Last updated: 8 มิ.ย. 2569 | 19 จำนวนผู้เข้าชม |
วันพุธต้นเดือนมีนาคม นายสมหมาย วงศ์เกษตร เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ในอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ สุกรในคอกที่ 3 เริ่มมีไข้สูง เบื่ออาหาร และผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีคล้ำเป็นจุดๆ เขาโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ประจำอำเภอทันที และภายในชั่วโมงเดียว นายสัตวแพทย์ธนกร พุทธิพันธ์ จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานีก็เดินทางมาถึงพร้อมทีมงาน
การตรวจเบื้องต้นชี้ว่านี่อาจเป็น โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin Disease) ในโค-กระบือที่กำลังแพร่กระจาย หรือในกรณีเลวร้ายที่สุดคือ อหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF — African Swine Fever) โรคที่มีอัตราตายสูงถึง 100% ในสุกรและยังไม่มีวัคซีน สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประกาศเขตควบคุมโรคทันที และออกคำสั่งให้ฆ่าเชื้อในรัศมี 5 กิโลเมตรโดยไม่ชักช้า
สถานการณ์นี้เปิดเผยความจริงที่เจ็บปวดว่า ในวันที่โรคระบาดมาถึง หน่วยงานราชการไทยหลายแห่งยังขาดอุปกรณ์ที่ทรงพลังและคล่องตัวพอที่จะรับมือกับขนาดของฟาร์มสมัยใหม่ได้อย่างทันท่วงที ทุกชั่วโมงที่ล่าช้า คือโอกาสที่โรคจะแพร่กระจายออกไปยังฟาร์มข้างเคียง
ASF ที่ระบาดในประเทศไทยช่วงปี 2562–2566 ทำให้ราคาหมูพุ่งสูงถึง 200–250 บาท/กก. เนื่องจากปริมาณสุกรในประเทศลดลงอย่างรุนแรง เกษตรกรหลายรายสูญเสียฟาร์มทั้งหมด ไม่มีรายได้ มีหนี้สิน และต้องทิ้งอาชีพที่สืบทอดกันมา ในขณะที่ประชาชนทั่วไปต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น การควบคุมโรคอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจึงไม่ใช่แค่เรื่องของสัตว์ — แต่คือเรื่องของความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
ฟาร์มสุกรเชิงพาณิชย์สมัยใหม่มีพื้นที่ตั้งแต่ 20 ไร่ไปจนถึงหลายร้อยไร่ มีโรงเรือน คอก ท่อน้ำเสีย และพื้นที่โล่งโดยรอบที่ต้องฆ่าเชื้อทั้งหมดในเวลาจำกัด ถังสเปรย์มือกดขนาด 5–20 ลิตรไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ขนาดนี้ได้ในเวลาที่ต้องการ ยิ่งถ้าต้องฆ่าเชื้อยานพาหนะขนาดใหญ่เช่นรถบรรทุกสุกรหรือรถอาหารสัตว์ ถังสเปรย์มือกดไม่มีแรงดันพอที่จะพ่นใต้ท้องรถและตามซอกโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับโรคลัมปีสกิน พาหะสำคัญคือแมลงดูดเลือด เช่น ริ้น ยุง และแมลงวัน การควบคุมโรคจึงต้องรวมถึงการพ่นกำจัดแมลงในพื้นที่กว้าง ไม่ใช่แค่คอกสัตว์ แต่รวมถึงบริเวณรอบฟาร์ม ทุ่งหญ้า และแหล่งน้ำใกล้เคียง ซึ่งไม่มีไฟฟ้า ทำให้เครื่องพ่นไฟฟ้าไม่สามารถใช้ได้ และรถพ่นยาขนาดใหญ่ก็เข้าถึงพื้นที่แคบๆ ได้ยาก
ทุก 1 ชั่วโมงที่ล่าช้าในการฆ่าเชื้อหลังพบโรค อาจทำให้โรคแพร่กระจายไปยังฟาร์มใกล้เคียงในรัศมี 1–3 กิโลเมตร โดยเฉพาะผ่านยานพาหนะ นกป่า และแมลงที่เป็นพาหะ การที่อบต. ไม่มีอุปกรณ์ที่พร้อมใช้ทันที หมายความว่าต้องรอขอยืมจากหน่วยงานอื่น หรือรอบริษัทเอกชน ซึ่งทั้งหมดต้องใช้เวลา — เวลาที่โรคไม่ได้รอ
จุถังได้เพียง 15–20 ลิตร และต้องใช้แรงมือกดปั๊มอยู่ตลอดเวลา อัตราพ่นต่ำและแรงดันไม่สม่ำเสมอ ระยะพ่นสั้น (ไม่เกิน 3–4 เมตร) ทำให้ไม่สามารถฉีดใต้ท้องรถบรรทุก ขึ้นไปถึงหลังคาโรงเรือน หรือครอบคลุมแนวรั้วและคูระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อต้องฆ่าเชื้อฟาร์ม 200 ไร่ อุปกรณ์นี้ต้องการกำลังคนมากและเวลานานเกินกว่าที่จะควบคุมสถานการณ์ได้
มีประสิทธิภาพในพื้นที่โล่งบนถนน แต่เข้าถึงพื้นที่แคบระหว่างโรงเรือน ใต้โครงสร้าง และพื้นที่ลาดชันได้ยาก อีกทั้งมีต้นทุนการดำเนินงานสูง ต้องมีคนขับและควบคุมระบบแยกกัน และไม่สามารถใช้งานในพื้นที่ที่รถไม่สามารถเข้าได้ ซึ่งในฟาร์มจริงๆ มีพื้นที่ลักษณะนี้จำนวนมาก
ในระหว่างการระบาด กรมปศุสัตว์ส่วนกลางและจังหวัดต้องรับมือกับหลายพื้นที่พร้อมกัน การรอกำลังเสริมจึงอาจใช้เวลา 12–48 ชั่วโมง ในขณะที่มาตรฐาน Biosecurity ระดับสากลกำหนดว่าการฆ่าเชื้อรอบปฐมภูมิควรเสร็จสิ้นภายใน 4–6 ชั่วโมงหลังยืนยันการระบาด ช่องว่างนี้คือ "หน้าต่างความเสี่ยง" ที่โรคสามารถหนีออกไปได้
ข้อสรุป: การควบคุมโรคระบาดในฟาร์มต้องการอุปกรณ์ที่ เร็ว คล่องตัว ทรงพลัง และพร้อมใช้งานได้ทันที
Solo Port 423 คือเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อสถานการณ์นี้โดยตรง
ทุกสเปคออกแบบมาเพื่อการควบคุมโรคระบาดในฟาร์มขนาดใหญ่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
น้ำหนักแห้ง ~12 กก. | รองรับทั้งน้ำยาเหลว (ULV) และผงชนิดแห้ง | พ่นได้ทั้งของเหลวและผง/เม็ด
ปริมาณอากาศสูงสุด 23,333 ลิตร/นาที พร้อมระยะพ่นที่ไกล ทำให้ผู้ปฏิบัติงาน 1 คนสามารถครอบคลุมพื้นที่ฟาร์มขนาดกลาง (20–30 ไร่) ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เทียบกับการใช้ถังสเปรย์มือที่ต้องการทีมงาน 10+ คนและใช้เวลาทั้งวัน ความเร็วนี้คือความแตกต่างระหว่างการควบคุมโรคสำเร็จและล้มเหลว
เครื่องยนต์เบนซิน 72.3cc ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้า สามารถพ่นได้ทุกจุดในฟาร์ม ทั้งบริเวณที่ห่างไกลจากแหล่งไฟฟ้า คูน้ำ แนวรั้ว ทุ่งหญ้าโดยรอบ และพื้นที่ภูมิประเทศที่ขรุขระ ทำให้ไม่มีจุดบอดในการควบคุมโรคแม้แต่จุดเดียว
แรงดันลมสูงและระยะพ่นที่ไกลของ Solo Port 423 ทำให้สามารถพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเข้าไปใต้ท้องรถบรรทุก เข้าไปในช่องล้อ ซุ้มโค้ง และโครงสร้างโลหะที่ซับซ้อนของยานพาหนะที่ผ่านจุดตรวจโรค ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถังสเปรย์มือไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิผล และคือจุดสำคัญที่สุดในการป้องกันการแพร่โรคข้ามพื้นที่
การป้องกันลัมปีสกินต้องรวมถึงการกำจัดแมลงพาหะ Solo Port 423 สามารถพ่นสารกำจัดแมลงในพื้นที่กว้างใหญ่รอบฟาร์ม ทุ่งหญ้า และพื้นที่ที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลง ทำให้วงรอบการควบคุมโรคสมบูรณ์ครบทั้ง "การฆ่าเชื้อพื้นผิว" และ "การกำจัดพาหะ" ด้วยเครื่องเดียว
Solo Port 423 รองรับทั้งน้ำยาฆ่าเชื้อแบบ ULV เหลวสำหรับฉีดพ่นพื้นผิวและอากาศ และสารชนิดผง/เม็ดสำหรับการโรยในพื้นที่เฉพาะ เช่น ปูนขาว หรือสารกำจัดแมลงชนิดผง ทำให้หน่วยงานปศุสัตว์สามารถใช้เครื่องเดียวครอบคลุมงาน Biosecurity ได้หลายรูปแบบ โดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์หลายชนิด
ระบบ ULV สร้างละอองขนาดเล็กมากที่กระจายตัวดีกว่าสเปรย์ทั่วไป ทำให้ใช้น้ำยาน้อยกว่าแต่ได้พื้นที่ครอบคลุมมากกว่า ในสถานการณ์การระบาดที่ต้องการน้ำยาฆ่าเชื้อปริมาณมาก การประหยัดต้นทุนน้ำยาเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้งบประมาณฉุกเฉินยืดไปได้ถึงการควบคุมโรคในระยะที่ 2 และ 3
น้ำหนักแห้ง ~12 กก. พร้อมสายสะพายที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ ทำให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรืออาสาสมัครสามารถสวมใส่และทำงานในภาคสนามได้นาน โดยไม่เกิดความเหนื่อยล้าเร็วเกินไป สำคัญอย่างยิ่งเมื่อต้องทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงในสภาพอากาศร้อนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคกลาง
SOLO เป็นแบรนด์อุปกรณ์สาธารณสุขและการเกษตรระดับโลกจากเยอรมนี ที่ผ่านการพิสูจน์ในสภาพอากาศสุดขีดทั่วโลก วัสดุทนทานต่อกรด-ด่าง ความชื้น และอุณหภูมิสูง เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพอากาศประเทศไทยและทนต่อน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์รุนแรงที่จำเป็นในการควบคุม ASF และลัมปีสกิน
Solo Port 423 สามารถจัดซื้อผ่านระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง เป็นครุภัณฑ์ปศุสัตว์หรือครุภัณฑ์สาธารณสุข ภายใต้งบอุดหนุนสำหรับการป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ WHD ออกเอกสารครบทุกรายการ ได้แก่ ใบเสนอราคา ใบส่งสินค้า ใบรับประกัน และรายละเอียดทางเทคนิคสำหรับคณะกรรมการจัดซื้อ
เมื่อเกษตรกรเห็นว่าหน่วยงานราชการมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและพร้อมตอบสนองการระบาดอย่างรวดเร็ว ความเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขปศุสัตว์เพิ่มขึ้น เกษตรกรยินดีรายงานอาการสัตว์ป่วยเร็วขึ้น ซึ่งคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการควบคุมโรคอย่างได้ผลในระยะยาว
ผลลัพธ์: ประหยัดต้นทุนต่อครั้ง 73% และสำคัญกว่านั้น — โรคถูกควบคุมได้ก่อนแพร่ออกไป รักษาอาชีพและความมั่นคงของเกษตรกรได้จริง
"ตอนที่ ASF ระบาดหนักปีที่แล้ว ผมอยู่ที่ด่านตรวจยานพาหนะริมถนนสาย 2 เราพ่นรถทุกคันที่ผ่านมา แต่ด้วยถังสเปรย์มือ มันทำไม่ถึงใต้ท้องรถพ่วง 18 ล้อเลย ตอนที่ได้ Solo Port 423 มา รู้สึกเหมือนโลกเปลี่ยน เครื่องเดินดี กำลังดี พ่นไปถึงทุกซอกโครงสร้างรถได้หมด และที่สำคัญคือในฟาร์มที่ไม่มีไฟฟ้า เราก็ใช้ได้เลยโดยไม่ต้องลากสายไฟ ตั้งแต่ใช้แล้วรู้สึกว่าทำงานได้ผลจริง ไม่ใช่แค่ทำให้ดูดีขึ้น"
นายอำนวย สิทธิกุล (ตัวอย่างสมมุติที่สะท้อนประสบการณ์จริง)
เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ประจำอำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี
A: Solo Port 423 รองรับน้ำยาฆ่าเชื้อที่แนะนำโดยกรมปศุสัตว์สำหรับ ASF เช่น ฟอร์มาลิน (Formaldehyde), โซเดียมไฮโปคลอไรต์ความเข้มข้นสูง และสารฆ่าเชื้อจากกลุ่ม Quaternary Ammonium Compound ที่เจือจางตามสัดส่วนที่กำหนด ควรปรึกษา WHD เพื่อการแนะนำที่เหมาะสมกับชนิดของโรคและน้ำยาที่ใช้
A: ได้ Solo Port 423 ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย WHD จัดการฝึกอบรมสาธิตการใช้งานและการบำรุงรักษาเบื้องต้นสำหรับเจ้าหน้าที่ อบต. และปศุสัตว์ที่ไม่มีพื้นฐานทางเทคนิคเฉพาะทาง การฝึกอบรมใช้เวลาประมาณ 2–4 ชั่วโมง หลังจากนั้นผู้ใช้จะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจ
A: สามารถจัดซื้อผ่านระบบ e-GP (Electronic Government Procurement) ของกรมบัญชีกลาง ภายใต้รหัสครุภัณฑ์การเกษตรหรือปศุสัตว์ หรือผ่านงบอุดหนุนสำหรับการป้องกันโรคระบาด WHD พร้อมให้ข้อมูลประกอบการจัดซื้อครบถ้วนและสามารถลงทะเบียนในระบบ e-GP ได้
A: Solo Port 423 มาพร้อมการรับประกันจากผู้ผลิต WHD ให้บริการซ่อมแซมและจัดหาอะไหล่ในประเทศไทย ไม่ต้องส่งซ่อมต่างประเทศ ทำให้เวลาหยุดทำงานของเครื่องสั้นมาก อะไหล่สำคัญเช่นหัวเทียน ฟิลเตอร์ และหัวพ่นมีสต็อกพร้อมส่งทันที
A: ขั้นต่ำต้องใช้ หน้ากาก N95 หรือ P100, แว่นตาป้องกัน, ถุงมือยาง, เสื้อกาวน์หรือชุด Tyvek, รองเท้าบูทยาง ในสถานการณ์ ASF ที่อาจมีน้ำยาฆ่าเชื้อฤทธิ์รุนแรงสูง ควรใส่ชุด PPE เต็มรูปแบบตามมาตรฐานกรมปศุสัตว์ WHD มีคำแนะนำ PPE ที่เหมาะสมสำหรับน้ำยาแต่ละชนิด
A: ความแตกต่างสำคัญคือ (1) Solo Port 423 ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า ทำงานได้ทุกพื้นที่ของฟาร์ม (2) กำลังเครื่องยนต์ 4.1 HP สูงกว่ามอเตอร์ไฟฟ้าทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ระยะพ่นไกลกว่า (3) รองรับสารผงนอกเหนือจากน้ำยาเหลว ทำให้ยืดหยุ่นกว่าในงาน Biosecurity ที่หลากหลาย
Solo Port 423 พร้อมเป็นอาวุธสำคัญของหน่วยงานปศุสัตว์และ อบต. ของคุณในการรับมือโรคระบาดสัตว์
ติดต่อ WHD วันนี้เพื่อขอใบเสนอราคาและเอกสารสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
โทรศัพท์: 065-556-6294
LINE Official: @whd268
เว็บไซต์: worldhealthdisinfection.com
Solo Port 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง | ป้องกัน ASF ลัมปีสกิน | Biosecurity ฟาร์มสัตว์ | เครื่องพ่นหมอกควัน ULV | กรมปศุสัตว์ | World Health Disinfection WHD Thailand