โรงพยาบาลชุมชน 60 เตียง พบผู้ป่วยติดไข้เลือดออกในโรงพยาบาล 5 ราย จากยุงในบ่อบำบัดหลังตึก

Last updated: 7 ก.ย. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นหมอกควัน

เรื่องจริงจากโรงพยาบาลชุมชนขนาด 60 เตียง ภาคเหนือ

โรงพยาบาลชุมชน 60 เตียง พบผู้ป่วยติดไข้เลือดออกในโรงพยาบาล 5 ราย จากยุงในบ่อบำบัดหลังตึก

เมื่อคนไข้ที่มานอนรักษาโรคหนึ่ง กลับติดอีกโรคหนึ่งในโรงพยาบาลเอง และบทเรียนที่สถานพยาบาลทุกแห่งควรอ่าน

โรงพยาบาลชุมชนขนาด 60 เตียงในภาคเหนือพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้เลือดออกระหว่างนอนรักษาในโรงพยาบาลถึง 5 ราย ในฤดูฝนเดียว การสอบสวนโรคพบว่าต้นตออยู่ในบ่อบำบัดน้ำเสียและพื้นที่สีเขียวหลังตึกผู้ป่วยใน บทความนี้เล่าสิ่งที่ทีมควบคุมการติดเชื้อค้นพบ และวิธีที่เครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกัน

คุณหมอวรพล อายุ 43 ปี เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนขนาด 60 เตียงในจังหวัดทางภาคเหนือ ดูแลประชากรในเขตรับผิดชอบประมาณ 32,000 คน เขาบอกว่าเรื่องที่ทำให้เขานอนไม่หลับที่สุดในอาชีพหมอไม่ใช่เคสที่รักษายาก แต่คือเคสที่ป่วยเพิ่มขึ้นเพราะมานอนโรงพยาบาลของเขา

ในฤดูฝนปีที่แล้ว พยาบาลหอผู้ป่วยในรายงานว่ามีผู้ป่วยที่เข้ามารักษาด้วยโรคอื่น แล้วเกิดไข้สูงระหว่างนอนรักษา เมื่อตรวจพบว่าเป็นไข้เลือดออก และเมื่อสอบสวนวันที่เริ่มมีอาการเทียบกับวันที่รับเข้า พบว่าระยะเวลาสอดคล้องกับการติดเชื้อในโรงพยาบาลถึง 5 ราย

ในจำนวนนั้นมีผู้ป่วยสูงอายุสองรายที่มีโรคประจำตัวและอาการรุนแรงจนต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัด คุณหมอวรพลบอกว่าเขาต้องอธิบายเรื่องนี้กับญาติผู้ป่วย และนั่นคือบทสนทนาที่ยากที่สุดที่เขาเคยมี

สิ่งที่ทีมสอบสวนโรคพบหลังตึกผู้ป่วยใน

ทีมควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาลร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ เดินสำรวจพื้นที่โรงพยาบาลทั้งหมดในเวลาหกโมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่เคยมีใครเดินสำรวจมาก่อน เพราะการตรวจสุขาภิบาลตามปกติทำในเวลาราชการ

จุดแรกที่พบคือบ่อบำบัดน้ำเสียหลังตึกผู้ป่วยใน ซึ่งมีฝาปิดที่ชำรุดสองจุดและช่องระบายอากาศที่ไม่มีตะแกรงกันแมลง ทีมงานพบยุงลอยเป็นกลุ่มบริเวณนั้นในเวลาหกโมงเย็น และบ่อนี้อยู่ห่างจากหน้าต่างหอผู้ป่วยในเพียงประมาณ 15 เมตร

จุดที่สองคือพื้นที่สีเขียวรอบตึก ซึ่งปลูกไม้พุ่มหนาแน่นเพื่อความร่มรื่นตามแนวคิดโรงพยาบาลสีเขียว แต่กลายเป็นจุดเกาะพักของยุงที่ดีที่สุดในพื้นที่ และมีจานรองกระถางไม้ประดับที่มีน้ำขังหลายสิบใบ

จุดที่สามที่ทีมงานตกใจที่สุดคือ แจกันดอกไม้ที่ญาติผู้ป่วยนำมาเยี่ยมและวางไว้ในหอผู้ป่วย ซึ่งเปลี่ยนน้ำไม่บ่อย และภาชนะรองน้ำในห้องน้ำผู้ป่วยบางห้อง รวมถึงถังน้ำสำรองที่เตรียมไว้สำหรับช่วงน้ำไม่ไหล ซึ่งไม่มีฝาปิด

ทำไมโรงพยาบาลถึงเป็นจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

คุณหมอวรพลอธิบายว่าโรงพยาบาลมีปัจจัยเสี่ยงที่ทับซ้อนกันอย่างชัดเจน อย่างแรกคือมีทั้งคนที่มีเชื้อและคนที่ไม่มีเชื้ออยู่ในพื้นที่เดียวกัน ผู้ป่วยไข้เลือดออกที่มานอนรักษาคือแหล่งเชื้อ และผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ที่มาด้วยโรคอื่นคือผู้ที่เสี่ยงรับเชื้อ

อย่างที่สองคือกลุ่มเสี่ยงมารวมกัน ผู้ป่วยในโรงพยาบาลชุมชนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และเด็กเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถ้าติดไข้เลือดออกจะมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างที่สามคือผู้ป่วยขยับตัวไม่ได้ ผู้ป่วยที่นอนติดเตียงหรือได้รับยาที่ทำให้ง่วงซึม ไม่สามารถปัดยุงหรือย้ายที่ได้เหมือนคนปกติ ทำให้ถูกกัดได้มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าในเวลาเดียวกัน

อย่างสุดท้ายคือโครงสร้างอาคาร โรงพยาบาลชุมชนหลายแห่งเป็นอาคารที่เปิดระบายอากาศตามธรรมชาติเพื่อประหยัดพลังงาน มีหน้าต่างและช่องลมที่เปิดตลอด และมีมุ้งลวดที่ชำรุดตามอายุอาคาร ทำให้ยุงเข้าถึงหอผู้ป่วยได้ง่ายมาก

ต้นทุนที่โรงพยาบาลและระบบสาธารณสุขต้องรับ

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อในโรงพยาบาลห้าราย ทำให้วันนอนโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นรวมกันประมาณ 34 วัน ซึ่งในโรงพยาบาลชุมชนที่มีเตียงจำกัด หมายถึงเตียงที่ควรใช้รักษาผู้ป่วยรายอื่นถูกใช้ไปกับปัญหาที่ป้องกันได้

ผู้ป่วยสองรายที่อาการรุนแรงต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัด ซึ่งมีทั้งค่าใช้จ่ายในการส่งต่อ ค่ารักษาที่สูงขึ้นมาก และภาระของครอบครัวที่ต้องเดินทางไปเฝ้าไข้ไกลบ้าน

ในเชิงระบบ การมีรายงานการติดเชื้อในโรงพยาบาลกระทบตัวชี้วัดคุณภาพและต้องรายงานตามระบบ ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบและการปรับปรุงที่ต้องใช้ทั้งเวลาและงบประมาณ

แต่คุณหมอวรพลบอกว่าต้นทุนที่แท้จริงคือความไว้วางใจ เมื่อชาวบ้านในพื้นที่เริ่มพูดกันว่ามานอนโรงพยาบาลแล้วติดโรคกลับบ้าน ความไว้วางใจที่โรงพยาบาลชุมชนสร้างมาหลายสิบปีจะสั่นคลอนทันที และมันกระทบไปถึงการมารับบริการอื่นทั้งหมดด้วย

ระบบที่โรงพยาบาลวางใหม่หลังจากนั้น

คุณหมอวรพลตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วมกันระหว่างทีมควบคุมการติดเชื้อ ทีมสุขาภิบาล และงานซ่อมบำรุง โดยกำหนดมาตรการเป็นสามชั้นเหมือนกับการควบคุมการติดเชื้ออื่น ๆ ที่โรงพยาบาลคุ้นเคยอยู่แล้ว

ชั้นแรกคือการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ ได้แก่ ซ่อมฝาบ่อบำบัดและติดตะแกรงกันแมลงที่ช่องระบายอากาศทุกจุด เปลี่ยนกระถางไม้ประดับให้ไม่ต้องใช้จานรอง กำหนดให้เปลี่ยนน้ำแจกันในหอผู้ป่วยทุกวัน และให้ถังน้ำสำรองทุกใบมีฝาปิด

ชั้นที่สองคือการกันไม่ให้ยุงเข้าอาคาร โดยสำรวจและซ่อมมุ้งลวดทุกบานในหอผู้ป่วย ติดม่านอากาศที่ประตูหลัก และกำหนดให้ผู้ป่วยไข้เลือดออกนอนในห้องที่มีมุ้งลวดสมบูรณ์และแยกจากหอผู้ป่วยทั่วไปเท่าที่ทำได้

ชั้นที่สามคือการพ่นหมอกควันควบคุมยุงตัวเต็มวัยรอบอาคาร โดยเน้นบริเวณบ่อบำบัด พื้นที่สีเขียวรอบตึกผู้ป่วยใน แนวรั้ว และบริเวณโรงครัวกับที่พักขยะ โรงพยาบาลเลือก AIROFOG AT35 สองเครื่อง โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่งานซ่อมบำรุงสองคนเป็นผู้รับผิดชอบและพ่นสัปดาห์ละสองครั้งในฤดูฝน

ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

ผู้ป่วยติดโรคเพิ่มระหว่างนอนรักษา

การติดเชื้อในโรงพยาบาลเป็นสิ่งที่ระบบสาธารณสุขให้ความสำคัญสูงสุด เพราะผู้ป่วยเข้ามาเพื่อรักษาโรคหนึ่งแล้วกลับป่วยเพิ่มอีกโรค โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยเป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ซึ่งมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงสูงกว่าคนทั่วไปมาก

เตียงและทรัพยากรที่ถูกใช้ไปกับปัญหาที่ป้องกันได้

วันนอนโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นรวม 34 วันในโรงพยาบาลชุมชนที่มีเพียง 60 เตียง หมายถึงเตียงที่ควรได้ใช้รักษาผู้ป่วยรายอื่นถูกใช้ไปกับปัญหาที่ป้องกันได้ด้วยการจัดการสิ่งแวดล้อม

ความไว้วางใจของชุมชนที่สร้างมาหลายสิบปี

โรงพยาบาลชุมชนอยู่ได้ด้วยความไว้วางใจของคนในพื้นที่ เมื่อมีคำพูดว่ามานอนแล้วติดโรคกลับบ้าน ความไว้วางใจนั้นจะสั่นคลอนทันทีและกระทบไปถึงการมารับบริการด้านอื่นทั้งหมด ตั้งแต่การฝากครรภ์ไปจนถึงการรับวัคซีน

สุขภาพของบุคลากรทางการแพทย์เอง

พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเวรดึกในหอผู้ป่วยที่มียุง มีความเสี่ยงเช่นเดียวกับผู้ป่วย และในโรงพยาบาลชุมชนที่มีบุคลากรจำกัด การที่พยาบาลป่วยหนึ่งคนกระทบตารางเวรของทั้งหอผู้ป่วยทันที

ทำไมวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้ถึงไม่ได้ผล

ติดมุ้งลวดอย่างเดียว

จำเป็นและควรทำ แต่ไม่พอ เพราะมุ้งลวดในอาคารเก่าชำรุดตามอายุและมีจุดรั่วที่มองไม่เห็น อีกทั้งประตูที่เปิดปิดตลอดเวลาสำหรับการเข็นเตียงและการเยี่ยม ทำให้ยุงเข้าได้เสมอ และมุ้งลวดไม่ได้ลดจำนวนยุงรอบอาคารเลย

ใช้สเปรย์กระป๋องในหอผู้ป่วย

ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ ผู้สูงอายุ และเด็ก อีกทั้งครอบคลุมพื้นที่เล็กมากและหมดฤทธิ์เร็ว การใช้ในหอผู้ป่วยยังสร้างความกังวลให้ญาติผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น

ติดเครื่องดักยุงไฟฟ้าในหอผู้ป่วย

ทำงานในรัศมีจำกัดมากและเสียงกับแสงรบกวนการพักผ่อนของผู้ป่วย ที่สำคัญคือไม่ได้จัดการที่ต้นทางซึ่งอยู่ที่บ่อบำบัดและพื้นที่สีเขียวรอบอาคาร ซึ่งเป็นที่ที่ยุงเกิดและเกาะพัก

รอให้เทศบาลมาพ่นให้

หน่วยงานท้องถิ่นมีทรัพยากรจำกัดและต้องดูแลทั้งตำบล โรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่ที่มีกลุ่มเสี่ยงหนาแน่นที่สุดจึงไม่ควรรอคิว และควรมีความสามารถในการจัดการด้วยตัวเองตามความถี่ที่จำเป็นจริง

ตรวจสุขาภิบาลเฉพาะในเวลาราชการ

นี่คือจุดที่ทำให้ปัญหาถูกมองข้ามมาหลายปี เพราะยุงลายออกหากินหนักในช่วงเช้าตรู่และช่วงหัวค่ำ การเดินตรวจเวลาสิบโมงเช้าจะไม่เห็นสิ่งที่เห็นในเวลาหกโมงเย็นเลย

โรงพยาบาลต้องจัดการยุงเหมือนที่จัดการการติดเชื้ออื่น คือเป็นระบบและวัดผลได้

สิ่งที่คุณหมอวรพลเน้นคือ โรงพยาบาลมีระบบควบคุมการติดเชื้อที่ดีมากอยู่แล้วสำหรับเชื้อที่ติดต่อทางการสัมผัสและทางอากาศ แต่ไม่เคยมีระบบเดียวกันสำหรับโรคที่มีแมลงเป็นพาหะ ทั้งที่หลักการเหมือนกันทุกประการ

หลักการนั้นคือ ตัดแหล่งกำเนิด กันไม่ให้เข้าถึงผู้ป่วย และลดปริมาณเชื้อหรือพาหะในสิ่งแวดล้อม ซึ่งในกรณีของยุงหมายถึงการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ การซ่อมมุ้งลวด และการพ่นควบคุมยุงตัวเต็มวัยรอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ

เครื่องพ่นหมอกควันเป็นเครื่องมือที่เหมาะกับส่วนที่สามที่สุด เพราะหมอกลอยเข้าไปในพุ่มไม้รอบตึก ช่องระบายอากาศของบ่อบำบัด ใต้ถุนอาคาร และแนวรั้ว ซึ่งเป็นจุดเกาะพักที่วิธีอื่นเข้าไม่ถึง โดยพ่นภายนอกอาคารจึงไม่กระทบผู้ป่วยภายใน

และเครื่องต้องเป็นของโรงพยาบาลเอง เพราะความถี่ที่จำเป็นคือสัปดาห์ละสองครั้งในฤดูฝน และต้องพ่นทันทีเมื่อมีผู้ป่วยไข้เลือดออกเข้ารับการรักษา ซึ่งไม่มีผู้รับจ้างรายไหนมาให้ได้ตามจังหวะนี้ จึงเลือก AIROFOG AT35 ที่ตัวถังสแตนเลสและมีศูนย์ซ่อมในประเทศ

10 เหตุผลที่เครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 แก้ปัญหานี้ได้

1. หมอกเข้าถึงบ่อบำบัด พุ่มไม้ และใต้ถุนอาคารที่ยุงเกาะพัก

ต้นทางของยุงในโรงพยาบาลคือบ่อบำบัดน้ำเสีย พื้นที่สีเขียวรอบตึก ใต้ถุนอาคาร และแนวรั้ว AIROFOG AT35 สร้างหมอกที่ลอยแทรกเข้าไปในจุดเหล่านี้ได้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่มุ้งลวดและเครื่องดักยุงไม่สามารถทำได้เลย

2. พ่นภายนอกอาคาร จึงไม่กระทบผู้ป่วยภายใน

จุดสำคัญสำหรับสถานพยาบาลคือการจัดการต้นทางโดยไม่รบกวนผู้ป่วย การพ่นเน้นบริเวณภายนอกรอบอาคารทำให้ลดจำนวนยุงที่จะเข้าอาคารได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ต้องพ่นในหอผู้ป่วยที่มีผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจและผู้สูงอายุ

3. ตัวถังสแตนเลส 100 เปอร์เซ็นต์ ทนพื้นที่ใกล้บ่อบำบัด

บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียมีทั้งความชื้นสูงและก๊าซที่กัดกร่อนโลหะ เครื่องที่ตัวถังไม่ทนจะผุภายในไม่กี่ปี ตัวถังสแตนเลสทั้งตัวทำให้ครุภัณฑ์ของโรงพยาบาลมีอายุการใช้งานยาว ซึ่งสำคัญเมื่อเป็นการใช้งบประมาณราชการที่ต้องอธิบายได้

4. ตรงตามบัญชีมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ

สำหรับโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสถานพยาบาลของรัฐ การที่เครื่องตรงตามบัญชีมาตรฐานครุภัณฑ์ทำให้เขียนคำของบประมาณและตั้งราคากลางได้ตรงหมวด และตรวจรับได้โดยไม่ต้องตีความสเปกใหม่

5. เจ้าหน้าที่งานซ่อมบำรุงใช้งานได้เอง

โรงพยาบาลชุมชนมีบุคลากรจำกัดและไม่มีทีมกำจัดแมลงเฉพาะทาง AT35 ใช้งานไม่ซับซ้อนพอที่จะอบรมเจ้าหน้าที่งานซ่อมบำรุงสองถึงสามคนให้รับผิดชอบได้ ทำให้การพ่นกลายเป็นงานประจำที่ทำได้ตามตารางโดยไม่ต้องรอใคร

6. พ่นได้ทันทีเมื่อมีผู้ป่วยไข้เลือดออกเข้ารับการรักษา

นี่คือข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดสำหรับสถานพยาบาล เมื่อรับผู้ป่วยไข้เลือดออกเข้านอนรักษา โรงพยาบาลควรพ่นรอบอาคารทันทีเพื่อลดโอกาสที่ยุงจะรับเชื้อจากผู้ป่วยรายนั้นแล้วไปกัดผู้ป่วยรายอื่น การเป็นเจ้าของเครื่องทำให้ทำได้ในวันเดียวกัน

7. รองรับสารเคมีทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน

สถานพยาบาลต้องเลือกสารเคมีอย่างระมัดระวังและใช้สารที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง การที่เครื่องรองรับได้ทั้งสองสูตรทำให้เลือกใช้สารตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรคได้ และสลับสารเพื่อลดการดื้อยาได้ตลอดปี

8. ผ่านการรับรองมาตรฐานจากเยอรมนีและอังกฤษ

สำหรับสถานพยาบาลที่ต้องผ่านการประเมินคุณภาพและต้องมีเอกสารอ้างอิงในระบบควบคุมการติดเชื้อ การใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลเป็นสิ่งที่แสดงเป็นหลักฐานได้และเป็นที่ยอมรับในการประเมิน

9. ตรวจสอบคุณภาพ 100 เปอร์เซ็นต์ก่อนส่งมอบ

เครื่องทุกตัวเดินเครื่องทดสอบจริงก่อนส่ง ซึ่งสำคัญมากสำหรับการตรวจรับครุภัณฑ์ของหน่วยงานราชการ และทำให้โรงพยาบาลมั่นใจว่าเครื่องพร้อมใช้ตั้งแต่วันแรกโดยไม่ต้องเสียเวลาในกระบวนการเคลม

10. ศูนย์ซ่อมและอะไหล่แท้ในไทย ช่างประสบการณ์กว่า 10 ปี

โรงพยาบาลหยุดไม่ได้และฤดูฝนคือช่วงที่ต้องใช้เครื่องต่อเนื่องหลายเดือน การมีศูนย์ซ่อมและอะไหล่แท้ในประเทศทำให้ไม่ต้องรออะไหล่จากต่างประเทศเป็นเดือน ซึ่งสำหรับสถานพยาบาลถือเป็นเรื่องที่ต่อรองไม่ได้

ก่อนใช้เครื่องพ่นหมอกควัน

  • ผู้ป่วยติดเชื้อไข้เลือดออกระหว่างนอนรักษา 5 ราย
  • ผู้ป่วยสูงอายุ 2 รายอาการรุนแรงจนต้องส่งต่อโรงพยาบาลจังหวัด
  • วันนอนโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นรวมประมาณ 34 วัน
  • ฝาบ่อบำบัดชำรุดและช่องระบายอากาศไม่มีตะแกรงกันแมลง
  • มุ้งลวดหอผู้ป่วยชำรุดหลายบานโดยไม่มีใครสำรวจ
  • ตรวจสุขาภิบาลเฉพาะเวลาราชการ จึงไม่เคยเห็นปัญหาจริง

หลังใช้เครื่องพ่นหมอกควัน

  • ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อไข้เลือดออกในโรงพยาบาลอีกเลยในฤดูฝนถัดมา
  • ซ่อมฝาบ่อบำบัดและติดตะแกรงกันแมลงครบทุกจุด
  • สำรวจและซ่อมมุ้งลวดทุกบานในหอผู้ป่วย
  • พ่นรอบอาคารสัปดาห์ละสองครั้งในฤดูฝนโดยเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเอง
  • พ่นทันทีทุกครั้งที่รับผู้ป่วยไข้เลือดออกเข้านอนรักษา
  • มีบันทึกการพ่นเข้าระบบควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาล

ขั้นตอนการใช้งาน 3 ขั้นตอน

1. สำรวจพื้นที่โรงพยาบาลในเวลาหกโมงเย็น

จัดทีมร่วมระหว่างงานควบคุมการติดเชื้อ งานสุขาภิบาล และงานซ่อมบำรุง เดินสำรวจในเวลาที่ยุงออกจริง ทำเครื่องหมายจุดที่พบยุงหนาแน่น ตรวจฝาบ่อบำบัด ช่องระบายอากาศ จานรองกระถาง รางน้ำฝน แจกันในหอผู้ป่วย ถังน้ำสำรอง และมุ้งลวดทุกบาน

2. แก้ที่ต้นทางและกันไม่ให้เข้าอาคาร

ซ่อมฝาบ่อบำบัดและติดตะแกรงกันแมลง กำจัดภาชนะขังน้ำทั้งหมด กำหนดให้เปลี่ยนน้ำแจกันในหอผู้ป่วยทุกวัน ปิดฝาถังน้ำสำรอง และซ่อมมุ้งลวดทุกบานพร้อมกำหนดให้เป็นรายการตรวจประจำเดือนของงานซ่อมบำรุง

3. พ่นตามตารางและพ่นทันทีเมื่อรับผู้ป่วยไข้เลือดออก

กำหนดพ่นรอบอาคารสัปดาห์ละสองครั้งในฤดูฝนและสัปดาห์ละครั้งในฤดูแล้ง เน้นบ่อบำบัด พื้นที่สีเขียวรอบตึกผู้ป่วยใน แนวรั้ว โรงครัวและที่พักขยะ และเพิ่มการพ่นทันทีทุกครั้งที่มีผู้ป่วยไข้เลือดออกเข้านอนรักษา พร้อมบันทึกทุกครั้งเข้าระบบควบคุมการติดเชื้อ

เสียงจากผู้ใช้งานจริง

undefined

undefined — undefined

จุดเพาะพันธุ์ยุงในสถานพยาบาลที่ทีมงานมักมองข้าม

แจกันดอกไม้ที่ญาตินำมาเยี่ยมเป็นจุดที่พบบ่อยและถูกมองข้ามมากที่สุด เพราะน้ำในแจกันมักถูกเปลี่ยนเมื่อดอกไม้เหี่ยว ซึ่งอาจนานกว่าเจ็ดวัน และแจกันเหล่านี้อยู่ห่างจากผู้ป่วยเพียงไม่กี่สิบเซนติเมตร ทางแก้คือกำหนดให้เปลี่ยนน้ำแจกันทุกวันเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำหอผู้ป่วย

ถังน้ำสำรองที่เตรียมไว้สำหรับช่วงน้ำไม่ไหลเป็นจุดที่สอง โรงพยาบาลชุมชนหลายแห่งเตรียมถังน้ำไว้ในห้องน้ำผู้ป่วยและบริเวณโรงครัว ซึ่งมักไม่มีฝาปิด การกำหนดให้ทุกถังมีฝาปิดสนิทเป็นมาตรการที่ทำครั้งเดียวแล้วได้ผลถาวร

บ่อบำบัดน้ำเสียและบ่อพักน้ำของระบบระบายอากาศเป็นจุดที่ร้ายแรงที่สุด โดยเฉพาะเมื่อฝาชำรุดหรือช่องระบายอากาศไม่มีตะแกรงกันแมลง ควรกำหนดให้การตรวจฝาบ่อและตะแกรงเป็นรายการหนึ่งในการบำรุงรักษาประจำเดือนของงานซ่อมบำรุง

จุดสุดท้ายคือถาดรองน้ำทิ้งของเครื่องปรับอากาศและรางน้ำฝนของอาคาร ซึ่งมักอุดตันด้วยใบไม้จากพื้นที่สีเขียวรอบตึก ควรกำหนดให้ล้างรางน้ำทุกเดือนโดยเฉพาะโรงพยาบาลที่มีต้นไม้ใหญ่รอบอาคารตามแนวคิดโรงพยาบาลสีเขียว

การจัดการยุงควรอยู่ในระบบควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาล

ข้อสังเกตที่คุณหมอวรพลเน้นมากที่สุดคือ โรงพยาบาลทุกแห่งมีระบบควบคุมการติดเชื้อที่เข้มแข็งสำหรับเชื้อที่ติดต่อทางการสัมผัสและทางอากาศ มีทั้งแนวปฏิบัติ มีทั้งผู้รับผิดชอบ มีทั้งการเฝ้าระวังและการรายงาน แต่โรคที่มีแมลงเป็นพาหะกลับไม่เคยอยู่ในระบบเดียวกัน

การนำการจัดการยุงเข้าไปอยู่ในระบบควบคุมการติดเชื้อทำให้เกิดสิ่งสำคัญสามอย่าง อย่างแรกคือมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน อย่างที่สองคือมีการเฝ้าระวังและบันทึกที่ตรวจสอบได้ และอย่างที่สามคือมีการทบทวนในที่ประชุมเป็นประจำเหมือนตัวชี้วัดอื่น

แนวปฏิบัติที่โรงพยาบาลนี้กำหนดขึ้นและใช้ได้ผลดี ได้แก่ การสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ทุกเดือน การพ่นตามตารางในฤดูฝน การพ่นทันทีเมื่อรับผู้ป่วยไข้เลือดออก และการรายงานจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกที่รับเข้าเทียบกับการพ่นในที่ประชุมทีมควบคุมการติดเชื้อ

เอกสารบันทึกชุดนี้ยังมีประโยชน์มากในการประเมินคุณภาพโรงพยาบาล เพราะแสดงได้ว่าโรงพยาบาลมีมาตรการเชิงระบบ ไม่ใช่ทำเมื่อเกิดปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประเมินให้น้ำหนักมากกว่าการมีอุปกรณ์อย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย

พ่นหมอกควันในโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยอยู่ปลอดภัยหรือไม่

ปลอดภัยเมื่อพ่นเฉพาะบริเวณภายนอกอาคารและทำตามขั้นตอน คือแจ้งล่วงหน้า ปิดหน้าต่างและช่องลมของหอผู้ป่วยระหว่างพ่น ปิดคลุมอาหารและอุปกรณ์ที่จำเป็น แล้วเว้นระยะประมาณ 30 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนเปิดระบายอากาศตามปกติ

ควรพ่นในหอผู้ป่วยหรือไม่

โดยหลักการไม่ควร เพราะมีผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก การจัดการภายในควรใช้วิธีซ่อมมุ้งลวด กำจัดภาชนะขังน้ำ และเปลี่ยนน้ำแจกันทุกวัน ส่วนการพ่นให้เน้นภายนอกอาคารซึ่งเป็นต้นทางของยุงที่จะเข้ามา

ควรพ่นเวลาไหน

ช่วงหัวค่ำประมาณ 18.00 น. หรือเช้ามืดก่อน 06.00 น. ได้ผลดีที่สุด เพราะตรงกับช่วงที่ยุงลายออกหากินและเป็นเวลาที่ลมสงบ ทั้งยังเป็นเวลาที่มีผู้มาใช้บริการผู้ป่วยนอกน้อยที่สุด จึงรบกวนการให้บริการน้อย

โรงพยาบาลขนาดเท่าไหร่ควรใช้กี่เครื่อง

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใช้เครื่องเดียวเพียงพอ โรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 ถึง 90 เตียงควรมีสองเครื่อง เพื่อให้พ่นครบพื้นที่ภายในหนึ่งชั่วโมงและมีเครื่องสำรอง โรงพยาบาลทั่วไปที่มีหลายอาคารควรพิจารณาสามเครื่องขึ้นไป

ต้องพ่นบ่อยแค่ไหน

สัปดาห์ละสองครั้งในฤดูฝนและสัปดาห์ละครั้งในฤดูแล้ง และควรเพิ่มการพ่นทันทีทุกครั้งที่รับผู้ป่วยไข้เลือดออกเข้านอนรักษา เพื่อลดโอกาสที่ยุงจะรับเชื้อจากผู้ป่วยรายนั้นแล้วไปกัดผู้ป่วยรายอื่นในอาคาร

เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลใช้เครื่องเองได้ไหม

ได้ครับ ควรกำหนดเจ้าหน้าที่งานซ่อมบำรุงสองถึงสามคนเป็นผู้รับผิดชอบและอบรมให้ครบ ทั้งการผสมสารตามอัตราส่วน การสวมอุปกรณ์ป้องกัน และการล้างเครื่องหลังใช้ พร้อมกำหนดให้บันทึกทุกครั้งเข้าระบบควบคุมการติดเชื้อ

ใช้งบประมาณหมวดใดในการจัดซื้อ

ตั้งในหมวดครุภัณฑ์โดยอ้างอิงบัญชีมาตรฐานครุภัณฑ์ ซึ่งมีรายการเครื่องพ่นหมอกควันอยู่แล้ว ทำให้ตั้งราคากลางและตรวจรับได้โดยไม่ต้องตีความ ส่วนค่าสารเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งในหมวดวัสดุตามปกติ

ถ้าเครื่องเสียในฤดูฝนจะทำอย่างไร

AIROFOG มีศูนย์ซ่อมและอะไหล่แท้ในประเทศไทย พร้อมช่างประสบการณ์มากกว่า 10 ปี จึงแก้ไขได้เร็ว แนะนำให้โรงพยาบาลมีเครื่องสำรองอย่างน้อยหนึ่งเครื่องและสำรองอะไหล่ที่สึกหรอบ่อยไว้ เพราะฤดูฝนคือช่วงที่หยุดพ่นไม่ได้เลย

เราเก่งเรื่องการติดเชื้อทางสัมผัส แต่ลืมโรคที่มียุงเป็นพาหะ

คำพูดของคุณหมอวรพลสรุปช่องว่างที่สถานพยาบาลหลายแห่งมีเหมือนกัน คือเรามีระบบที่ดีมากสำหรับเชื้อที่เรามองเห็นเส้นทางการแพร่ชัดเจน แต่ยังไม่มีระบบเดียวกันสำหรับโรคที่มีแมลงเป็นพาหะ

หลักการทั้งหมดเหมือนกัน คือตัดแหล่งกำเนิด กันไม่ให้เข้าถึงผู้ป่วย และลดพาหะในสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่ต้องเพิ่มเข้าไปมีเพียงเครื่องมือที่พร้อมใช้และตารางที่ทำจริง

สำหรับสถานพยาบาล การป้องกันไม่ให้คนไข้ที่มารักษาโรคหนึ่งกลับป่วยเพิ่มอีกโรค ไม่ใช่แค่ตัวชี้วัดคุณภาพ แต่คือคำสัญญาพื้นฐานที่โรงพยาบาลให้กับชุมชนตั้งแต่วันแรกที่เปิดทำการ

ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection เพื่อวางระบบควบคุมยุงในสถานพยาบาลของคุณ ทั้งการเลือกเครื่อง สารเคมี ตารางการพ่น และการอบรมเจ้าหน้าที่

ดูรายละเอียดเครื่องและราคา คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268

#เครื่องพ่นหมอกควัน #AIROFOGAT35 #โรงพยาบาลชุมชน #ควบคุมการติดเชื้อ #ป้องกันไข้เลือดออก #ครุภัณฑ์โรงพยาบาล #WorldHealthDisinfection

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: เครื่องพ่นหมอกควัน, กำจัดยุงโรงพยาบาล, ควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล, AIROFOG AT35, ครุภัณฑ์โรงพยาบาล, ป้องกันไข้เลือดออก

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้