Last updated: 8 มิ.ย. 2569 | 13 จำนวนผู้เข้าชม |
คุณ พิมพ์ใจ คุณแม่ลูกหนึ่งจากย่านลาดพร้าว เพิ่งย้ายเข้าคอนโดใหม่หลังคลอด ลูกชายวัย 8 เดือนชื่อ น้องไอติม ดูแข็งแรงดีทุกอย่าง—ยกเว้นตอนกลางคืน
"ทุกคืนตี 2 ตี 3 ลูกจะเริ่มหายใจครืดคราด ไอแห้ง ๆ บางทีถึงขั้นจาม 5–6 ครั้งติดกัน" คุณพิมพ์ใจเล่า "ฉันคิดว่าห้องสะอาดแล้วนะ พื้นเช็ดทุกวัน เปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุก 3 วัน อากาศก็เปิดเครื่องฟอกอากาศตลอด แต่ทำไมลูกยังเป็นแบบนี้?"
หลังพาน้องไอติมไปหากุมารแพทย์ คุณหมอตรวจแล้วบอกว่า ลูกแพ้ ไรฝุ่น (Dust Mites) ระดับสูง พร้อมแนะนำว่า "ถึงห้องจะดูสะอาด แต่ไรฝุ่นซ่อนอยู่ในที่ที่ตามองไม่เห็น—โดยเฉพาะในที่นอน ในเปลเด็ก ในตุ๊กตาผ้า และในโซฟา"
คุณพิมพ์ใจตกใจมาก เพราะที่นอนเด็กของน้องไอติมเป็นของขวัญจากญาติ ใช้มาตั้งแต่ลูกแรกเกิด—8 เดือนเต็ม ไม่เคยเอาออกไปทำความสะอาดลึกเลย
ไรฝุ่น (House Dust Mite) เป็นแมงขนาดเล็กกว่า 0.5 มม. มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น อาศัยกินสะเก็ดผิวหนังคนและสัตว์เลี้ยง ที่นอน 1 หลังที่ใช้เกิน 6 เดือนอาจมีไรฝุ่นมากถึง 100,000–10 ล้านตัว และอุจจาระไรฝุ่นนี่เองคือสารก่อภูมิแพ้ตัวร้ายที่ทำให้เด็กหายใจไม่ออก
คุณพิมพ์ใจซื้อเครื่องดูดฝุ่นตามห้างมาแล้ว 2 เครื่อง แต่ลูกก็ยังหายใจครืดคราด เพราะ:
คุณพิมพ์ใจค้นเจอบริการ ดูดฝุ่นเฟอร์นิเจอร์และที่นอนแบบเจาะลึก ของ World Health Disinfection (WHD) ผ่านคำแนะนำในกลุ่มคุณแม่ออนไลน์
ก่อนใช้บริการ: ที่นอนดูสะอาดด้วยตา แต่หลังทีม WHD ดูด 30 นาที ฝุ่นและเศษไรฝุ่นที่ออกมา เต็มกระบอกเก็บฝุ่นขนาด 1 ลิตร—น่าตกใจมาก
หลังใช้บริการ 3 คืน: น้องไอติมหลับยาวตั้งแต่ 21.00 ถึง 6.00 โดยไม่ไอ ไม่จาม ไม่หายใจครืดคราด เป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
"ฉันเสียใจที่ไม่รู้เรื่องนี้ตั้งแต่ลูกเกิด ถ้าเป็นไปได้อยากแนะนำคุณแม่ทุกคนให้ดูดฝุ่นที่นอนเด็กกับ WHD ทุก 3 เดือน" — คุณพิมพ์ใจ
จองบริการดูดฝุ่นเฟอร์นิเจอร์และที่นอนระดับมืออาชีพได้ที่