Last updated: 16 มิ.ย. 2569 | 19 จำนวนผู้เข้าชม |
เรื่องจริงจากโรงเรียนอนุบาลและประถมแห่งหนึ่งในเขตชานเมือง เมื่อยุงลายพาโรคชิคุนกุนยามาระบาดกลางรั้วโรงเรียน เด็กเล็กนอนซมด้วยไข้สูงและปวดข้อจนเดินไม่ไหว ผู้ปกครองโกรธจัด สื่อท้องถิ่นพาดหัวข่าว และผู้อำนวยการต้องตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตการบริหาร นี่คือบทเรียนเรื่องความปลอดภัยของเด็กที่ทุกโรงเรียนควรอ่าน
ครูแอน หรือ อาจารย์สุภาวดี ทองเปลว ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลและประถม แห่งหนึ่งในเขตชานเมือง เปิดสมุดบันทึกประจำวันแล้วเขียนวันที่ 12 สิงหาคม ด้วยมือสั่นเล็กน้อย เธอบริหารโรงเรียนแห่งนี้มา 14 ปี ดูแลเด็กตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลไปจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 รวมเกือบ 380 คน และไม่เคยมีวันไหนที่เธอรู้สึกหวาดกลัวเท่ากับสัปดาห์นี้ เพราะภายในเวลาเพียงสิบวัน เด็กในโรงเรียนของเธอล้มป่วยพร้อมกันด้วยอาการที่เหมือนกันอย่างน่าตกใจ ไข้สูง 39 ถึง 40 องศา ตัวร้อนจัด มีผื่นแดงขึ้นตามแขนขา และที่ทำให้พ่อแม่ใจสลายที่สุดคือ ลูกเล็ก ๆ ปวดข้อมือ ข้อเท้า และข้อเข่ารุนแรงจนเดินไม่ได้ ต้องให้อุ้ม
ทุกอย่างเริ่มต้นจากน้องปูเป้ เด็กหญิงวัย 5 ขวบในห้องอนุบาล 2 ที่หยุดเรียนวันที่ 2 สิงหาคม ด้วยไข้สูง คุณแม่ของน้องปูเป้ คือคุณมณีรัตน์ คิดว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา แต่สามวันต่อมา น้องปูเป้กลับร้องไห้บอกแม่ว่า ขาหนูเจ็บ เดินไม่ได้ และเช้าวันนั้นเองที่น้องตื่นมาแล้วลุกจากเตียงเองไม่ได้ คุณหมอที่โรงพยาบาลตรวจเลือดและยืนยันว่า เป็นโรคชิคุนกุนยา หรือไข้ปวดข้อยุงลาย ที่มียุงลายเป็นพาหะนำเชื้อ คุณมณีรัตน์เล่าทั้งน้ำตาว่า เห็นลูกตัวเล็ก ๆ ร้องด้วยความเจ็บปวดทุกครั้งที่ขยับข้อ มันทรมานหัวใจคนเป็นแม่เหลือเกิน เด็กห้าขวบไม่ควรต้องเจ็บปวดขนาดนี้
แต่น้องปูเป้ไม่ใช่คนเดียว ภายในสัปดาห์เดียว ห้องอนุบาล 2 มีเด็กป่วยเพิ่มอีก 7 คน จากนั้นลามไปห้องอนุบาล 3 และชั้นประถมต้น จนถึงวันที่ 12 สิงหาคม มีเด็กที่ขาดเรียนเพราะป่วยด้วยอาการเดียวกันถึง 41 คน บางห้องเรียนที่เคยมีเด็ก 28 คน เหลือเด็กมาเรียนเพียง 13 ถึง 14 คน ครูแอนเดินผ่านห้องเรียนที่โต๊ะว่างเปล่าเป็นแถว ๆ แล้วรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบ เสียงหัวเราะเล่นซนของเด็ก ๆ ที่เคยดังก้องสนามเด็กเล่นหายไป เหลือเพียงความเงียบที่น่าใจหาย
สิ่งที่ทำให้โรคชิคุนกุนยาน่ากลัวเป็นพิเศษสำหรับเด็ก ไม่ใช่แค่ไข้สูง แต่คืออาการปวดข้อที่รุนแรงและยาวนาน เด็กเล็กยังบอกความเจ็บปวดไม่ได้ชัดเจน ทำได้แค่ร้องไห้และไม่ยอมเดิน พ่อแม่หลายคนต้องลางานมาเฝ้าลูกที่บ้านเป็นสัปดาห์ บางครอบครัวต้องพาลูกไปโรงพยาบาลซ้ำหลายรอบ ค่าใช้จ่ายบานปลาย และที่หนักที่สุดคือความกังวลว่าอาการปวดข้อจะเรื้อรังไปอีกนานแค่ไหน เพราะมีรายงานว่าผู้ป่วยบางรายปวดข้อต่อเนื่องเป็นเดือนหรือเป็นปี
สำหรับครูแอน ความเจ็บปวดมาในอีกรูปแบบหนึ่ง วันแล้ววันเล่าที่เด็กขาดเรียน หมายถึงการเรียนที่สะดุด การสอบที่ต้องเลื่อน และที่สำคัญที่สุดคือความไว้วางใจของผู้ปกครองที่ค่อย ๆ พังทลายลง กลุ่มไลน์ผู้ปกครองที่เคยเต็มไปด้วยรูปกิจกรรมน่ารัก ๆ กลายเป็นพื้นที่ระบายความโกรธ บางคนถามตรง ๆ ว่า โรงเรียนทำอะไรอยู่ ทำไมปล่อยให้ยุงเยอะขนาดนี้ บางคนประกาศว่าจะย้ายลูกออก และมีผู้ปกครองรายหนึ่งถ่ายรูปแอ่งน้ำขังหลังอาคารเรียนส่งให้สื่อท้องถิ่น จนกลายเป็นข่าวพาดหัวว่า โรงเรียนดังย่านชานเมือง ยุงลายระบาด เด็กป่วยชิคุนกุนยาเพียบ
คืนนั้นฉันนอนไม่หลับเลย ชื่อโรงเรียนที่เราสร้างมา 14 ปี กำลังจะพังเพราะยุงตัวเล็ก ๆ ฉันรู้สึกผิดต่อพ่อแม่ทุกคนที่ไว้ใจฝากลูกไว้กับเรา และฉันรู้ว่าต้องลงมือทำอะไรสักอย่างที่ได้ผลจริง ไม่ใช่แค่ฉีดยาไล่ ๆ ไปวันหนึ่ง ครูแอนเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ครูแอนไม่ได้นิ่งเฉย เธอลองทุกวิธีที่คิดออก เริ่มจากการขอให้เทศบาลส่งรถพ่นหมอกควันเข้ามาในโรงเรียน ซึ่งก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ปัญหาคือเทศบาลมีพื้นที่ดูแลกว้างมาก กว่าจะหมุนเวียนกลับมาที่โรงเรียนได้อีกครั้งก็กินเวลาเป็นเดือน การพ่นหมอกควันแบบนาน ๆ ครั้งจึงฆ่าได้แค่ยุงตัวเต็มวัยที่บินอยู่ในวันนั้น แต่ไข่ยุงและลูกน้ำในแหล่งน้ำขังยังคงฟักออกมาเป็นยุงรุ่นใหม่ต่อไปไม่หยุด เหมือนตักน้ำออกจากเรือที่ยังรั่วอยู่
ครูฝ่ายอาคารลองใช้ยาจุดกันยุงตามมุมห้อง แต่ครูแอนสั่งให้เก็บทันทีเมื่อนึกได้ว่าควันและสารจากยาจุดกันยุงไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็กที่ระบบทางเดินหายใจยังบอบบาง โรงเรียนเต็มไปด้วยเด็กที่หายใจเอาควันเข้าไปทั้งวัน ยิ่งทำให้เด็กเสี่ยงมากกว่าเดิม ส่วนสเปรย์ฉีดยุงกระป๋องก็ได้ผลแค่จุดที่ฉีด ไม่ครอบคลุมท่อระบายน้ำ ใต้ถุนอาคาร และพุ่มไม้รอบสนามเด็กเล่นที่เป็นรังของยุงลายตัวจริง
ความจริงที่เจ็บปวดคือ การกำจัดยุงในโรงเรียนไม่ใช่งานที่ใครก็ทำได้ มันต้องอาศัยความเข้าใจวงจรชีวิตของยุงลาย ต้องจัดการทั้งยุงตัวเต็มวัยและแหล่งเพาะพันธุ์พร้อมกัน ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยกับเด็ก และต้องทำในเวลาที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบการเรียนและสุขภาพของเด็ก นี่คือจุดที่ครูแอนตัดสินใจโทรหาผู้เชี่ยวชาญตัวจริง
เพื่อนผู้บริหารโรงเรียนอีกแห่งแนะนำให้ครูแอนติดต่อ World Health Disinfection หรือ WHD ผู้ให้บริการกำจัดยุงและฆ่าเชื้อมืออาชีพ ครูแอนโทรไปในเช้าวันรุ่งขึ้น และสิ่งแรกที่ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจคือ ทีมงานไม่ได้รีบเสนอราคา แต่ถามรายละเอียดอย่างละเอียดว่าโรงเรียนมีเด็กกี่คน อายุเท่าไร ผังอาคารเป็นอย่างไร มีแหล่งน้ำขังตรงไหนบ้าง และที่สำคัญคือ ขอเข้ามาสำรวจพื้นที่จริงก่อนวางแผน ทีมเจ้าหน้าที่ของ WHD เดินสำรวจทั้งห้องเรียน สนามเด็กเล่น ท่อระบายน้ำ จานรองกระถางต้นไม้ ถังเก็บน้ำ และพุ่มไม้รอบรั้ว แล้วพบจุดเพาะพันธุ์ยุงลายมากกว่าที่ใครคาดคิด
หลังจากที่ทีม WHD เข้ามาดูแล ฉันรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยค่ะ สิ่งที่ฉันประทับใจที่สุดคือเขาเข้ามาพ่นหลังเลิกเรียน เด็ก ๆ ไม่ต้องสัมผัสอะไรเลย เช้าวันรุ่งขึ้นกลิ่นก็หายหมดแล้ว เขาไม่ได้แค่ฉีดพ่น แต่ลงไปใส่สารกำจัดลูกน้ำในท่อระบายน้ำและจัดการแหล่งน้ำขังที่เราไม่เคยรู้ว่ามี ตอนนี้เด็กกลับมาเรียนครบ ผู้ปกครองสบายใจ และฉันได้โรงเรียนของฉันคืนมา ฉันแนะนำบริการพ่นยุงของ WHD ให้ทุกโรงเรียนเลยค่ะ อาจารย์สุภาวดี ทองเปลว ผู้อำนวยการโรงเรียน
เรื่องของครูแอนและน้องปูเป้สอนเราว่า ยุงลายตัวเล็ก ๆ สามารถสร้างวิกฤตให้ทั้งโรงเรียนได้ และความปลอดภัยของเด็กคือสิ่งที่ประนีประนอมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถม ศูนย์เด็กเล็ก บ้านพักอาศัย หรือสถานที่ที่มีเด็กและคนที่คุณรัก การป้องกันเชิงรุกย่อมดีกว่าการแก้ปัญหาเมื่อมีคนป่วยแล้วเสมอ อย่ารอให้ชื่อโรงเรียนตกเป็นข่าว อย่ารอให้ผู้ปกครองหมดความไว้ใจ
โทรปรึกษาฟรี 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268
ถาม การพ่นยุงในโรงเรียนปลอดภัยกับเด็กเล็กหรือไม่
ตอบ ปลอดภัยเมื่อทำโดยทีมมืออาชีพ WHD เลือกผลิตภัณฑ์สูตรพิษต่ำและวางตารางพ่นนอกเวลาเรียน เช่น หลังเลิกเรียนหรือวันหยุด ให้สารออกฤทธิ์ตกตะกอนและระเหยก่อนเด็กกลับเข้ามา
ถาม ทำไมต้องใส่สารกำจัดลูกน้ำด้วย ในเมื่อพ่นยุงตัวเต็มวัยก็พอแล้ว
ตอบ การพ่นกำจัดได้แค่ยุงที่บินอยู่ในวันนั้น แต่ไข่และลูกน้ำในแหล่งน้ำขังจะฟักเป็นยุงรุ่นใหม่ต่อไป การใส่สารกำจัดลูกน้ำคือการตัดวงจรที่ต้นเหตุเพื่อผลระยะยาว
ถาม ควรพ่นบ่อยแค่ไหน
ตอบ ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และฤดูกาล ทีม WHD จะประเมินและวางรอบพ่นที่เหมาะสมกับโรงเรียนของคุณโดยเฉพาะ พร้อมแผนติดตามผล
ถาม ชิคุนกุนยาต่างจากไข้เลือดออกอย่างไร
ตอบ ทั้งสองโรคมียุงลายเป็นพาหะ แต่ชิคุนกุนยาเด่นที่อาการปวดข้อรุนแรงและอาจปวดเรื้อรัง ขณะที่ไข้เลือดออกเสี่ยงเลือดออกและช็อก การกำจัดยุงลายช่วยป้องกันได้ทั้งสองโรค
ถาม ต้องอพยพเด็กออกจากโรงเรียนระหว่างพ่นไหม
ตอบ ไม่จำเป็น เพราะ WHD วางตารางพ่นในช่วงที่ไม่มีเด็กอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว เด็กจึงสามารถมาเรียนได้ตามปกติในวันถัดไป
#พ่นยุง #ชิคุนกุนยา #โรงเรียนปลอดยุง #กำจัดยุง #บริการพ่นยุง #ยุงลาย
บริการพ่นยุง กำจัดยุงลาย ป้องกันชิคุนกุนยาและไข้เลือดออกในโรงเรียน โดย World Health Disinfection โทร 065-556-6294 ไลน์ @whd268