Last updated: 8 มิ.ย. 2569 | 21 จำนวนผู้เข้าชม |
เวลา 06.30 น. นายแพทย์วิชัย ศรีสุขสันต์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยืนมองแถวคนไข้นอกที่ยาวออกไปถึงหน้าประตูทางเข้า ประมาณการณ์ว่าวันนี้จะมีผู้รับบริการไม่ต่ำกว่า 400 คน ซึ่งรวมถึงกลุ่มเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ในช่วงที่โรคไข้เลือดออกกำลังระบาดรุนแรงและมีรายงานผู้ป่วย COVID-19 กลับมาพุ่งสูงขึ้นในพื้นที่ชายแดน
สิ่งที่กังวลใจนายแพทย์วิชัยที่สุดไม่ใช่จำนวนผู้ป่วย แต่คือ "พื้นที่" — ห้องรอตรวจผู้ป่วยนอกขนาด 800 ตร.ม. ลานจอดรถพยาบาล ทางเดินเชื่อมอาคาร โซนพักเปล และบริเวณรอบอาคารรวมกว่า 5,000 ตร.ม. ที่ต้องผ่านการฆ่าเชื้อทุกวัน แต่โรงพยาบาลมีพนักงานทำความสะอาดเพียง 3 คนที่รับผิดชอบงานทั้งหมด และอุปกรณ์ที่มีคือถังสเปรย์มือกดขนาด 5 ลิตร จำนวน 4 ใบ
นี่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดเฉพาะที่แม่สาย แต่เป็นปัญหาที่โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และโรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี ด้วยงบประมาณที่จำกัดและบุคลากรที่ไม่เพียงพอ
โรงพยาบาลชุมชนขนาดกลางในประเทศไทยมีพื้นที่เฉลี่ย 10,000–30,000 ตร.ม. รวมทั้งอาคารและพื้นที่โล่งโดยรอบ แต่มีพนักงานทำความสะอาดเพียง 3–8 คน หากใช้ถังสเปรย์มือกดขนาด 5 ลิตร พนักงาน 1 คนครอบคลุมพื้นที่ได้เพียง 200–300 ตร.ม. ต่อชั่วโมง นั่นหมายความว่าการฆ่าเชื้อพื้นที่ทั้งหมดต้องใช้เวลา 15–20 ชั่วโมง ต่อวัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ทำให้หลายพื้นที่เสี่ยงถูกข้ามและกลายเป็นจุดอ่อนในห่วงโซ่ควบคุมการติดเชื้อ
การจ้างพนักงานเพิ่มเพื่อรองรับงานฆ่าเชื้อนั้นมีต้นทุนสูงมาก เพียงแค่พนักงาน 1 คน มีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 10,000–15,000 บาท/เดือน รวมค่าประกันสังคมและสวัสดิการ และยังต้องใช้อุปกรณ์จำนวนมากอีกด้วย ในขณะที่ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อแบบสเปรย์มือกดยังคงต่ำ เพราะละอองฝอยไม่ละเอียดพอที่จะเข้าถึงซอกมุมต่างๆ และอาจทำให้น้ำยาฆ่าเชื้อใช้งานเกินปริมาณที่จำเป็นถึง 3–4 เท่า
หากการติดเชื้อภายในโรงพยาบาล (Healthcare-Associated Infections / HAI) ถูกตรวจพบและเชื่อมโยงกับการควบคุมเชื้อที่บกพร่อง โรงพยาบาลไม่เพียงแต่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย แต่ยังต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กสพ.) การตรวจประเมินมาตรฐาน HA และความไม่ไว้วางใจจากชุมชน ซึ่งอาจนำไปสู่การลดการเข้ารับบริการและส่งผลต่องบประมาณโรงพยาบาลในระยะยาว
บริเวณที่มักถูกมองข้ามในการฆ่าเชื้อประจำวัน ได้แก่ อู่จอดรถพยาบาล (ซึ่งนำเชื้อมาจากนอกสถานที่), ทางลาดสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน, บริเวณรับของขยะติดเชื้อ, และสวนสาธารณะโดยรอบที่ผู้ป่วยและญาติออกมาใช้ พื้นที่เหล่านี้คือ "ช่องว่าง" ที่เชื้อโรคสามารถสะสมและแพร่กระจายได้ หากอุปกรณ์พ่นฆ่าเชื้อไม่มีระยะพ่นที่ไกลพอและครอบคลุมพอ
อัตราพ่น 1–2 ลิตร/นาที ครอบคลุมพื้นที่ 30–50 ตร.ม./นาที พนักงาน 1 คนทำงาน 8 ชั่วโมงครอบคลุมได้ประมาณ 14,400–24,000 ตร.ม. ฟังดูพอ แต่ในความเป็นจริง การยกถังเปล่า/เต็ม การผสมน้ำยา การหยุดพัก และประสิทธิภาพที่ลดลงจากความเหนื่อยล้า ทำให้ครอบคลุมได้จริงเพียง 40–50% ของตัวเลขทางทฤษฎีเท่านั้น และละอองสเปรย์ขนาดใหญ่ยังตกตะกอนเร็ว ไม่ล่องลอยในอากาศได้นาน
ข้อจำกัดคือระยะสายไฟ และความจุถังน้ำยาเพียง 4–6 ลิตร ต้องเติมบ่อยและต้องมีเต้าเสียบไฟฟ้าในบริเวณนั้นๆ ทำให้ใช้งานนอกอาคารหรือในบริเวณที่ไม่มีไฟฟ้าได้ยาก และมีกำลังลมน้อยกว่า ทำให้ละอองไม่ฟุ้งกระจายได้ดีในพื้นที่โล่ง
ค่าบริการเฉลี่ย 3,000–8,000 บาท/ครั้ง/อาคาร และใช้เวลาล่วงหน้าในการนัดหมาย ไม่สามารถตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที ในช่วงที่มีการระบาด บริษัทเอกชนอาจไม่สามารถรับงานได้เนื่องจากมีความต้องการสูง ทำให้โรงพยาบาลอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมงานสำคัญนี้ได้ด้วยตัวเอง
สรุป: วิธีการเดิมทั้งหมดมีข้อจำกัดในเรื่อง ความเร็ว ความครอบคลุม และความยืดหยุ่น
โรงพยาบาลจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ทรงพลัง คล่องตัว และพร้อมใช้งานได้ทุกพื้นที่ ทุกเวลา
ตอบทุกโจทย์ที่โรงพยาบาลรัฐต้องการ ด้วยเทคโนโลยีจาก SOLO Germany
ด้วยปริมาณลมสูงสุด 23,333 ลิตร/นาที และหัวพ่นที่ออกแบบมาเพื่อกระจายละอองฝอยในระยะไกล Solo Port 423 สามารถครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ได้ในเวลาสั้น พนักงานเพียง 1 คนสามารถฆ่าเชื้อพื้นที่นอกอาคารของโรงพยาบาลทั้งหมดได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แทนที่จะต้องใช้ทีมงาน 5–6 คน
เครื่องยนต์เบนซิน 2-สตรอก 72.3cc ทำให้ไม่ต้องมีสายไฟพ่วง สามารถพ่นได้ทุกพื้นที่ ทั้งลานจอดรถ ทางลาดฉุกเฉิน พื้นที่รับขยะติดเชื้อ สวนรอบอาคาร และโซนที่ไม่มีเต้าเสียบไฟฟ้า ทำให้การฆ่าเชื้อครอบคลุมอย่างแท้จริง ไม่มีจุดบอด
ระบบ ULV (Ultra-Low Volume) สร้างละอองฝอยขนาดเล็กมาก ล่องลอยในอากาศได้นานและสามารถเข้าถึงซอกมุม ใต้เก้าอี้รอตรวจ ราวจับทางเดิน และพื้นผิวที่สเปรย์มือกดธรรมดาไปไม่ถึง ทำให้ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
เทคโนโลยี ULV ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อในปริมาณน้อยกว่าสเปรย์ทั่วไปถึง 3–5 เท่า แต่ได้พื้นที่ครอบคลุมมากกว่า เพราะละอองมีขนาดเล็กและกระจายตัวดีกว่า โรงพยาบาลที่ใช้ Solo Port 423 สามารถลดค่าใช้จ่ายน้ำยาได้อย่างมีนัยสำคัญ ช่วยให้งบประมาณคงเหลือสำหรับส่วนอื่นๆ
Solo Port 423 รองรับทั้งน้ำยาฆ่าเชื้อแบบเหลว (ULV liquid) และสารกำจัดแมลงแบบผง/เม็ด (powder/granule) ทำให้โรงพยาบาลสามารถใช้เครื่องเดียวสำหรับทั้งฆ่าเชื้อพื้นผิว กำจัดยุงพาหะไข้เลือดออก และควบคุมแมลงรบกวนในพื้นที่โรงพยาบาล
SOLO เป็นแบรนด์เครื่องพ่นชั้นนำจากประเทศเยอรมนีที่ใช้งานในองค์กรสาธารณสุขและหน่วยงานรัฐบาลทั่วโลก วัสดุและชิ้นส่วนผ่านมาตรฐานยุโรป อายุการใช้งานยาวนาน มีอะไหล่และบริการหลังการขายจาก WHD ในประเทศไทย เหมาะสำหรับการจัดซื้อเป็น ครุภัณฑ์ราชการ ที่ต้องใช้งานระยะยาว
น้ำหนักเครื่องแห้ง ~12 กก. พร้อมสายสะพายหลังที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ ลดแรงกด กระจายน้ำหนักสม่ำเสมอ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้นานขึ้นโดยไม่เหนื่อยล้าเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม และลดความเสี่ยงการบาดเจ็บจากการทำงาน
เมื่อเกิดการระบาดหรือพบผู้ป่วยโรคติดต่อในโรงพยาบาล เวลาคือทุกสิ่ง Solo Port 423 สตาร์ทพร้อมใช้งานได้ทันที ไม่ต้องรอนัดหมายกับบริษัทเอกชน ทำให้ฝ่ายบริหารโรงพยาบาลมีอำนาจการควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ในมือตลอดเวลา
Solo Port 423 เป็นครุภัณฑ์ที่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อายุการใช้งานที่ยาวนานและมูลค่าที่เหมาะสมทำให้เป็น ครุภัณฑ์ที่คุ้มค่าการลงทุน ในระยะยาว เทียบกับค่าบริการจ้างเอกชนที่ต้องจ่ายซ้ำทุกปี
การที่ชุมชนเห็นว่าโรงพยาบาลมีอุปกรณ์ฆ่าเชื้อที่ทันสมัยและใช้งานอย่างสม่ำเสมอ สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจในบริการสาธารณสุข ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการที่ผู้ป่วยจะมารับบริการตามนัดและไม่หลีกเลี่ยงการรักษา ส่งผลดีต่อสุขภาพชุมชนในระยะยาว
ผลลัพธ์รวม: ประหยัดงบประมาณ 180,000+ บาท/ปี พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์อย่างยั่งยืน
"ตอนแรกผมก็ลังเลเหมือนกันว่าจะคุ้มไหมกับการลงทุน แต่พอใช้จริงๆ ถึงบางอ้อเลย โรงพยาบาลเรามีพื้นที่รวม 15,000 ตร.ม. เดิมต้องใช้คน 4 คน ใช้เวลาเกือบทั้งวัน แต่พอมี Solo Port 423 คนเดียวก็จัดการได้ภายในช่วงเช้า พอบ่ายก็พร้อมรับผู้ป่วยแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือทุกพื้นที่ถูกฆ่าเชื้อครบ ไม่มีจุดที่ถูกข้ามอีกแล้ว และตัวเลขการติดเชื้อภายในก็ลดลงอย่างชัดเจน คุ้มค่ากว่าที่คิดไว้มากครับ"
นายแพทย์ประสิทธิ์ แก้วมณี
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก
A: ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตพิเศษสำหรับตัวเครื่อง แต่น้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ควรได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และผู้ใช้งานควรผ่านการอบรมการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) WHD มีบริการฝึกอบรมการใช้งานให้กับบุคลากรโรงพยาบาล
A: ขึ้นอยู่กับน้ำยาที่ใช้ สำหรับพื้นที่ที่มีคนอยู่ควรเลือกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยสำหรับการสูดดม เช่น สารประกอบ Quaternary Ammonium ความเข้มข้นเจือจาง ส่วนน้ำยาที่ต้องหลีกเลี่ยงการสูดดมควรพ่นในพื้นที่ว่างคนก่อนเปิดให้บริการ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตน้ำยาอย่างเคร่งครัด
A: Solo Port 423 เหมาะสำหรับการจัดซื้อเป็นครุภัณฑ์การแพทย์/ครุภัณฑ์สาธารณสุข ภายใต้งบลงทุนของโรงพยาบาลหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สามารถจัดซื้อผ่านระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง WHD สามารถออกใบเสนอราคา ใบส่งสินค้า และเอกสารประกอบการจัดซื้อจัดจ้างได้ครบถ้วน
A: Solo Port 423 ออกแบบมาเพื่อความทนทานในงานหนัก ค่าบำรุงรักษาหลักคือการเปลี่ยนหัวเทียน ฟิลเตอร์อากาศ และน้ำมันเครื่องตามระยะเวลา ซึ่งเป็นอะไหล่ราคาประหยัดที่ WHD มีในสต็อก WHD ให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาในประเทศไทย ทำให้ไม่ต้องส่งซ่อมต่างประเทศ
A: มี WHD จัดการฝึกอบรมการใช้งาน Solo Port 423 ให้กับบุคลากรโรงพยาบาลทั้งในรูปแบบ On-site Training ณ โรงพยาบาล และการสาธิตในศูนย์ฝึกอบรม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
A: Solo Port 423 มีกำลังเครื่องยนต์สูงกว่า (72.3cc, 4.1 HP) มีปริมาณอากาศที่พ่นออกมาสูงกว่ามาก ทำให้ระยะพ่นไกลกว่าและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่า นอกจากนี้ยังรองรับทั้งน้ำยาเหลวและสารผง ทำให้อเนกประสงค์กว่าเครื่องพ่นยุงทั่วไปที่รองรับได้เฉพาะน้ำยาเหลว
Solo Port 423 พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมการติดเชื้อที่มีประสิทธิภาพของโรงพยาบาลคุณ
ติดต่อ WHD วันนี้เพื่อขอใบเสนอราคาและเอกสารสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
โทรศัพท์: 065-556-6294
LINE Official: @whd268
เว็บไซต์: worldhealthdisinfection.com
Solo Port 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง | ฆ่าเชื้อโรงพยาบาล | เครื่องพ่นหมอกควัน ULV | ควบคุมโรคในโรงพยาบาล | เครื่องพ่นยาสะพายหลัง SOLO Germany | World Health Disinfection Thailand