กลิ่นสีหลังรีโนเวทบ้าน อันตรายกว่าที่คิด! กำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน

Last updated: 22 มิ.ย. 2569  |  8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กลิ่นสีหลังรีโนเวทบ้าน อันตรายกว่าที่คิด! กำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน

กลิ่นสีหลังรีโนเวทบ้าน อันตรายกว่าที่คิด! กำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน

โดย World Health Disinfection | ปรึกษาฟรี โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

เรื่องจริงที่เกิดขึ้น

คุณพิมพ์ลดาเพิ่งรีโนเวทบ้านใหม่ทั้งหลังก่อนพาลูกวัย 2 ขวบกลับเข้าอยู่ ช่างทาสีเสร็จ ติดวอลเปเปอร์ ปูพื้นลามิเนต และต่อบิลท์อินครัวใหม่หมด ทุกอย่างดูสวยงาม แต่พอเปิดประตูเข้าไปในวันแรก กลิ่นสีและกลิ่นกาวฉุนแสบจมูกจนต้องรีบเปิดหน้าต่างหนีออกมา ผ่านไปสองสัปดาห์กลิ่นก็ยังไม่จาง ลูกเริ่มไอ ตาแดง และงอแงผิดปกติเวลาอยู่ในห้อง

คุณพิมพ์ลดา ลองทำทุกอย่างที่คิดออก ทั้งเปิดหน้าต่างทิ้งไว้หลายวัน ตั้งถ่านดูดกลิ่น ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ และเปิดพัดลมระบายอากาศตลอดเวลา แต่กลิ่นฉุนของสี ทินเนอร์ กาว และฟอร์มาลดีไฮด์จากการรีโนเวทก็ยังวนเวียนอยู่ไม่หาย ยิ่งปิดห้องเปิดแอร์ กลิ่นยิ่งอับและเข้มข้นขึ้น จนเริ่มกังวลว่าสิ่งที่สูดเข้าไปทุกวันจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวหรือไม่

เรื่องของคุณพิมพ์ลดาที่ทาวน์โฮมย่านพระราม 2 ไม่ใช่กรณีเดียวที่เราพบ หลายบ้านและหลายธุรกิจกำลังเจอปัญหาเดียวกัน นั่นคือ สี ทินเนอร์ กาว และฟอร์มาลดีไฮด์จากการรีโนเวท ที่มองไม่เห็นแต่สูดเข้าไปทุกลมหายใจ และที่น่ากลัวคือมันไม่ได้หายไปเองง่าย ๆ บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมสารเคมีเหล่านี้จึงอันตราย ทำไมวิธีแก้แบบเดิมถึงไม่ได้ผล และทางออกที่โรงพยาบาล โรงแรม และโรงงานชั้นนำเลือกใช้

รู้จักสารเคมีตกค้างในอากาศ: ภัยเงียบที่มองไม่เห็น

สีทาบ้าน แล็กเกอร์ และทินเนอร์มีตัวทำละลายอินทรีย์ที่ระเหยออกมาขณะแห้งและต่อเนื่องอีกหลายสัปดาห์ ส่วนกาวติดวอลเปเปอร์ ปูพื้น และไม้อัดในงานรีโนเวทยังปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ออกมาด้วย กลิ่นฉุนที่ได้กลิ่นจึงคือสารเคมีระเหยจริง ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ

สารกลุ่มนี้เรียกรวม ๆ ว่า สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC – Volatile Organic Compounds) ซึ่งระเหยกลายเป็นไอที่อุณหภูมิห้องและลอยปะปนอยู่ในอากาศที่เราหายใจ จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่า พอไม่ได้กลิ่นแล้วแปลว่าหมดแล้ว แต่ความจริงคือจมูกของเราชินกับกลิ่นได้ ทั้งที่โมเลกุลสารเคมียังลอยอยู่ และวัสดุหลายชนิดยังคงปล่อยสารออกมาต่อเนื่องได้นานหลายเดือนถึงหลายปี

ทำไมในห้องปิดแอร์ถึงยิ่งอันตราย

อาคารและบ้านสมัยใหม่ปิดมิดชิดและเปิดแอร์ตลอด เพื่อประหยัดพลังงาน อากาศจึงหมุนเวียนกับภายนอกน้อยมาก ผลคือสารเคมีระเหยถูกกักสะสมอยู่ภายใน เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่ามลพิษทางอากาศภายในอาคารเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพที่สำคัญ และคนเราใช้เวลาในอาคารมากกว่า 80-90% ของแต่ละวัน นั่นแปลว่าเราสัมผัสสารเคมีตกค้างเหล่านี้มากกว่าที่คิด

สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังสูดสารเคมีตกค้างเข้าไป

ลองสังเกตอาการเหล่านี้ ถ้ามีหลายข้อ แสดงว่าอากาศรอบตัวคุณอาจมีสารเคมีตกค้างเกินปลอดภัย:

  • แสบตา ตาแดง น้ำตาไหลเมื่ออยู่ในห้อง
  • แสบจมูก คันจมูก จาม หรือมีน้ำมูกบ่อยผิดปกติ
  • ปวดหัว มึนหัว วิงเวียน โดยเฉพาะหลังอยู่ในห้องนาน ๆ
  • คอแห้ง ระคายคอ ไอแห้ง
  • คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ง่วงผิดปกติ สมาธิลดลง
  • อาการดีขึ้นเมื่อออกไปข้างนอก แล้วกลับมาเป็นอีกเมื่อเข้าห้อง

อาการที่ดีขึ้นเมื่อออกจากห้องแล้วกลับมาเป็นซ้ำ เป็นสัญญาณคลาสสิกของปัญหาคุณภาพอากาศภายในอาคารที่ไม่ควรมองข้าม

ทำไมสารเคมีตกค้างจึงอันตรายกว่าที่คิด

1) ผลต่อสุขภาพ

การสูดสาร VOC สะสมส่งผลตั้งแต่ระยะสั้น เช่น แสบตา แสบจมูก ปวดหัว วิงเวียน คลื่นไส้ ระคายเคืองทางเดินหายใจ ไปจนถึงระยะยาว เช่น กระตุ้นภูมิแพ้และหอบหืดให้กำเริบ และสารบางชนิดอย่างฟอร์มาลดีไฮด์ถูกจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์เมื่อสัมผัสสะสมเป็นเวลานาน

2) ผลต่อการเงินและธุรกิจ

ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่สุขภาพ แต่กระทบกระเป๋าด้วย ลูกค้าหนีเพราะทนกลิ่นไม่ไหว พนักงานลาป่วยบ่อยและประสิทธิภาพงานลดลง บางแห่งต้องปิดพื้นที่ทิ้งไว้นานเป็นเดือนเพื่อรอกลิ่นจาง ซึ่งเท่ากับเสียโอกาสทางรายได้ไปเปล่า ๆ

3) ผลต่อภาพลักษณ์

สำหรับธุรกิจบริการ กลิ่นสารเคมีฉุนทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสถานที่ไม่สะอาดและไม่ปลอดภัย ความรู้สึกแย่เพียงครั้งเดียวอาจกลายเป็นรีวิวลบบนโซเชียลที่ตามมาหลอกหลอนได้นาน

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

สารเคมีตกค้างส่งผลกับทุกคน แต่กลุ่มเหล่านี้ได้รับผลกระทบรุนแรงกว่า เพราะร่างกายไวต่อสารพิษมากกว่าคนทั่วไป:

  • เด็กเล็กและทารก: หายใจถี่กว่าผู้ใหญ่ ปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงรับสารเข้าไปต่อน้ำหนักตัวมากกว่า
  • หญิงตั้งครรภ์: สารเคมีบางชนิดอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์
  • ผู้สูงอายุ: ภูมิคุ้มกันและระบบหายใจอ่อนแอลง
  • ผู้ป่วยภูมิแพ้-หอบหืด: สาร VOC เป็นตัวกระตุ้นอาการกำเริบโดยตรง
  • ผู้ที่ทำงานในพื้นที่นั้นทั้งวัน: สัมผัสสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ทำไมวิธีแก้แบบเดิม ๆ ถึงไม่ได้ผล

ส่วนใหญ่เรามักลองวิธีง่าย ๆ ก่อน แต่กลับไม่หายขาด เพราะวิธีเหล่านี้แค่ กลบ ไม่ได้ กำจัด:

  • เปิดหน้าต่าง-เปิดพัดลมระบาย: ช่วยได้บ้างแต่ช้ามาก และวัสดุยังปล่อย VOC ออกมาเรื่อย ๆ นานหลายเดือน อีกทั้งในเมืองที่อากาศภายนอกมีฝุ่น PM2.5 การเปิดหน้าต่างก็แลกมาด้วยปัญหาใหม่
  • สเปรย์ปรับอากาศ-น้ำหอม: แค่กลบกลิ่นด้วยกลิ่นใหม่ ตัวสารเคมีอันตรายยังอยู่ครบ บางครั้งยังเพิ่มสารเคมีเข้าไปในอากาศอีก
  • ถ่านดูดกลิ่น-เบกกิ้งโซดา: ดูดซับได้ปริมาณจำกัดและอิ่มตัวเร็ว ไม่พอกับการระเหยต่อเนื่อง
  • เครื่องฟอกอากาศทั่วไป: เก่งเรื่องกรองฝุ่น แต่รุ่นที่ไม่มีคาร์บอนกัมมันต์มากพอจะจัดการโมเลกุล VOC ได้ไม่หมด และจัดการได้เฉพาะอากาศที่ไหลผ่านเครื่องเท่านั้น

หัวใจของปัญหาคือ สารเคมีตกค้างเป็น โมเลกุล ขนาดเล็กที่แทรกซึมไปทุกซอกมุม ทั้งในอากาศ ผนัง ผ้าม่าน พรม เบาะ และเนื้อเฟอร์นิเจอร์ การจะกำจัดให้หมดจริงต้องใช้วิธีที่ เข้าถึงทุกจุดและทำลายโมเลกุลเหล่านั้นโดยตรง ไม่ใช่แค่กรองหรือกลบ

ทางออก: เครื่องอบโอโซนสลายสารเคมีถึงระดับโมเลกุล

โรงพยาบาล โรงแรม และโรงงานชั้นนำเลือกใช้ เครื่องอบโอโซน (Ozone Generator) เพื่อกำจัดสี ทินเนอร์ กาว และฟอร์มาลดีไฮด์จากการรีโนเวท เพราะเป็นวิธีที่จัดการต้นตอได้จริง

โอโซนทำงานอย่างไร

โอโซน (O3) คือออกซิเจนที่มี 3 อะตอม มีพลังในการ ออกซิไดซ์ สูงมาก เมื่อเครื่องปล่อยโอโซนเข้าไปในห้องที่ปิดสนิท ก๊าซโอโซนจะกระจายแทรกซึมไปทุกซอกมุมที่อากาศเข้าถึง แล้วเข้าทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของสารเคมี กลิ่น และเชื้อโรค โดย ทำลายโครงสร้างโมเลกุลเหล่านั้นโดยตรง เปลี่ยนสารที่มีกลิ่นและเป็นพิษให้กลายเป็นสารที่ไม่มีกลิ่นและปลอดภัยกว่า นี่คือการ กำจัด ไม่ใช่การ กลบ

จุดเด่นที่สำคัญคือ หลังจากทำปฏิกิริยาเสร็จ โอโซนส่วนเกินจะ สลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) ตามธรรมชาติ ภายในเวลาไม่นาน จึง ไม่ทิ้งสารตกค้าง ใด ๆ ไว้ในห้อง ต่างจากการใช้น้ำยาเคมีกลบกลิ่นที่อาจทิ้งสารตกค้างใหม่

WHD ให้บริการทั้ง บริการกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน โดยทีมงานมืออาชีพ และจำหน่าย เครื่องอบโอโซน Ozone Generator กำลังสูงสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เองในระยะยาว

ขั้นตอนการอบโอโซนกำจัดสารเคมี 5 ขั้นตอน

  1. ประเมินพื้นที่: วัดขนาดห้องและประเมินระดับสารเคมี เพื่อกำหนดกำลังเครื่องและเวลาที่เหมาะสม
  2. เตรียมพื้นที่: นำคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออก ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท เพื่อให้โอโซนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  3. ปล่อยโอโซน: เปิดเครื่องอบโอโซนตามเวลาที่กำหนด ปกติ 1-6 ชั่วโมงขึ้นกับขนาดและความเข้มข้น
  4. พักให้สลายตัว: ปิดเครื่องแล้วทิ้งไว้ให้โอโซนทำปฏิกิริยาและเริ่มสลายตัว
  5. ระบายอากาศ: เปิดระบายอากาศ 15-30 นาที ให้โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจนจนหมด จากนั้นกลับเข้าใช้งานได้อย่างปลอดภัย

10 เหตุผลที่เลือกกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน

  1. สลายถึงระดับโมเลกุล ทำลายสารเคมีและ VOC จริง ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น
  2. เข้าถึงทุกซอกมุม โอโซนเป็นก๊าซ แทรกไปได้ทั้งในผ้า เบาะ พรม เฟอร์นิเจอร์ ผนัง และระบบแอร์
  3. ไม่ทิ้งสารตกค้าง โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ ปลอดภัยหลังระบายอากาศ
  4. ฆ่าเชื้อไปพร้อมกัน กำจัดแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ได้ถึง 99.99% ในคราวเดียว
  5. กำลังสูงสุดถึง 10,000 mg/h จัดการพื้นที่ใหญ่และกลิ่นฝังลึกได้
  6. ไม่ใช้สารเคมีเพิ่ม ไม่ต้องเสี่ยงเติมสารเคมีตัวใหม่เข้าไปในห้อง
  7. ประหยัดเวลา งานที่รอระเหยเองเป็นเดือน ใช้โอโซนจบได้ในไม่กี่ชั่วโมง
  8. คุ้มค่าระยะยาว ซื้อเครื่องไว้ใช้เองได้ไม่จำกัดครั้ง เหมาะกับธุรกิจ
  9. ใช้ได้หลากหลาย บ้าน รถยนต์ ออฟฟิศ ร้านค้า คลินิก โรงงาน คลังสินค้า
  10. มาตรฐานมืออาชีพ WHD มีประสบการณ์กว่า 5 ปี พร้อมทีมบริการทั่วประเทศ

เปรียบเทียบ: โอโซน vs วิธีอื่น

วิธีกำจัดโมเลกุลสารเคมีเข้าถึงทุกซอกมุมทิ้งสารตกค้าง
เครื่องอบโอโซนใช่ ทำลายจริงทั่วทั้งห้องไม่ทิ้ง
เปิดหน้าต่าง/พัดลมบางส่วน ช้ามากเฉพาะใกล้ลม-
สเปรย์/น้ำหอมแค่กลบไม่อาจเพิ่มสาร
เครื่องฟอกอากาศทั่วไปบางส่วนเฉพาะอากาศที่ผ่านเครื่องไม่ทิ้ง

ก่อน vs หลัง ใช้โอโซน

ก่อนใช้โอโซนหลังใช้โอโซน
บ้านหลังรีโนเวทกลิ่นสี-ทินเนอร์ฉุนตลอดเวลา ลูกไอและตาแดงทุกครั้งที่เข้าห้อง เปิดแอร์แล้วยิ่งอับหลังอบโอโซน กลิ่นสีและกาวหายเกลี้ยง อากาศโล่งจมูก ลูกเล่นในห้องได้ทั้งวันโดยไม่ไอ ครอบครัวย้ายเข้าอยู่ได้อย่างสบายใจ

ใครบ้างที่ควรใช้บริการนี้

การกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซนเหมาะกับทั้งบ้านและธุรกิจหลากหลายประเภท:

  • บ้าน คอนโด ออฟฟิศ ที่เพิ่งรีโนเวท ทาสี หรือต่อเติมใหม่
  • ห้องที่เพิ่งติดตั้งเฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน-ไม้อัดใหม่
  • รถยนต์ใหม่ป้ายแดง และรถมือสอง
  • ร้านทำเล็บ ร้านทำผม สปา คลินิกความงาม
  • โรงงาน คลังสินค้า ห้องแล็บ ที่มีสารเคมีตกค้าง
  • โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ที่เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ก่อนเปิดเทอม
  • โรงแรม Airbnb ที่ต้องรีเซ็ตห้องระหว่างแขก

ถ้าปล่อยสารเคมีตกค้างไว้นาน จะเกิดอะไรขึ้น

หลายคนคิดว่า เดี๋ยวกลิ่นก็หายไปเอง แล้วปล่อยทิ้งไว้ แต่การอยู่กับสารเคมีตกค้างเป็นเวลานานส่งผลเสียที่สะสมโดยไม่รู้ตัว ทั้งอาการภูมิแพ้และทางเดินหายใจที่เรื้อรังขึ้น คุณภาพการนอนที่แย่ลง สมาธิและประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ไปจนถึงความเสี่ยงระยะยาวจากสารก่อมะเร็งอย่างฟอร์มาลดีไฮด์ สำหรับธุรกิจ การปล่อยไว้ยังหมายถึงการเสียลูกค้าและรีวิวลบที่สะสมจนกู้ภาพลักษณ์กลับมายาก การจัดการตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงคุ้มค่ากว่าการรอให้ปัญหาลุกลาม

เคล็ดลับเสริมช่วยลดสารเคมีตกค้างในชีวิตประจำวัน

นอกจากการอบโอโซน คุณยังช่วยลดสารเคมีตกค้างได้ด้วยวิธีง่าย ๆ เหล่านี้ควบคู่กันไป:

  • เลือกผลิตภัณฑ์ Low-VOC: เวลาทาสีหรือซื้อเฟอร์นิเจอร์ ให้มองหาฉลากปล่อยสารต่ำ
  • ผึ่งของใหม่ก่อนใช้: เฟอร์นิเจอร์ พรม หรือของใหม่ ควรผึ่งในที่อากาศถ่ายเทก่อนนำเข้าห้องนอน
  • ระบายอากาศสม่ำเสมอ: เปิดให้อากาศหมุนเวียนเป็นประจำ โดยเลี่ยงช่วงที่ฝุ่น PM2.5 ภายนอกสูง
  • เสริมด้วยเครื่องฟอกอากาศที่มีคาร์บอนกัมมันต์: ช่วยดักจับ VOC ที่ปล่อยออกมาในแต่ละวัน
  • ควบคุมความชื้นและความร้อน: ความร้อนเร่งการระเหยของสารเคมี การลดอุณหภูมิช่วยชะลอได้

วิธีเหล่านี้ช่วย ลด แต่การอบโอโซนคือวิธี กำจัด สารที่ตกค้างอยู่แล้วให้หมดไปอย่างรวดเร็ว ใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันจะได้ผลดีที่สุด

ทำไมต้องเลือก World Health Disinfection (WHD)

  • ประสบการณ์กว่า 5 ปี ดูแลทั้งบ้าน โรงแรม โรงพยาบาล โรงงาน และหน่วยงานราชการทั่วประเทศ
  • ครบทั้งเครื่องและบริการ จะซื้อเครื่องอบโอโซนไปใช้เอง หรือเรียกทีมงานมืออาชีพมาจัดการ ก็เลือกได้
  • เครื่องกำลังสูงมาตรฐานมืออาชีพ ความเข้มข้นสูงถึง 10,000 mg/h จัดการพื้นที่ใหญ่และกลิ่นฝังลึก
  • ดูแลเรื่องความปลอดภัยครบ ทีมงานควบคุมขั้นตอนการอบและการระบายอากาศให้อย่างถูกต้อง
  • ปรึกษาฟรี ทีมงานช่วยประเมินและแนะนำทางออกที่เหมาะกับปัญหาของคุณโดยเฉพาะ

เสียงจากผู้ใช้จริง

"จองทีมมาอบโอโซนทั้งบ้านครึ่งวัน พอกลับเข้าไปกลิ่นสีหายสนิทเหมือนคนละบ้าน ลูกไม่ไอแล้ว คุ้มมากค่ะ" - คุณพิมพ์ลดา

สนใจกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน?

อย่าปล่อยให้สารเคมีตกค้างทำร้ายสุขภาพคนที่คุณรักและลูกค้าของคุณ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ WHD ได้ฟรีวันนี้

โทร 065-556-6294
LINE @whd268
ดูสินค้าและราคา เครื่องอบโอโซน Ozone Generator คลิกที่นี่
ดูบริการกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: อบโอโซนใช้เวลานานไหม?
ตอบ: ขึ้นกับขนาดพื้นที่และความเข้มข้นของสารเคมี โดยทั่วไป 1-6 ชั่วโมง ทีมงานจะประเมินให้เหมาะกับงาน

ถาม: หลังอบแล้วเข้าใช้งานได้เลยไหม?
ตอบ: ควรระบายอากาศ 15-30 นาทีให้โอโซนสลายตัวก่อน จากนั้นใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีสารตกค้าง

ถาม: โอโซนกำจัดได้แค่กลิ่นหรือฆ่าเชื้อด้วย?
ตอบ: ทำได้ทั้งสองอย่าง ทั้งสลายโมเลกุลสารเคมี/กลิ่น และฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.99%

ถาม: กลิ่นจะกลับมาอีกไหม?
ตอบ: โอโซนกำจัดสารที่มีอยู่ ณ ตอนนั้น หากแหล่งกำเนิดยังปล่อยสารต่อ อาจต้องอบซ้ำเป็นรอบ ๆ จนแหล่งกำเนิดหยุดปล่อย

ถาม: ปลอดภัยกับเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ไหม?
ตอบ: เมื่อใช้ตามคำแนะนำ โอโซนปลอดภัยกับพื้นผิวทั่วไป ทีมงานจะแนะนำการจัดการวัสดุที่ไวต่อการออกซิไดซ์

ถาม: ควรซื้อเครื่องหรือใช้บริการ?
ตอบ: ถ้าต้องใช้บ่อยหรือเป็นธุรกิจ การซื้อเครื่องคุ้มกว่า ถ้าต้องการแก้ปัญหาครั้งเดียวให้จบ เลือกใช้บริการทีมงานได้

#กำจัดกลิ่นสี #สารเคมีตกค้าง #ฟอร์มาลดีไฮด์ #รีโนเวทบ้าน #เครื่องอบโอโซน #VOC

กำจัดกลิ่นสี, สารเคมีตกค้าง, ฟอร์มาลดีไฮด์, รีโนเวทบ้าน, เครื่องอบโอโซน, VOC

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้