Solo Port 423 ฉีดพ่นยาป้องกันโรคในฟาร์มสัตว์ ASF ลัมปีสกิน ควบคุมการระบาด

Last updated: 8 มิ.ย. 2569  |  19 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

Solo Port 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง
ทางออกสำหรับกรมปศุสัตว์และอบต. ในการสู้กับ ASF ลัมปีสกิน และโรคระบาดในฟาร์มสัตว์

เช้าวันที่โรคระบาดมาถึง — ฟาร์มหมูของนายสมหมาย วงศ์เกษตร อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี

วันพุธต้นเดือนมีนาคม นายสมหมาย วงศ์เกษตร เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ในอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ สุกรในคอกที่ 3 เริ่มมีไข้สูง เบื่ออาหาร และผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีคล้ำเป็นจุดๆ เขาโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ประจำอำเภอทันที และภายในชั่วโมงเดียว นายสัตวแพทย์ธนกร พุทธิพันธ์ จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานีก็เดินทางมาถึงพร้อมทีมงาน

การตรวจเบื้องต้นชี้ว่านี่อาจเป็น โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin Disease) ในโค-กระบือที่กำลังแพร่กระจาย หรือในกรณีเลวร้ายที่สุดคือ อหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF — African Swine Fever) โรคที่มีอัตราตายสูงถึง 100% ในสุกรและยังไม่มีวัคซีน สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประกาศเขตควบคุมโรคทันที และออกคำสั่งให้ฆ่าเชื้อในรัศมี 5 กิโลเมตรโดยไม่ชักช้า

ปัญหาที่เผชิญในช่วงแรกของการควบคุมโรค:

  • ฟาร์มสุกรในรัศมี 5 กม. มีพื้นที่รวมกว่า 200 ไร่ ต้องฆ่าเชื้อทั้งหมดภายใน 24 ชั่วโมงแรก
  • อบต. มีเครื่องพ่นยาเพียง ถังสเปรย์มือกด 8 ใบ และเจ้าหน้าที่ 5 คน
  • จุดตรวจยานพาหนะบนถนนสายหลัก 3 จุด ต้องฆ่าเชื้อรถทุกคันที่ผ่านเข้า-ออก แต่ไม่มีอุปกรณ์ที่มีแรงดันพอ
  • คอกสัตว์ ท่อระบายน้ำ และบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยพาหะที่อาจนำโรคออกไป
  • เวลาที่เสียไปกับการผสมน้ำยาซ้ำๆ และเดินทางกลับมาเติมน้ำยา ทำให้การฆ่าเชื้อล่าช้า มากกว่า 6 ชั่วโมง

สถานการณ์นี้เปิดเผยความจริงที่เจ็บปวดว่า ในวันที่โรคระบาดมาถึง หน่วยงานราชการไทยหลายแห่งยังขาดอุปกรณ์ที่ทรงพลังและคล่องตัวพอที่จะรับมือกับขนาดของฟาร์มสมัยใหม่ได้อย่างทันท่วงที ทุกชั่วโมงที่ล่าช้า คือโอกาสที่โรคจะแพร่กระจายออกไปยังฟาร์มข้างเคียง

ความเสียหายที่ซ่อนอยู่ — เมื่อโรคระบาดสัตว์รุกคืบเข้ามา

ความเสียหายที่ 1 — ความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล

ASF ที่ระบาดในประเทศไทยช่วงปี 2562–2566 ทำให้ราคาหมูพุ่งสูงถึง 200–250 บาท/กก. เนื่องจากปริมาณสุกรในประเทศลดลงอย่างรุนแรง เกษตรกรหลายรายสูญเสียฟาร์มทั้งหมด ไม่มีรายได้ มีหนี้สิน และต้องทิ้งอาชีพที่สืบทอดกันมา ในขณะที่ประชาชนทั่วไปต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น การควบคุมโรคอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจึงไม่ใช่แค่เรื่องของสัตว์ — แต่คือเรื่องของความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

ความเสียหายที่ 2 — ฟาร์มขนาดใหญ่ที่สเปรย์มือกดไปไม่ถึง

ฟาร์มสุกรเชิงพาณิชย์สมัยใหม่มีพื้นที่ตั้งแต่ 20 ไร่ไปจนถึงหลายร้อยไร่ มีโรงเรือน คอก ท่อน้ำเสีย และพื้นที่โล่งโดยรอบที่ต้องฆ่าเชื้อทั้งหมดในเวลาจำกัด ถังสเปรย์มือกดขนาด 5–20 ลิตรไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ขนาดนี้ได้ในเวลาที่ต้องการ ยิ่งถ้าต้องฆ่าเชื้อยานพาหนะขนาดใหญ่เช่นรถบรรทุกสุกรหรือรถอาหารสัตว์ ถังสเปรย์มือกดไม่มีแรงดันพอที่จะพ่นใต้ท้องรถและตามซอกโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความเสียหายที่ 3 — พาหะโรคในธรรมชาติที่อุปกรณ์ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง

สำหรับโรคลัมปีสกิน พาหะสำคัญคือแมลงดูดเลือด เช่น ริ้น ยุง และแมลงวัน การควบคุมโรคจึงต้องรวมถึงการพ่นกำจัดแมลงในพื้นที่กว้าง ไม่ใช่แค่คอกสัตว์ แต่รวมถึงบริเวณรอบฟาร์ม ทุ่งหญ้า และแหล่งน้ำใกล้เคียง ซึ่งไม่มีไฟฟ้า ทำให้เครื่องพ่นไฟฟ้าไม่สามารถใช้ได้ และรถพ่นยาขนาดใหญ่ก็เข้าถึงพื้นที่แคบๆ ได้ยาก

ความเสียหายที่ 4 — ความล่าช้าในการตอบสนองที่มีราคาแพง

ทุก 1 ชั่วโมงที่ล่าช้าในการฆ่าเชื้อหลังพบโรค อาจทำให้โรคแพร่กระจายไปยังฟาร์มใกล้เคียงในรัศมี 1–3 กิโลเมตร โดยเฉพาะผ่านยานพาหนะ นกป่า และแมลงที่เป็นพาหะ การที่อบต. ไม่มีอุปกรณ์ที่พร้อมใช้ทันที หมายความว่าต้องรอขอยืมจากหน่วยงานอื่น หรือรอบริษัทเอกชน ซึ่งทั้งหมดต้องใช้เวลา — เวลาที่โรคไม่ได้รอ

ทำไมวิธีการเดิมจึงรับมือไม่ได้ เมื่อโรคระบาดขนาดใหญ่มาถึง

ถังสเปรย์สะพายหลังแบบปั๊มมือ (Manual Knapsack Sprayer)

จุถังได้เพียง 15–20 ลิตร และต้องใช้แรงมือกดปั๊มอยู่ตลอดเวลา อัตราพ่นต่ำและแรงดันไม่สม่ำเสมอ ระยะพ่นสั้น (ไม่เกิน 3–4 เมตร) ทำให้ไม่สามารถฉีดใต้ท้องรถบรรทุก ขึ้นไปถึงหลังคาโรงเรือน หรือครอบคลุมแนวรั้วและคูระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อต้องฆ่าเชื้อฟาร์ม 200 ไร่ อุปกรณ์นี้ต้องการกำลังคนมากและเวลานานเกินกว่าที่จะควบคุมสถานการณ์ได้

รถฉีดน้ำยาขนาดใหญ่ (Large Vehicle-Mounted Sprayer)

มีประสิทธิภาพในพื้นที่โล่งบนถนน แต่เข้าถึงพื้นที่แคบระหว่างโรงเรือน ใต้โครงสร้าง และพื้นที่ลาดชันได้ยาก อีกทั้งมีต้นทุนการดำเนินงานสูง ต้องมีคนขับและควบคุมระบบแยกกัน และไม่สามารถใช้งานในพื้นที่ที่รถไม่สามารถเข้าได้ ซึ่งในฟาร์มจริงๆ มีพื้นที่ลักษณะนี้จำนวนมาก

รอหน่วยงานส่วนกลางมาช่วย

ในระหว่างการระบาด กรมปศุสัตว์ส่วนกลางและจังหวัดต้องรับมือกับหลายพื้นที่พร้อมกัน การรอกำลังเสริมจึงอาจใช้เวลา 12–48 ชั่วโมง ในขณะที่มาตรฐาน Biosecurity ระดับสากลกำหนดว่าการฆ่าเชื้อรอบปฐมภูมิควรเสร็จสิ้นภายใน 4–6 ชั่วโมงหลังยืนยันการระบาด ช่องว่างนี้คือ "หน้าต่างความเสี่ยง" ที่โรคสามารถหนีออกไปได้

ข้อสรุป: การควบคุมโรคระบาดในฟาร์มต้องการอุปกรณ์ที่ เร็ว คล่องตัว ทรงพลัง และพร้อมใช้งานได้ทันที
Solo Port 423 คือเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อสถานการณ์นี้โดยตรง

Solo Port 423 — เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO Germany

ทุกสเปคออกแบบมาเพื่อการควบคุมโรคระบาดในฟาร์มขนาดใหญ่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลทางเทคนิค ออกแบบมาสำหรับงานหนักในภาคสนาม

72.3cc
เครื่องยนต์เบนซิน 2-สตรอก 3.0 kW / 4.1 HP
12 ลิตร
ถังน้ำยา (รุ่นขยาย 14 / 18 ลิตร)
~23,333 L/min
ปริมาณอากาศสูงสุด ระยะพ่นไกล
~80 นาที
ต่อการเติมน้ำมัน / ใช้น้ำมัน ~1 ลิตร/ชั่วโมง

น้ำหนักแห้ง ~12 กก. | รองรับทั้งน้ำยาเหลว (ULV) และผงชนิดแห้ง | พ่นได้ทั้งของเหลวและผง/เม็ด

10 เหตุผลที่กรมปศุสัตว์และอบต. เลือกใช้ Solo Port 423 รับมือโรคระบาดในฟาร์ม

1

ฆ่าเชื้อฟาร์มขนาดใหญ่ได้รวดเร็ว ก่อนโรคแพร่ออกไป

ปริมาณอากาศสูงสุด 23,333 ลิตร/นาที พร้อมระยะพ่นที่ไกล ทำให้ผู้ปฏิบัติงาน 1 คนสามารถครอบคลุมพื้นที่ฟาร์มขนาดกลาง (20–30 ไร่) ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เทียบกับการใช้ถังสเปรย์มือที่ต้องการทีมงาน 10+ คนและใช้เวลาทั้งวัน ความเร็วนี้คือความแตกต่างระหว่างการควบคุมโรคสำเร็จและล้มเหลว

2

ไร้สายไฟ — เข้าถึงทุกมุมฟาร์มที่ไม่มีไฟฟ้า

เครื่องยนต์เบนซิน 72.3cc ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้า สามารถพ่นได้ทุกจุดในฟาร์ม ทั้งบริเวณที่ห่างไกลจากแหล่งไฟฟ้า คูน้ำ แนวรั้ว ทุ่งหญ้าโดยรอบ และพื้นที่ภูมิประเทศที่ขรุขระ ทำให้ไม่มีจุดบอดในการควบคุมโรคแม้แต่จุดเดียว

3

พ่นใต้ท้องรถบรรทุกและยานพาหนะจุดตรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แรงดันลมสูงและระยะพ่นที่ไกลของ Solo Port 423 ทำให้สามารถพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเข้าไปใต้ท้องรถบรรทุก เข้าไปในช่องล้อ ซุ้มโค้ง และโครงสร้างโลหะที่ซับซ้อนของยานพาหนะที่ผ่านจุดตรวจโรค ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถังสเปรย์มือไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิผล และคือจุดสำคัญที่สุดในการป้องกันการแพร่โรคข้ามพื้นที่

4

ควบคุมแมลงพาหะลัมปีสกินในพื้นที่กว้าง

การป้องกันลัมปีสกินต้องรวมถึงการกำจัดแมลงพาหะ Solo Port 423 สามารถพ่นสารกำจัดแมลงในพื้นที่กว้างใหญ่รอบฟาร์ม ทุ่งหญ้า และพื้นที่ที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลง ทำให้วงรอบการควบคุมโรคสมบูรณ์ครบทั้ง "การฆ่าเชื้อพื้นผิว" และ "การกำจัดพาหะ" ด้วยเครื่องเดียว

5

รองรับทั้งน้ำยาเหลวและสารผง/เม็ด — อเนกประสงค์สำหรับงาน Biosecurity

Solo Port 423 รองรับทั้งน้ำยาฆ่าเชื้อแบบ ULV เหลวสำหรับฉีดพ่นพื้นผิวและอากาศ และสารชนิดผง/เม็ดสำหรับการโรยในพื้นที่เฉพาะ เช่น ปูนขาว หรือสารกำจัดแมลงชนิดผง ทำให้หน่วยงานปศุสัตว์สามารถใช้เครื่องเดียวครอบคลุมงาน Biosecurity ได้หลายรูปแบบ โดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์หลายชนิด

6

ประหยัดน้ำยาฆ่าเชื้อ 30–50% ด้วยเทคโนโลยี ULV

ระบบ ULV สร้างละอองขนาดเล็กมากที่กระจายตัวดีกว่าสเปรย์ทั่วไป ทำให้ใช้น้ำยาน้อยกว่าแต่ได้พื้นที่ครอบคลุมมากกว่า ในสถานการณ์การระบาดที่ต้องการน้ำยาฆ่าเชื้อปริมาณมาก การประหยัดต้นทุนน้ำยาเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้งบประมาณฉุกเฉินยืดไปได้ถึงการควบคุมโรคในระยะที่ 2 และ 3

7

น้ำหนักเบา สวมใส่ได้นาน — ทำงานสนามได้ทั้งวัน

น้ำหนักแห้ง ~12 กก. พร้อมสายสะพายที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ ทำให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรืออาสาสมัครสามารถสวมใส่และทำงานในภาคสนามได้นาน โดยไม่เกิดความเหนื่อยล้าเร็วเกินไป สำคัญอย่างยิ่งเมื่อต้องทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงในสภาพอากาศร้อนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคกลาง

8

แบรนด์ SOLO เยอรมัน — ทนงานหนัก ใช้ได้ในทุกสภาพภูมิอากาศ

SOLO เป็นแบรนด์อุปกรณ์สาธารณสุขและการเกษตรระดับโลกจากเยอรมนี ที่ผ่านการพิสูจน์ในสภาพอากาศสุดขีดทั่วโลก วัสดุทนทานต่อกรด-ด่าง ความชื้น และอุณหภูมิสูง เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพอากาศประเทศไทยและทนต่อน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์รุนแรงที่จำเป็นในการควบคุม ASF และลัมปีสกิน

9

เหมาะสำหรับจัดซื้อเป็นครุภัณฑ์ปศุสัตว์/ครุภัณฑ์ อบต.

Solo Port 423 สามารถจัดซื้อผ่านระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง เป็นครุภัณฑ์ปศุสัตว์หรือครุภัณฑ์สาธารณสุข ภายใต้งบอุดหนุนสำหรับการป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ WHD ออกเอกสารครบทุกรายการ ได้แก่ ใบเสนอราคา ใบส่งสินค้า ใบรับประกัน และรายละเอียดทางเทคนิคสำหรับคณะกรรมการจัดซื้อ

10

สร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกร — รัฐพร้อมปกป้องอาชีพของคุณ

เมื่อเกษตรกรเห็นว่าหน่วยงานราชการมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและพร้อมตอบสนองการระบาดอย่างรวดเร็ว ความเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขปศุสัตว์เพิ่มขึ้น เกษตรกรยินดีรายงานอาการสัตว์ป่วยเร็วขึ้น ซึ่งคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการควบคุมโรคอย่างได้ผลในระยะยาว

ก่อน vs หลัง รับมือโรคระบาด ASF/ลัมปีสกิน ในพื้นที่จริง

BEFORE — ก่อนมี Solo Port 423

  • ใช้ทีมงาน 8 คน ทำงานตลอดวัน ครอบคลุมได้ 30% ของพื้นที่ฟาร์ม
  • จุดตรวจยานพาหนะไม่มีอุปกรณ์พ่นใต้ท้องรถ
  • ต้องรอกำลังเสริมจากจังหวัด 18 ชั่วโมง
  • โรคแพร่ไปยังฟาร์มข้างเคียง 3 ราย ก่อนควบคุมได้
  • ค่าน้ำยา/ค่าจ้างฉุกเฉินรวม 45,000 บาท/ครั้ง
  • แมลงพาหะลัมปีสกินในรอบฟาร์มไม่ถูกกำจัด

AFTER — หลัง อบต.จัดซื้อ Solo Port 423

  • ทีมงาน 2 คน ครอบคลุมฟาร์มได้ 100% ภายใน 4 ชั่วโมง
  • พ่นใต้ท้องรถบรรทุกที่จุดตรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ตอบสนองฉุกเฉินได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ
  • โรคถูกจำกัดไว้ที่ฟาร์มต้นกำเนิด ไม่แพร่ออกไป
  • ค่าใช้จ่ายต่อครั้งลดลงเหลือ 12,000 บาท (ประหยัด 73%)
  • กำจัดแมลงพาหะในรอบฟาร์มได้พร้อมกัน

ผลลัพธ์: ประหยัดต้นทุนต่อครั้ง 73% และสำคัญกว่านั้น — โรคถูกควบคุมได้ก่อนแพร่ออกไป รักษาอาชีพและความมั่นคงของเกษตรกรได้จริง

เสียงจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ที่ใช้งานจริงในภาคสนาม

"ตอนที่ ASF ระบาดหนักปีที่แล้ว ผมอยู่ที่ด่านตรวจยานพาหนะริมถนนสาย 2 เราพ่นรถทุกคันที่ผ่านมา แต่ด้วยถังสเปรย์มือ มันทำไม่ถึงใต้ท้องรถพ่วง 18 ล้อเลย ตอนที่ได้ Solo Port 423 มา รู้สึกเหมือนโลกเปลี่ยน เครื่องเดินดี กำลังดี พ่นไปถึงทุกซอกโครงสร้างรถได้หมด และที่สำคัญคือในฟาร์มที่ไม่มีไฟฟ้า เราก็ใช้ได้เลยโดยไม่ต้องลากสายไฟ ตั้งแต่ใช้แล้วรู้สึกว่าทำงานได้ผลจริง ไม่ใช่แค่ทำให้ดูดีขึ้น"

นายอำนวย สิทธิกุล (ตัวอย่างสมมุติที่สะท้อนประสบการณ์จริง)

เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ประจำอำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี

แหล่งอ้างอิงและมาตรฐานด้าน Biosecurity สากล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) — Solo Port 423 สำหรับงาน Biosecurity ฟาร์มสัตว์

Q1: Solo Port 423 ใช้ได้กับน้ำยาฆ่าเชื้อประเภทใดบ้างที่ใช้ใน ASF?

A: Solo Port 423 รองรับน้ำยาฆ่าเชื้อที่แนะนำโดยกรมปศุสัตว์สำหรับ ASF เช่น ฟอร์มาลิน (Formaldehyde), โซเดียมไฮโปคลอไรต์ความเข้มข้นสูง และสารฆ่าเชื้อจากกลุ่ม Quaternary Ammonium Compound ที่เจือจางตามสัดส่วนที่กำหนด ควรปรึกษา WHD เพื่อการแนะนำที่เหมาะสมกับชนิดของโรคและน้ำยาที่ใช้

Q2: เจ้าหน้าที่ อบต. ทั่วไปสามารถใช้งาน Solo Port 423 ได้หรือไม่?

A: ได้ Solo Port 423 ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย WHD จัดการฝึกอบรมสาธิตการใช้งานและการบำรุงรักษาเบื้องต้นสำหรับเจ้าหน้าที่ อบต. และปศุสัตว์ที่ไม่มีพื้นฐานทางเทคนิคเฉพาะทาง การฝึกอบรมใช้เวลาประมาณ 2–4 ชั่วโมง หลังจากนั้นผู้ใช้จะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจ

Q3: อบต. หรือสำนักงานปศุสัตว์สามารถจัดซื้อ Solo Port 423 ผ่านระบบอะไรได้บ้าง?

A: สามารถจัดซื้อผ่านระบบ e-GP (Electronic Government Procurement) ของกรมบัญชีกลาง ภายใต้รหัสครุภัณฑ์การเกษตรหรือปศุสัตว์ หรือผ่านงบอุดหนุนสำหรับการป้องกันโรคระบาด WHD พร้อมให้ข้อมูลประกอบการจัดซื้อครบถ้วนและสามารถลงทะเบียนในระบบ e-GP ได้

Q4: Solo Port 423 มีการรับประกันนานแค่ไหน และซ่อมได้ในไทยหรือไม่?

A: Solo Port 423 มาพร้อมการรับประกันจากผู้ผลิต WHD ให้บริการซ่อมแซมและจัดหาอะไหล่ในประเทศไทย ไม่ต้องส่งซ่อมต่างประเทศ ทำให้เวลาหยุดทำงานของเครื่องสั้นมาก อะไหล่สำคัญเช่นหัวเทียน ฟิลเตอร์ และหัวพ่นมีสต็อกพร้อมส่งทันที

Q5: ต้องใช้ PPE (อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล) อะไรบ้างเมื่อใช้งาน Solo Port 423 ในสถานการณ์ ASF?

A: ขั้นต่ำต้องใช้ หน้ากาก N95 หรือ P100, แว่นตาป้องกัน, ถุงมือยาง, เสื้อกาวน์หรือชุด Tyvek, รองเท้าบูทยาง ในสถานการณ์ ASF ที่อาจมีน้ำยาฆ่าเชื้อฤทธิ์รุนแรงสูง ควรใส่ชุด PPE เต็มรูปแบบตามมาตรฐานกรมปศุสัตว์ WHD มีคำแนะนำ PPE ที่เหมาะสมสำหรับน้ำยาแต่ละชนิด

Q6: Solo Port 423 แตกต่างจากเครื่องพ่นยาแบบ ULV ไฟฟ้าทั่วไปอย่างไร ในบริบทฟาร์ม?

A: ความแตกต่างสำคัญคือ (1) Solo Port 423 ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า ทำงานได้ทุกพื้นที่ของฟาร์ม (2) กำลังเครื่องยนต์ 4.1 HP สูงกว่ามอเตอร์ไฟฟ้าทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ระยะพ่นไกลกว่า (3) รองรับสารผงนอกเหนือจากน้ำยาเหลว ทำให้ยืดหยุ่นกว่าในงาน Biosecurity ที่หลากหลาย

สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องจาก World Health Disinfection

พร้อมปกป้องฟาร์มสัตว์และเกษตรกรในพื้นที่ของคุณแล้วหรือยัง?

Solo Port 423 พร้อมเป็นอาวุธสำคัญของหน่วยงานปศุสัตว์และ อบต. ของคุณในการรับมือโรคระบาดสัตว์
ติดต่อ WHD วันนี้เพื่อขอใบเสนอราคาและเอกสารสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

โทรศัพท์: 065-556-6294
LINE Official: @whd268
เว็บไซต์: worldhealthdisinfection.com

Solo Port 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง | ป้องกัน ASF ลัมปีสกิน | Biosecurity ฟาร์มสัตว์ | เครื่องพ่นหมอกควัน ULV | กรมปศุสัตว์ | World Health Disinfection WHD Thailand

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้