Last updated: 10 มิ.ย. 2569 | 59 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อชีวิตประชาชนคือภารกิจ การเลือกครุภัณฑ์ที่ "เข้าสเปค ทนทาน และพ่นได้จริง" คือหัวใจของงานควบคุมโรค
เช้าวันจันทร์กลางเดือนกรกฎาคม ปลัดสมศักดิ์ (นามสมมติ) นั่งอ่านรายงานจาก รพ.สต. ในเขตรับผิดชอบด้วยมือสั่น ตัวเลขผู้ป่วยไข้เลือดออกในตำบลพุ่งจาก 4 รายเป็น 23 รายภายในสองสัปดาห์ และมีเด็กชายวัย 9 ขวบหนึ่งคนต้องส่งต่อเข้าไอซียูจังหวัดด้วยภาวะช็อกจากไข้เลือดออก (Dengue Shock Syndrome)
นายกฯ อบต. โทรเข้ามาเสียงเครียด "ปลัด เครื่องพ่นหมอกควันที่ซื้อมาเมื่อสามปีก่อนสตาร์ทไม่ติดแล้ว ช่างบอกว่าลูกสูบหลวม คาร์บูฯ ตัน ส่งซ่อมก็ไม่มีอะไหล่ ตอนนี้ทีมพ่นต้องไปยืมของตำบลข้างๆ คิวยาวเป็นสัปดาห์ ชาวบ้านต่อว่ามาทางเฟซเพจ อบต. แล้วว่าทำงานช้า ปล่อยให้ลูกหลานป่วย"
ปลัดสมศักดิ์รู้ดีว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทีมงานไม่ขยัน แต่อยู่ที่ เครื่องมือราคาถูกที่จัดซื้อมาแบบเน้นราคาต่ำสุด โดยไม่ได้ดูสเปคความทนทาน เมื่อถึงเวลาวิกฤตที่ต้องใช้งานหนักติดต่อกันหลายวัน เครื่องกลับพังคามือ กลายเป็นครุภัณฑ์ที่จอดนิ่งอยู่ในห้องพัสดุ และงบประมาณแผ่นดินก็สูญเปล่า
ไข้เลือดออกไม่ใช่โรคใหม่ แต่เป็นภัยเงียบที่กรมควบคุมโรคเตือนทุกฤดูฝน ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) เพียงตัวเดียวสามารถวางไข่ได้หลายร้อยฟองในภาชนะน้ำขังเล็กๆ และไข่ยุงสามารถทนแล้งรอฝนได้นานหลายเดือน นั่นหมายความว่าการควบคุมโรคต้อง "เร็ว ครอบคลุม และต่อเนื่อง" หากพ่นช้าเพียงสามถึงห้าวัน วงจรการระบาดก็จะขยายตัวจนเอาไม่อยู่
แต่ในความเป็นจริง หน่วยงานท้องถิ่นจำนวนมากต้องเผชิญอุปสรรคเดิมๆ ได้แก่
ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ตัวเลขผู้ป่วยที่สูงขึ้น แต่คือ ความเชื่อมั่นของประชาชนที่หายไป เสียงวิจารณ์บนโซเชียลมีเดีย และคำถามจากสภาท้องถิ่นว่า "งบประมาณที่จัดซื้อครุภัณฑ์ไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่"
เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง ULV SOLO PORT423 ผลิตในประเทศเยอรมนี ออกแบบมาเพื่อภารกิจควบคุมโรคและกำจัดแมลงในพื้นที่สาธารณะโดยเฉพาะ ด้วยเครื่องยนต์ SOLO รุ่นล่าสุดและส่วนประกอบคุณภาพสูงจาก MAHLE และ BING ทำให้เครื่องนี้ไม่ใช่แค่ "เครื่องพ่นอีกเครื่อง" แต่เป็นครุภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานหนักได้จริงในสถานการณ์วิกฤต
ก่อน: เครื่องพ่นถูกๆ สตาร์ทติดยาก พ่นได้วันละไม่กี่ครัวเรือน ละอองหยาบตกพื้น ยุงยังชุม ผู้ป่วยเพิ่มต่อเนื่อง ชาวบ้านร้องเรียน ทีมงานท้อ
หลัง: ทีมพ่นเดินงานได้ครบทุกครัวเรือนในเวลาครึ่งหนึ่ง ละอองฝอยลอยเข้าถึงทุกซอกมุม จำนวนยุงลดฮวบ ผู้ป่วยรายใหม่หยุดเพิ่มภายในสองสัปดาห์ ประชาชนชื่นชมการทำงานเชิงรุกของ อบต. บนเฟซเพจ
"ตั้งแต่เทศบาลเราเปลี่ยนมาใช้ SOLO PORT423 งานพ่นควบคุมไข้เลือดออกเปลี่ยนไปเลยครับ เครื่องสตาร์ทติดทุกครั้ง พ่นไกล ทีมงานไม่เหนื่อยเหมือนเดิม ที่สำคัญคือสามฤดูฝนผ่านไปเครื่องยังทำงานเต็มร้อย ไม่ต้องส่งซ่อม คุ้มงบประมาณมากครับ"
— หัวหน้าฝ่ายสาธารณสุข เทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง
สำหรับเจ้าหน้าที่พัสดุและผู้บริหารท้องถิ่น การเขียนขอบเขตงาน (TOR) หรือกำหนดคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์ให้ได้เครื่องที่ทนทานจริง ควรระบุประเด็นสำคัญ ได้แก่ ขนาดละอองฝอยระบบ ULV ที่เล็กกว่า 30 ไมครอน ระยะพ่นไม่น้อยกว่า 12 เมตร ความจุถังสารเคมีไม่น้อยกว่า 12 ลิตร เครื่องยนต์ที่มีศูนย์บริการและอะไหล่รองรับในประเทศ และน้ำหนักที่เหมาะกับการสะพายปฏิบัติงานต่อเนื่อง การกำหนดสเปคที่เน้น "ความทนทานและบริการหลังการขาย" แทนการเน้นราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว จะช่วยให้หน่วยงานได้ครุภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงและคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน
ทีมงาน World Health Disinfection พร้อมให้คำปรึกษาด้านการกำหนดสเปค จัดทำใบเสนอราคาสำหรับหน่วยงานราชการ พร้อมเอกสารรับรองคุณภาพสินค้า เพื่อให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส
ดูสินค้าและราคา เครื่องพ่นละอองฝอย ULV SOLO PORT423 คลิกที่นี่
โทรปรึกษาทีมงาน: 065-556-6294
LINE: @whd268
ถาม: SOLO PORT423 ใช้พ่นได้ทั้งน้ำยาฆ่าเชื้อและน้ำยากำจัดยุงไหม?
ตอบ: ได้ครับ ระบบ ULV รองรับทั้งน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและน้ำยากำจัดแมลงตามที่หน่วยงานกำหนด เป็นครุภัณฑ์อเนกประสงค์ชิ้นเดียวที่ใช้ได้หลายภารกิจ
ถาม: เหมาะกับหน่วยงานขนาดไหน?
ตอบ: เหมาะกับ อบต. เทศบาล อบจ. โรงพยาบาล โรงเรียน และหน่วยงานที่ต้องดูแลพื้นที่สาธารณะขนาดกลางถึงใหญ่
ถาม: มีเอกสารสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างราชการหรือไม่?
ตอบ: มีครบครับ ทั้งใบเสนอราคา เอกสารรับรอง และคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์ ติดต่อทีมงานได้ที่ 065-556-6294
ศึกษาข้อมูลโรคไข้เลือดออกเพิ่มเติมจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และแนวทางควบคุมพาหะนำโรคจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงดูบริการและครุภัณฑ์อื่นๆ ได้ที่ World Health Disinfection
#เครื่องพ่นละอองฝอยULV #SOLOPORT423 #ครุภัณฑ์ราชการ #ควบคุมไข้เลือดออก #เครื่องพ่นยุงอบต #เทศบาลควบคุมโรค