหลือเพียง 2 ห้องที่มีการแจ้งเรื่องกลิ่น
  • ไม่มีห้องใดขอย้ายออกเลย
  • ส่งมอบครบทั้ง 120 ห้องภายในกรอบเวลา 14 วัน
  • ห้องชั้นล่างที่เคยมีปัญหาเชื้อราซ้ำทุกปีดีขึ้นชัดเจน
  • ใช้เป็นจุดขายกับผู้ปกครองว่าทุกห้องผ่านการอบก่อนส่งมอบ
  • ยอดจองล่วงหน้าปีถัดมากลับมาสูงกว่าเดิม

ขั้นตอนการให้บริการ 3 ขั้นตอน

1. สำรวจและแบ่งห้องเป็นกลุ่มตามระดับปัญหาก่อนถึงช่วงเปลี่ยนผู้เช่า

ทีมงานเข้าสำรวจหอพักล่วงหน้าและใช้ประวัติการแจ้งปัญหาของแต่ละห้อง แบ่งห้องเป็นสามกลุ่ม คือห้องที่มีประวัติกลิ่นรุนแรง ห้องเสี่ยงกลิ่นอับและเชื้อรา และห้องทั่วไป แล้ววางลำดับการทำงานให้ห้องที่มีปัญหามากได้รับการจัดการก่อน

2. ทำความสะอาดและซ่อมแซมให้เสร็จก่อน แล้วจึงอบโอโซนเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ทำความสะอาด ซ่อมสิ่งที่ชำรุด ล้างเครื่องปรับอากาศ และทาสีจุดที่ต้องทาให้เสร็จก่อน จากนั้นจึงอบโอโซนเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งมอบห้อง เพื่อให้จัดการกลิ่นที่เหลืออยู่ทั้งหมดในคราวเดียวโดยไม่มีงานอื่นมารบกวนผลลัพธ์

3. อบเป็นโซนและระบายอากาศตามเวลาที่กำหนดก่อนส่งมอบ

วางแผนอบทีละหลายห้องพร้อมกันในโซนเดียวกันเพื่อให้ทันกรอบเวลา ปิดห้องและติดป้ายแจ้งระหว่างดำเนินการ ไม่ให้มีคนอยู่ในพื้นที่ แล้วระบายอากาศตามระยะเวลาที่กำหนดก่อนส่งมอบห้องให้ผู้เช่าใหม่

เสียงจากผู้ใช้บริการจริง

undefined

undefined — undefined

จุดที่กลิ่นฝังอยู่ในห้องพักซึ่งการทำความสะอาดปกติเข้าไม่ถึง

ฝ้าเพดานเป็นจุดที่เก็บกลิ่นบุหรี่ไว้มากที่สุดและแทบไม่มีใครจัดการ เพราะควันลอยขึ้นและสะสมอยู่ที่ฝ้าตลอดระยะเวลาที่ผู้เช่าอยู่ การทาสีผนังใหม่จึงแก้ได้เพียงส่วนเดียว และกลิ่นจากฝ้าจะค่อย ๆ กลับลงมาในห้องหลังผู้เช่าใหม่เข้าอยู่

ภายในเครื่องปรับอากาศและช่องลมเป็นจุดที่สอง กลิ่นจะถูกดูดเข้าไปสะสมในคอยล์และในช่องลมตลอดการใช้งาน การล้างแอร์ตามปกติเข้าถึงได้บางส่วนแต่ไม่ทั้งหมด และทุกครั้งที่เปิดแอร์กลิ่นจะถูกเป่าออกมาในห้องอีกครั้ง

ผ้าม่านและวัสดุที่มีรูพรุนเป็นจุดที่สาม ทั้งผ้าม่าน เบาะเก้าอี้ ที่นอน และพรมเช็ดเท้า ซึ่งเก็บกลิ่นไว้ภายในเนื้อวัสดุ การซักช่วยได้แต่ไม่ทั้งหมด และวัสดุใหม่ที่นำมาเปลี่ยนก็จะรับกลิ่นจากห้องกลับเข้าไปถ้าห้องยังไม่ได้แก้

จุดสุดท้ายคือซอกมุมที่มือเข้าไม่ถึง ทั้งด้านหลังตู้เสื้อผ้าบิลท์อิน ใต้เตียง ในช่องเก็บของ และตามรอยต่อของพื้นกับผนัง ซึ่งเป็นจุดที่ทั้งกลิ่นและเชื้อราสะสมโดยไม่มีใครเห็น และเป็นเหตุผลที่ห้องที่ดูสะอาดยังมีกลิ่นได้

ทำไมการอบควรเป็นขั้นตอนสุดท้าย ไม่ใช่ขั้นตอนแรก

คำถามที่ผู้บริหารหอพักถามบ่อยคือ ควรอบก่อนหรือหลังการทำความสะอาดและทาสี คำตอบคือควรอบเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งมอบห้อง ด้วยเหตุผลที่ตรงไปตรงมา

เหตุผลแรกคือ งานทำความสะอาด งานซ่อม และงานทาสี ล้วนสร้างกลิ่นและฝุ่นใหม่ในห้อง ถ้าอบก่อนแล้วค่อยทำงานเหล่านี้ ผลของการอบจะถูกลบไปเกือบทั้งหมด

เหตุผลที่สองคือ การทาสีทับผนังช่วยปิดกลิ่นบางส่วนไว้ในผนัง การอบหลังจากสีแห้งแล้วจึงเป็นการจัดการกลิ่นที่เหลืออยู่ทั้งหมดในห้องในสภาพที่ห้องพร้อมส่งมอบจริง ซึ่งเป็นสภาพเดียวกับที่ผู้เช่าจะเข้าอยู่

เหตุผลที่สามคือความชัดเจนในการตรวจรับ เมื่ออบเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทีมงานสามารถเดินตรวจห้องหลังการระบายอากาศและยืนยันได้ทันทีว่าห้องพร้อมส่งมอบ ซึ่งทำให้กระบวนการส่งมอบเป็นระบบและตรวจสอบได้

คำถามที่พบบ่อย

อบโอโซนหนึ่งห้องใช้เวลานานแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับขนาดห้องและระดับของปัญหา โดยทั่วไปใช้เวลาต่อห้องสั้นกว่าการเปิดระบายอากาศหลายวันอย่างมาก และสามารถทำหลายห้องพร้อมกันในโซนเดียวกันได้ ทีมงานจะประเมินและวางตารางให้หลังสำรวจหน้างาน

ระหว่างอบมีคนอยู่ในห้องหรือในชั้นเดียวกันได้ไหม

ในห้องที่อบต้องไม่มีคนและไม่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ ส่วนพื้นที่ข้างเคียงทีมงานจะประเมินและกำหนดมาตรการให้เหมาะสม โดยปิดห้อง ติดป้ายแจ้ง และระบายอากาศตามระยะเวลาที่กำหนดก่อนให้เข้าใช้งาน

มีกลิ่นหรือสารตกค้างในห้องหลังอบหรือไม่

ไม่มีครับ โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนเองหลังจบกระบวนการ เมื่อระบายอากาศตามเวลาที่กำหนดแล้ว ห้องจะไม่มีสารตกค้างและไม่มีกลิ่นน้ำยาแบบที่เกิดจากการใช้สเปรย์ดับกลิ่น

ควรอบก่อนหรือหลังทาสีและทำความสะอาด

ควรอบเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากทำความสะอาด ซ่อมแซม ล้างแอร์ และทาสีเสร็จแล้ว เพราะงานเหล่านั้นสร้างกลิ่นและฝุ่นใหม่ การอบเป็นขั้นตอนสุดท้ายจึงจัดการกลิ่นที่เหลือทั้งหมดในสภาพที่ห้องพร้อมส่งมอบจริง

จัดการกลิ่นบุหรี่ที่ฝังในผนังได้จริงหรือ

ได้ในระดับที่ต่างจากวิธีอื่นชัดเจน เพราะโอโซนเป็นก๊าซจึงเข้าถึงฝ้าเพดาน ช่องแอร์ ซอกมุม และผ้าม่าน ซึ่งเป็นจุดที่เก็บกลิ่นบุหรี่ไว้มากที่สุดและการทาสีทับเข้าไม่ถึง ในห้องที่มีปัญหารุนแรงมากอาจต้องทำมากกว่าหนึ่งรอบ

หอพักขนาดกี่ห้องถึงจะคุ้ม

คุ้มตั้งแต่ขนาดเล็ก เพราะการเสียห้องว่างเพียงห้องเดียวตลอดปีการศึกษามีมูลค่าสูงกว่าค่าบริการอบหลายห้องรวมกัน สำหรับหอพักที่ผู้เช่าเข้าออกพร้อมกันตามปีการศึกษา ความคุ้มค่าจะยิ่งชัดเจนเพราะความเสี่ยงกระจุกตัวอยู่ในช่วงเดียว

ใช้ได้กับอพาร์ตเมนต์และห้องเช่ารายเดือนด้วยไหม

ได้ครับ หลักการเดียวกันใช้ได้กับอพาร์ตเมนต์ ห้องเช่ารายเดือน คอนโดปล่อยเช่า และบ้านพักให้เช่า ซึ่งล้วนมีช่วงเปลี่ยนผู้เช่าที่ต้องเคลียร์ห้องให้พร้อมในเวลาจำกัดเหมือนกัน

ราคาประเมินอย่างไร

คิดจากจำนวนห้อง ขนาดห้อง ระดับของปัญหา และกรอบเวลาที่ต้องการ ทีมงาน World Health Disinfection เข้าสำรวจหน้างานและเสนอราคาพร้อมตารางการทำงานให้ก่อนเริ่มงาน เพื่อให้หอพักวางแผนส่งมอบห้องได้แน่นอน

เรารู้ว่าต้องทำอะไร แต่เราไม่มีเวลาพอ

ประโยคของคุณนงลักษณ์สรุปปัญหาของธุรกิจหอพักได้ตรงที่สุด คือเจ้าของหอพักส่วนใหญ่รู้ว่าต้องทำอะไร แต่ข้อจำกัดจริงคือเวลา และวิธีที่ได้ผลแต่ใช้เวลานานเกินไปก็เท่ากับใช้ไม่ได้ในทางปฏิบัติ

เมื่อมองปัญหาเป็นเรื่องของเวลาแทนที่จะเป็นเรื่องของความรู้ ทางออกก็เปลี่ยนไป คือต้องหาวิธีที่ให้ผลเท่ากันหรือดีกว่าในเวลาที่สั้นกว่ามาก และทำกับหลายห้องพร้อมกันได้

และสำหรับธุรกิจที่รายได้ทั้งปีถูกตัดสินในช่วงสองสัปดาห์ การลงทุนเพื่อให้ทุกห้องพร้อมส่งมอบตรงเวลาจึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือการปกป้องรายได้ของทั้งปีการศึกษา

ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection เพื่อวางแผนอบโอโซนสำหรับหอพักและอพาร์ตเมนต์ของคุณ พร้อมตารางการทำงานที่ทันช่วงเปลี่ยนผู้เช่า

ดูรายละเอียดบริการอบโอโซนและราคา คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268

#บริการอบโอโซน #อบโอโซนฆ่าเชื้อ #หอพักนักศึกษา #กำจัดกลิ่นห้องเช่า #ดับกลิ่นบุหรี่ #บริหารหอพัก #WorldHealthDisinfection

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: บริการอบโอโซน, กำจัดกลิ่นห้องเช่า, หอพักนักศึกษา, โอโซนฆ่าเชื้อ, ดับกลิ่นบุหรี่ในห้อง, บริหารหอพัก

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้