ล็อตเครื่องสำอางถูกตีกลับเพราะเชื้อเกินเกณฑ์! โรงงานเครื่องสำอางและอาหารเสริมกู้ห้องคลีนรูมด้วย Airofog U260

Last updated: 2 ก.ย. 2569  |  57 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นฝอยละออง

ล็อตเครื่องสำอางถูกตีกลับเพราะเชื้อเกินเกณฑ์! โรงงานเครื่องสำอางและอาหารเสริมกู้ห้องคลีนรูมด้วย Airofog U260

ในโรงงานเครื่องสำอางและอาหารเสริม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลตรวจจุลชีววิทยาแผ่นเดียว และเมื่อมันไม่ผ่าน ความเสียหายไม่ได้จบที่ล็อตนั้น แต่ลามไปถึงลูกค้า แบรนด์ และใบรับรองที่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้มา

เรื่องจริงที่เกิดขึ้น — ล็อตที่ 12,000 ชิ้น กับผลตรวจที่ไม่มีใครอธิบายได้

คุณธีรวัฒน์ เป็นผู้จัดการฝ่ายประกันคุณภาพของโรงงานรับจ้างผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขนาดกลางในจังหวัดสมุทรปราการ รับผลิตให้แบรนด์ไทยประมาณ 40 แบรนด์

โรงงานได้รับการรับรอง GMP มาแล้วห้าปี มีห้องผสมและห้องบรรจุที่ควบคุมสภาวะแวดล้อม มีระบบกรองอากาศ มีห้องเปลี่ยนชุดสองชั้น และมีขั้นตอนการทำความสะอาดที่เขียนไว้เป็นเอกสารอย่างละเอียด

ปัญหาเริ่มในเดือนมิถุนายน ล็อตครีมบำรุงผิวจำนวน 12,000 ชิ้นของลูกค้าแบรนด์หนึ่ง ส่งผลตรวจจุลชีววิทยาแล้วพบว่าปริมาณจุลินทรีย์รวมสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนด

คุณธีรวัฒน์เล่าว่าปฏิกิริยาแรกของทีมคือคิดว่าเป็นความผิดพลาดของห้องแล็บ จึงส่งตรวจซ้ำอีกสองครั้งกับสองห้องแล็บ ผลออกมาเหมือนเดิมทั้งสองครั้ง

ทีมจึงเริ่มไล่ตรวจย้อนกลับตามลำดับ วัตถุดิบทุกตัวถูกตรวจซ้ำ ผลผ่านหมด น้ำที่ใช้ในการผลิตถูกตรวจ ผลผ่าน อุปกรณ์และถังผสมถูกเก็บ swab หลังทำความสะอาด ผลผ่านเช่นกัน

ทุกอย่างผ่านหมด แต่ผลิตภัณฑ์ไม่ผ่าน

จุดเปลี่ยนมาจากที่ปรึกษาด้านคุณภาพที่บริษัทเชิญมา เขาขอเก็บตัวอย่างจากอากาศในห้องบรรจุด้วยจานเลี้ยงเชื้อแบบวางทิ้งไว้ระหว่างการผลิตจริง และเก็บ swab จากพื้นผิวที่ไม่ได้อยู่ในรายการทำความสะอาดประจำ

สองสัปดาห์ต่อมาผลกลับมา จานเลี้ยงเชื้อที่วางไว้ในห้องบรรจุระหว่างการผลิตมีปริมาณเชื้อสูงกว่าที่ควรอย่างชัดเจน และจุดที่พบเชื้อจาก swab คือ หน้ากากช่องลมจ่ายอากาศ หลังตู้ควบคุมไฟฟ้าของสายพาน ใต้สายพานลำเลียง ขอบยางประตูห้องเปลี่ยนชุด และคานเหนือศีรษะในห้องบรรจุ

คุณธีรวัฒน์บอกว่าตอนนั้นเขาถึงเข้าใจว่าปัญหาของเขาคืออะไร

โรงงานทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสผลิตภัณฑ์โดยตรงอย่างดีเยี่ยม ถังผสม ท่อ หัวบรรจุ ภาชนะ ทุกอย่างมีขั้นตอนชัดเจนและมีบันทึกครบ

แต่พื้นผิวที่ไม่สัมผัสผลิตภัณฑ์โดยตรง อย่างเพดาน คาน ผนังส่วนบน หลังตู้ไฟ ใต้สายพาน และช่องลม กลับแทบไม่มีอยู่ในระบบเลย ทั้งที่สิ่งที่อยู่บนพื้นผิวเหล่านั้นสามารถหลุดลงมาปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ที่กำลังบรรจุอยู่ด้านล่างได้ตลอดเวลา

ต้นทุนของเหตุการณ์ครั้งนั้นคำนวณได้ชัดเจน ล็อต 12,000 ชิ้นต้องถูกทำลาย มูลค่าวัตถุดิบและค่าแรงรวมกว่าหนึ่งล้านบาท ลูกค้าแบรนด์นั้นต้องเลื่อนแคมเปญเปิดตัวออกไปสองเดือน และเรียกร้องค่าชดเชยส่วนหนึ่ง

ที่หนักกว่านั้นคือ ลูกค้าอีกสามแบรนด์ที่ได้ยินเรื่องนี้ขอเข้ามาตรวจประเมินโรงงานนอกรอบทันที และหนึ่งในนั้นชะลอคำสั่งผลิตล็อตถัดไปไว้ก่อน

คุณธีรวัฒน์บอกว่า สิ่งที่ทำให้เขานอนไม่หลับที่สุดคือ เขาไม่มีคำตอบให้ลูกค้าว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำได้อย่างไร นอกจากคำว่าเราจะทำความสะอาดให้บ่อยขึ้น ซึ่งเขารู้ดีว่าไม่ใช่คำตอบที่เพียงพอ

เจาะลึกความเสียหายที่มองไม่เห็น

การควบคุมจุลชีววิทยาในโรงงานเครื่องสำอางและอาหารเสริมมีลักษณะเฉพาะที่ทำให้ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำได้ง่าย ถ้าไม่จัดการที่ต้นเหตุจริง

1. พื้นผิวที่ไม่สัมผัสผลิตภัณฑ์แต่ปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ได้

ระบบคุณภาพของโรงงานส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับพื้นผิวที่สัมผัสผลิตภัณฑ์โดยตรงเป็นอันดับแรก ซึ่งถูกต้อง แต่มักทำให้พื้นผิวอื่นถูกจัดลำดับความสำคัญต่ำลงมาก

ปัญหาคือเพดาน คาน ผนังส่วนบน หน้ากากช่องลม และใต้สายพาน อยู่เหนือหรือใกล้จุดที่ผลิตภัณฑ์เปิดฝาอยู่ระหว่างการบรรจุ สิ่งที่สะสมอยู่บนพื้นผิวเหล่านั้นจึงมีเส้นทางตกลงสู่ผลิตภัณฑ์โดยตรง

ที่ทำให้ยากคือ พื้นผิวเหล่านี้เข้าถึงยาก อยู่สูง ต้องใช้บันได และต้องหยุดสายการผลิตเพื่อทำ จึงถูกเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ

2. การทำความสะอาดที่ต้องหยุดไลน์ผลิต

การทำความสะอาดลึกในห้องผลิตต้องหยุดสายการผลิต ซึ่งมีต้นทุนโดยตรง ในโรงงานรับจ้างผลิตที่มีคิวงานแน่น การหาหน้าต่างเวลาสองวันเพื่อทำความสะอาดใหญ่จึงยากมาก

ผลคือโรงงานจำนวนมากทำความสะอาดลึกเพียงไตรมาสละครั้งหรือปีละสองครั้ง ซึ่งเป็นช่วงห่างที่ยาวเกินไปสำหรับพื้นที่ที่มีคนเข้าออกทุกวัน

ยิ่งไปกว่านั้น การเช็ดพื้นผิวสูงด้วยผ้าและบันไดในห้องคลีนรูมยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายเพิ่มขึ้นระหว่างทำงานด้วย

3. ความเสียหายที่คูณด้วยจำนวนแบรนด์ในโรงงาน

โรงงานรับจ้างผลิตมีลูกค้าหลายสิบแบรนด์ใช้พื้นที่ผลิตร่วมกัน เมื่อเกิดปัญหากับล็อตเดียว ผลกระทบด้านความเชื่อมั่นจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ลูกค้ารายนั้น

ลูกค้ารายอื่นจะขอเข้าตรวจประเมินนอกรอบทันที ซึ่งกินเวลาทีมงานและเปิดโอกาสให้พบข้อบกพร่องอื่นเพิ่ม

และในธุรกิจนี้ ข่าวเดินทางเร็วมากระหว่างเจ้าของแบรนด์ที่รู้จักกัน

4. ความเสี่ยงต่อผู้บริโภคปลายทาง

เครื่องสำอางที่มีการปนเปื้อนจุลินทรีย์เกินเกณฑ์อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ผื่น หรือการติดเชื้อที่ผิวหนัง โดยเฉพาะเมื่อใช้บริเวณรอบดวงตาหรือบนผิวที่มีแผล

สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ความเสี่ยงคือการเจ็บป่วยจากการบริโภคโดยตรง ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกคืนสินค้าและการดำเนินการทางกฎหมาย

คุณธีรวัฒน์ย้ำว่า เหตุผลที่แท้จริงที่ต้องทำเรื่องนี้ให้ถูกต้อง ไม่ใช่เพราะกลัวลูกค้าหรือกลัวผู้ตรวจ แต่เพราะปลายทางคือคนที่เอาผลิตภัณฑ์ไปทาหน้าและกินเข้าไป

ทำไมวิธีเดิม ๆ ถึงเอาไม่อยู่

หลังเหตุการณ์ ทีมของคุณธีรวัฒน์เพิ่มความเข้มงวดในทุกจุดที่ทำได้ และพบว่าวิธีเดิมมีเพดานที่ชัดเจน

  • การเพิ่มความถี่ในการเช็ดพื้นผิวสัมผัสผลิตภัณฑ์ ทำได้และควรทำ แต่ไม่ได้แก้ปัญหา เพราะจุดที่พบเชื้อไม่ใช่พื้นผิวสัมผัสผลิตภัณฑ์เลยแม้แต่จุดเดียว
  • การเช็ดเพดานและคานด้วยผ้าและบันได ทำได้จริงแต่ต้องหยุดไลน์ ใช้เวลานาน มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และการเคลื่อนไหวบนบันไดยังทำให้ฝุ่นฟุ้งเพิ่มระหว่างทำ
  • การเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศบ่อยขึ้น เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่แผ่นกรองจัดการอากาศที่ไหลผ่านระบบ ไม่ได้จัดการสิ่งที่สะสมอยู่บนหน้ากากช่องลมด้านในห้อง หรือบนคานเหนือสายพาน
  • การเพิ่มขั้นตอนในห้องเปลี่ยนชุด ลดสิ่งที่คนพาเข้ามาได้ แต่ไม่ได้จัดการสิ่งที่สะสมอยู่ในห้องผลิตมาแล้วหลายเดือน
  • การใช้แสง UV ติดตั้งประจำที่ มีข้อจำกัดสำคัญคือ UV ทำงานได้เฉพาะพื้นผิวที่แสงส่องถึงโดยตรงเท่านั้น จุดอย่างหลังตู้ไฟ ใต้สายพาน และในช่องลม อยู่ในเงาทั้งหมด
  • การจ้างทีมทำความสะอาดคลีนรูมภายนอก มีต้นทุนสูงมากต่อครั้ง ต้องนัดล่วงหน้า และยังคงต้องหยุดไลน์อยู่ดี จึงทำได้ไม่บ่อยพอที่จะเป็นมาตรการควบคุมจริง

ทางออกที่มืออาชีพเลือกใช้ — Airofog U260

สิ่งที่ที่ปรึกษาแนะนำให้คุณธีรวัฒน์เพิ่มเข้าไปในระบบ คือขั้นตอนฆ่าเชื้อพื้นที่ที่ครอบคลุมพื้นผิวทุกทิศทางรวมถึงจุดที่คนเข้าไม่ถึง และทำได้ในหน้าต่างเวลาสั้น ๆ ระหว่างกะ โดยไม่ต้องใช้บันไดและไม่ต้องหยุดไลน์นานหลายวัน

นั่นคือการพ่นละอองฝอยแบบ ULV หรือ Ultra Low Volume ซึ่งปล่อยละอองน้ำยาฆ่าเชื้อขนาดไมครอนจำนวนมหาศาลให้ลอยเต็มปริมาตรห้อง แล้วเกาะพื้นผิวจากทุกทิศทาง ทั้งด้านบน ด้านล่าง ด้านข้าง และในเงา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งการเช็ดและแสง UV ทำไม่ได้

Airofog U260 คือเครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากประเทศเยอรมนี ที่ให้ละอองขนาด 15-30 ไมครอน ซึ่งเหมาะกับงานห้องผลิตเป็นอย่างยิ่ง เพราะละอองขนาดนี้ลอยเต็มปริมาตรห้องได้จริง เข้าถึงคาน เพดาน หน้ากากช่องลม และช่องว่างหลังอุปกรณ์ แล้วแห้งเร็วโดยไม่ทิ้งหยดน้ำบนพื้นผิวหรืออุปกรณ์

สิ่งที่ทำให้เข้ากับโรงงานที่คิวแน่นได้คือความเร็ว ห้องบรรจุขนาด 200 ตารางเมตรใช้เวลาพ่นราว 12 ถึง 15 นาที ซึ่งเสียบเข้าไปในช่วงเปลี่ยนกะหรือหลังจบงานประจำวันได้พอดี ทำให้เปลี่ยนงานฆ่าเชื้อพื้นที่จากเหตุการณ์รายไตรมาส เป็นกิจวัตรรายวันหรือรายสัปดาห์

10 เหตุผลที่ Airofog U260 แก้ปัญหานี้ได้จริง

1เข้าถึงเพดาน คาน และผนังส่วนบนโดยไม่ต้องใช้บันได

จุดที่พบเชื้อในกรณีนี้เกือบทั้งหมดอยู่สูงเหนือระดับที่คนเอื้อมถึง การเช็ดต้องใช้บันไดและต้องหยุดไลน์ ละอองไมครอนลอยขึ้นเต็มปริมาตรห้องและเกาะพื้นผิวเหล่านั้นเองโดยไม่ต้องมีใครปีนขึ้นไป ซึ่งปลอดภัยกว่าและเร็วกว่ามาก

2ครอบคลุมจุดในเงาที่แสง UV ทำไม่ได้

ระบบ UV มีข้อจำกัดพื้นฐานคือทำงานเฉพาะพื้นผิวที่แสงส่องถึงโดยตรง จุดอย่างหลังตู้ควบคุมไฟฟ้า ใต้สายพานลำเลียง ในช่องลม และซอกระหว่างเครื่องจักรกับผนัง อยู่ในเงาทั้งหมด แต่ละออง ULV เดินทางไปตามอากาศจึงเข้าถึงได้

3ทำได้ในช่วงเปลี่ยนกะ ไม่ต้องหยุดไลน์หลายวัน

นี่คือข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดของโรงงานรับจ้างผลิตที่คิวแน่น การพ่นห้องบรรจุ 200 ตารางเมตรใช้เวลา 12 ถึง 15 นาที ซึ่งทำได้ในช่วงเปลี่ยนกะ ทำให้ความถี่เพิ่มจากไตรมาสละครั้งเป็นทุกวันหรือทุกสัปดาห์ได้จริง

4ละออง 15-30 ไมครอน ลอยเต็มปริมาตรห้องได้จริง

ขนาดละอองเป็นตัวชี้ขาดว่าจะได้การครอบคลุมทั่วห้องหรือแค่บริเวณที่พ่น ละอองที่ใหญ่เกินไปจะตกลงพื้นทันทีและครอบคลุมเฉพาะจุด ส่วนช่วง 15-30 ไมครอนอยู่ในเกณฑ์ที่ลอยได้นานพอจะกระจายทั่วปริมาตรห้องก่อนจะเกาะพื้นผิว

5สายพ่นงวงช้าง 50 เซนติเมตร เข้าถึงหลังตู้ไฟและใต้สายพาน

จุดที่พบเชื้อในกรณีนี้รวมถึงหลังตู้ควบคุมไฟฟ้าและใต้สายพานลำเลียง ซึ่งเป็นช่องแคบที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึงและถอดออกมาทำความสะอาดไม่ได้ สายงวงช้างทำให้พนักงานสอดเข้าไปพ่นตรงจุดได้

6หัวฉีดปรับได้ 6 ระดับ ใช้ได้ทั้งห้องผลิตและห้องรอบข้าง

ห้องบรรจุที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสายพานต้องการละอองระดับเบาที่แห้งเร็ว ส่วนห้องเก็บวัตถุดิบ ห้องเปลี่ยนชุด และทางเดิน รับระดับที่หนักกว่าได้ การปรับได้ 6 ระดับทำให้ใช้เครื่องเดียวจัดการทั้งโรงงาน

7ใช้ร่วมกับน้ำยาที่เหมาะกับข้อกำหนด GMP ได้

งานเครื่องสำอางและอาหารเสริมมีข้อกำหนดเรื่องชนิดน้ำยาและสารตกค้างที่เข้มงวด U260 รองรับน้ำยาได้หลายประเภท ทำให้ฝ่ายประกันคุณภาพเลือกสูตรที่มีเอกสารรับรองและสอดคล้องกับระบบคุณภาพของโรงงานได้

8มีเอกสารรับรองที่ใช้ประกอบการตรวจ GMP ได้

ในการตรวจประเมิน ผู้ตรวจจะขอดูเอกสารเครื่องมือ เอกสารน้ำยา และบันทึกการปฏิบัติ Airofog U260 มีการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมอนามัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึง WHO, TUV Rheinland และ IPARC ให้ยื่นได้ครบ

9น้ำหนัก 3.4 กิโลกรัม พนักงานคนเดียวทำได้ทุกห้อง

โรงงานมีหลายห้องที่ต้องพ่นในรอบเดียว ทั้งห้องผสม ห้องบรรจุ ห้องเปลี่ยนชุด และห้องเก็บบรรจุภัณฑ์ เครื่องที่เบาทำให้พนักงานคนเดียวเดินพ่นได้ครบโดยไม่ต้องพัก และสวมชุดคลีนรูมได้สะดวก

10ต้นทุนต่ำกว่าการทำลายล็อตเดียวอย่างเทียบไม่ได้

ล็อตเดียวที่ถูกทำลายในกรณีนี้มีมูลค่ากว่าหนึ่งล้านบาท ยังไม่รวมค่าชดเชยลูกค้าและคำสั่งผลิตที่ถูกชะลอ เมื่อเทียบกับราคาเครื่องพ่นคุณภาพสูงหนึ่งเครื่องแล้ว การตัดสินใจนี้ไม่ต้องใช้เวลาคิดนาน

ก่อนใช้ vs หลังใช้ Airofog U260

หัวข้อก่อนใช้ U260หลังใช้ U260
เพดาน คาน ผนังส่วนบนทำความสะอาดไตรมาสละครั้ง ต้องหยุดไลน์ครอบคลุมทุกครั้งที่พ่น ไม่ต้องใช้บันได
หน้ากากช่องลมจ่ายอากาศล้างพร้อมเปลี่ยนแผ่นกรองเท่านั้นพ่นครอบคลุมทุกสัปดาห์
หลังตู้ไฟและใต้สายพานเข้าไม่ถึง ไม่มีในระบบพ่นตรงจุดด้วยสายงวงช้างทุกสัปดาห์
ความถี่การฆ่าเชื้อพื้นที่ไตรมาสละครั้งทุกวันในห้องบรรจุ ทุกสัปดาห์ทั้งโรงงาน
ผลตรวจจานเลี้ยงเชื้อในห้องบรรจุสูงกว่าเกณฑ์อย่างชัดเจนอยู่ในเกณฑ์ทุกรอบตรวจถัดมา
ล็อตที่ไม่ผ่านผลตรวจ1 ล็อต 12,000 ชิ้น มูลค่ากว่าหนึ่งล้านบาทไม่มีล็อตที่ไม่ผ่านอีกตลอดปีถัดมา

คุณธีรวัฒน์บอกว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่ตัวเลขในตาราง แต่คือการที่เขาสามารถนำเสนอมาตรการที่จับต้องได้และมีบันทึกให้ลูกค้าดูตอนตรวจประเมิน แทนที่จะพูดเพียงว่าเราจะระมัดระวังมากขึ้น

แผนลงมือทำจริงใน 7 ขั้นตอน

โรงงานที่นำเรื่องนี้เข้าระบบคุณภาพได้สำเร็จ จะทำให้มันเป็นขั้นตอนที่มีเอกสารรองรับและมีการวัดผล ไม่ใช่กิจกรรมเสริมที่ทำเมื่อว่าง

ขั้นที่ 1: เก็บข้อมูลพื้นฐานด้วยจานเลี้ยงเชื้อและ swab ก่อนเริ่ม

วางจานเลี้ยงเชื้อในห้องผลิตระหว่างการผลิตจริง และเก็บ swab จากพื้นผิวที่ไม่ได้อยู่ในระบบ เช่น คาน หน้ากากช่องลม หลังตู้ไฟ และใต้สายพาน เพื่อให้รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหนก่อนจะแก้

ขั้นที่ 2: เขียนขั้นตอนการพ่นเข้าเป็นเอกสารในระบบคุณภาพ

จัดทำเป็นวิธีปฏิบัติงานที่ระบุพื้นที่ ลำดับการเดิน ระดับหัวฉีด น้ำยาและอัตราส่วน เวลาสัมผัส และเวลาที่รอก่อนเข้าใช้พื้นที่ เพื่อให้ผู้ตรวจเห็นว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ไม่ใช่การทำตามใจ

ขั้นที่ 3: กำหนดความถี่แยกตามระดับความสำคัญของห้อง

ห้องบรรจุที่ผลิตภัณฑ์เปิดฝาควรพ่นทุกวันหลังจบการผลิต ห้องผสมและห้องเก็บบรรจุภัณฑ์ทุกสัปดาห์ ส่วนทางเดินและห้องเปลี่ยนชุดทุกสัปดาห์เช่นกัน

ขั้นที่ 4: พ่นหลังทำความสะอาดปกติเสร็จเสมอ ไม่ใช่แทนที่

การพ่น ULV เป็นชั้นสุดท้ายหลังการทำความสะอาดเชิงกลตามขั้นตอนเดิม ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนที่ เพราะสิ่งสกปรกที่มองเห็นต้องถูกกำจัดออกก่อนการฆ่าเชื้อจึงจะได้ผลเต็มที่

ขั้นที่ 5: ปิดคลุมผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบที่เปิดอยู่ทุกครั้ง

กำหนดเป็นกฎว่าไม่มีผลิตภัณฑ์หรือวัตถุดิบที่เปิดฝาอยู่ในห้องขณะพ่น และให้ปิดคลุมสายพานและหัวบรรจุตามที่ระบุในวิธีปฏิบัติงาน

ขั้นที่ 6: บันทึกในรูปแบบเดียวกับเอกสาร GMP ที่มีอยู่

จดวันที่ ห้อง น้ำยาและอัตราส่วน เวลาสัมผัส ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ตรวจสอบ ในตารางรูปแบบเดียวกับบันทึกการทำความสะอาดที่ผู้ตรวจคุ้นเคยอยู่แล้ว

ขั้นที่ 7: วัดผลด้วยจานเลี้ยงเชื้อทุกเดือนและทบทวนในที่ประชุมคุณภาพ

วางจานเลี้ยงเชื้อในจุดเดิมทุกเดือนเพื่อพิสูจน์ว่าระบบยังทำงาน และนำผลเข้าที่ประชุมทบทวนคุณภาพ เพราะข้อมูลเชิงแนวโน้มคือสิ่งที่ผู้ตรวจและลูกค้าให้น้ำหนักมากที่สุด

สเปกเครื่อง Airofog U260 แบบละเอียด

มอเตอร์220-240 โวลต์ / 50-60 เฮิรตซ์ / 800 วัตต์
ถังบรรจุน้ำยาทรงกลม ขนาด 5 ลิตร
อัตราการพ่น50-200 มิลลิลิตรต่อนาที (หัวฉีดปรับได้ 6 ระดับ)
ขนาดละอองฝอย15-30 ไมครอน
น้ำหนักเครื่อง3.4 กิโลกรัม
ขนาดตัวเครื่อง28 x 40 เซนติเมตร
อุปกรณ์เสริมสายฉีดพ่นแบบงวงช้าง ความยาว 50 เซนติเมตร
มาตรฐานรับรองกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ / กรมอนามัย / คณะแพทยศาสตร์ ม.มหิดล / WHO / TUV Rheinland / IPARC
แหล่งผลิตแบรนด์ Airofog ประเทศเยอรมนี

สำหรับงานคลีนรูม สเปกที่ชี้ขาดคือขนาดละออง 15-30 ไมครอน ที่ลอยเต็มปริมาตรห้องและเข้าถึงพื้นผิวสูงได้โดยไม่ต้องใช้บันได และสายพ่นงวงช้าง 50 เซนติเมตร ที่เข้าถึงหลังตู้ไฟและใต้สายพาน

เสียงจากผู้ใช้งานจริง

“เราตรวจทุกอย่างที่สัมผัสผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดมาตลอดห้าปี แล้วปรากฏว่าจุดที่พบเชื้อไม่มีจุดไหนสัมผัสผลิตภัณฑ์เลย มันอยู่บนคาน ในช่องลม และหลังตู้ไฟทั้งนั้น”

“ที่ปรึกษาบอกผมว่าถ้าเชื้ออยู่ในที่ที่คนเข้าไม่ถึง คุณต้องใช้อะไรที่ไม่ต้องใช้คนเข้าไปถึง ผมเข้าใจทันทีตอนนั้น เราทดลองพ่นครั้งแรกในห้องบรรจุแล้ววางจานเลี้ยงเชื้อเทียบก่อนหลัง ตัวเลขต่างกันชัดเจนมาก”

“ตอนนี้เราพ่นห้องบรรจุทุกวันหลังจบการผลิต ใช้เวลาสิบสองถึงสิบห้านาที และพ่นทั้งโรงงานทุกสัปดาห์ ปีที่ผ่านมาไม่มีล็อตไหนไม่ผ่านอีกเลย และเวลาลูกค้าเข้ามาตรวจ ผมมีทั้งวิธีปฏิบัติงาน บันทึกย้อนหลัง และผลจานเลี้ยงเชื้อรายเดือนให้เขาดู”

— ผู้จัดการฝ่ายประกันคุณภาพ โรงงานรับจ้างผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริม สมุทรปราการ (ขอสงวนชื่อ)

ถ้าเชื้ออยู่ในที่ที่คนเข้าไม่ถึง คุณต้องใช้เครื่องมือที่ไม่ต้องอาศัยคนเข้าไปถึง

ดูสินค้าและราคา Airofog U260 คลิกที่นี่

โทรปรึกษาฟรี 065-556-6294  |  แอดไลน์ @whd268

ทีมงาน World Health Disinfection ยินดีให้คำแนะนำก่อนตัดสินใจ ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมใบเสนอราคาและเอกสารสำหรับงานจัดซื้อจัดจ้าง

คำถามที่พบบ่อย

การพ่น ULV ใช้แทนการทำความสะอาดตามขั้นตอนเดิมได้ไหม

ไม่ได้ และไม่ควรใช้แทน การพ่น ULV เป็นชั้นการฆ่าเชื้อที่ทำหลังการทำความสะอาดเชิงกลตามขั้นตอนเดิม เพราะสิ่งสกปรกที่มองเห็นและคราบไขมันต้องถูกกำจัดออกก่อน การฆ่าเชื้อจึงจะได้ผลเต็มที่

ห้องบรรจุขนาด 200 ตารางเมตร ใช้เวลาพ่นนานแค่ไหน

จากการใช้งานจริงราว 12 ถึง 15 นาที รวมการเดินไล่ทุกโซนและการเน้นจุดเสี่ยงอย่างช่องลมและใต้สายพาน ซึ่งเสียบเข้าไปในช่วงเปลี่ยนกะได้พอดี

ต้องรอนานแค่ไหนก่อนเข้าใช้ห้องได้อีกครั้ง

ขึ้นอยู่กับน้ำยาที่เลือกและระบบระบายอากาศของห้อง โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 20 ถึง 30 นาที ควรระบุเวลานี้ไว้ในวิธีปฏิบัติงานให้ชัดเจนและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ละอองจะทำให้อุปกรณ์บรรจุหรือระบบไฟฟ้าเสียหายไหม

ควรใช้หัวฉีดระดับต่ำสุดบริเวณตู้ควบคุมและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือปิดคลุมตามที่ระบุในวิธีปฏิบัติงาน ละอองขนาด 15-30 ไมครอนแห้งเร็วและไม่ทิ้งหยดน้ำเมื่อใช้ระดับที่เหมาะสม

ต่างจากระบบ UV ที่ติดตั้งประจำที่อย่างไร

UV ทำงานได้เฉพาะพื้นผิวที่แสงส่องถึงโดยตรง จุดที่อยู่ในเงาอย่างหลังตู้ไฟ ใต้สายพาน และในช่องลม จึงไม่ได้รับผลใด ๆ ส่วนละออง ULV เดินทางไปตามอากาศจึงเข้าถึงจุดในเงาได้ ทั้งสองระบบใช้เสริมกันได้ดี

เอกสารใช้ประกอบการตรวจ GMP หรือการตรวจของลูกค้าได้ไหม

ได้ Airofog U260 มีเอกสารรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมอนามัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมาตรฐานสากลอย่าง WHO, TUV Rheinland และ IPARC ซึ่งใช้ประกอบแฟ้มระบบคุณภาพได้ ทีมงานสามารถจัดเตรียมชุดเอกสารให้

อ่านต่อ / ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ / ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

 

แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: ฆ่าเชื้อคลีนรูม, โรงงานเครื่องสำอาง, เครื่องพ่นละอองฝอย ULV, Airofog U260, GMP เครื่องสำอาง, โรงงานอาหารเสริม, ฆ่าเชื้อห้องบรรจุ, ULV fogger ราคา

ดูรายละเอียดและราคา Airofog U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากเยอรมนี คลิกที่นี่

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้