เครื่องพ่นหมอกควันค้างที่ร้านสองเดือน เพราะใบเสนอราคาผิดรูปแบบ บทเรียนงานพัสดุที่ทำให้ฤดูระบาดผ่านไปเปล่า

Last updated: 27 ส.ค. 2569  |  4 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นหมอกควันค้างที่ร้านสองเดือน เพราะใบเสนอราคาผิดรูปแบบ บทเรียนงานพัสดุที่ทำให้ฤดูระบาดผ่านไปเปล่า

เครื่องพ่นหมอกควันค้างที่ร้านสองเดือน เพราะใบเสนอราคาผิดรูปแบบ บทเรียนงานพัสดุที่ทำให้ฤดูระบาดผ่านไปเปล่า

08:40 น. ห้องพัสดุ ชั้น 2 เทศบาลตำบลบ้านคลองใหม่ วันพุธกลางเดือนพฤษภาคม

พัดลมเพดานหมุนช้า ๆ อยู่เหนือโต๊ะไม้ที่กองแฟ้มสูงจนบังจอคอมพิวเตอร์ไปครึ่งหนึ่ง คุณปาริชาต เจ้าพนักงานพัสดุปฏิบัติงานของเทศบาลตำบลบ้านคลองใหม่ วางแก้วกาแฟลงข้างแป้นพิมพ์ แล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาอ่านซ้ำเป็นรอบที่สาม

มันคือกระดาษบิลเงินสดเล่มเล็กแบบที่ร้านค้าทั่วไปใช้ ขนาดประมาณครึ่งหน้ากระดาษ A5 เขียนด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน ลายมือหวัดแต่พออ่านออก บรรทัดกลางแผ่นเขียนไว้สั้น ๆ ว่า

“ซ่อมเครื่องพ่นหมอกควัน 1 เครื่อง — 8,700 บาท”

ไม่มีอย่างอื่นอีกเลย ไม่มีเลขที่เอกสาร ไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ไม่มีชื่อรุ่นเครื่อง ไม่มีรายการอะไหล่ ไม่มีค่าแรง ไม่มี VAT ไม่มีวันที่ยืนราคา มีแค่ชื่อร้านประทับด้วยตรายางเอียง ๆ ที่มุมล่าง

ต้นเรื่องเริ่มเมื่อสามสัปดาห์ก่อนหน้านั้น กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแจ้งมาว่าเครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 ของเทศบาล ซึ่งลงทะเบียนเป็นครุภัณฑ์เลขที่ 054-58-0002 สตาร์ทไม่ติดตั้งแต่วันซ้อมแผนพ่นก่อนเปิดฤดูฝน ดึงสตาร์ทแล้วได้แค่เสียงลมกับกลิ่นน้ำมันโชยขึ้นมา ไม่มีเสียงจุดระเบิดสักครั้ง

คุณปาริชาตทำสิ่งที่เจ้าหน้าที่พัสดุทั่วประเทศทำกัน คือโทรหาร้านซ่อมเครื่องยนต์เล็กในตลาดที่เคยซ่อมเครื่องตัดหญ้าให้กองช่าง ร้านมารับเครื่องไปในบ่ายวันเดียวกัน อีกสองวันโทรกลับมาว่า “ซ่อมได้ครับ ต้องเปลี่ยนของหลายชิ้น ประมาณแปดพันกว่า”

เธอขอใบเสนอราคาไปทำเรื่อง ร้านส่งรูปถ่ายบิลเงินสดแผ่นนั้นมาทางไลน์ พอเธอบอกว่าขอแบบมีหัวกระดาษหน่อยได้ไหม ร้านตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงงุนงงว่า “ผมทำแบบนี้มายี่สิบปีแล้วน้อง ร้านอื่นเขาก็รับกันหมด”

คุณปาริชาตถือกระดาษแผ่นนั้นเดินไปกองคลัง หัวหน้าฝ่ายการเงินอ่านแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพียงสามวินาที ก่อนจะพูดประโยคที่เธอจำได้จนถึงวันนี้

“น้องปาร์ อันนี้ตั้งฎีกาไม่ได้นะ ไม่มีเลขผู้เสียภาษี ไม่มีแจกแจงรายการ ไม่มีใบกำกับภาษี ถ้าเราดันตั้งไปแล้ว สตง. มาสุ่มดูปีหน้า เขาถามว่าแปดพันเจ็ดนี่เป็นค่าอะไหล่เท่าไหร่ ค่าแรงเท่าไหร่ พี่จะตอบเขายังไง”

นั่นคือจุดเริ่มต้นของสองเดือนที่หายไป

ใบเสนอราคาแผ่นนั้นมีอะไรผิดบ้าง

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ราคา 8,700 บาทว่าแพงหรือถูก แต่อยู่ที่เอกสารแผ่นนั้นไม่สามารถทำหน้าที่ตามที่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐต้องการได้เลย ลองไล่ดูทีละข้อ

  • ไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก ทำให้ระบุตัวผู้ขายในทางบัญชีและทางภาษีไม่ได้ ตั้งเจ้าหนี้ในระบบไม่ได้ หักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ได้
  • ไม่มีเลขที่และวันที่ของใบเสนอราคา ทำให้อ้างอิงในรายงานขอซื้อขอจ้างไม่ได้ และพิสูจน์ไม่ได้ว่าเสนอราคาก่อนหรือหลังการอนุมัติ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ตรวจสอบมักหยิบขึ้นมาถามเป็นเรื่องแรก
  • ไม่มีการแจกแจงรายการอะไหล่ เมื่อเป็นก้อนเดียว 8,700 บาท ผู้ตรวจรับพัสดุไม่มีทางรู้ว่าต้องตรวจรับอะไรบ้าง เปลี่ยนคาร์บูเรเตอร์จริงหรือแค่ล้าง เปลี่ยนหัวเทียนกี่หัว
  • ไม่แยกค่าอะไหล่กับค่าแรง ซึ่งสำคัญมาก เพราะการหักภาษี ณ ที่จ่ายของค่าจ้างทำของกับการซื้อสิ่งของมีวิธีปฏิบัติต่างกัน และการจำแนกหมวดรายจ่ายก็ต่างกัน
  • ไม่ระบุยี่ห้อ รุ่น และหมายเลขเครื่อง ของครุภัณฑ์ที่ซ่อม จึงผูกกับทะเบียนครุภัณฑ์เลขที่ 054-58-0002 ไม่ได้ ผู้ตรวจสอบจะถามทันทีว่าเงินก้อนนี้ใช้ซ่อมเครื่องไหน
  • ไม่มี VAT แยกบรรทัด และร้านไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงออกใบกำกับภาษีไม่ได้
  • ไม่มีกำหนดยืนราคาและกำหนดส่งมอบ ทำให้ไม่มีเส้นตายให้ยึด เมื่อร้านทำงานช้าก็ไม่มีเงื่อนไขค่าปรับให้อ้าง
  • ไม่มีเงื่อนไขการรับประกัน ถ้าซ่อมแล้วเสียซ้ำในเดือนถัดมา เทศบาลไม่มีเอกสารใดผูกมัดร้านได้เลย
  • ไม่มีลายมือชื่อผู้มีอำนาจ มีแค่ตรายาง ซึ่งในทางกฎหมายไม่ถือว่ามีผู้ใดรับผิดชอบต่อคำเสนอนั้น

พูดให้ง่ายที่สุด กระดาษแผ่นนั้นเป็น “การบอกราคา” แต่ไม่ใช่ “ใบเสนอราคา” และในงานพัสดุ ความต่างระหว่างสองคำนี้คือความต่างระหว่างเบิกได้กับเบิกไม่ได้

สองเดือนที่หายไป และฤดูระบาดที่ไม่ย้อนกลับมา

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็นเรื่องที่คนทำงานท้องถิ่นคุ้นเคยดี คุณปาริชาตโทรกลับไปหาร้าน ขอให้ออกใบเสนอราคาใหม่ให้ถูกรูปแบบ ร้านรับปาก แล้วเงียบไปหนึ่งสัปดาห์ พอโทรตามอีกครั้งได้คำตอบว่า “เดี๋ยวให้หลานทำให้ในคอมฯ นะ” อีกสิบวันต่อมาได้เอกสารกลับมาเป็นไฟล์ที่พิมพ์ในโปรแกรมตารางคำนวณ มีหัวกระดาษแล้วก็จริง แต่ยังเป็นราคาก้อนเดียวเหมือนเดิม และยังไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี

ระหว่างนั้นเครื่องพ่นหมอกควันวางอยู่ในมุมร้าน มีผ้าใบเก่าคลุมไว้ครึ่งตัว น้ำมันเบนซินผสมยังค้างอยู่ในถังและในคาร์บูเรเตอร์ตั้งแต่วันแรกที่ส่งเข้าไป

สัปดาห์ที่หกของเรื่องนี้ ฝนตกติดต่อกันสี่วัน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านรายงานลูกน้ำในภาชนะรอบบ้านเพิ่มขึ้นชัดเจน กองสาธารณสุขต้องยืมเครื่องจาก อบต. ข้างเคียงมาใช้ได้เพียงสองครั้ง เพราะที่นั่นก็มีแผนพ่นของตัวเอง ชุมชนสี่แห่งในเขตเทศบาลไม่ได้รับการพ่นตามรอบ

สัปดาห์ที่เก้า มีผู้ป่วยยืนยันไข้เลือดออกในเขตเทศบาลสามราย หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงชั้น ป.4 ที่ต้องนอนโรงพยาบาลห้าคืน แม่ของเด็กมาที่สำนักงานเทศบาลและถามคำถามที่ไม่มีใครอยากได้ยิน ว่าทำไมปีนี้ไม่มีรถพ่นควันเข้าซอยเลยสักครั้ง

องค์การอนามัยโลกระบุว่าการควบคุมพาหะนำโรคอย่างต่อเนื่องและตรงจังหวะเวลา เป็นเครื่องมือหลักในการลดการแพร่ระบาดของไข้เลือดออก อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ WHO Dengue and severe dengue และติดตามสถานการณ์โรคในประเทศไทยได้จาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ในที่สุดเทศบาลตัดสินใจไปรับเครื่องกลับมาโดยไม่ซ่อม จ่ายค่าตรวจเช็คเบื้องต้นเป็นเงินสดจากงบเล็กน้อย และเริ่มกระบวนการหาผู้รับจ้างใหม่ตั้งแต่ต้น รวมเวลาที่เครื่องไม่ได้ทำงานทั้งสิ้น 63 วัน ตรงกับช่วงที่ควรพ่นมากที่สุดของปีพอดี

และเรื่องยังไม่จบแค่นั้น ปีถัดมาผู้ตรวจสอบภายในหยิบแฟ้มครุภัณฑ์ขึ้นมาสุ่มตรวจ พบว่าครุภัณฑ์เลขที่ 054-58-0002 มีสถานะ “ชำรุด” ค้างอยู่ในทะเบียนสองรอบปีงบประมาณโดยไม่มีเอกสารการซ่อมหรือรายงานการจำหน่ายพัสดุใด ๆ ประกอบ จึงมีข้อสังเกตให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร

เจาะลึกความเสียหาย 5 ด้าน ของงานซ่อมครุภัณฑ์ที่เอกสารไม่ครบ

1. ด้านสุขภาพประชาชน

เครื่องพ่นหมอกควันหนึ่งเครื่องของเทศบาลตำบลขนาดกลาง ปกติรับผิดชอบพื้นที่หลายพันครัวเรือน เมื่อเครื่องหยุดหนึ่งรอบการพ่น ยุงลายที่ควรถูกกำจัดในวัยตัวเต็มวัยก็ได้วางไข่ต่ออีกรุ่นหนึ่ง วงจรที่ควรถูกตัดจึงเดินต่อไปแบบทวีคูณ ความเสียหายจึงไม่ได้เท่ากับ “ขาดไปหนึ่งครั้ง” แต่เท่ากับประชากรยุงที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าในรอบถัดไป

2. ด้านงบประมาณ

เมื่อกระบวนการยืดออกไปสองเดือน สิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่เคยปรากฏในฎีกาไหน ค่าจ้างเหมาเอกชนมาพ่นแทนชั่วคราว ค่าน้ำมันรถไปยืมเครื่องจากหน่วยงานข้างเคียง ค่าล่วงเวลาเจ้าหน้าที่ที่ต้องออกพ่นนอกเวลาเพื่อไล่ตามแผนที่ค้าง และที่หนักที่สุดคือค่าเสียโอกาสของงบประมาณที่ตั้งไว้แล้วแต่เบิกไม่ทันสิ้นปีงบประมาณ ต้องพับไปตั้งใหม่ในปีถัดไป

3. ด้านความเชื่อมั่นของประชาชน

ประชาชนไม่ได้เห็นแฟ้มเอกสาร เขาเห็นแค่ว่าปีนี้ไม่มีควันเข้าซอย ในเวทีประชาคมหมู่บ้านและในกลุ่มไลน์ชุมชน คำถามจะกลายเป็นเรื่องความใส่ใจของผู้บริหารท้องถิ่นทันที ทั้งที่ต้นเหตุจริงคือกระดาษ A5 แผ่นเดียวที่กรอกไม่ครบ

4. ด้านเวลาของเจ้าหน้าที่

คุณปาริชาตประเมินว่าเรื่องนี้กินเวลาทำงานของเธอไปไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง ทั้งโทรตาม ทั้งอธิบายรูปแบบเอกสารซ้ำ ๆ ทั้งทำบันทึกภายในชี้แจงกองคลัง ทั้งร่างหนังสือตอบข้อสังเกตผู้ตรวจสอบ เป็นยี่สิบชั่วโมงที่ไม่ได้สร้างผลงานอะไรเลย

5. ด้านความเสี่ยงทางวินัยและการตรวจสอบ

นี่คือด้านที่คนนอกวงการมักมองข้าม การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้อง เอกสารที่ไม่ครบไม่ได้แปลว่าแค่ “ล่าช้า” แต่หมายถึงหลักฐานการใช้จ่ายเงินแผ่นดินที่ตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่อาจนำไปสู่การเรียกเงินคืน การชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร หรือความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ได้ ในทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่พัสดุจึงเลือกที่จะไม่ตั้งฎีกาเลย ดีกว่าตั้งไปแล้วมีปัญหาย้อนหลัง และนั่นคือเหตุผลที่เครื่องถูกปล่อยค้างไว้

ข้อสังเกตสำคัญ ความล่าช้าในงานซ่อมครุภัณฑ์ของหน่วยงานราชการส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากช่างซ่อมไม่เป็น แต่เกิดจากผู้รับจ้างออกเอกสารไม่เป็น การเลือกผู้ให้บริการที่เข้าใจระบบเอกสารราชการจึงประหยัดเวลามากกว่าการเลือกจากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว

ทำไม “วิธีแก้แบบเดิม” ถึงไม่เคยแก้ได้จริง

ส่งร้านซ่อมเครื่องยนต์เล็กข้างบ้าน

ร้านเหล่านี้เก่งเรื่องเครื่องตัดหญ้าและเลื่อยยนต์จริง แต่เครื่องพ่นหมอกควันแบบความร้อนทำงานด้วยหลักการ pulse jet ที่ไม่มีลูกสูบและไม่มีวาล์วแบบเครื่องยนต์ทั่วไป การวินิจฉัยจึงคนละชุดความรู้ ที่สำคัญกว่านั้นคือร้านลักษณะนี้มักเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ ไม่ได้จดภาษีมูลค่าเพิ่ม และไม่ได้ลงทะเบียนเป็นผู้ค้ากับภาครัฐในระบบ e-GP จึงออกเอกสารชุดที่ราชการต้องใช้ไม่ได้ตั้งแต่ต้น

ใช้อะไหล่เทียบเพื่อให้ราคาต่ำที่สุด

การเลือกอะไหล่เทียบเพราะราคาถูกกว่าครึ่งหนึ่งดูสมเหตุสมผลบนกระดาษ แต่ในงานราชการมันสร้างปัญหาซ้อน คือเมื่อเครื่องเสียซ้ำภายในไม่กี่เดือน หน่วยงานต้องตั้งเรื่องซ่อมใหม่อีกรอบในปีงบประมาณเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ตรวจสอบสังเกตเห็นได้ทันทีจากทะเบียนคุมค่าซ่อมแซม และจะตั้งคำถามว่าการซ่อมครั้งแรกคุ้มค่าหรือไม่ ยังไม่นับว่าไดอะแฟรมหรือชุดจุดระเบิดที่ไม่ตรงรุ่นอาจทำให้เครื่องเสียหายลุกลามไปยังชิ้นส่วนอื่น

ปล่อยเครื่องทิ้งไว้ก่อน ค่อยว่ากันปีหน้า

นี่คือทางเลือกที่ดูปลอดภัยที่สุดแต่แพงที่สุด เครื่องพ่นหมอกควันที่ถูกเก็บโดยยังมีน้ำมันผสมค้างอยู่ในถังและในคาร์บูเรเตอร์ จะเกิดคราบยางเหนียวจากน้ำมันที่ระเหยไม่หมด ไดอะแฟรมยางแข็งตัว ท่อน้ำมันกรอบ และเขม่าในท่อความร้อนแข็งตัวจนขูดออกยาก จากงานที่เคยเปลี่ยนแค่สองสามชิ้น กลายเป็นงานยกชุดที่แพงขึ้นเท่าตัวเมื่อกลับมาซ่อมจริง

ตั้งงบซื้อเครื่องใหม่ทั้งเครื่องไปเลย

ฟังดูเด็ดขาดดี แต่การจัดซื้อครุภัณฑ์ใหม่ต้องผ่านการตั้งงบประมาณในข้อบัญญัติ ผ่านการพิจารณาของสภาท้องถิ่น และต้องอ้างอิงบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ ซึ่งกินเวลาเป็นปีงบประมาณ ในขณะที่เครื่องเดิมอาจซ่อมได้ในราคาไม่ถึงหนึ่งในห้าของเครื่องใหม่ และที่สำคัญ ครุภัณฑ์เดิมที่ยังไม่ได้จำหน่ายออกจากทะเบียนก็ยังคงค้างอยู่พร้อมสถานะชำรุด ซึ่งกลายเป็นข้อสังเกตใหม่ในการตรวจสอบอยู่ดี

ทางออกที่แท้จริงจึงไม่ใช่การหาช่างที่ถูกที่สุด แต่คือการหาผู้ให้บริการที่ซ่อมเป็นและออกเอกสารเป็นในคราวเดียวกัน

เอกสารชุดมาตรฐาน ที่งานซ่อมครุภัณฑ์เครื่องพ่นหมอกควันควรมีครบ

ต่อไปนี้คือชุดเอกสารที่หน่วยงานราชการส่วนใหญ่ใช้ประกอบการเบิกจ่ายค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์ แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดกับกองคลังหรือเจ้าหน้าที่การเงินของหน่วยงานอีกครั้ง เพราะแต่ละแห่งอาจมีแบบฟอร์มภายในเพิ่มเติม

เอกสารทำหน้าที่อะไร
1. ใบเสนอราคาหลักฐานราคาที่ใช้ประกอบรายงานขอซื้อขอจ้าง และใช้เปรียบเทียบความเหมาะสมของราคา
2. ใบรับเครื่อง / ใบแจ้งซ่อมยืนยันว่าครุภัณฑ์ออกจากหน่วยงานไปอยู่ในความครอบครองของผู้รับจ้างเมื่อใด
3. รายงานผลการตรวจวิเคราะห์อาการเสียอธิบายความจำเป็นในการซ่อม ตอบคำถามผู้ตรวจสอบว่าทำไมต้องเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นนั้น
4. ภาพถ่ายก่อนซ่อมและหลังซ่อมหลักฐานประกอบการตรวจรับ แสดงสภาพชิ้นส่วนเดิมที่ชำรุดและชิ้นส่วนใหม่ที่ติดตั้ง
5. ใบส่งของ / ใบส่งมอบงานระบุวันที่ส่งมอบจริง ใช้นับกำหนดเวลาและพิจารณาค่าปรับหากส่งเกินกำหนด
6. ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปหลักฐานทางภาษีตามประมวลรัษฎากร ต้องมีคำว่าใบกำกับภาษี เลขที่ ชื่อที่อยู่และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งสองฝ่าย รายการสินค้าหรือบริการ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มแยกออกชัดแจ้ง
7. ใบเสร็จรับเงินหลักฐานการรับเงินของผู้รับจ้าง ประกอบการล้างหนี้ในระบบบัญชี
8. หนังสือรับประกันผลงานระบุระยะเวลารับประกัน ขอบเขตที่ครอบคลุม และเงื่อนไขการเรียกใช้สิทธิ
9. สำเนาเอกสารนิติบุคคลหนังสือรับรองการจดทะเบียน ทะเบียนพาณิชย์ หรือ ภ.พ.20 พร้อมสำเนาบัตรผู้มีอำนาจลงนาม
10. สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารสำหรับการโอนเงินเข้าบัญชีผู้รับจ้าง ชื่อบัญชีต้องตรงกับชื่อผู้เสนอราคา
11. ใบตรวจรับพัสดุบันทึกผลการตรวจรับโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ตรวจรับพัสดุแล้วแต่กรณี
12. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายออกให้ผู้รับจ้างเมื่อหน่วยงานหักภาษีตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับค่าจ้างทำของ

เอกสารสิบสองรายการนี้ฟังดูเยอะ แต่ในทางปฏิบัติ ถ้าผู้รับจ้างคุ้นเคยกับงานราชการ เขาจะจัดชุดมาให้พร้อมตั้งแต่ต้นโดยที่เจ้าหน้าที่พัสดุแทบไม่ต้องร้องขอเลย ความต่างระหว่างผู้รับจ้างที่ทำงานกับภาครัฐเป็นประจำ กับร้านที่ไม่เคยทำ อยู่ตรงนี้เอง

ใบเสนอราคาที่ผ่านการตรวจ ต้องมีอะไรบ้าง 14 ข้อ

  1. ชื่อและที่อยู่ของผู้เสนอราคา ตรงตามหนังสือรับรองหรือทะเบียนพาณิชย์ทุกตัวอักษร
  2. เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก
  3. เลขที่ใบเสนอราคาและวันที่ออกเอกสาร
  4. ชื่อหน่วยงานผู้ซื้ออย่างเป็นทางการ เช่น เทศบาลตำบลบ้านคลองใหม่ ไม่ใช่ชื่อย่อหรือชื่อกอง
  5. รายละเอียดครุภัณฑ์ที่รับซ่อม ทั้งยี่ห้อ รุ่น หมายเลขเครื่อง และหมายเลขครุภัณฑ์ของหน่วยงาน
  6. รายการอะไหล่แยกเป็นรายชิ้น พร้อมจำนวน หน่วยนับ ราคาต่อหน่วย และราคารวมของแต่ละรายการ
  7. ค่าแรงหรือค่าบริการแยกออกจากค่าอะไหล่อย่างชัดเจน
  8. ราคารวมก่อนภาษี จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม และราคารวมทั้งสิ้น แยกเป็นสามบรรทัด
  9. ตัวเลขและตัวอักษรของยอดรวมทั้งสิ้นตรงกัน
  10. กำหนดยืนราคา เช่น 30 วัน 60 วัน หรือ 90 วันนับจากวันที่เสนอราคา
  11. กำหนดระยะเวลาส่งมอบงาน นับเป็นจำนวนวันหลังได้รับใบสั่งจ้าง
  12. เงื่อนไขการรับประกันผลงานและอะไหล่
  13. เงื่อนไขการชำระเงิน เช่น ชำระหลังตรวจรับและวางบิลตามรอบของหน่วยงาน
  14. ลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมชื่อตัวบรรจงและตำแหน่ง และตราประทับหากเป็นนิติบุคคล

ตัวอย่างการแจกแจงรายการที่ผู้ตรวจรับอ่านแล้วตรวจได้ทันที ควรมีหน้าตาประมาณนี้

ลำดับรายการจำนวนหน่วย
1ชุดคาร์บูเรเตอร์แท้ ตรงรุ่น AIROFOG AT351ชุด
2ชุดไดอะแฟรมและปะเก็นคาร์บูเรเตอร์1ชุด
3คอยล์จุดระเบิดแท้ ตรงรุ่น1ชิ้น
4หัวเทียนแท้1หัว
5ชุดท่อน้ำมันและกรองน้ำมัน1ชุด
6ค่าแรงถอดล้างท่อความร้อน ปรับตั้ง และทดสอบเดินเครื่อง1งาน

เมื่อรายการชัดแบบนี้ ผู้ตรวจรับพัสดุสามารถเดินไปที่เครื่อง เปิดฝาครอบ และตรวจได้ทีละบรรทัดว่าของที่ระบุถูกเปลี่ยนจริงหรือไม่ นั่นคือหัวใจของการตรวจรับที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่การเซ็นชื่อรับทราบ

เกร็ดที่ช่วยได้มาก ควรแยกให้ชัดว่างานครั้งนี้เป็นการซ่อมแซมบำรุงรักษาตามปกติ ซึ่งโดยทั่วไปเบิกจากหมวดค่าใช้สอย หรือเป็นการปรับปรุงที่ทำให้ครุภัณฑ์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นหรืออายุการใช้งานยาวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจต้องพิจารณาบันทึกเพิ่มมูลค่าครุภัณฑ์ การแจกแจงรายการอะไหล่และค่าแรงอย่างละเอียดจะช่วยให้กองคลังจำแนกหมวดรายจ่ายได้ถูกต้องตั้งแต่แรก

ทางออก: บริการซ่อมเครื่องพ่นหมอกควันโดย World Health Disinfection

World Health Disinfection หรือ WHD ให้บริการ ซ่อมเครื่องพ่นหมอกควันและเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ทุกยี่ห้อ โดยทีมช่างที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี ทำงานกับเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงเรียน และบริษัทกำจัดแมลงมาอย่างต่อเนื่อง

จุดที่ทำให้ WHD ต่างจากร้านซ่อมทั่วไปสำหรับหน่วยงานราชการ คือเราไม่ได้มองว่างานจบเมื่อเครื่องติด แต่มองว่างานจบเมื่อเจ้าหน้าที่พัสดุตั้งฎีกาผ่าน และแฟ้มเอกสารสามารถวางให้ผู้ตรวจสอบเปิดดูได้อย่างสบายใจ

  • ประเมินและวิเคราะห์อาการเสียอย่างละเอียดและตรงจุด ก่อนเสนอราคา ไม่ใช่การเดาราคาแล้วค่อยไปดูของ
  • ซ่อมโดยช่างประสบการณ์กว่า 10 ปี ที่ชำนาญเครื่องพ่นหมอกควันแบบ pulse jet โดยเฉพาะ
  • ใช้อะไหล่แท้ 100% ตรงรุ่นจากโรงงานผู้ผลิต พร้อมระบุรุ่นและรหัสอะไหล่ในเอกสาร
  • สตาร์ทเครื่องทดสอบจริงทุกครั้งก่อนส่งมอบ พร้อมบันทึกผลการทดสอบแนบไปกับเอกสารส่งมอบ

10 เหตุผลที่หน่วยงานราชการเลือกซ่อมเครื่องพ่นหมอกควันกับ WHD

  1. ใบเสนอราคาแบบราชการครบทุกช่อง มีเลขที่เอกสาร วันที่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ชื่อหน่วยงานผู้ซื้อเต็มรูปแบบ กำหนดยืนราคา และกำหนดส่งมอบ ตั้งแต่ฉบับแรกที่ส่งให้
  2. แจกแจงอะไหล่รายชิ้น พร้อมแยกค่าแรงชัดเจน เจ้าหน้าที่พัสดุนำไปทำรายงานขอซื้อขอจ้างได้ทันที และผู้ตรวจรับตรวจได้ทีละบรรทัด
  3. ออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้ พร้อมใบเสร็จรับเงิน ทำให้การล้างหนี้และการหักภาษี ณ ที่จ่ายเดินได้ตามระบบ
  4. มีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์อาการเสีย อธิบายว่าชิ้นไหนชำรุดเพราะอะไร ทำไมต้องเปลี่ยน เป็นเอกสารที่ตอบข้อสังเกตผู้ตรวจสอบได้ตรงประเด็นที่สุด
  5. มีภาพถ่ายก่อนซ่อมและหลังซ่อม แนบไปกับชุดเอกสาร ให้เห็นสภาพชิ้นส่วนเดิมและชิ้นส่วนที่เปลี่ยนใหม่
  6. มีหนังสือรับประกันผลงานเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุระยะเวลาและขอบเขตชัดเจน ไม่ใช่การรับปากทางโทรศัพท์
  7. มีใบส่งมอบงานที่ระบุวันเวลาส่งมอบจริง ทำให้หน่วยงานนับกำหนดเวลาและพิจารณาเงื่อนไขค่าปรับได้อย่างเป็นธรรม
  8. ใช้อะไหล่แท้ตรงรุ่นจากโรงงานผู้ผลิต ทั้ง AIROFOG AT35, U260, UM2, UM4 และรุ่นอื่น ลดโอกาสเสียซ้ำในปีงบประมาณเดียวกัน ซึ่งเป็นจุดที่การตรวจสอบมองหา
  9. ทดสอบเดินเครื่องจริงก่อนส่งมอบทุกครั้ง ตรวจทั้งการติดเครื่อง ความสม่ำเสมอของหมอกควัน อัตราการจ่ายน้ำยา และอุณหภูมิท่อ
  10. เข้าใจจังหวะเวลาของงานท้องถิ่น ทีมงานคุ้นเคยกับรอบวางบิล รอบการประชุมคณะกรรมการตรวจรับ และช่วงเร่งด่วนก่อนเปิดฤดูฝน จึงวางแผนคิวซ่อมให้ทันแผนพ่นได้

ก่อน vs หลัง เปลี่ยนวิธีจัดการเอกสารงานซ่อมครุภัณฑ์

ก่อน — ส่งร้านทั่วไป

  • ใบเสนอราคาเขียนมือ ราคาก้อนเดียว ไม่มีเลขผู้เสียภาษี
  • ไม่มีใบกำกับภาษี ตั้งเจ้าหนี้ในระบบไม่ได้
  • ไม่รู้ว่าเปลี่ยนอะไหล่อะไรบ้าง ตรวจรับไม่ได้จริง
  • ไม่มีหนังสือรับประกัน เสียซ้ำต้องจ่ายใหม่
  • เครื่องค้างที่ร้าน 63 วัน พลาดรอบพ่นทั้งฤดู
  • ครุภัณฑ์ค้างสถานะชำรุดในทะเบียน ถูกตั้งข้อสังเกตย้อนหลัง
  • เจ้าหน้าที่พัสดุเสียเวลากว่า 20 ชั่วโมงกับการตามเอกสาร

หลัง — ส่งซ่อมกับ WHD

  • ใบเสนอราคามีหัวกระดาษ เลขที่ วันที่ เลขผู้เสียภาษี ครบตั้งแต่ฉบับแรก
  • ใบกำกับภาษีเต็มรูปและใบเสร็จรับเงินออกให้พร้อมส่งมอบ
  • อะไหล่แจกแจงรายชิ้น แยกค่าแรง ตรวจรับได้ทีละบรรทัด
  • หนังสือรับประกันผลงานเป็นลายลักษณ์อักษร
  • รู้กำหนดส่งมอบตั้งแต่วันแรก วางแผนคิวพ่นล่วงหน้าได้
  • ทะเบียนครุภัณฑ์อัปเดตสถานะพร้อมใช้งาน มีเอกสารประกอบครบ
  • เจ้าหน้าที่พัสดุใช้เวลาทำเรื่องไม่ถึงหนึ่งวันทำการ

เจาะลึกทางเทคนิค: เครื่อง AT35 เครื่องนั้นเสียอะไรจริง ๆ

เมื่อเทศบาลตำบลบ้านคลองใหม่ส่งเครื่องมาที่ WHD ในที่สุด สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่การถอดเครื่อง แต่คือการบันทึกสภาพและซักประวัติการใช้งาน ช่างถามคำถามชุดเดิมที่ถามทุกเครื่อง คือใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อไร ใช้น้ำมันผสมอัตราส่วนเท่าไร เก็บเครื่องอย่างไร ล้างท่อครั้งสุดท้ายเมื่อใด และมีอาการนำมาก่อนหรือไม่

คำตอบชี้ทางได้เกือบครึ่ง เครื่องถูกเก็บเข้าคลังหลังฤดูพ่นปีก่อนโดยไม่ได้ถ่ายน้ำมันออก และก่อนจะสตาร์ทไม่ติดเลย เคยมีอาการติดยากและหมอกควันบางลงมาก่อนแล้วราวสองครั้ง

หลักการทำงานที่ทำให้เครื่องนี้ต่างจากเครื่องยนต์ทั่วไป

เครื่องพ่นหมอกควันแบบความร้อนใช้ระบบ pulse jet ซึ่งไม่มีลูกสูบและไม่มีวาล์วเชิงกล การจุดระเบิดเกิดขึ้นเป็นจังหวะถี่มากในห้องเผาไหม้ แรงดันจากการเผาไหม้ดันไอเสียออกไปตามท่อความร้อน แล้วเกิดสุญญากาศดูดอากาศและเชื้อเพลิงชุดใหม่เข้ามาเอง วงจรนี้เลี้ยงตัวเองได้ตราบใดที่สามสิ่งยังสมดุล คือเชื้อเพลิง อากาศ และประกายไฟเริ่มต้น เมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพี้ยน เครื่องจะไม่ติดหรือติดแล้วดับทันที

ผลการตรวจวิเคราะห์จริง

  • คาร์บูเรเตอร์อุดตันจากคราบยางเหนียว น้ำมันผสมที่ค้างอยู่นานหลายเดือนระเหยส่วนที่เบาออกไป เหลือคราบเหนียวเคลือบรูนมหนูและช่องทางเดินน้ำมัน ทำให้ส่วนผสมบางเกินกว่าจะจุดติด
  • ไดอะแฟรมยางแข็งตัวและเสียความยืดหยุ่น เมื่อไดอะแฟรมไม่ตอบสนองต่อแรงดันเป็นจังหวะ ปั๊มน้ำมันในตัวคาร์บูเรเตอร์ก็จ่ายน้ำมันได้ไม่พอในจังหวะสตาร์ท
  • คอยล์จุดระเบิดอ่อนกำลัง วัดแล้วให้ประกายไฟไม่สม่ำเสมอ บางจังหวะไม่มีประกายเลย เป็นอาการที่มักถูกมองข้ามเพราะดูด้วยตาเปล่าไม่เห็น
  • หัวเทียนมีคราบเขม่าหนาและเขี้ยวสึก ระยะห่างเขี้ยวเกินค่าที่กำหนด
  • กรองน้ำมันและท่อน้ำมันเสื่อมสภาพ ท่อเริ่มกรอบและมีรอยแตกลายงา เสี่ยงต่อการดูดอากาศเข้าระบบ
  • ท่อความร้อนมีคราบเขม่าและคราบน้ำยาสะสม ลดพื้นที่หน้าตัดของทางเดินไอเสีย ทำให้แรงดันย้อนกลับผิดปกติ

สิ่งที่ทำในการซ่อม

ช่างเปลี่ยนชุดคาร์บูเรเตอร์แท้ตรงรุ่นพร้อมชุดไดอะแฟรมและปะเก็นใหม่ เปลี่ยนคอยล์จุดระเบิดและหัวเทียนแท้ เปลี่ยนกรองและท่อน้ำมันทั้งชุด ถอดล้างท่อความร้อนและห้องเผาไหม้ ตรวจสภาพปะเก็นทุกจุดที่อาจรั่ว ปรับตั้งส่วนผสมและอัตราการจ่ายน้ำยาให้ได้ตามค่ามาตรฐานของรุ่น จากนั้นสตาร์ทเครื่องทดสอบจริง เดินเครื่องต่อเนื่องเพื่อดูความสม่ำเสมอของหมอกควันและความเสถียรของรอบเครื่อง ทุกขั้นตอนถ่ายภาพประกอบและบันทึกลงในรายงานผลการซ่อม

สำหรับหน่วยงานที่ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยควบคู่กันในงานฆ่าเชื้อภายในอาคาร สามารถดูข้อมูล เครื่องพ่นละอองฝอย ULV และ รายละเอียดเครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 เพิ่มเติมได้

เสียงจากผู้ใช้บริการ

“ปีที่แล้วเราเสียเวลาไปสองเดือนเต็มกับใบเสนอราคาแผ่นเดียว ปีนี้ส่งซ่อมกับ WHD ได้ใบเสนอราคากลับมาในสองวัน มีเลขที่เอกสาร มีเลขผู้เสียภาษี แจกแจงอะไหล่ทีละชิ้น แยกค่าแรงชัดเจน กองคลังอ่านแล้วผ่านเลย ไม่ต้องส่งกลับไปแก้สักรอบ ตอนรับเครื่องคืนก็ได้ใบส่งมอบ ใบกำกับภาษี หนังสือรับประกัน และรูปถ่ายก่อนหลังมาครบในซองเดียว ตรวจรับเสร็จภายในวันเดียว สำหรับคนทำงานพัสดุ นี่คือความสบายใจที่ตีเป็นเงินไม่ได้เลยค่ะ”

— คุณปาริชาต ก. เจ้าพนักงานพัสดุปฏิบัติงาน เทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม

“ผมเป็นผู้อำนวยการกองสาธารณสุข สิ่งที่ผมต้องการคือเครื่องพร้อมใช้ก่อนเปิดฤดูฝน ไม่ใช่คำอธิบายว่าทำไมยังไม่เสร็จ พอเอกสารครบตั้งแต่ต้น เรื่องเดินเร็วขึ้นทั้งระบบ ปีนี้เราพ่นครบทุกชุมชนตามแผน และมีรายงานผลการซ่อมแนบแฟ้มครุภัณฑ์ไว้เรียบร้อยด้วย”

— คุณสมชาย ท. ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต. แห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี

ขั้นตอนการส่งซ่อมสำหรับหน่วยงานราชการ 8 ขั้นตอน

  1. แจ้งอาการเบื้องต้น ทางโทรศัพท์หรือ LINE พร้อมแจ้งยี่ห้อ รุ่น และหมายเลขเครื่อง ถ่ายคลิปตอนดึงสตาร์ทมาให้ดูจะช่วยประเมินได้เร็วขึ้นมาก
  2. ส่งเครื่องเข้าตรวจ นำเครื่องมาส่งเองหรือจัดส่งมาที่ศูนย์บริการ ทีมงานออกใบรับเครื่องระบุวันที่และสภาพเครื่องให้ทันที
  3. ตรวจวิเคราะห์อาการเสียอย่างละเอียด พร้อมถ่ายภาพชิ้นส่วนที่ชำรุดเก็บไว้เป็นหลักฐาน
  4. ออกใบเสนอราคาแบบราชการ แจกแจงอะไหล่รายชิ้น แยกค่าแรง ระบุ VAT กำหนดยืนราคา และกำหนดส่งมอบ ส่งให้เจ้าหน้าที่พัสดุพิจารณา
  5. หน่วยงานดำเนินการตามระเบียบพัสดุ จัดทำรายงานขอซื้อขอจ้างและออกใบสั่งจ้างตามขั้นตอนภายในของหน่วยงาน
  6. ดำเนินการซ่อมด้วยอะไหล่แท้ตรงรุ่น โดยช่างประสบการณ์กว่า 10 ปี พร้อมบันทึกภาพระหว่างซ่อม
  7. ทดสอบเดินเครื่องจริงก่อนส่งมอบ ตรวจการติดเครื่อง ความสม่ำเสมอของหมอกควัน และอัตราการจ่ายน้ำยา บันทึกผลลงในรายงาน
  8. ส่งมอบพร้อมเอกสารครบชุด ใบส่งมอบงาน ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน หนังสือรับประกัน รายงานผลการซ่อม และภาพถ่ายก่อนหลัง สำหรับใช้ประกอบการตรวจรับและการเบิกจ่าย

คำแนะนำจากประสบการณ์ ให้แจ้งชื่อหน่วยงานผู้ซื้อแบบเต็มยศและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของหน่วยงานตั้งแต่ตอนขอใบเสนอราคา จะช่วยให้เอกสารทุกฉบับตั้งแต่ต้นจนจบใช้ชื่อเดียวกันหมด ไม่ต้องมาแก้ใบกำกับภาษีทีหลัง ซึ่งเป็นสาเหตุความล่าช้าอันดับต้น ๆ ของงานเบิกจ่าย

ปฏิทินบำรุงรักษาและการวางแผนงบประมาณล่วงหน้า

วิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงเรื่องแบบคุณปาริชาต คือไม่ต้องซ่อมฉุกเฉินตั้งแต่แรก ลองใช้ปฏิทินนี้เทียบกับรอบปีงบประมาณของหน่วยงาน

ช่วงเวลาสิ่งที่ควรทำ
ตุลาคม — ธันวาคมตรวจสภาพเครื่องทุกเครื่องหลังจบฤดูพ่น ถ่ายน้ำมันออกให้หมดก่อนเก็บ ทำบันทึกสภาพแนบทะเบียนครุภัณฑ์ และตั้งงบค่าบำรุงรักษาไว้ในหมวดค่าใช้สอย
มกราคม — กุมภาพันธ์ขอใบเสนอราคาสำหรับงานตรวจเช็คประจำปีล่วงหน้า ในช่วงที่ยังไม่เร่งด่วน ทำให้มีเวลาตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารได้เต็มที่
มีนาคม — เมษายนส่งเครื่องเข้าตรวจเช็คและซ่อมบำรุงก่อนเปิดฤดูฝน เป็นช่วงที่คิวศูนย์บริการยังไม่แน่นและมีเวลาสั่งอะไหล่
พฤษภาคม — กันยายนช่วงพ่นจริง ล้างท่อและตรวจหัวเทียนตามรอบการใช้งาน จดบันทึกชั่วโมงการทำงานของแต่ละเครื่อง

เช็คลิสต์ประจำหลังใช้งานทุกครั้ง

  • เดินเครื่องเปล่าจนน้ำยาในระบบหมด ก่อนดับเครื่อง
  • ปล่อยให้ท่อความร้อนเย็นสนิทก่อนเก็บ ห้ามราดน้ำ
  • เช็ดคราบน้ำยาที่หัวฉีดและรอบตัวเครื่องให้แห้ง
  • ตรวจปะเก็นและข้อต่อว่ามีรอยรั่วซึมหรือไม่
  • ถ้าจะไม่ใช้เกินสองสัปดาห์ ให้ถ่ายน้ำมันผสมออกจากถังและเดินเครื่องจนน้ำมันในคาร์บูเรเตอร์หมด
  • เก็บในที่แห้ง ไม่โดนแดดโดยตรง และไม่วางซ้อนของหนักทับ
  • บันทึกวันที่ใช้งานและชั่วโมงเดินเครื่องลงในสมุดคุมประจำเครื่อง

สมุดคุมประจำเครื่องเป็นสิ่งที่หลายหน่วยงานมองข้าม แต่มันคือเอกสารที่ตอบคำถามผู้ตรวจสอบได้ดีที่สุดว่าครุภัณฑ์ชิ้นนี้ถูกใช้และดูแลอย่างสมเหตุสมผล และเมื่อถึงวันที่ต้องซ่อมจริง ประวัติในสมุดเล่มนี้ยังช่วยให้ช่างวินิจฉัยได้เร็วขึ้นอีกด้วย

สำหรับหน่วยงานที่กำลังพิจารณาจ้างเหมาบริการพ่นในช่วงที่เครื่องอยู่ระหว่างซ่อม สามารถดูรายละเอียด บริการพ่นหมอกควันกำจัดยุง ได้เช่นกัน

อย่าปล่อยให้กระดาษแผ่นเดียวทำให้พลาดทั้งฤดูพ่น

ถ้าตอนนี้มีเครื่องพ่นหมอกควันของหน่วยงานค้างอยู่ที่ร้านไหนสักแห่ง หรือมีใบเสนอราคาที่กองคลังตีกลับอยู่บนโต๊ะ ให้เริ่มต้นใหม่ด้วยผู้ให้บริการที่ออกเอกสารได้ถูกต้องตั้งแต่ฉบับแรก

ดูรายละเอียดบริการและราคาซ่อมเครื่องพ่นหมอกควัน คลิกที่นี่

  • โทร 065-556-6294 ปรึกษาอาการเสียและขอใบเสนอราคาแบบราชการ
  • LINE @whd268 ส่งรูปหรือคลิปอาการเสียให้ช่างประเมินเบื้องต้นได้ทันที
  • อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com สำหรับส่งหนังสือราชการหรือขอเอกสารประกอบการจัดซื้อจัดจ้าง
  • ที่อยู่ 88/268 ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

รับซ่อมเครื่องพ่นหมอกควันและเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ทุกยี่ห้อ รวมถึง AIROFOG AT35, U260, UM2 และ UM4 พร้อมอะไหล่แท้ 100% ตรงรุ่นจากโรงงานผู้ผลิต และเอกสารครบชุดสำหรับงานเบิกจ่ายของหน่วยงานราชการ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องเอกสารซ่อมครุภัณฑ์เครื่องพ่นหมอกควัน

ถาม: WHD ออกใบเสนอราคาแบบที่หน่วยงานราชการใช้ได้หรือไม่

ตอบ: ได้ครับ ใบเสนอราคาของ WHD มีหัวกระดาษ เลขที่เอกสาร วันที่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ชื่อหน่วยงานผู้ซื้อแบบเต็ม รายการอะไหล่แยกรายชิ้น ค่าแรงแยกบรรทัด ภาษีมูลค่าเพิ่มแยกชัดเจน กำหนดยืนราคา กำหนดส่งมอบ และเงื่อนไขการรับประกัน หากหน่วยงานมีแบบฟอร์มเฉพาะ สามารถแจ้งล่วงหน้าเพื่อจัดทำให้สอดคล้องได้

ถาม: มีใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินให้ไหม

ตอบ: มีครับ ออกใบกำกับภาษีพร้อมใบเสร็จรับเงินให้ตามรายการที่ตกลงกัน โดยระบุชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของหน่วยงานผู้ซื้อให้ถูกต้อง แนะนำให้แจ้งชื่อหน่วยงานแบบเต็มตั้งแต่ขั้นขอใบเสนอราคา เพื่อไม่ต้องแก้ไขเอกสารภายหลัง

ถาม: ทำไมต้องแยกค่าอะไหล่ออกจากค่าแรง

ตอบ: เพราะช่วยให้กองคลังจำแนกหมวดรายจ่ายได้ถูกต้อง ช่วยให้ผู้ตรวจรับพัสดุตรวจของได้จริงทีละรายการ และช่วยให้การหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับค่าจ้างทำของดำเนินการได้ตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ดีเมื่อต้องเปรียบเทียบราคาในการซ่อมครั้งถัดไป

ถาม: ใช้เวลาซ่อมนานเท่าไร

ตอบ: ขึ้นอยู่กับอาการและความพร้อมของอะไหล่ อาการทั่วไปอย่างคาร์บูเรเตอร์อุดตัน หัวเทียน หรือชุดจุดระเบิด มักใช้เวลาไม่นาน ส่วนงานที่ต้องสั่งอะไหล่เฉพาะรุ่นจะแจ้งกำหนดที่ชัดเจนไว้ในใบเสนอราคาตั้งแต่ต้น เพื่อให้หน่วยงานวางแผนคิวพ่นได้ล่วงหน้า

ถาม: ซ่อมแล้วมีการรับประกันหรือไม่

ตอบ: มีหนังสือรับประกันผลงานเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุระยะเวลาและขอบเขตที่ครอบคลุมอย่างชัดเจน สามารถแนบเข้าแฟ้มเอกสารการตรวจรับได้ทันที ทั้งนี้การรับประกันครอบคลุมงานซ่อมและอะไหล่ที่เปลี่ยน ไม่รวมความเสียหายจากการใช้งานผิดวิธีหรือการใช้น้ำมันผสมผิดอัตราส่วน

ถาม: หน่วยงานอยู่ต่างจังหวัด ส่งเครื่องมาซ่อมได้ไหม

ตอบ: ได้ครับ หน่วยงานทั่วประเทศสามารถจัดส่งเครื่องเข้ามาที่ศูนย์บริการได้ แนะนำให้โทรหรือทัก LINE แจ้งอาการและรุ่นเครื่องก่อน เพื่อให้ทีมงานเตรียมอะไหล่และจัดคิวไว้ล่วงหน้า พร้อมบรรจุเครื่องให้แน่นหนา ถ่ายน้ำมันออกจากถังก่อนส่ง และแนบชื่อผู้ติดต่อพร้อมเบอร์โทรไว้ในกล่อง

ถาม: ถ้าตรวจแล้วพบว่าไม่คุ้มที่จะซ่อม จะทำอย่างไร

ตอบ: ทีมงานจะแจ้งผลการตรวจวิเคราะห์พร้อมเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้หน่วยงานใช้ประกอบการพิจารณาว่าจะซ่อม จำหน่ายพัสดุออกจากทะเบียน หรือจัดหาทดแทน โดยรายงานผลการตรวจวิเคราะห์นี้สามารถใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาภายในของหน่วยงานได้

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

#ซ่อมครุภัณฑ์เครื่องพ่นหมอกควัน#ใบเสนอราคาซ่อมเครื่องพ่นหมอกควัน#ซ่อมเครื่องพ่นหมอกควันเทศบาล#เอกสารเบิกจ่ายค่าซ่อมครุภัณฑ์#ใบกำกับภาษีค่าซ่อม#อะไหล่แท้เครื่องพ่นหมอกควัน#ศูนย์ซ่อมเครื่องพ่นหมอกควัน#AIROFOGAT35

ซ่อมครุภัณฑ์เครื่องพ่นหมอกควันหน่วยงานราชการ | ใบเสนอราคาซ่อมเครื่องพ่นหมอกควันแบบราชการ | เอกสารเบิกจ่ายค่าซ่อมครุภัณฑ์ เทศบาล อบต. | ใบกำกับภาษีและหนังสือรับประกันงานซ่อม | อะไหล่แท้ 100% ตรงรุ่น AIROFOG AT35 U260 UM2 UM4 | ศูนย์ซ่อมเครื่องพ่นหมอกควันและเครื่องพ่น ULV ทุกยี่ห้อ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้