ทำไมขนาดละออง 15-30 ไมครอนถึงเป็นตัวเลขที่สำคัญที่สุดในเครื่องพ่นฆ่าเชื้อ ปี 2569

Last updated: 6 ก.ย. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

คู่มือทำความเข้าใจขนาดละออง ปี 2569

ทำไมขนาดละออง 15-30 ไมครอนถึงเป็นตัวเลขที่สำคัญที่สุดในเครื่องพ่นฆ่าเชื้อ ปี 2569

ตัวเลขเดียวที่ตัดสินว่าละอองจะลอยไปทั่วห้อง ตกลงพื้นในหนึ่งเมตร หรือหายไปเฉย ๆ

ในสเปกของเครื่องพ่นฆ่าเชื้อมีตัวเลขหลายสิบตัว แต่ตัวที่ตัดสินว่าเครื่องจะแก้ปัญหาได้จริงหรือแค่ทำให้ของเปียกมีอยู่ตัวเดียว คือขนาดละออง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมช่วง 15-30 ไมครอนถึงเป็นช่วงที่ใช้งานได้จริงในอาคาร

เวลาคนเปรียบเทียบเครื่องพ่นฆ่าเชื้อ สิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดมักเป็นขนาดถัง กำลังวัตต์ และราคา ส่วนขนาดละอองมักถูกมองข้ามหรือไม่ถูกระบุไว้เลย ทั้งที่มันคือตัวเลขที่ตัดสินผลลัพธ์มากที่สุด

เหตุผลง่ายมาก ขนาดละอองคือสิ่งที่กำหนดว่าน้ำยาฆ่าเชื้อจะเดินทางไปถึงไหน ถ้าละอองใหญ่เกินไปมันจะตกลงพื้นก่อนถึงเป้าหมาย ถ้าเล็กเกินไปมันจะลอยหลุดออกไปโดยไม่ได้ทำงาน และช่วงที่พอดีคือช่วงที่ทำให้น้ำยาไปถึงทุกจุดในห้องแล้วตกเคลือบอย่างสม่ำเสมอ

บทความนี้อธิบายว่าทำไมช่วง 15-30 ไมครอนถึงเป็นช่วงทำงาน พร้อมวิธีทดสอบด้วยตัวเองว่าเครื่องที่คุณมีอยู่หรือกำลังจะซื้อ อยู่ในช่วงนั้นจริงหรือไม่ เครื่องที่เราใช้เป็นตัวอย่างคือ AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบพ่นเย็นสัญชาติเยอรมัน มอเตอร์ 800 วัตต์ หัวพ่นปรับได้ ให้ละอองขนาด 15-30 ไมครอน

เรื่องที่เกิดขึ้นจริง

สามเครื่องในห้องเดียวกัน ผลต่างกันสิ้นเชิง

เพื่อให้เห็นภาพ ลองนึกถึงห้องประชุมขนาดหกสิบตารางเมตร ฝ้าสูงสามเมตร มีโต๊ะยาว เก้าอี้ยี่สิบตัว โปรเจกเตอร์บนเพดาน และช่องแอร์สองช่อง แล้วลองพ่นด้วยเครื่องสามแบบ

เครื่องแรกให้ละอองเล็กกว่าสิบไมครอน ละอองเบามากจนลอยขึ้นและถูกกระแสลมของแอร์พัดออกไปทางช่องระบายก่อนที่จะตกลงบนพื้นผิวใด ๆ ห้องดูเหมือนมีหมอกสวยงามแต่พื้นผิวส่วนใหญ่แทบไม่ได้รับน้ำยาเลย

เครื่องที่สองให้ละอองใหญ่กว่าห้าสิบไมครอน ละอองหนักจนตกลงพื้นภายในระยะหนึ่งเมตรจากหัวพ่น พื้นตรงที่คุณเดินผ่านเปียกเป็นทาง แต่เพดาน ช่องแอร์ และมุมห้องไม่ได้รับอะไรเลย และคุณต้องเช็ดพื้นตามหลังจากพ่นเสร็จ

เครื่องที่สามให้ละอองในช่วง 15-30 ไมครอน ละอองลอยอยู่ในอากาศนานพอที่จะกระจายไปทั่วห้อง ขึ้นไปถึงเพดานและช่องแอร์ แล้วค่อย ๆ ตกลงเคลือบทุกพื้นผิวเป็นฟิล์มบางที่แห้งเองในไม่กี่นาที

ทำไมต่ำกว่า 10 ไมครอนถึงไม่ได้ผลอย่างที่คิด

หลายคนเข้าใจว่ายิ่งละอองเล็กยิ่งดี เพราะฟังดูเหมือนจะเข้าถึงได้ทุกซอกทุกมุม ซึ่งจริงเพียงครึ่งเดียว

ละอองที่เล็กมากมีน้ำหนักน้อยจนแรงโน้มถ่วงแทบไม่มีผล มันจึงลอยตามกระแสลมของแอร์และพัดลมไปเรื่อย ๆ ในห้องที่มีระบบปรับอากาศทำงานอยู่ ละอองส่วนหนึ่งจะถูกดูดเข้าช่องกลับของแอร์และออกจากพื้นที่ก่อนได้ทำงาน

นอกจากนั้น ละอองที่เล็กมากยังระเหยเร็วกว่า ในสภาพอากาศร้อนและแห้งของไทย น้ำในละอองอาจระเหยไปก่อนที่ละอองจะตกลงบนพื้นผิว ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำยาที่ไปถึงพื้นผิวจริงน้อยกว่าที่ควร

นี่คือเหตุผลที่การเลือกเครื่องโดยดูแค่ว่าละอองเล็กที่สุดจึงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เพราะเป้าหมายไม่ใช่การทำให้เห็นหมอก แต่คือการทำให้น้ำยาไปเกาะบนพื้นผิวจริง

ทำไมสูงกว่า 50 ไมครอนถึงกลายเป็นการฉีดน้ำ

ในทางกลับกัน ละอองที่ใหญ่กว่าห้าสิบไมครอนจะมีน้ำหนักมากพอที่แรงโน้มถ่วงเอาชนะแรงต้านอากาศได้เร็ว มันจึงเดินทางเป็นเส้นโค้งลงพื้นเหมือนน้ำที่ฉีดออกจากหัวสเปรย์

ในทางปฏิบัติแปลว่าละอองส่วนใหญ่ตกลงพื้นภายในระยะหนึ่งเมตรจากหัวพ่น สิ่งที่อยู่เหนือระดับเอวขึ้นไปแทบไม่ได้รับน้ำยาเลย และเพดานกับช่องแอร์ซึ่งเป็นจุดที่เข้าถึงยากที่สุดก็ไม่ได้รับเลย

ผลข้างเคียงคือความเสียหาย พรมชื้น เอกสารเปียก พื้นลื่น และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีน้ำเกาะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลายองค์กรเลิกใช้เครื่องพ่นหลังจากใช้ไปไม่กี่ครั้ง

เครื่องพ่นแรงดันสูงสำหรับงานเกษตรอยู่ในกลุ่มนี้ ซึ่งไม่ได้แปลว่ามันเป็นเครื่องที่ไม่ดี มันเป็นเครื่องที่ดีมากสำหรับงานที่มันถูกออกแบบมา คือการพ่นสารลงบนใบไม้ที่ต้องการให้ตกลงเป้าหมายเร็วและไม่ปลิว

ช่วง 15-30 ไมครอน คือช่วงที่สองอย่างพอดี

ช่วง 15-30 ไมครอนเป็นช่วงที่ละอองเบาพอจะลอยอยู่ในอากาศนานพอที่จะกระจายไปทั่วปริมาตรห้องและขึ้นไปถึงพื้นผิวเหนือระดับหัว และหนักพอที่จะตกลงเคลือบพื้นผิวในที่สุดแทนที่จะลอยหายไป

ในทางปฏิบัติ นี่คือสิ่งที่ทำให้ห้องที่พ่นแล้วมีลักษณะเฉพาะสามอย่างพร้อมกัน คือพื้นแห้งภายในไม่กี่นาที ของบนโต๊ะไม่เปียก และมุมเพดานได้รับน้ำยาจริง

นี่ยังเป็นเหตุผลที่หัวพ่นปรับได้สำคัญกว่าขนาดถัง เพราะแม้จะอยู่ในช่วงเดียวกัน การปรับให้ค่อนไปทางสิบห้าไมครอนเหมาะกับห้องที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าและเอกสาร ส่วนการปรับให้ค่อนไปทางสามสิบไมครอนเหมาะกับห้องน้ำและพื้นกระเบื้อง

เครื่องที่ระบุช่วงนี้ไว้ในสเปกและปรับหัวพ่นได้ จึงเป็นเครื่องที่ใช้ได้กับทุกโซนในอาคารเดียว โดยไม่ต้องซื้อเครื่องที่สอง

ความเสียหายที่ตามมา

เลือกละอองเล็กเกินไป แล้วน้ำยาไม่ไปถึงพื้นผิว

ละอองต่ำกว่าสิบไมครอนลอยตามกระแสลมและอาจถูกดูดเข้าช่องกลับของแอร์ก่อนตกลงบนพื้นผิว ห้องดูเหมือนมีหมอกแต่พื้นผิวจริงได้รับน้ำยาน้อยกว่าที่ควร

เลือกละอองใหญ่เกินไป แล้วได้ความเสียหายแทนผลลัพธ์

ละอองสูงกว่าห้าสิบไมครอนตกลงพื้นภายในหนึ่งเมตร ทำให้พรมชื้น เอกสารเปียก พื้นลื่น และเพดานกับช่องแอร์ไม่ได้รับน้ำยาเลย

สเปกที่ไม่ระบุขนาดละอองคือสเปกที่บอกอะไรไม่ได้

เครื่องจำนวนมากในตลาดระบุแต่กำลังวัตต์ ขนาดถัง และอัตราการพ่นเป็นลิตรต่อชั่วโมง โดยไม่ระบุขนาดละองเลย ซึ่งทำให้ผู้ซื้อไม่มีทางรู้ว่าเครื่องจะทำงานแบบไหนในห้องของตัวเอง

เครื่องที่ทำของเสียหายจะถูกเลิกใช้ภายในไม่กี่ครั้ง

องค์กรส่วนใหญ่ที่เลิกใช้เครื่องพ่นไม่ได้เลิกเพราะเครื่องพัง แต่เลิกเพราะครั้งแรกที่ใช้แล้วทำเอกสารหรืออุปกรณ์เสียหาย จนไม่มีใครกล้าใช้อีก

ทำไมวิธีที่ใช้กันอยู่ถึงไม่ได้ผล

ดูอัตราการพ่นเป็นลิตรต่อชั่วโมงแทนขนาดละออง

อัตราการพ่นบอกว่าเครื่องปล่อยน้ำยาออกมาเท่าไหร่ต่อเวลา ไม่ได้บอกว่าน้ำยานั้นไปถึงไหน เครื่องที่พ่นออกมามากแต่ละอองใหญ่ก็แค่ทำให้พื้นเปียกเร็วขึ้นเท่านั้น

คิดว่ายิ่งละอองเล็กยิ่งดี

ละอองที่เล็กเกินไปลอยหลุดออกจากพื้นที่และระเหยเร็วในอากาศร้อน ทำให้น้ำยาไปถึงพื้นผิวน้อยกว่าที่ควร เป้าหมายคือให้น้ำยาเกาะพื้นผิว ไม่ใช่ให้เห็นหมอกสวย

วัดผลจากการมองเห็นหมอกในห้อง

ความหนาแน่นของหมอกที่มองเห็นไม่ได้บอกว่าน้ำยาไปถึงเพดานหรือไม่ ห้องที่มองเห็นหมอกหนาอาจเป็นห้องที่ละอองใหญ่และกำลังตกลงพื้นอยู่ก็ได้

ใช้เครื่องเกษตรในอาคารเพราะกำลังแรงกว่า

เครื่องเกษตรออกแบบมาให้ละอองตกลงเป้าหมายเร็วและไม่ปลิว ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่อาคารต้องการ กำลังที่แรงกว่าจึงไม่ได้ช่วย แต่ทำให้ความเสียหายเกิดเร็วขึ้น

ซื้อเครื่องที่ปรับหัวพ่นไม่ได้เพราะถูกกว่า

อาคารหนึ่งหลังมีทั้งห้องที่มีคอมพิวเตอร์และห้องน้ำที่เป็นกระเบื้อง เครื่องที่ปรับไม่ได้จะเหมาะกับอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น และคุณจะต้องซื้อเครื่องที่สองอยู่ดี

วิธีทดสอบด้วยตัวเองว่าเครื่องอยู่ในช่วงที่ถูกต้อง

คุณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือวัดขนาดละอองในห้องแล็บ เพราะพฤติกรรมของละอองในช่วงที่ถูกต้องสังเกตได้ด้วยตาในการใช้งานจริง และมีบททดสอบง่าย ๆ สามข้อ

ข้อแรก หลังพ่นเสร็จ พื้นควรแห้งภายในไม่กี่นาทีและไม่ลื่น ถ้าพื้นเป็นแอ่งน้ำหรือต้องเช็ดตาม แปลว่าละอองใหญ่เกินไป

ข้อที่สอง ของบนโต๊ะ เช่น เอกสารหรือคีย์บอร์ด ควรไม่มีร่องรอยน้ำ และข้อที่สาม มุมเพดานกับช่องแอร์ควรได้รับน้ำยาจริง ซึ่งสังเกตได้จากคราบบาง ๆ ที่มองเห็นตอนแห้งใหม่ ๆ หรือทดสอบด้วยกระดาษบ่งชี้ที่ติดไว้ก่อนพ่น ถ้าสามข้อนี้ผ่านพร้อมกัน แปลว่าเครื่องคุณทำงานในช่วงที่ถูกต้อง

10 เหตุผลที่ AIROFOG U260 แก้ปัญหานี้ได้

1. ช่วง 15-30 ไมครอนคือจุดสมดุลระหว่างการลอยกับการตกเคลือบ

เบาพอที่จะลอยไปทั่วปริมาตรห้องและขึ้นถึงเพดาน และหนักพอที่จะตกลงเคลือบพื้นผิวในที่สุด ซึ่งเป็นสองเงื่อนไขที่ต้องมีพร้อมกันจึงจะได้ผลจริง

2. ทำให้พื้นแห้งเร็วพอที่จะใช้พื้นที่ต่อได้ทันที

ฟิล์มบางที่ละอองในช่วงนี้ทิ้งไว้แห้งเองภายในไม่กี่นาที ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้การพ่นระหว่างรอบการใช้งานเป็นไปได้จริงในโรงเรียน คลินิก ร้านค้า และสำนักงาน

3. ทำให้พ่นในห้องที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าได้

ละอองในช่วงนี้ที่ปรับให้ค่อนไปทางแห้ง ไม่ทิ้งหยดน้ำบนอุปกรณ์ ทำให้พ่นห้องเซิร์ฟเวอร์ ห้องคอมพิวเตอร์ และเคาน์เตอร์ที่มีเครื่องคิดเงินได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เครื่องละอองใหญ่ทำไม่ได้

4. เข้าถึงเพดานและช่องแอร์ซึ่งไม่มีใครเช็ดถึง

ในเกือบทุกอาคาร จุดที่ไม่เคยได้รับการทำความสะอาดคือเพดานและช่องแอร์ ละอองในช่วงนี้ลอยขึ้นไปถึงและตกเคลือบได้ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่การพ่นให้ผลต่างจากการเช็ด

5. ทำให้พื้นไม่ลื่น ซึ่งสำคัญในที่ที่มีคนเดิน

ฟิล์มบางไม่ใช่แอ่งน้ำ พื้นจึงไม่ลื่น ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับสถานสงเคราะห์ โรงพยาบาล ร้านค้า และอาคารสาธารณะที่มีผู้สูงอายุเดิน

6. ใช้น้ำยาน้อยกว่าการฉีดสเปรย์มาก

เพราะละอองกระจายทั่วปริมาตรแทนที่จะตกกองอยู่จุดเดียว ปริมาณน้ำยาที่ใช้ต่อพื้นที่จึงน้อยกว่าการฉีดสเปรย์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งลดต้นทุนต่อรอบลงมาก

7. ทำงานได้ในเวลาที่สั้นพอจะทำเป็นประจำ

ความเร็วของการพ่นในช่วงนี้ทำให้ห้องขนาดหกสิบถึงเก้าสิบตารางเมตรใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทำให้มันกลายเป็นงานประจำแทนที่จะเป็นเหตุการณ์เดือนละครั้ง

8. ปรับภายในช่วงได้ให้เหมาะกับแต่ละโซน

การปรับให้ค่อนไปทางสิบห้าไมครอนเหมาะกับห้องที่มีอุปกรณ์ ส่วนค่อนไปทางสามสิบไมครอนเหมาะกับห้องน้ำและพื้นกระเบื้อง เครื่องที่ปรับได้จึงใช้ได้ทั้งอาคารด้วยเครื่องเดียว

9. ใช้กับน้ำยาได้หลากหลายชนิด

เครื่องที่ทำงานในช่วงนี้เป็นระบบส่งน้ำยา ไม่ใช่การผูกมัดกับเคมียี่ห้อเดียว คุณจึงใช้น้ำยาที่องค์กรอนุมัติไว้แล้วได้ และเปลี่ยนน้ำยาได้ในอนาคตโดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง

10. เป็นสเปกที่ตรวจสอบได้และใช้อ้างอิงในเอกสารได้

เมื่อองค์กรต้องยื่นเอกสารให้ลูกค้า ผู้ตรวจ หรือหน่วยงานต้นสังกัด การระบุขนาดละอองที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่ทำให้เอกสารมีน้ำหนัก ต่างจากการเขียนแค่ว่าใช้เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนและหลัง

ก่อน

  • เปรียบเทียบเครื่องจากกำลังวัตต์ ขนาดถัง และราคา โดยไม่ดูขนาดละออง
  • เข้าใจว่ายิ่งละอองเล็กยิ่งดี หรือยิ่งพ่นออกมามากยิ่งดี
  • ใช้เครื่องละอองใหญ่ในอาคาร แล้วพรมชื้น เอกสารเปียก และพื้นลื่น
  • เพดานและช่องแอร์ไม่เคยได้รับน้ำยาเลย ทั้งที่พ่นทุกครั้ง
  • ต้องเช็ดพื้นตามหลังพ่นทุกครั้ง จนงานพ่นกลายเป็นภาระ
  • เลิกใช้เครื่องภายในไม่กี่ครั้งเพราะทำของเสียหาย

หลัง

  • เลือกเครื่องโดยดูขนาดละอองเป็นสเปกแรก
  • ใช้ช่วง 15-30 ไมครอนซึ่งลอยทั่วห้องแล้วตกเคลือบเป็นฟิล์มบาง
  • พื้นแห้งภายในไม่กี่นาทีและไม่ลื่น ใช้พื้นที่ต่อได้ทันที
  • เอกสารและอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่เสียหาย พ่นในห้องที่มีของได้
  • เพดานและช่องแอร์ได้รับน้ำยาจริงในทุกรอบ
  • งานพ่นใช้เวลาไม่กี่นาทีต่อห้อง จึงกลายเป็นงานประจำที่ทำได้ทุกวัน

เริ่มต้นได้ใน 3 ขั้นตอน

1. ตรวจสเปกขนาดละอองก่อนดูอย่างอื่น

ก่อนดูราคาหรือขนาดถัง ให้ดูว่าสเปกระบุขนาดละอองไว้หรือไม่ และอยู่ในช่วงเท่าไหร่ ถ้าไม่ระบุเลย นั่นคือสัญญาณว่าคุณไม่มีทางรู้ว่าเครื่องจะทำงานอย่างไรในห้องของคุณ

2. ทดสอบสามข้อในพื้นที่จริงของคุณ

หลังพ่น พื้นต้องแห้งภายในไม่กี่นาทีและไม่ลื่น ของบนโต๊ะต้องไม่มีร่องรอยน้ำ และมุมเพดานกับช่องแอร์ต้องได้รับน้ำยาจริง ทดสอบด้วยกระดาษบ่งชี้ที่ติดไว้ก่อนพ่นได้ ถ้าผ่านครบสามข้อ เครื่องคุณอยู่ในช่วงที่ถูกต้อง

3. ให้เราตั้งหัวพ่นให้ตรงกับแต่ละโซนของคุณ

การอยู่ในช่วงที่ถูกต้องเป็นเรื่องของเครื่อง แต่การตั้งค่าให้เหมาะกับแต่ละโซนเป็นเรื่องของการติดตั้ง เราจะตั้งหัวพ่นให้ค่อนไปทางแห้งสำหรับโซนอุปกรณ์และตั้งปกติสำหรับโซนพื้นกระเบื้อง พร้อมคำนวณอัตราส่วนผสมและสอนทีมของคุณ

เสียงจากผู้ใช้จริง

“ตอนซื้อเครื่องแรกผมดูแค่กำลังวัตต์กับขนาดถังครับ พอใช้จริงถึงรู้ว่าตัวเลขที่สำคัญที่สุดคือขนาดละออง เพราะมันตัดสินว่าน้ำยาจะไปถึงเพดานหรือจะตกลงพื้นตรงหน้าเรา ทุกวันนี้เวลามีคนมาถามว่าจะซื้อเครื่องอะไรดี ผมถามกลับข้อเดียวก่อนเลยว่าสเปกระบุขนาดละอองไว้ไหม”

ผู้จัดการฝ่ายอาคารสถานที่ — องค์กรที่ใช้งานเครื่องพ่น ULV ประจำวัน

ไมครอนคืออะไร และทำไมความต่างไม่กี่ไมครอนถึงเปลี่ยนทุกอย่าง

หนึ่งไมครอนคือหนึ่งในล้านของเมตร หรือหนึ่งในพันของมิลลิเมตร เส้นผมมนุษย์มีความหนาประมาณเจ็ดสิบไมครอน ดังนั้นละอองขนาดสามสิบไมครอนจึงมีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของความหนาเส้นผม

เหตุผลที่ความต่างไม่กี่ไมครอนเปลี่ยนพฤติกรรมของละอองอย่างสิ้นเชิง เป็นเพราะน้ำหนักของหยดน้ำเพิ่มขึ้นตามปริมาตร ซึ่งเพิ่มตามกำลังสามของขนาด ในขณะที่แรงต้านอากาศเพิ่มตามพื้นที่หน้าตัดซึ่งเพิ่มตามกำลังสอง

ผลคือเมื่อขนาดละอองเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า น้ำหนักเพิ่มขึ้นแปดเท่า แต่แรงต้านอากาศเพิ่มขึ้นเพียงสี่เท่า ละอองจึงตกเร็วขึ้นมากกว่าที่สัดส่วนขนาดจะบอก

นี่คือเหตุผลทางฟิสิกส์ที่ทำให้ละอองสามสิบไมครอนกับละอองหกสิบไมครอนมีพฤติกรรมต่างกันคนละเรื่อง ทั้งที่ตัวเลขดูเหมือนต่างกันแค่เท่าตัว

ทำไมสภาพอากาศไทยยิ่งทำให้ช่วงนี้สำคัญ

ในอากาศร้อนและค่อนข้างแห้ง หยดน้ำขนาดเล็กจะระเหยเร็วกว่าในอากาศเย็นและชื้น ซึ่งแปลว่าละอองที่เล็กเกินไปอาจระเหยหมดก่อนตกลงบนพื้นผิว

ในทางกลับกัน ห้องปรับอากาศในไทยมักตั้งอุณหภูมิต่ำและมีการหมุนเวียนอากาศแรง ทำให้ละอองที่เบามากถูกพัดไปตามกระแสลมและอาจถูกดูดเข้าช่องกลับของแอร์ก่อนได้ทำงาน

ช่วง 15-30 ไมครอนจึงเหมาะกับสภาพการใช้งานในไทยเป็นพิเศษ เพราะมีมวลพอที่จะไม่ระเหยหมดกลางทางในอากาศร้อน และไม่เบาจนถูกระบบแอร์พัดออกไปก่อนตกเคลือบ

ในทางปฏิบัติ นี่คือเหตุผลที่เครื่องที่ระบุช่วงนี้และปรับหัวพ่นได้ ทำงานได้ทั้งในห้องแอร์และในพื้นที่กึ่งเปิดอย่างโรงอาหารหรือโถงอาคาร ซึ่งเป็นสองสภาพที่พบมากที่สุดในอาคารไทย

คำถามที่พบบ่อย

ขนาดละอองที่เหมาะกับงานในอาคารคือเท่าไหร่

ช่วง 15-30 ไมครอน เบาพอจะลอยไปทั่วห้องและขึ้นถึงเพดาน และหนักพอจะตกลงเคลือบพื้นผิวเป็นฟิล์มบางที่แห้งเร็ว

ทำไมละอองเล็กกว่า 10 ไมครอนถึงไม่ดีกว่า

เพราะเบาเกินจนลอยตามกระแสลมและอาจถูกดูดเข้าช่องกลับของแอร์ก่อนตกลงบนพื้นผิว และในอากาศร้อนของไทยยังระเหยเร็วจนน้ำยาไปถึงพื้นผิวน้อยกว่าที่ควร

ทำไมละอองใหญ่กว่า 50 ไมครอนถึงใช้ในอาคารไม่ได้

เพราะตกลงพื้นภายในระยะประมาณหนึ่งเมตร ทำให้พื้นเปียกและลื่น เอกสารกับอุปกรณ์เสียหาย ในขณะที่เพดานและช่องแอร์ไม่ได้รับน้ำยาเลย

ถ้าสเปกเครื่องไม่ระบุขนาดละอองควรทำอย่างไร

ถามผู้ขายโดยตรงและขอเอกสารสเปกจากผู้ผลิต ถ้าไม่มีข้อมูลนี้ ให้ถือว่าคุณไม่มีทางรู้ว่าเครื่องจะทำงานอย่างไรในห้องของคุณ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรรับ

ทดสอบเองได้ไหมว่าเครื่องอยู่ในช่วงที่ถูกต้อง

ได้ ใช้บททดสอบสามข้อ หลังพ่นพื้นต้องแห้งในไม่กี่นาทีและไม่ลื่น ของบนโต๊ะต้องไม่มีร่องรอยน้ำ และมุมเพดานต้องได้รับน้ำยาจริง ซึ่งทดสอบด้วยกระดาษบ่งชี้ที่ติดไว้ก่อนพ่นได้

หัวพ่นปรับได้ช่วยอะไรในเมื่ออยู่ในช่วงเดียวกันอยู่แล้ว

แม้จะอยู่ในช่วงเดียวกัน การปรับให้ค่อนไปทางสิบห้าไมครอนเหมาะกับห้องที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าและเอกสาร ส่วนค่อนไปทางสามสิบไมครอนเหมาะกับห้องน้ำและพื้นกระเบื้อง เครื่องเดียวจึงใช้ได้ทั้งอาคาร

ขนาดละอองมีผลกับปริมาณน้ำยาที่ใช้ไหม

มีมาก ละอองในช่วงที่ถูกต้องกระจายทั่วปริมาตรแทนที่จะตกกองที่จุดเดียว จึงใช้น้ำยาต่อพื้นที่น้อยกว่าการฉีดสเปรย์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งลดต้นทุนต่อรอบ

ใช้ขนาดละอองอ้างอิงในเอกสารรายงานได้ไหม

ได้ และควรทำ การระบุขนาดละอองที่ชัดเจนทำให้เอกสารที่ยื่นลูกค้า ผู้ตรวจ หรือหน่วยงานต้นสังกัด มีน้ำหนักกว่าการเขียนแค่ว่าใช้เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ

ถ้าดูสเปกได้แค่ตัวเลขเดียว ให้ดูขนาดละออง

ในบรรดาตัวเลขทั้งหมดในสเปกเครื่องพ่นฆ่าเชื้อ ขนาดละอองคือตัวเดียวที่ตัดสินว่าน้ำยาจะไปถึงเพดาน ตกลงพื้นตรงหน้าคุณ หรือลอยหายไปโดยไม่ได้ทำงาน

ช่วง 15-30 ไมครอนคือช่วงที่ทำให้สามอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน คือพื้นแห้งเร็ว ของไม่เสียหาย และเพดานกับช่องแอร์ได้รับน้ำยาจริง ซึ่งเป็นสามข้อที่ตัดสินว่าการพ่นจะกลายเป็นงานประจำหรือถูกเลิกไป

ถ้าคุณกำลังเลือกเครื่อง หรืออยากรู้ว่าเครื่องที่มีอยู่อยู่ในช่วงไหน ส่งสเปกเครื่องและผังพื้นที่ของคุณมา เราจะบอกได้ว่าเครื่องนั้นเหมาะกับโซนไหนของคุณบ้าง

ดูเครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U260 สเปก ขนาดละออง และราคา

ดูสินค้าและราคา คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268

#เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโควิด19#AirofogU260#เครื่องพ่นULV#ขนาดละออง15ไมครอน#เครื่องพ่นละอองฝอย#WorldHealthDisinfection#พ่นฆ่าเชื้อ2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้