Last updated: 7 ก.ย. 2569 | 5 จำนวนผู้เข้าชม |
เรื่องจริงจากโรงพยาบาลชุมชนขนาด 60 เตียง ภาคเหนือ
เมื่อคนไข้ที่มานอนรักษาโรคหนึ่ง กลับติดอีกโรคหนึ่งในโรงพยาบาลเอง และบทเรียนที่สถานพยาบาลทุกแห่งควรอ่าน
โรงพยาบาลชุมชนขนาด 60 เตียงในภาคเหนือพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้เลือดออกระหว่างนอนรักษาในโรงพยาบาลถึง 5 ราย ในฤดูฝนเดียว การสอบสวนโรคพบว่าต้นตออยู่ในบ่อบำบัดน้ำเสียและพื้นที่สีเขียวหลังตึกผู้ป่วยใน บทความนี้เล่าสิ่งที่ทีมควบคุมการติดเชื้อค้นพบ และวิธีที่เครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกัน
คุณหมอวรพล อายุ 43 ปี เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนขนาด 60 เตียงในจังหวัดทางภาคเหนือ ดูแลประชากรในเขตรับผิดชอบประมาณ 32,000 คน เขาบอกว่าเรื่องที่ทำให้เขานอนไม่หลับที่สุดในอาชีพหมอไม่ใช่เคสที่รักษายาก แต่คือเคสที่ป่วยเพิ่มขึ้นเพราะมานอนโรงพยาบาลของเขา
ในฤดูฝนปีที่แล้ว พยาบาลหอผู้ป่วยในรายงานว่ามีผู้ป่วยที่เข้ามารักษาด้วยโรคอื่น แล้วเกิดไข้สูงระหว่างนอนรักษา เมื่อตรวจพบว่าเป็นไข้เลือดออก และเมื่อสอบสวนวันที่เริ่มมีอาการเทียบกับวันที่รับเข้า พบว่าระยะเวลาสอดคล้องกับการติดเชื้อในโรงพยาบาลถึง 5 ราย
ในจำนวนนั้นมีผู้ป่วยสูงอายุสองรายที่มีโรคประจำตัวและอาการรุนแรงจนต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัด คุณหมอวรพลบอกว่าเขาต้องอธิบายเรื่องนี้กับญาติผู้ป่วย และนั่นคือบทสนทนาที่ยากที่สุดที่เขาเคยมี
ทีมควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาลร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ เดินสำรวจพื้นที่โรงพยาบาลทั้งหมดในเวลาหกโมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่เคยมีใครเดินสำรวจมาก่อน เพราะการตรวจสุขาภิบาลตามปกติทำในเวลาราชการ
จุดแรกที่พบคือบ่อบำบัดน้ำเสียหลังตึกผู้ป่วยใน ซึ่งมีฝาปิดที่ชำรุดสองจุดและช่องระบายอากาศที่ไม่มีตะแกรงกันแมลง ทีมงานพบยุงลอยเป็นกลุ่มบริเวณนั้นในเวลาหกโมงเย็น และบ่อนี้อยู่ห่างจากหน้าต่างหอผู้ป่วยในเพียงประมาณ 15 เมตร
จุดที่สองคือพื้นที่สีเขียวรอบตึก ซึ่งปลูกไม้พุ่มหนาแน่นเพื่อความร่มรื่นตามแนวคิดโรงพยาบาลสีเขียว แต่กลายเป็นจุดเกาะพักของยุงที่ดีที่สุดในพื้นที่ และมีจานรองกระถางไม้ประดับที่มีน้ำขังหลายสิบใบ
จุดที่สามที่ทีมงานตกใจที่สุดคือ แจกันดอกไม้ที่ญาติผู้ป่วยนำมาเยี่ยมและวางไว้ในหอผู้ป่วย ซึ่งเปลี่ยนน้ำไม่บ่อย และภาชนะรองน้ำในห้องน้ำผู้ป่วยบางห้อง รวมถึงถังน้ำสำรองที่เตรียมไว้สำหรับช่วงน้ำไม่ไหล ซึ่งไม่มีฝาปิด
คุณหมอวรพลอธิบายว่าโรงพยาบาลมีปัจจัยเสี่ยงที่ทับซ้อนกันอย่างชัดเจน อย่างแรกคือมีทั้งคนที่มีเชื้อและคนที่ไม่มีเชื้ออยู่ในพื้นที่เดียวกัน ผู้ป่วยไข้เลือดออกที่มานอนรักษาคือแหล่งเชื้อ และผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ที่มาด้วยโรคอื่นคือผู้ที่เสี่ยงรับเชื้อ
อย่างที่สองคือกลุ่มเสี่ยงมารวมกัน ผู้ป่วยในโรงพยาบาลชุมชนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และเด็กเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถ้าติดไข้เลือดออกจะมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างที่สามคือผู้ป่วยขยับตัวไม่ได้ ผู้ป่วยที่นอนติดเตียงหรือได้รับยาที่ทำให้ง่วงซึม ไม่สามารถปัดยุงหรือย้ายที่ได้เหมือนคนปกติ ทำให้ถูกกัดได้มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าในเวลาเดียวกัน
อย่างสุดท้ายคือโครงสร้างอาคาร โรงพยาบาลชุมชนหลายแห่งเป็นอาคารที่เปิดระบายอากาศตามธรรมชาติเพื่อประหยัดพลังงาน มีหน้าต่างและช่องลมที่เปิดตลอด และมีมุ้งลวดที่ชำรุดตามอายุอาคาร ทำให้ยุงเข้าถึงหอผู้ป่วยได้ง่ายมาก
ผู้ป่วยที่ติดเชื้อในโรงพยาบาลห้าราย ทำให้วันนอนโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นรวมกันประมาณ 34 วัน ซึ่งในโรงพยาบาลชุมชนที่มีเตียงจำกัด หมายถึงเตียงที่ควรใช้รักษาผู้ป่วยรายอื่นถูกใช้ไปกับปัญหาที่ป้องกันได้
ผู้ป่วยสองรายที่อาการรุนแรงต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัด ซึ่งมีทั้งค่าใช้จ่ายในการส่งต่อ ค่ารักษาที่สูงขึ้นมาก และภาระของครอบครัวที่ต้องเดินทางไปเฝ้าไข้ไกลบ้าน
ในเชิงระบบ การมีรายงานการติดเชื้อในโรงพยาบาลกระทบตัวชี้วัดคุณภาพและต้องรายงานตามระบบ ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบและการปรับปรุงที่ต้องใช้ทั้งเวลาและงบประมาณ
แต่คุณหมอวรพลบอกว่าต้นทุนที่แท้จริงคือความไว้วางใจ เมื่อชาวบ้านในพื้นที่เริ่มพูดกันว่ามานอนโรงพยาบาลแล้วติดโรคกลับบ้าน ความไว้วางใจที่โรงพยาบาลชุมชนสร้างมาหลายสิบปีจะสั่นคลอนทันที และมันกระทบไปถึงการมารับบริการอื่นทั้งหมดด้วย
คุณหมอวรพลตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วมกันระหว่างทีมควบคุมการติดเชื้อ ทีมสุขาภิบาล และงานซ่อมบำรุง โดยกำหนดมาตรการเป็นสามชั้นเหมือนกับการควบคุมการติดเชื้ออื่น ๆ ที่โรงพยาบาลคุ้นเคยอยู่แล้ว
ชั้นแรกคือการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ ได้แก่ ซ่อมฝาบ่อบำบัดและติดตะแกรงกันแมลงที่ช่องระบายอากาศทุกจุด เปลี่ยนกระถางไม้ประดับให้ไม่ต้องใช้จานรอง กำหนดให้เปลี่ยนน้ำแจกันในหอผู้ป่วยทุกวัน และให้ถังน้ำสำรองทุกใบมีฝาปิด
ชั้นที่สองคือการกันไม่ให้ยุงเข้าอาคาร โดยสำรวจและซ่อมมุ้งลวดทุกบานในหอผู้ป่วย ติดม่านอากาศที่ประตูหลัก และกำหนดให้ผู้ป่วยไข้เลือดออกนอนในห้องที่มีมุ้งลวดสมบูรณ์และแยกจากหอผู้ป่วยทั่วไปเท่าที่ทำได้
ชั้นที่สามคือการพ่นหมอกควันควบคุมยุงตัวเต็มวัยรอบอาคาร โดยเน้นบริเวณบ่อบำบัด พื้นที่สีเขียวรอบตึกผู้ป่วยใน แนวรั้ว และบริเวณโรงครัวกับที่พักขยะ โรงพยาบาลเลือก AIROFOG AT35 สองเครื่อง โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่งานซ่อมบำรุงสองคนเป็นผู้รับผิดชอบและพ่นสัปดาห์ละสองครั้งในฤดูฝน
การติดเชื้อในโรงพยาบาลเป็นสิ่งที่ระบบสาธารณสุขให้ความสำคัญสูงสุด เพราะผู้ป่วยเข้ามาเพื่อรักษาโรคหนึ่งแล้วกลับป่วยเพิ่มอีกโรค โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยเป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ซึ่งมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงสูงกว่าคนทั่วไปมาก
วันนอนโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นรวม 34 วันในโรงพยาบาลชุมชนที่มีเพียง 60 เตียง หมายถึงเตียงที่ควรได้ใช้รักษาผู้ป่วยรายอื่นถูกใช้ไปกับปัญหาที่ป้องกันได้ด้วยการจัดการสิ่งแวดล้อม
โรงพยาบาลชุมชนอยู่ได้ด้วยความไว้วางใจของคนในพื้นที่ เมื่อมีคำพูดว่ามานอนแล้วติดโรคกลับบ้าน ความไว้วางใจนั้นจะสั่นคลอนทันทีและกระทบไปถึงการมารับบริการด้านอื่นทั้งหมด ตั้งแต่การฝากครรภ์ไปจนถึงการรับวัคซีน
พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเวรดึกในหอผู้ป่วยที่มียุง มีความเสี่ยงเช่นเดียวกับผู้ป่วย และในโรงพยาบาลชุมชนที่มีบุคลากรจำกัด การที่พยาบาลป่วยหนึ่งคนกระทบตารางเวรของทั้งหอผู้ป่วยทันที
จำเป็นและควรทำ แต่ไม่พอ เพราะมุ้งลวดในอาคารเก่าชำรุดตามอายุและมีจุดรั่วที่มองไม่เห็น อีกทั้งประตูที่เปิดปิดตลอดเวลาสำหรับการเข็นเตียงและการเยี่ยม ทำให้ยุงเข้าได้เสมอ และมุ้งลวดไม่ได้ลดจำนวนยุงรอบอาคารเลย
ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ ผู้สูงอายุ และเด็ก อีกทั้งครอบคลุมพื้นที่เล็กมากและหมดฤทธิ์เร็ว การใช้ในหอผู้ป่วยยังสร้างความกังวลให้ญาติผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น
ทำงานในรัศมีจำกัดมากและเสียงกับแสงรบกวนการพักผ่อนของผู้ป่วย ที่สำคัญคือไม่ได้จัดการที่ต้นทางซึ่งอยู่ที่บ่อบำบัดและพื้นที่สีเขียวรอบอาคาร ซึ่งเป็นที่ที่ยุงเกิดและเกาะพัก
หน่วยงานท้องถิ่นมีทรัพยากรจำกัดและต้องดูแลทั้งตำบล โรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่ที่มีกลุ่มเสี่ยงหนาแน่นที่สุดจึงไม่ควรรอคิว และควรมีความสามารถในการจัดการด้วยตัวเองตามความถี่ที่จำเป็นจริง
นี่คือจุดที่ทำให้ปัญหาถูกมองข้ามมาหลายปี เพราะยุงลายออกหากินหนักในช่วงเช้าตรู่และช่วงหัวค่ำ การเดินตรวจเวลาสิบโมงเช้าจะไม่เห็นสิ่งที่เห็นในเวลาหกโมงเย็นเลย
สิ่งที่คุณหมอวรพลเน้นคือ โรงพยาบาลมีระบบควบคุมการติดเชื้อที่ดีมากอยู่แล้วสำหรับเชื้อที่ติดต่อทางการสัมผัสและทางอากาศ แต่ไม่เคยมีระบบเดียวกันสำหรับโรคที่มีแมลงเป็นพาหะ ทั้งที่หลักการเหมือนกันทุกประการ
หลักการนั้นคือ ตัดแหล่งกำเนิด กันไม่ให้เข้าถึงผู้ป่วย และลดปริมาณเชื้อหรือพาหะในสิ่งแวดล้อม ซึ่งในกรณีของยุงหมายถึงการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ การซ่อมมุ้งลวด และการพ่นควบคุมยุงตัวเต็มวัยรอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ
เครื่องพ่นหมอกควันเป็นเครื่องมือที่เหมาะกับส่วนที่สามที่สุด เพราะหมอกลอยเข้าไปในพุ่มไม้รอบตึก ช่องระบายอากาศของบ่อบำบัด ใต้ถุนอาคาร และแนวรั้ว ซึ่งเป็นจุดเกาะพักที่วิธีอื่นเข้าไม่ถึง โดยพ่นภายนอกอาคารจึงไม่กระทบผู้ป่วยภายใน
และเครื่องต้องเป็นของโรงพยาบาลเอง เพราะความถี่ที่จำเป็นคือสัปดาห์ละสองครั้งในฤดูฝน และต้องพ่นทันทีเมื่อมีผู้ป่วยไข้เลือดออกเข้ารับการรักษา ซึ่งไม่มีผู้รับจ้างรายไหนมาให้ได้ตามจังหวะนี้ จึงเลือก AIROFOG AT35 ที่ตัวถังสแตนเลสและมีศูนย์ซ่อมในประเทศ
ต้นทางของยุงในโรงพยาบาลคือบ่อบำบัดน้ำเสีย พื้นที่สีเขียวรอบตึก ใต้ถุนอาคาร และแนวรั้ว AIROFOG AT35 สร้างหมอกที่ลอยแทรกเข้าไปในจุดเหล่านี้ได้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่มุ้งลวดและเครื่องดักยุงไม่สามารถทำได้เลย
จุดสำคัญสำหรับสถานพยาบาลคือการจัดการต้นทางโดยไม่รบกวนผู้ป่วย การพ่นเน้นบริเวณภายนอกรอบอาคารทำให้ลดจำนวนยุงที่จะเข้าอาคารได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ต้องพ่นในหอผู้ป่วยที่มีผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจและผู้สูงอายุ
บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียมีทั้งความชื้นสูงและก๊าซที่กัดกร่อนโลหะ เครื่องที่ตัวถังไม่ทนจะผุภายในไม่กี่ปี ตัวถังสแตนเลสทั้งตัวทำให้ครุภัณฑ์ของโรงพยาบาลมีอายุการใช้งานยาว ซึ่งสำคัญเมื่อเป็นการใช้งบประมาณราชการที่ต้องอธิบายได้
สำหรับโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสถานพยาบาลของรัฐ การที่เครื่องตรงตามบัญชีมาตรฐานครุภัณฑ์ทำให้เขียนคำของบประมาณและตั้งราคากลางได้ตรงหมวด และตรวจรับได้โดยไม่ต้องตีความสเปกใหม่
โรงพยาบาลชุมชนมีบุคลากรจำกัดและไม่มีทีมกำจัดแมลงเฉพาะทาง AT35 ใช้งานไม่ซับซ้อนพอที่จะอบรมเจ้าหน้าที่งานซ่อมบำรุงสองถึงสามคนให้รับผิดชอบได้ ทำให้การพ่นกลายเป็นงานประจำที่ทำได้ตามตารางโดยไม่ต้องรอใคร
นี่คือข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดสำหรับสถานพยาบาล เมื่อรับผู้ป่วยไข้เลือดออกเข้านอนรักษา โรงพยาบาลควรพ่นรอบอาคารทันทีเพื่อลดโอกาสที่ยุงจะรับเชื้อจากผู้ป่วยรายนั้นแล้วไปกัดผู้ป่วยรายอื่น การเป็นเจ้าของเครื่องทำให้ทำได้ในวันเดียวกัน
สถานพยาบาลต้องเลือกสารเคมีอย่างระมัดระวังและใช้สารที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง การที่เครื่องรองรับได้ทั้งสองสูตรทำให้เลือกใช้สารตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรคได้ และสลับสารเพื่อลดการดื้อยาได้ตลอดปี
สำหรับสถานพยาบาลที่ต้องผ่านการประเมินคุณภาพและต้องมีเอกสารอ้างอิงในระบบควบคุมการติดเชื้อ การใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลเป็นสิ่งที่แสดงเป็นหลักฐานได้และเป็นที่ยอมรับในการประเมิน
เครื่องทุกตัวเดินเครื่องทดสอบจริงก่อนส่ง ซึ่งสำคัญมากสำหรับการตรวจรับครุภัณฑ์ของหน่วยงานราชการ และทำให้โรงพยาบาลมั่นใจว่าเครื่องพร้อมใช้ตั้งแต่วันแรกโดยไม่ต้องเสียเวลาในกระบวนการเคลม
โรงพยาบาลหยุดไม่ได้และฤดูฝนคือช่วงที่ต้องใช้เครื่องต่อเนื่องหลายเดือน การมีศูนย์ซ่อมและอะไหล่แท้ในประเทศทำให้ไม่ต้องรออะไหล่จากต่างประเทศเป็นเดือน ซึ่งสำหรับสถานพยาบาลถือเป็นเรื่องที่ต่อรองไม่ได้
จัดทีมร่วมระหว่างงานควบคุมการติดเชื้อ งานสุขาภิบาล และงานซ่อมบำรุง เดินสำรวจในเวลาที่ยุงออกจริง ทำเครื่องหมายจุดที่พบยุงหนาแน่น ตรวจฝาบ่อบำบัด ช่องระบายอากาศ จานรองกระถาง รางน้ำฝน แจกันในหอผู้ป่วย ถังน้ำสำรอง และมุ้งลวดทุกบาน
ซ่อมฝาบ่อบำบัดและติดตะแกรงกันแมลง กำจัดภาชนะขังน้ำทั้งหมด กำหนดให้เปลี่ยนน้ำแจกันในหอผู้ป่วยทุกวัน ปิดฝาถังน้ำสำรอง และซ่อมมุ้งลวดทุกบานพร้อมกำหนดให้เป็นรายการตรวจประจำเดือนของงานซ่อมบำรุง
กำหนดพ่นรอบอาคารสัปดาห์ละสองครั้งในฤดูฝนและสัปดาห์ละครั้งในฤดูแล้ง เน้นบ่อบำบัด พื้นที่สีเขียวรอบตึกผู้ป่วยใน แนวรั้ว โรงครัวและที่พักขยะ และเพิ่มการพ่นทันทีทุกครั้งที่มีผู้ป่วยไข้เลือดออกเข้านอนรักษา พร้อมบันทึกทุกครั้งเข้าระบบควบคุมการติดเชื้อ
undefined
undefined — undefined
แจกันดอกไม้ที่ญาตินำมาเยี่ยมเป็นจุดที่พบบ่อยและถูกมองข้ามมากที่สุด เพราะน้ำในแจกันมักถูกเปลี่ยนเมื่อดอกไม้เหี่ยว ซึ่งอาจนานกว่าเจ็ดวัน และแจกันเหล่านี้อยู่ห่างจากผู้ป่วยเพียงไม่กี่สิบเซนติเมตร ทางแก้คือกำหนดให้เปลี่ยนน้ำแจกันทุกวันเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำหอผู้ป่วย
ถังน้ำสำรองที่เตรียมไว้สำหรับช่วงน้ำไม่ไหลเป็นจุดที่สอง โรงพยาบาลชุมชนหลายแห่งเตรียมถังน้ำไว้ในห้องน้ำผู้ป่วยและบริเวณโรงครัว ซึ่งมักไม่มีฝาปิด การกำหนดให้ทุกถังมีฝาปิดสนิทเป็นมาตรการที่ทำครั้งเดียวแล้วได้ผลถาวร
บ่อบำบัดน้ำเสียและบ่อพักน้ำของระบบระบายอากาศเป็นจุดที่ร้ายแรงที่สุด โดยเฉพาะเมื่อฝาชำรุดหรือช่องระบายอากาศไม่มีตะแกรงกันแมลง ควรกำหนดให้การตรวจฝาบ่อและตะแกรงเป็นรายการหนึ่งในการบำรุงรักษาประจำเดือนของงานซ่อมบำรุง
จุดสุดท้ายคือถาดรองน้ำทิ้งของเครื่องปรับอากาศและรางน้ำฝนของอาคาร ซึ่งมักอุดตันด้วยใบไม้จากพื้นที่สีเขียวรอบตึก ควรกำหนดให้ล้างรางน้ำทุกเดือนโดยเฉพาะโรงพยาบาลที่มีต้นไม้ใหญ่รอบอาคารตามแนวคิดโรงพยาบาลสีเขียว
ข้อสังเกตที่คุณหมอวรพลเน้นมากที่สุดคือ โรงพยาบาลทุกแห่งมีระบบควบคุมการติดเชื้อที่เข้มแข็งสำหรับเชื้อที่ติดต่อทางการสัมผัสและทางอากาศ มีทั้งแนวปฏิบัติ มีทั้งผู้รับผิดชอบ มีทั้งการเฝ้าระวังและการรายงาน แต่โรคที่มีแมลงเป็นพาหะกลับไม่เคยอยู่ในระบบเดียวกัน
การนำการจัดการยุงเข้าไปอยู่ในระบบควบคุมการติดเชื้อทำให้เกิดสิ่งสำคัญสามอย่าง อย่างแรกคือมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน อย่างที่สองคือมีการเฝ้าระวังและบันทึกที่ตรวจสอบได้ และอย่างที่สามคือมีการทบทวนในที่ประชุมเป็นประจำเหมือนตัวชี้วัดอื่น
แนวปฏิบัติที่โรงพยาบาลนี้กำหนดขึ้นและใช้ได้ผลดี ได้แก่ การสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ทุกเดือน การพ่นตามตารางในฤดูฝน การพ่นทันทีเมื่อรับผู้ป่วยไข้เลือดออก และการรายงานจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกที่รับเข้าเทียบกับการพ่นในที่ประชุมทีมควบคุมการติดเชื้อ
เอกสารบันทึกชุดนี้ยังมีประโยชน์มากในการประเมินคุณภาพโรงพยาบาล เพราะแสดงได้ว่าโรงพยาบาลมีมาตรการเชิงระบบ ไม่ใช่ทำเมื่อเกิดปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประเมินให้น้ำหนักมากกว่าการมีอุปกรณ์อย่างเดียว
ปลอดภัยเมื่อพ่นเฉพาะบริเวณภายนอกอาคารและทำตามขั้นตอน คือแจ้งล่วงหน้า ปิดหน้าต่างและช่องลมของหอผู้ป่วยระหว่างพ่น ปิดคลุมอาหารและอุปกรณ์ที่จำเป็น แล้วเว้นระยะประมาณ 30 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนเปิดระบายอากาศตามปกติ
โดยหลักการไม่ควร เพราะมีผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก การจัดการภายในควรใช้วิธีซ่อมมุ้งลวด กำจัดภาชนะขังน้ำ และเปลี่ยนน้ำแจกันทุกวัน ส่วนการพ่นให้เน้นภายนอกอาคารซึ่งเป็นต้นทางของยุงที่จะเข้ามา
ช่วงหัวค่ำประมาณ 18.00 น. หรือเช้ามืดก่อน 06.00 น. ได้ผลดีที่สุด เพราะตรงกับช่วงที่ยุงลายออกหากินและเป็นเวลาที่ลมสงบ ทั้งยังเป็นเวลาที่มีผู้มาใช้บริการผู้ป่วยนอกน้อยที่สุด จึงรบกวนการให้บริการน้อย
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใช้เครื่องเดียวเพียงพอ โรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 ถึง 90 เตียงควรมีสองเครื่อง เพื่อให้พ่นครบพื้นที่ภายในหนึ่งชั่วโมงและมีเครื่องสำรอง โรงพยาบาลทั่วไปที่มีหลายอาคารควรพิจารณาสามเครื่องขึ้นไป
สัปดาห์ละสองครั้งในฤดูฝนและสัปดาห์ละครั้งในฤดูแล้ง และควรเพิ่มการพ่นทันทีทุกครั้งที่รับผู้ป่วยไข้เลือดออกเข้านอนรักษา เพื่อลดโอกาสที่ยุงจะรับเชื้อจากผู้ป่วยรายนั้นแล้วไปกัดผู้ป่วยรายอื่นในอาคาร
ได้ครับ ควรกำหนดเจ้าหน้าที่งานซ่อมบำรุงสองถึงสามคนเป็นผู้รับผิดชอบและอบรมให้ครบ ทั้งการผสมสารตามอัตราส่วน การสวมอุปกรณ์ป้องกัน และการล้างเครื่องหลังใช้ พร้อมกำหนดให้บันทึกทุกครั้งเข้าระบบควบคุมการติดเชื้อ
ตั้งในหมวดครุภัณฑ์โดยอ้างอิงบัญชีมาตรฐานครุภัณฑ์ ซึ่งมีรายการเครื่องพ่นหมอกควันอยู่แล้ว ทำให้ตั้งราคากลางและตรวจรับได้โดยไม่ต้องตีความ ส่วนค่าสารเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งในหมวดวัสดุตามปกติ
AIROFOG มีศูนย์ซ่อมและอะไหล่แท้ในประเทศไทย พร้อมช่างประสบการณ์มากกว่า 10 ปี จึงแก้ไขได้เร็ว แนะนำให้โรงพยาบาลมีเครื่องสำรองอย่างน้อยหนึ่งเครื่องและสำรองอะไหล่ที่สึกหรอบ่อยไว้ เพราะฤดูฝนคือช่วงที่หยุดพ่นไม่ได้เลย
คำพูดของคุณหมอวรพลสรุปช่องว่างที่สถานพยาบาลหลายแห่งมีเหมือนกัน คือเรามีระบบที่ดีมากสำหรับเชื้อที่เรามองเห็นเส้นทางการแพร่ชัดเจน แต่ยังไม่มีระบบเดียวกันสำหรับโรคที่มีแมลงเป็นพาหะ
หลักการทั้งหมดเหมือนกัน คือตัดแหล่งกำเนิด กันไม่ให้เข้าถึงผู้ป่วย และลดพาหะในสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่ต้องเพิ่มเข้าไปมีเพียงเครื่องมือที่พร้อมใช้และตารางที่ทำจริง
สำหรับสถานพยาบาล การป้องกันไม่ให้คนไข้ที่มารักษาโรคหนึ่งกลับป่วยเพิ่มอีกโรค ไม่ใช่แค่ตัวชี้วัดคุณภาพ แต่คือคำสัญญาพื้นฐานที่โรงพยาบาลให้กับชุมชนตั้งแต่วันแรกที่เปิดทำการ
ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection เพื่อวางระบบควบคุมยุงในสถานพยาบาลของคุณ ทั้งการเลือกเครื่อง สารเคมี ตารางการพ่น และการอบรมเจ้าหน้าที่
ดูรายละเอียดเครื่องและราคา คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268
#เครื่องพ่นหมอกควัน #AIROFOGAT35 #โรงพยาบาลชุมชน #ควบคุมการติดเชื้อ #ป้องกันไข้เลือดออก #ครุภัณฑ์โรงพยาบาล #WorldHealthDisinfection
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: เครื่องพ่นหมอกควัน, กำจัดยุงโรงพยาบาล, ควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล, AIROFOG AT35, ครุภัณฑ์โรงพยาบาล, ป้องกันไข้เลือดออก