โนโรไวรัสบนเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะ! ผู้โดยสารอาเจียนกลางทะเล บริษัทเรือกู้ชื่อเสียงด้วย Airofog U260

Last updated: 2 ก.ย. 2569  |  40 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นละอองฝอย

โนโรไวรัสบนเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะ! ผู้โดยสารอาเจียนกลางทะเล บริษัทเรือกู้ชื่อเสียงด้วย Airofog U260

ห้องโดยสารเรือเฟอร์รี่คือกล่องปิดที่ลอยอยู่กลางทะเล มีคนสองร้อยกว่าคนนั่งชิดกัน ประตูปิดสนิทเพราะลมแรง และไม่มีทางลงจนกว่าจะถึงฝั่ง เมื่อมีเชื้อขึ้นเรือมาด้วย มันจะไม่ลงจนกว่าจะมีคนไล่มันลง

เรื่องจริงที่เกิดขึ้น — เรือรอบ 10 โมงที่ไม่มีใครในบริษัทลืมได้

คุณอรพรรณ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทเรือเฟอร์รี่แห่งหนึ่งที่วิ่งเส้นทางฝั่งอ่าวไทย เล่าว่าเธอเคยคิดว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของธุรกิจเรือคือคลื่นลมและราคาน้ำมัน จนกระทั่งเช้าวันเสาร์ต้นเดือนตุลาคม

เรือรอบ 10 โมงบรรทุกผู้โดยสาร 218 คน เต็มเกือบทุกที่นั่ง เป็นช่วงวันหยุดยาว มีทั้งกรุ๊ปทัวร์จากกรุงเทพฯ ครอบครัวคนไทยที่พาผู้สูงอายุไปทำบุญบนเกาะ และนักท่องเที่ยวต่างชาติแบ็กแพ็ก

เช้านั้นลมแรงกว่าปกติ กัปตันสั่งปิดประตูห้องโดยสารชั้นล่างทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย เครื่องปรับอากาศทำงานเต็มที่ในห้องที่มีที่นั่ง 180 ที่ เพดานต่ำ 2.4 เมตร และหน้าต่างที่เปิดไม่ได้

สี่สิบนาทีหลังออกจากท่า ผู้หญิงวัยสามสิบกว่าคนหนึ่งในกรุ๊ปทัวร์ลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำไม่ทัน เธออาเจียนกลางทางเดินระหว่างแถวที่นั่ง ลูกเรือเข้าไปช่วยทำความสะอาดทันทีด้วยผ้าและน้ำยาถูพื้นที่มีอยู่บนเรือ ใช้เวลาราวสิบนาที เก็บกวาดเรียบร้อย โรยผงดับกลิ่น เปิดพัดลมระบายเพิ่ม

ที่ไม่มีใครบนเรือรู้ในตอนนั้นคือ การอาเจียนของผู้ป่วยโนโรไวรัสหนึ่งครั้ง สามารถปล่อยอนุภาคไวรัสออกมาได้จำนวนมหาศาล และอนุภาคเหล่านั้นฟุ้งกระจายเป็นละอองขนาดเล็กที่ลอยไปทั่วห้องปิด ก่อนจะตกลงบนเบาะ พนักพิง ราวจับ โต๊ะพับ และพื้นในรัศมีหลายเมตร ซึ่งไกลเกินกว่าที่ผ้าเช็ดสองผืนจะจัดการได้

เรือถึงท่าปลายทางตอน 11 โมงครึ่ง ผู้โดยสารทยอยลง ทีมทำความสะอาดขึ้นเรือ ถูพื้น เช็ดโต๊ะ เก็บขยะ ใช้เวลา 25 นาทีตามมาตรฐาน แล้วเรือก็รับผู้โดยสารรอบ 12 โมงกลับเที่ยวขาล่อง

วันจันทร์ถัดมา บริษัทได้รับข้อความทางเพจเฟซบุ๊กฉบับแรก เป็นหัวหน้ากรุ๊ปทัวร์ที่แจ้งว่าลูกทัวร์ 11 คนจากทั้งหมด 24 คนมีอาการอาเจียนและท้องเสียหลังกลับถึงที่พัก วันอังคารมีอีกสองข้อความจากผู้โดยสารที่ไม่เกี่ยวกัน วันพุธมีห้าข้อความ

เมื่อรวมยอดจากทั้งเพจ ข้อความส่วนตัว และรีวิวในแพลตฟอร์มท่องเที่ยว บริษัทประเมินว่ามีผู้โดยสารที่แจ้งอาการมาราว 40 คน จากทั้งสองรอบเรือในวันนั้น

สิ่งที่ตามมาหนักกว่าจำนวนผู้ป่วย คือรีวิวหนึ่งดาวจำนวน 23 รีวิวภายในสิบวัน คะแนนเฉลี่ยของบริษัทบนแพลตฟอร์มจองตั๋วออนไลน์ร่วงจาก 4.6 เหลือ 3.8 และเมื่อคะแนนต่ำกว่า 4.0 ระบบของแพลตฟอร์มก็ลดลำดับการแสดงผลลง ทำให้ยอดจองผ่านช่องทางออนไลน์ลดลง 34 เปอร์เซ็นต์ในเดือนถัดมา

บริษัททัวร์สองรายที่เคยส่งกรุ๊ปให้ประจำ ขอเปลี่ยนไปใช้เรือของคู่แข่งชั่วคราว หนึ่งในนั้นไม่กลับมาอีกเลย

คุณอรพรรณบอกว่า สิ่งที่เจ็บที่สุดคือตอนที่เธออ่านรีวิวหนึ่งที่เขียนว่า ลูกเรือทำความสะอาดดีมาก แต่กลิ่นมันยังอยู่ทั้งลำ แปลว่าลูกเรือทำเต็มที่แล้วจริง ๆ เพียงแต่เครื่องมือที่พวกเขามีอยู่ไม่มีทางเอาชนะปัญหาแบบนี้ได้เลย

เจาะลึกความเสียหายที่มองไม่เห็น

ธุรกิจเรือโดยสารมีลักษณะเฉพาะที่ทำให้ความเสียหายจากเหตุการณ์แบบนี้ทวีคูณเร็วกว่าธุรกิจอื่น และนี่คือสี่ด้านที่บริษัทของคุณอรพรรณเจ็บที่สุด

1. ห้องปิดกลางทะเลที่ไม่มีทางออก

ต่างจากร้านอาหารหรือห้างที่ลูกค้าเดินออกไปหายใจอากาศข้างนอกได้ ผู้โดยสารเรือติดอยู่ในห้องเดียวกันตลอดเวลาเดินทาง 90 นาทีถึง 3 ชั่วโมง แล้วแต่เส้นทาง

เมื่อลมแรงและประตูต้องปิด อากาศชุดเดิมจะหมุนเวียนอยู่ในห้องนั้นตลอดทาง คนที่นั่งห่างจากจุดเกิดเหตุสิบเมตรจึงยังมีโอกาสรับเชื้อได้ เพราะละอองไม่ได้หยุดอยู่ที่จุดเดียว

ที่ซับซ้อนกว่านั้นคือ เรือลำเดียวกันวิ่งวันละ 4 ถึง 6 รอบ ผู้โดยสารรอบถัดไปจึงนั่งบนเบาะเดียวกัน จับราวเดียวกัน โดยที่ระหว่างรอบมีเวลาทำความสะอาดเพียง 20 ถึง 30 นาทีเท่านั้น

2. รีวิวและอัลกอริทึมที่ลงโทษซ้ำสอง

ธุรกิจเรือท่องเที่ยวขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก และแพลตฟอร์มเหล่านั้นจัดลำดับการแสดงผลตามคะแนนรีวิว การตกจาก 4.6 เหลือ 3.8 ไม่ได้แปลว่าลูกค้าเห็นแล้วลังเล แต่แปลว่าลูกค้าจำนวนมากไม่เห็นเลย เพราะบริษัทถูกดันไปอยู่หน้าสอง

รีวิวที่มีคำว่าอาเจียน ท้องเสีย หรือไม่สะอาด ยังถูกระบบดึงขึ้นมาแสดงเป็นรีวิวเด่นด้วย เพราะเป็นรีวิวที่มีคนกดว่ามีประโยชน์เยอะ ผลคือคนที่เข้ามาดูหน้าบริษัทจะเห็นเรื่องนี้เป็นสิ่งแรก

ที่แย่ที่สุดคือรีวิวไม่มีวันหมดอายุ ผ่านไปสองปีมันก็ยังอยู่ตรงนั้น

3. ความเสี่ยงต่อผู้สูงอายุและเด็กเล็กบนเรือ

เส้นทางเรือข้ามเกาะในไทยมีผู้สูงอายุเดินทางเป็นสัดส่วนสูง ทั้งที่ไปทำบุญ ไปเยี่ยมญาติ และไปพักผ่อนกับครอบครัว

โนโรไวรัสและเชื้อทางเดินอาหารอื่น ๆ ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว ซึ่งในผู้สูงอายุและเด็กเล็กอาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำรุนแรงที่ต้องเข้าโรงพยาบาล กรมควบคุมโรคเน้นย้ำเรื่องนี้ทุกปีในช่วงฤดูท่องเที่ยว

เมื่อเรืออยู่กลางทะเล การช่วยเหลือทางการแพทย์ทำได้จำกัดมาก นี่คือความรับผิดชอบที่ผู้ประกอบการเรือแบกอยู่ในทุกเที่ยว

4. ต้นทุนของการหยุดเรือและการชดเชย

หลังเหตุการณ์ บริษัทตัดสินใจหยุดเรือหนึ่งลำเป็นเวลาสองวันเพื่อทำความสะอาดใหญ่ นั่นคือรายได้ที่หายไป 8 รอบเรือ พร้อมกับค่าจ้างลูกเรือที่ยังต้องจ่าย และค่าโอนผู้โดยสารที่จองไว้แล้วไปเรือลำอื่น

บริษัทยังต้องคืนเงินค่าตั๋วให้ผู้โดยสารที่แจ้งอาการ และจ่ายค่าชดเชยเพิ่มเติมให้กรุ๊ปทัวร์เพื่อรักษาความสัมพันธ์

เมื่อรวมทั้งหมด ต้นทุนตรงของเหตุการณ์เดียวนี้สูงกว่าราคาเครื่องพ่นฆ่าเชื้อคุณภาพสูงหลายเท่าตัว ซึ่งเป็นตัวเลขที่คุณอรพรรณนำเสนอให้กรรมการบริษัทดูในการประชุมครั้งถัดมา

ทำไมวิธีเดิม ๆ ถึงเอาไม่อยู่

บริษัทของคุณอรพรรณไม่ได้ละเลยเรื่องความสะอาด ตรงกันข้าม พวกเขามีขั้นตอนทำความสะอาดระหว่างรอบที่เขียนไว้ชัดเจน ปัญหาคือขั้นตอนเหล่านั้นถูกออกแบบมาเพื่อจัดการความสกปรกที่มองเห็น ไม่ใช่เชื้อโรคที่มองไม่เห็น

  • การถูพื้นและเช็ดโต๊ะระหว่างรอบ ทำได้แค่พื้นผิวแนวราบที่มองเห็น แต่ละอองจากการอาเจียนหนึ่งครั้งกระจายไปเกาะพนักพิงเบาะ ด้านข้างที่นั่ง ราวจับเหนือศีรษะ และผนัง ซึ่งไม่มีอยู่ในขั้นตอนการเช็ดปกติ
  • เวลาเพียง 20 ถึง 30 นาทีระหว่างรอบ ไม่พอสำหรับการเช็ดเบาะ 180 ที่นั่งทีละที่ ต่อให้มีลูกเรือสี่คนก็ตาม ทีมงานจึงต้องเลือกเช็ดเฉพาะจุดที่เห็นชัดที่สุด
  • สเปรย์ดับกลิ่นและผงโรยพื้น จัดการกับกลิ่น ไม่ได้จัดการกับเชื้อ ผลคือกลิ่นหายไปชั่วคราวแต่ความเสี่ยงยังอยู่ครบ และเมื่อกลิ่นกลับมาในรอบถัดไป ผู้โดยสารก็รับรู้ได้ทันที
  • เบาะผ้าบนเรือ เป็นพื้นผิวที่เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำยาแล้วเปียกและแห้งช้าในอากาศชื้นริมทะเล การเช็ดหนักเกินไปจึงทำให้เบาะอับและเกิดเชื้อราตามมาอีกปัญหาหนึ่ง
  • การเปิดประตูระบายอากาศ ทำไม่ได้เมื่อลมแรงหรือฝนตก ซึ่งเป็นสภาพที่เกิดขึ้นบ่อยมากในฤดูมรสุม ช่วงเวลาที่ต้องการการระบายอากาศมากที่สุดกลับเป็นช่วงที่ทำไม่ได้
  • การจ้างทีมภายนอกมาพ่นฆ่าเชื้อ ทำได้เฉพาะตอนเรือจอดที่ท่าหลักและต้องนัดล่วงหน้า ซึ่งไม่ตอบโจทย์เหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นกลางวันทำงานและต้องแก้ก่อนรอบถัดไป

ทางออกที่มืออาชีพเลือกใช้ — Airofog U260

สิ่งที่เปลี่ยนเกมสำหรับบริษัทเรือแห่งนี้คือการยอมรับความจริงข้อหนึ่ง คือถ้าเชื้อกระจายไปทั่วห้องด้วยอากาศ วิธีจัดการมันก็ต้องกระจายไปทั่วห้องด้วยอากาศเช่นกัน

นั่นคือหลักการของเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV หรือ Ultra Low Volume ซึ่งใช้น้ำยาปริมาณน้อยมากแต่แตกตัวเป็นละอองไมครอนจำนวนมหาศาล ละอองเหล่านั้นลอยไปตามการเคลื่อนที่ของอากาศในห้อง เข้าไปในซอกเบาะ ใต้ที่นั่ง หลังพนักพิง และตามช่องลม แล้วเกาะพื้นผิวจากทุกทิศทางอย่างสม่ำเสมอ

Airofog U260 คือเครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากประเทศเยอรมนี ที่ให้ละอองขนาด 15-30 ไมครอน ซึ่งเหมาะกับห้องโดยสารเรือเป็นพิเศษ เพราะเล็กพอที่จะเดินทางไปทั่วห้องเพดานต่ำได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ไม่เล็กจนแห้งหายไปก่อนเกาะพื้นผิว และไม่หยาบจนทำให้เบาะเปียกและพื้นลื่น ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่งบนเรือที่โคลงตลอดเวลา

เครื่องรุ่นนี้เป็นรุ่นเดียวกับที่การบินไทยและ Bangkok Airways ใช้พ่นฆ่าเชื้อในห้องโดยสารเครื่องบิน และการรถไฟแห่งประเทศไทยใช้ในขบวนรถ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับห้องโดยสารเรือมาก คือพื้นที่ปิด เบาะผ้าจำนวนมาก เพดานต่ำ และเวลาทำความสะอาดระหว่างรอบที่จำกัด

10 เหตุผลที่ Airofog U260 แก้ปัญหานี้ได้จริง

1ทำงานเสร็จได้ภายในเวลาระหว่างรอบเรือ

จุดตายของงานทำความสะอาดบนเรือคือเวลาที่มีเพียง 20 ถึง 30 นาที การพ่น ULV ห้องโดยสาร 180 ที่นั่งใช้เวลาราว 8 ถึง 12 นาทีสำหรับคนเดียว ทำให้ยังเหลือเวลาให้ทีมเก็บกวาดตามปกติ นี่คือเหตุผลที่มาตรการนี้ทำได้ทุกรอบจริง ไม่ใช่แค่ตอนมีเหตุ

2ละอองไมครอนตามเชื้อไปในที่ที่ผ้าเช็ดไม่มีวันไปถึง

หลังเหตุการณ์อาเจียน เชื้อไม่ได้อยู่แค่บนพื้น แต่กระจายไปเกาะพนักพิง ด้านข้างเบาะ ใต้ที่นั่ง ราวจับเหนือศีรษะ และผนัง ละอองขนาด 15-30 ไมครอนจาก U260 เดินทางไปตามอากาศและเกาะพื้นผิวเหล่านั้นทั้งหมดในการเดินพ่นรอบเดียว

3ไม่ทำให้พื้นลื่นและเบาะไม่แฉะ

บนเรือที่โคลง พื้นลื่นคือความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุโดยตรง ละออง ULV ที่ละเอียดจะเคลือบพื้นผิวเป็นฟิล์มบางและแห้งเร็ว ต่างจากสเปรย์หยาบที่ทิ้งหยดน้ำไว้เป็นแอ่ง ทำให้เรือพร้อมรับผู้โดยสารรอบถัดไปได้โดยไม่ต้องรอพื้นแห้ง

4น้ำหนักเพียง 3.4 กิโลกรัม ถือขึ้นลงบันไดเรือได้จริง

เรือเฟอร์รี่มีบันไดชันระหว่างชั้น และทางเดินแคบระหว่างแถวที่นั่ง เครื่องที่หนักเกินไปจะกลายเป็นภาระของลูกเรือทันที น้ำหนัก 3.4 กิโลกรัมของ U260 ทำให้ลูกเรือคนเดียวถือขึ้นลงและเดินพ่นได้ตลอดทั้งลำโดยไม่ต้องมีคนช่วยยก

5สายพ่นงวงช้าง 50 เซนติเมตร เข้าถึงใต้เบาะและช่องเก็บของ

จุดที่เชื้อสะสมมากที่สุดบนเรือคือใต้ที่นั่ง ช่องเก็บเสื้อชูชีพ และซอกระหว่างเบาะกับผนัง ซึ่งเป็นจุดที่คนไม่เคยเช็ด สายงวงช้างทำให้ลูกเรือสอดเข้าไปพ่นได้โดยไม่ต้องคุกเข่าในทางเดินแคบ

6หัวฉีดปรับได้ 6 ระดับ ใช้กับทุกโซนบนเรือ

ห้องโดยสารเบาะผ้าต้องการละอองเบาและแห้งเร็ว ห้องน้ำและพื้นดาดฟ้าต้องการละอองที่หนักกว่า ส่วนห้องควบคุมและอุปกรณ์เดินเรือต้องการความชื้นน้อยที่สุด การปรับได้ 6 ระดับทำให้ใช้เครื่องเดียวจัดการทั้งลำได้

7ใช้กับน้ำยาฆ่าเชื้อที่จัดการโนโรไวรัสได้

โนโรไวรัสเป็นไวรัสที่ทนทานกว่าไวรัสทั่วไปมาก และไม่ใช่ทุกน้ำยาที่จัดการได้ U260 รองรับน้ำยาได้หลากหลายชนิด ทำให้ผู้ประกอบการเลือกใช้น้ำยาระดับโรงพยาบาลที่มีข้อมูลรับรองว่าครอบคลุมไวรัสกลุ่มนี้ได้โดยตรง

8ถัง 5 ลิตร พ่นได้ทั้งลำโดยไม่ต้องเติมกลางทาง

บนเรือไม่มีจุดเติมน้ำยาที่สะดวกและไม่มีที่ให้วางถังสำรอง ถังทรงกลม 5 ลิตรของ U260 เพียงพอสำหรับการพ่นห้องโดยสารทั้งลำในรอบเดียว ทำให้ลูกเรือไม่ต้องหยุดกลางคัน

9มีเอกสารรับรองที่ใช้ตอบกรมเจ้าท่าและบริษัททัวร์ได้

Airofog U260 ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมอนามัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมาตรฐานสากลอย่าง WHO, TUV Rheinland และ IPARC เมื่อบริษัททัวร์หรือหน่วยงานกำกับขอหลักฐานมาตรการสุขอนามัย ผู้ประกอบการมีของจริงยื่นได้ทันที

10กลายเป็นจุดขายที่เขียนลงในหน้าจองได้

หลังติดตั้งมาตรการนี้ บริษัทของคุณอรพรรณเพิ่มข้อความบนหน้าจองว่า ห้องโดยสารผ่านการพ่นฆ่าเชื้อระบบ ULV ทุกรอบ พร้อมรูปการทำงานจริง ผลคือมันไม่ใช่แค่การป้องกันปัญหา แต่กลายเป็นเหตุผลที่ลูกค้าเลือกเรือลำนี้แทนคู่แข่ง

ก่อนใช้ vs หลังใช้ Airofog U260

หัวข้อก่อนใช้ U260หลังใช้ U260
เวลาทำความสะอาดระหว่างรอบถูพื้น เช็ดโต๊ะ 25 นาที เบาะแทบไม่ได้แตะงานเดิม บวกพ่น ULV ทั้งห้องอีก 10 นาที
เบาะผ้า 180 ที่นั่งเช็ดเฉพาะที่เห็นคราบละอองเคลือบทั่วรวมพนักพิงและใต้ที่นั่ง
จุดสัมผัสร่วม ราวจับ บันไดเช็ดวันละครั้งตอนเรือเข้าอู่พ่นครอบคลุมทุกรอบเรือ
กลิ่นในห้องโดยสารอับ ชื้น กลิ่นกลับมาเร็วโปร่ง ไม่มีกลิ่นตกค้าง
รีวิวเรื่องความสะอาด23 รีวิวหนึ่งดาวในสิบวันไม่มีรีวิวร้องเรียนเรื่องนี้อีก
คะแนนเฉลี่ยบนแพลตฟอร์มร่วงจาก 4.6 เหลือ 3.8ไต่กลับขึ้นมาเหนือ 4.5 ภายในหนึ่งฤดูกาล

คุณอรพรรณย้ำว่า ตัวเลขที่เธอสนใจที่สุดคือแถวสุดท้าย เพราะคะแนนบนแพลตฟอร์มคือสิ่งที่แปลงเป็นยอดจองโดยตรง และมันคือเหตุผลที่คณะกรรมการอนุมัติงบซื้อเครื่องเพิ่มอีกสองเครื่องในปีถัดมา

แผนลงมือทำจริงใน 7 ขั้นตอน

บริษัทเรือที่ทำเรื่องนี้ได้ผลจริง ไม่ได้แค่ซื้อเครื่องแล้ววางไว้ แต่ผูกมันเข้ากับรอบเดินเรือจนกลายเป็นกิจวัตร นี่คือแนวทางที่ใช้ได้จริงบนเรือโดยสาร

ขั้นที่ 1: กำหนดจุดวางเครื่องบนเรือให้ตายตัว

ติดตั้งที่เก็บเครื่องและถังน้ำยาไว้ในตำแหน่งเดียวกันทุกลำ เช่น ห้องเก็บของท้ายเรือ พร้อมยึดให้แน่นหนาเพื่อไม่ให้เคลื่อนเวลาเรือโคลง ลูกเรือทุกคนต้องรู้ว่าเครื่องอยู่ที่ไหนโดยไม่ต้องถาม

ขั้นที่ 2: ผูกการพ่นเข้ากับรอบเรือ ไม่ใช่ตามอารมณ์

กำหนดให้พ่นทุกครั้งที่ผู้โดยสารลงหมดและก่อนรับผู้โดยสารรอบถัดไป โดยลูกเรือที่รับผิดชอบชัดเจนตามตารางเวร ไม่ใช่ใครว่างคนนั้นทำ

ขั้นที่ 3: แยกขั้นตอนฉุกเฉินสำหรับเหตุอาเจียนหรือของเหลวร่างกาย

เมื่อเกิดเหตุ ให้กั้นพื้นที่รัศมี 3 เมตร ทำความสะอาดของเหลวตามปกติ แล้วพ่น ULV ทันทีที่เรือถึงท่า ก่อนทำความสะอาดอย่างอื่น เพื่อไม่ให้การกวาดและถูช่วยฟุ้งเชื้อเพิ่ม

ขั้นที่ 4: เลือกน้ำยาที่ครอบคลุมไวรัสกลุ่มโนโรโดยเฉพาะ

ตรวจสอบเอกสารรับรองของน้ำยาว่าครอบคลุมไวรัสไม่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทนทานที่สุด และเก็บเอกสารนั้นไว้บนเรือเพื่อแสดงเมื่อถูกตรวจ

ขั้นที่ 5: เดินพ่นจากหัวเรือไปท้ายเรือทางเดียว

เริ่มจากโซนที่ไกลจากทางลงที่สุดแล้วถอยออกมา เพื่อไม่ให้ลูกเรือต้องเดินย้อนผ่านละอองที่เพิ่งพ่น และให้ทุกแถวได้รับการพ่นเท่ากัน

ขั้นที่ 6: บันทึกการพ่นทุกรอบไว้ในสมุดปฏิบัติการเรือ

จดรอบเรือ เวลา ผู้ปฏิบัติงาน และน้ำยาที่ใช้ ลงในสมุดเดียวกับบันทึกการเดินเรือ เพื่อให้เป็นหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้เมื่อมีข้อร้องเรียน

ขั้นที่ 7: สื่อสารให้ผู้โดยสารเห็น

ติดป้ายเล็ก ๆ ในห้องโดยสารและใส่ข้อความในหน้าจองว่าห้องโดยสารผ่านการฆ่าเชื้อระบบ ULV ทุกรอบ สิ่งที่มองไม่เห็นจะไม่มีใครให้เครดิต ถ้าไม่บอกให้รู้

สเปกเครื่อง Airofog U260 แบบละเอียด

มอเตอร์220-240 โวลต์ / 50-60 เฮิรตซ์ / 800 วัตต์
ถังบรรจุน้ำยาทรงกลม ขนาด 5 ลิตร
อัตราการพ่น50-200 มิลลิลิตรต่อนาที (หัวฉีดปรับได้ 6 ระดับ)
ขนาดละอองฝอย15-30 ไมครอน
น้ำหนักเครื่อง3.4 กิโลกรัม
ขนาดตัวเครื่อง28 x 40 เซนติเมตร
อุปกรณ์เสริมสายฉีดพ่นแบบงวงช้าง ความยาว 50 เซนติเมตร
มาตรฐานรับรองกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ / กรมอนามัย / คณะแพทยศาสตร์ ม.มหิดล / WHO / TUV Rheinland / IPARC
แหล่งผลิตแบรนด์ Airofog ประเทศเยอรมนี

สำหรับงานบนเรือ สเปกที่ควรดูเป็นอันดับแรกคือน้ำหนัก 3.4 กิโลกรัม ที่ทำให้ถือขึ้นลงบันไดเรือได้ และขนาดละออง 15-30 ไมครอน ที่แห้งเร็วพอจะไม่ทำให้พื้นดาดฟ้าลื่น

เสียงจากผู้ใช้งานจริง

“ตอนแรกลูกเรือบ่นว่าจะเอาเวลาที่ไหนมาทำ เพราะระหว่างรอบมีแค่ยี่สิบกว่านาที แต่พอลองจริงแล้วมันใช้เวลาสิบนาทีเท่านั้น เร็วกว่าที่เราคิดมาก และเบาแค่สามกิโลกว่า เด็กในทีมถือขึ้นลงบันไดได้สบาย”

“สิ่งที่ผมไม่ได้คาดคิดเลยคือเรื่องกลิ่น เรือเรามีกลิ่นอับติดมานานหลายปีจากเบาะที่ไม่เคยแห้งสนิท พอพ่นทุกรอบไปสักสองสัปดาห์ กลิ่นนั้นหายไปเอง ผู้โดยสารทักเลยว่าเรือหอมขึ้น”

“ตอนนี้เราซื้อเพิ่มเป็นสามเครื่อง ลำละหนึ่งเครื่อง และเราเขียนลงในหน้าจองว่าเราพ่นฆ่าเชื้อทุกรอบ มีบริษัททัวร์สองรายที่ถามหาเอกสารรับรองก่อนเซ็นสัญญา เราส่งให้ได้ในวันเดียว ปีก่อนหน้าเราไม่มีอะไรจะส่งเลย”

— ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทเรือเฟอร์รี่เส้นทางอ่าวไทย (ขอสงวนชื่อ)

ถ้าเรือของคุณยังทำความสะอาดได้แค่สิ่งที่ตาเห็น นี่คือเครื่องมือที่จัดการสิ่งที่ตามองไม่เห็น

ดูสินค้าและราคา Airofog U260 คลิกที่นี่

โทรปรึกษาฟรี 065-556-6294  |  แอดไลน์ @whd268

ทีมงาน World Health Disinfection ยินดีให้คำแนะนำก่อนตัดสินใจ ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมใบเสนอราคาและเอกสารสำหรับงานจัดซื้อจัดจ้าง

คำถามที่พบบ่อย

พ่นบนเรือขณะมีผู้โดยสารอยู่ได้ไหม

ไม่แนะนำ ควรพ่นในช่วงที่ผู้โดยสารลงจากเรือหมดแล้ว และก่อนรับผู้โดยสารรอบถัดไป โดยทั่วไปสามารถให้ผู้โดยสารขึ้นเรือได้หลังพ่นเสร็จประมาณ 10 ถึง 15 นาที ขึ้นอยู่กับน้ำยาและการระบายอากาศของห้องโดยสาร

ละอองจะทำให้อุปกรณ์เดินเรือหรือระบบไฟฟ้าเสียหายไหม

ควรหลีกเลี่ยงการพ่นเข้าตรงแผงควบคุมและอุปกรณ์เดินเรือ วิธีปฏิบัติที่แนะนำคือพ่นเข้าหาอากาศบริเวณโดยรอบด้วยหัวฉีดระดับต่ำสุด หรือปิดคลุมแผงควบคุมระหว่างพ่น ละอองขนาด 15-30 ไมครอนแห้งเร็วและไม่ทิ้งหยดน้ำเมื่อใช้ระดับที่เหมาะสม

ห้องโดยสาร 180 ที่นั่ง ใช้เวลาพ่นนานแค่ไหน

จากการใช้งานจริงบนเรือเฟอร์รี่ ลูกเรือคนเดียวใช้เวลาราว 8 ถึง 12 นาที รวมการเดินไล่ทุกแถวและเน้นจุดเสี่ยงอย่างราวจับและห้องน้ำ ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาทำความสะอาดระหว่างรอบที่มีอยู่แล้ว

ใช้บนเรือที่โคลงได้ไหม เครื่องจะล้มหรือน้ำยาหกหรือเปล่า

ในทางปฏิบัติควรพ่นตอนเรือจอดเทียบท่าซึ่งเป็นช่วงที่นิ่งที่สุด ตัวเครื่องมีขนาด 28 x 40 เซนติเมตร วางได้มั่นคง และควรจัดที่เก็บที่ยึดแน่นระหว่างเดินเรือเพื่อความปลอดภัย

น้ำยาจะทำให้เบาะผ้าเสียหายหรือเปลี่ยนสีไหม

ละออง ULV ที่ปรับระดับเหมาะสมจะเคลือบเป็นฟิล์มบางและแห้งเร็ว ไม่ทำให้เบาะเปียกชุ่ม แนะนำให้ทดสอบกับเบาะจุดเล็ก ๆ ก่อนใช้งานเต็มพื้นที่ และเลือกน้ำยาที่ระบุว่าใช้กับผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ได้ ทีมงานสามารถแนะนำได้

ซื้อเครื่องเดียวใช้หลายลำได้ไหม

ได้ในกรณีที่เรือจอดท่าเดียวกันและตารางเดินเรือไม่ทับซ้อนกันมาก แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่วิ่งหลายรอบต่อวันจะพบว่าการมีเครื่องประจำลำคุ้มกว่า เพราะไม่ต้องขนย้ายและไม่พลาดรอบไหนเลย

อ่านต่อ / ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ / ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

 

แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: ฆ่าเชื้อเรือ, เครื่องพ่นละอองฝอย ULV, Airofog U260, ฆ่าเชื้อเรือเฟอร์รี่, โนโรไวรัสบนเรือ, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อห้องโดยสาร, ฆ่าเชื้อเรือนำเที่ยว, ULV fogger ราคา

ดูรายละเอียดและราคา Airofog U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากเยอรมนี คลิกที่นี่

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้