อบโอโซนเตรียมบ้านรับลูกน้อย ฆ่าเชื้อห้องเด็กอ่อนก่อนพากลับจากโรงพยาบาล

Last updated: 5 มิ.ย. 2569  |  44 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โรคทางเดินหายใจ

อบโอโซนเตรียมบ้านรับลูกน้อย: ฆ่าเชื้อห้องเด็กอ่อนก่อนพากลับจากโรงพยาบาล ให้ลูกแรกเกิดปลอดภัยจาก RSV

เวลาบ่ายสามโมงของวันที่อากาศร้อนอบอ้าวในย่านบางนา กรุงเทพฯ คุณแอน คุณแม่มือใหม่วัย 33 ปี นั่งอยู่ริมเตียงในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล มองลูกชายตัวน้อยที่นอนหลับอยู่ในตู้อบ ลูกของเธอคลอดก่อนกำหนดเล็กน้อย ตัวเล็กกว่าทารกทั่วไป และในเช้าวันนั้นเองที่กุมารแพทย์เดินมาบอกประโยคที่ทำให้หัวใจของคุณแม่มือใหม่เต้นแรง: "คุณแม่ต้องระวังเรื่องเชื้อ RSV และการติดเชื้อทางเดินหายใจให้มากเป็นพิเศษในช่วงสองสามเดือนแรกนะครับ เพราะปอดของน้องยังพัฒนาไม่เต็มที่"

คำว่า "ฆ่าเชื้อห้องเด็กอ่อน" และ "อบโอโซนเตรียมบ้านรับลูกน้อย" จึงกลายเป็นคำที่คุณแอนพิมพ์ค้นหาในมือถือคืนนั้นเอง ทั้งที่บ้านของเธอไม่ใช่บ้านมือสอง แต่เป็นบ้านที่อยู่อาศัยกันมานานหลายปี บ้านที่ดูสะอาดตา แต่กลับเต็มไปด้วยสิ่งที่ตามองไม่เห็น

บ้านที่ดูสะอาด แต่ซ่อนความเสี่ยงไว้ทุกซอกมุม

เมื่อคุณแอนกลับมานั่งทบทวนบ้านของตัวเองอย่างจริงจัง เธอถึงได้เห็นความจริงที่น่ากังวล บ้านหลังนี้ไม่ได้ว่างเปล่า มันคือบ้านที่มีชีวิตและมีกิจกรรมเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งแต่ละอย่างล้วนเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่อาจเป็นอันตรายต่อทารกแรกเกิด

  • หลานชายวัยเตาะแตะ ที่มาเล่นที่บ้านบ่อย ๆ เด็กเล็กคือพาหะนำเชื้อตัวสำคัญ เพราะติดเชื้อง่ายและแพร่เชื้อไวรัสทางเดินหายใจได้โดยที่ไม่มีอาการชัดเจน
  • สุนัขที่เลี้ยงไว้ ที่วิ่งเล่นทั่วบ้าน นำพาฝุ่น ขนสัตว์ และสะเก็ดผิวหนัง (dander) ที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ปะปนอยู่ในอากาศ
  • เครื่องปรับอากาศเก่า ที่ใช้งานมาหลายปีโดยไม่เคยล้างเชื้อราภายในจริงจัง ภายในคอยล์เย็นและท่อลมคือแหล่งเพาะเชื้อราและแบคทีเรียชั้นดี ทุกครั้งที่เปิดแอร์ก็เท่ากับพ่นสปอร์เชื้อราออกมาทั่วห้อง
  • ตุ๊กตาผ้าและของเล่นนุ่ม ๆ ที่ญาติซื้อมาฝาก เก็บไว้นานในตู้ ดูดซับฝุ่นและความชื้นจนกลายเป็นรังไรฝุ่น
  • ปู่ย่าตายายที่เป็นห่วง แวะมาเยี่ยมทุกวัน อยากอุ้มหลาน อยากใกล้ชิด ซึ่งเป็นเรื่องน่ารัก แต่ก็เพิ่มโอกาสการนำเชื้อจากภายนอกเข้าบ้าน

ยิ่งคิดยิ่งกังวล คุณแอนรู้ดีว่าการ ฆ่าเชื้อห้องเด็กอ่อน ด้วยการถูพื้น เช็ดโต๊ะ ซักผ้าปูที่นอนแบบเดิม ๆ คงไม่เพียงพอ เพราะเชื้อโรคที่อันตรายที่สุดสำหรับลูกของเธอไม่ได้อยู่แค่บนพื้นผิว แต่ลอยอยู่ในอากาศ และฝังตัวอยู่ลึกในที่ที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง

ทำไมทารกแรกเกิดถึงเปราะบางต่อเชื้อโรคเป็นพิเศษ

ระบบภูมิคุ้มกันของทารกแรกเกิด โดยเฉพาะเด็กที่คลอดก่อนกำหนด ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ร่างกายของน้องยังไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนผู้ใหญ่ ทำให้เชื้อที่ดูไม่เป็นอันตรายสำหรับเราอาจกลายเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับลูกได้

เชื้อ RSV (Respiratory Syncytial Virus) คือสิ่งที่กุมารแพทย์เป็นห่วงมากที่สุด เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ ในผู้ใหญ่อาจมีอาการแค่เหมือนเป็นหวัดธรรมดา แต่ในทารกและเด็กเล็ก เชื้อ RSV สามารถลงปอด ทำให้เกิดหลอดลมฝอยอักเสบและปอดบวม จนต้องเข้าโรงพยาบาลได้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างเป็นหนึ่งในสาเหตุการเจ็บป่วยและเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในทารกทั่วโลก

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ก็ระบุชัดว่าเด็กเล็กเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคทางเดินหายใจ และการลดการสัมผัสเชื้อในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กคือมาตรการป้องกันที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง

ยังมีอีกเหตุผลที่ทำให้ช่วงสัปดาห์แรก ๆ ที่บ้านสำคัญมาก เด็กที่คลอดก่อนกำหนดมักกลับบ้านพร้อมระบบทางเดินหายใจที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ หลอดลมแคบกว่า ปอดมีกำลังสำรองน้อยกว่า การติดเชื้อเพียงเล็กน้อยที่เด็กโตอาจหายเองได้ กลับสามารถลุกลามจนน้องหายใจลำบาก ดูดนมได้น้อย และต้องกลับเข้าโรงพยาบาลฉุกเฉินได้ สำหรับคุณแอนที่เฝ้ามองจอมอนิเตอร์ข้างตู้อบมาหลายวัน ความคิดที่ว่าการดูแลอย่างพิถีพิถันของโรงพยาบาลจะสูญเปล่าทันทีที่ก้าวเข้าประตูบ้านนั้นเป็นเรื่องที่เธอรับไม่ได้

และ RSV ก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ต้องกังวล ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสหวัดทั่วไป รวมถึงแบคทีเรียและสปอร์เชื้อราหลายชนิด ล้วนเจริญเติบโตได้ดีในบ้านที่มีคนอยู่อาศัย โดยเฉพาะเชื้อราที่ร้ายกาจเป็นพิเศษ มันไม่ได้ประกาศตัวด้วยคราบดำบนเพดาน แต่ซ่อนตัวอยู่ในคอยล์เย็นของแอร์ ในเส้นใยชื้นของที่นอนที่เก็บไว้นาน ในไส้ของตุ๊กตากระต่ายที่วางอยู่ในตู้ตั้งแต่งานเลี้ยงต้อนรับครรภ์ ทุกครั้งที่เปิดแอร์ สปอร์เหล่านั้นก็ลอยไปกับลมเย็นเข้าสู่ห้องที่ลูกน้อยจะนอนโดยตรง

นี่คือเหตุผลที่การเก็บกวาดให้เรียบร้อยไม่เท่ากับการทำให้บ้านปลอดภัยสำหรับทารก ห้องเด็กที่ดูสะอาดตา กับห้องเด็กที่ฆ่าเชื้ออย่างแท้จริง คือสองสิ่งที่ต่างกันมาก และช่องว่างระหว่างสองสิ่งนี้เองคือจุดที่ทารกผู้เปราะบางจะล้มป่วย คุณแอนต้องการปิดช่องว่างนี้ให้สนิทก่อนที่ลูกชายจะได้หายใจอากาศในห้องใหม่ของเขาเสียอีก

ความกังวลของแม่ และกับดักของสารเคมีตกค้าง

คุณแอนเริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดบ้านแบบที่ทุกคนทำ เธอซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อหลายขวด เช็ดถูทุกพื้นผิว ฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อตามมุมต่าง ๆ แต่ยิ่งใช้ เธอก็ยิ่งกังวลอีกแบบหนึ่ง

เธออ่านเจอว่าน้ำยาฆ่าเชื้อเคมีหลายชนิดทิ้งสารตกค้างไว้บนพื้นผิว ซึ่งเป็นอันตรายต่อทารกที่ชอบเอามือเข้าปาก เอาแก้มไปแนบกับพื้นผิว และสูดดมไอระเหยของสารเคมีเข้าไปในปอดเล็ก ๆ ที่ยังบอบบาง การพยายามฆ่าเชื้อกลับกลายเป็นการนำสารเคมีอันตรายเข้าใกล้ตัวลูกแทน

"ฉันไม่อยากให้ลูกหายใจเอาทั้งเชื้อโรคและสารเคมีเข้าไป" คุณแอนคิด "ต้องมีวิธีที่ฆ่าเชื้อห้องเด็กอ่อนได้จริง สะอาดถึงในอากาศและในแอร์ แต่ไม่ทิ้งอะไรไว้เป็นพิษกับลูกสิ"

ทำไมวิธีทำความสะอาดแบบเดิม ๆ ถึงไม่เพียงพอ

คุณแอนเริ่มเข้าใจว่าทำไมการทำความสะอาดทั่วไปถึงไม่สามารถปกป้องลูกได้อย่างที่หวัง:

  • การเช็ดถูพื้นผิวเข้าไม่ถึงอากาศและภายในแอร์ ไวรัส RSV และเชื้อก่อโรคทางเดินหายใจส่วนใหญ่ลอยอยู่ในอากาศ (airborne) ผ้าเช็ดทำความสะอาดได้แค่พื้นผิวที่มองเห็น แต่ทำอะไรกับอากาศที่ลูกหายใจไม่ได้เลย ส่วนภายในคอยล์แอร์ที่เต็มไปด้วยเชื้อรา ผ้าก็เข้าไม่ถึง
  • น้ำยาเคมีทิ้งสารตกค้าง ดังที่กล่าวไป สารเคมีฆ่าเชื้อแม้ฆ่าเชื้อได้ แต่ก็ทิ้งคราบและไอระเหยที่ไม่เหมาะกับทารก
  • การต้มหรือตากแดดทำได้แค่บางชิ้น ผ้าอ้อม ผ้าห่อตัวอาจต้มหรือตากได้ แต่ตุ๊กตา ที่นอน โซฟา ผ้าม่าน พรม ทั้งห้องนอน เราไม่สามารถยกไปต้มหรือตากแดดได้ทั้งหมด
  • เครื่อง UV แบบมือถือมีข้อจำกัด แสง UV ฆ่าเชื้อได้เฉพาะจุดที่แสงส่องตรงถึงเท่านั้น เงา ซอกมุม ใต้เฟอร์นิเจอร์ และภายในแอร์ แสง UV เข้าไม่ถึง ทั้งยังต้องใช้เวลานานและเสี่ยงต่อดวงตาและผิวหนัง

ทางออกที่คุณแอนตามหา: บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยของ WHD

หลังจากค้นหาอยู่หลายคืน คุณแอนก็พบกับ World Health Disinfection (WHD) ผู้ให้บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยที่ได้รับความไว้วางใจจากโรงพยาบาลและโรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วประเทศไทย

หัวใจสำคัญคือ ก๊าซโอโซน (O3) ตัวออกซิไดเซอร์ธรรมชาติที่ทรงพลัง โอโซนสามารถแทรกซึมไปได้ทุกซอกทุกมุมที่อากาศเข้าถึง ทั้งในอากาศที่ลอยอยู่ ลึกเข้าไปในคอยล์และท่อลมของแอร์ ในเส้นใยของตุ๊กตา ที่นอน โซฟา และผ้าม่าน โอโซนจะทำลายไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราในระดับโมเลกุล

และนี่คือจุดที่ทำให้คุณแอนตัดสินใจ: หลังจากทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับไปเป็นออกซิเจน (O2) ตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างใด ๆ เลย เมื่อระบายอากาศแล้ว ห้องจึงปลอดภัยสำหรับทารกและสัตว์เลี้ยงอย่างสมบูรณ์ นี่คือสิ่งที่น้ำยาเคมีให้ไม่ได้

มาตรฐานที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่แค่คำโฆษณา: WHD ใช้เครื่อง Master Ozone Generator ซึ่งเป็นเครื่องผลิตโอโซนแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ภายใต้มาตรฐาน "Total Quality. Assured." มีผลพิสูจน์ว่าสามารถลดปริมาณไวรัสและแบคทีเรียในอากาศได้มากกว่า 10 เท่า และฆ่าเชื้อราที่ฝังอยู่ในเครื่องปรับอากาศและเฟอร์นิเจอร์ได้ถึง 99.99%

WHD มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำกว่า 300 แห่ง รวมถึง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Dusit International และ Andaz Hotels & Resorts

สิ่งที่ทำให้คุณแอนสบายใจที่สุดคือการได้เข้าใจว่าโอโซนทำงานอย่างไรจริง ๆ แทนที่จะเชื่อตามคำโฆษณา โอโซนก็คือออกซิเจนที่มีอะตอมเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งตัว เป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรและพร้อมจะปล่อยอะตอมส่วนเกินนั้นออกไป เมื่อมันสัมผัสกับไวรัส แบคทีเรีย หรือสปอร์เชื้อรา มันจะออกซิไดซ์เยื่อหุ้มชั้นนอกและทำลายเชื้อโรคในระดับโมเลกุล ไม่มีที่ใดให้เชื้อโรคหลบซ่อนจากก๊าซได้ เพราะก๊าซเดินทางไปได้ทุกที่ที่อากาศไปถึง ทั้งในคอยล์แอร์ ผ่านเนื้อผ้าม่าน และลึกเข้าไปในเส้นใยของพรม

จากนั้นก็ถึงส่วนที่ทำให้โอโซนเหมาะกับห้องของทารกที่สุด เมื่อปล่อยอะตอมตัวที่สามออกไปแล้ว โมเลกุลโอโซนก็กลับไปเป็นออกซิเจนธรรมดาที่หายใจได้ ไม่มีคราบเหลือบนราวเปลให้ลูกเลีย ไม่มีไอระเหยตกค้างในที่นอนให้ปอดเล็ก ๆ สูดเข้าไป ไม่มีกลิ่นสารเคมีค้างอยู่ ห้องจึงสะอาดกว่าเดิมและบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ สำหรับคุณแม่ที่ต้องชั่งใจระหว่างเชื้อโรคกับสารเคมีตกค้าง โอโซนช่วยคลายปมนี้ได้ทั้งหมด เธอไม่ต้องเลือกระหว่างอันตรายสองอย่างอีกต่อไป

10 เหตุผลที่คุณแม่เลือกอบโอโซนเตรียมบ้านรับลูกน้อย

  1. 1ฆ่าเชื้อได้ 99.99% ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงไวรัสที่ก่อโรคทางเดินหายใจอย่าง RSV
  2. 2ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน ปลอดภัยกับทารกที่ชอบเอามือเข้าปาก
  3. 3ฆ่าเชื้อถึงในอากาศ จัดการไวรัสที่ลอยอยู่ซึ่งเป็นต้นเหตุการติดเชื้อทางเดินหายใจ
  4. 4เข้าถึงภายในแอร์ โอโซนแทรกซึมลึกถึงคอยล์เย็นและท่อลม ฆ่าเชื้อราที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง
  5. 5ฆ่าเชื้อในตุ๊กตาและของนุ่ม แทรกถึงเส้นใยของตุ๊กตา ที่นอน โซฟา ผ้าม่าน ที่ต้มหรือตากแดดไม่ได้
  6. 6กำจัดสารก่อภูมิแพ้ ลดไรฝุ่น สปอร์เชื้อรา และกลิ่นจากสัตว์เลี้ยง ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์
  7. 7มาตรฐานระดับสากล เครื่อง Master Ozone Generator รับรองโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek
  8. 8ครอบคลุมทั้งห้องและทั้งบ้าน ไม่ใช่แค่จุดเดียว แต่ฆ่าเชื้อได้ทุกซอกมุมพร้อมกัน
  9. 9ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยง หลังอบและระบายอากาศแล้ว ทั้งคนและสุนัขกลับเข้าบ้านได้อย่างสบายใจ
  10. 10ทีมงานมืออาชีพ ไว้ใจได้ ประสบการณ์กว่า 10 ปี เป็นที่ไว้วางใจของโรงพยาบาลและโรงแรม 5 ดาว

ก่อนและหลังอบโอโซน: ความแตกต่างที่คุณแม่สัมผัสได้

ก่อนอบโอโซน

  • ไวรัส RSV และเชื้อโรคทางเดินหายใจลอยอยู่ในอากาศ
  • เชื้อราฝังลึกในคอยล์แอร์ พ่นออกมาทุกครั้งที่เปิด
  • ไรฝุ่นและเชื้อสะสมในตุ๊กตา ที่นอน โซฟา
  • มีกลิ่นอับและกลิ่นสัตว์เลี้ยงในห้อง
  • คุณแม่กังวลและนอนไม่หลับทุกคืน

หลังอบโอโซน

  • ไวรัสและแบคทีเรียในอากาศลดลงกว่า 10 เท่า
  • เชื้อราในแอร์ถูกกำจัด 99.99% อากาศที่ออกมาสะอาด
  • ตุ๊กตาและของนุ่มสะอาดถึงเส้นใยลึก
  • กลิ่นอับและกลิ่นสัตว์เลี้ยงหายไป อากาศสดชื่น
  • ไม่มีสารเคมีตกค้าง พร้อมรับลูกน้อยกลับบ้าน

เสียงจากคุณแม่ผู้ใช้บริการจริง

"ก่อนพาลูกกลับบ้าน ฉันกังวลมากเรื่อง RSV เพราะลูกคลอดก่อนกำหนด หมอเตือนให้ระวังเป็นพิเศษ ที่บ้านมีหลานตัวเล็กมาเล่นบ่อย มีสุนัข แล้วแอร์ก็เก่ามากไม่เคยล้างเชื้อราจริงจัง ฉันลองทำความสะอาดเองแล้วแต่ก็ไม่มั่นใจ แถมยังกลัวสารเคมีจากน้ำยาฆ่าเชื้อ พอได้ใช้บริการอบโอโซนของ WHD ทีมงานมาจัดการให้ทั้งห้องเด็กและทั้งบ้าน รวมถึงในแอร์ พอระบายอากาศเสร็จ บ้านสะอาด อากาศสดชื่น ไม่มีกลิ่นน้ำยาเคมีเลย ที่สำคัญคือไม่มีสารตกค้าง ฉันพาลูกกลับบ้านได้อย่างสบายใจที่สุด คุ้มค่าทุกบาทจริง ๆ ค่ะ"

— คุณแอน คุณแม่มือใหม่ ย่านบางนา กรุงเทพฯ

สิ่งที่คุณแอนสัมผัสได้ไม่ได้มีแค่ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ใช่ กลิ่นอับ ๆ ในห้องนอนหายไป และกลิ่นจาง ๆ ที่เคยลอยออกมาจากแอร์ในนาทีแรกที่เปิดก็หายไปด้วย แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่าคือความรู้สึกของเธอเอง เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่หมอเตือน ที่เธอสามารถยืนอยู่หน้าประตูห้องเด็กแล้วรู้สึกสงบ แทนที่จะคอยคำนวณความเสี่ยง เธอจินตนาการเห็นลูกชายนอนหลับอยู่ตรงนั้น แทนที่จะคอยไล่นับทุกสิ่งที่อาจทำร้ายเขา

คุณพ่อคุณแม่ของเธอที่กังวลไม่แพ้กันก็ผ่อนคลายลงในที่สุด ปู่ย่าตายายสามารถมาเยี่ยมและอุ้มหลานได้โดยรู้ว่าบ้านได้รับการฆ่าเชื้อด้วยมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในโรงพยาบาลและโรงแรมหรู ไม่ใช่แค่เช็ดถูด้วยน้ำยาที่หยิบได้จากใต้อ่างล้างจาน ความสบายใจนั้น คุณแอนบอกในภายหลังว่ามีค่าพอ ๆ กับการฆ่าเชื้อเลยทีเดียว

ขั้นตอนบริการ: ทำให้เสร็จก่อนพาลูกกลับบ้าน

ขั้นที่ 1 — สำรวจและวางแผน
ทีมงานประเมินขนาดพื้นที่ ห้องเด็กอ่อน เครื่องปรับอากาศ และจุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อกำหนดความเข้มข้นและระยะเวลาที่เหมาะสม โดยนัดทำก่อนวันที่คุณแม่จะพาลูกกลับจากโรงพยาบาล
ขั้นที่ 2 — ปล่อยโอโซนฆ่าเชื้อ
เปิดเครื่อง Master Ozone Generator ปล่อยก๊าซโอโซนกระจายทั่วห้องและทั้งบ้าน โดยเปิดแอร์ให้โอโซนหมุนเวียนเข้าไปฆ่าเชื้อราในคอยล์และท่อลม แทรกซึมถึงตุ๊กตา ที่นอน และทุกซอกมุม
ขั้นที่ 3 — โอโซนสลายเป็นออกซิเจน
เมื่อทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) ตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง
ขั้นที่ 4 — ระบายอากาศ พร้อมรับลูกน้อย
ทีมงานระบายอากาศจนเรียบร้อย ตรวจสอบความปลอดภัย ห้องเด็กอ่อนและทั้งบ้านก็พร้อมต้อนรับสมาชิกตัวน้อยกลับบ้านอย่างปลอดภัย

โปรโมชันพิเศษสำหรับคุณพ่อคุณแม่

จองบริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรี! บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อด้วยน้ำยา Chemgene HLD4H เกรดการแพทย์ เพิ่มความมั่นใจให้บ้านของคุณอีกขั้น

อบโอโซนครอบคลุมอะไรบ้างในบ้านของครอบครัวมือใหม่

คุณพ่อคุณแม่มักถามว่า เมื่อ WHD มาเตรียมบ้านรับลูกน้อย จะอบโอโซนตรงจุดไหนบ้าง คำตอบตรง ๆ คือทุกที่ที่อากาศเข้าถึง แต่จะเห็นภาพชัดขึ้นถ้านึกถึงห้องที่ทารกและคนรอบตัวใช้งานจริง ๆ:

  • ห้องเด็กอ่อน ทั้งเปล ที่นอนและเครื่องนอน มุมเปลี่ยนผ้าอ้อม ผ้าม่าน พรม และตุ๊กตานุ่ม ๆ ที่รออยู่บนชั้น สิ่งเหล่านี้คือพื้นผิวและเส้นใยที่ลูกจะสัมผัสและหายใจแนบอยู่ด้วยหลายชั่วโมงในแต่ละวัน
  • เครื่องปรับอากาศ ทั่วทั้งบ้าน โดยเฉพาะเครื่องเก่า ทีมงานจะหมุนเวียนโอโซนผ่านแอร์ที่กำลังทำงานเพื่อให้เข้าถึงคอยล์เย็นและท่อลม ซึ่งเป็นจุดที่เชื้อราเกาะอยู่และถูกพ่นเข้าสู่ห้อง
  • ห้องนั่งเล่นและพื้นที่ส่วนกลาง ที่หลานวัยเตาะแตะมาเล่น ที่สุนัขพักผ่อน และที่ปู่ย่าตายายมารวมตัวกันอุ้มหลาน เชื้อโรคไม่สนใจเส้นแบ่งของประตูห้องเด็ก จึงต้องดูแลทั้งบ้านเป็นสภาพแวดล้อมเดียวที่เชื่อมต่อกัน
  • ซอกมุมที่ซ่อนอยู่ ที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง ทั้งหลังและใต้เฟอร์นิเจอร์ ในตู้เสื้อผ้าที่เก็บตุ๊กตาและเครื่องนอนสำรอง รวมถึงเบาะโซฟาและเก้าอี้นวมที่ดูดซับฝุ่นและกลิ่นมานานหลายปี

ต้องบอกตรง ๆ ว่าการอบโอโซนไม่ได้มาแทนที่นิสัยที่ดีในชีวิตประจำวัน หลังอบเสร็จ คุณพ่อคุณแม่ก็ยังควรล้างมือก่อนอุ้มลูก ไม่ให้ผู้มาเยี่ยมที่ไม่สบายเข้าใกล้ และขอให้ทุกคนงดหอมแก้มทารกในช่วงฤดูระบาดของ RSV สิ่งที่การอบโอโซนทำคือการรีเซ็ตจุดเริ่มต้น กำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ที่สะสมมาซึ่งการทำความสะอาดทั่วไปทิ้งไว้ เพื่อให้นิสัยที่ดีในแต่ละวันได้ปกป้องบ้านที่สะอาดจริง แทนที่จะต้องต่อสู้กับบ้านที่ปนเปื้อน

สำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนดในช่วงเดือนแรก ๆ ที่สำคัญนี้ การรีเซ็ตเช่นนี้สร้างความแตกต่างได้อย่างมีนัยสำคัญ มันคือตรรกะเดียวกับที่โรงพยาบาลใช้เมื่อต้องฆ่าเชื้อหอผู้ป่วยก่อนผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางจะเข้ามา และนี่เองคือเหตุผลที่บริการอบโอโซนในที่พักอาศัยของ WHD กลายเป็นพิธีกรรมเงียบ ๆ ของครอบครัวชาวกรุงเทพฯ จำนวนมากในช่วงสัปดาห์ก่อนที่สมาชิกตัวน้อยจะกลับบ้าน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: อบโอโซนแล้วพาลูกเข้าบ้านได้เลยไหม?

A: ในขณะที่กำลังอบโอโซน คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ก่อน แต่หลังจากทำงานเสร็จและทีมงานระบายอากาศเรียบร้อยแล้ว โอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง สามารถพาลูกน้อยและสัตว์เลี้ยงกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย

Q: อบโอโซนฆ่าเชื้อ RSV ได้จริงหรือ?

A: ได้ครับ โอโซนเป็นออกซิไดเซอร์ที่ทำลายโครงสร้างของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราในระดับโมเลกุล เครื่อง Master Ozone Generator ของ WHD ได้รับการพิสูจน์ว่าลดปริมาณไวรัสและแบคทีเรียในอากาศได้มากกว่า 10 เท่า และฆ่าเชื้อราได้ถึง 99.99%

Q: อบโอโซนต่างจากการฉีดพ่นน้ำยาเคมีอย่างไร?

A: น้ำยาเคมีทิ้งสารตกค้างบนพื้นผิวและเข้าไม่ถึงอากาศหรือภายในแอร์ ส่วนโอโซนเป็นก๊าซที่แทรกซึมได้ทุกซอกมุมที่อากาศเข้าถึง และสลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งสารตกค้าง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องเด็กอ่อน

Q: ควรอบโอโซนล่วงหน้ากี่วันก่อนพาลูกกลับบ้าน?

A: แนะนำให้นัดทำก่อนวันรับลูกกลับบ้านอย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้มีเวลาระบายอากาศและจัดเตรียมห้องให้เรียบร้อย ทีมงานจะช่วยวางแผนเวลาให้เหมาะสมกับกำหนดการของคุณ

Q: อบโอโซนทำให้ของในบ้านเสียหายไหม?

A: เมื่อทำโดยทีมงานมืออาชีพที่ควบคุมความเข้มข้นและระยะเวลาอย่างถูกต้อง การอบโอโซนปลอดภัยต่อเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้าน ทีมงาน WHD ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปีจะดูแลทุกขั้นตอนอย่างเหมาะสม

เตรียมบ้านให้พร้อม ก่อนพาเจ้าตัวน้อยกลับบ้าน

อย่าปล่อยให้ความกังวลเรื่องเชื้อโรคและ RSV มาบดบังความสุขในการต้อนรับสมาชิกใหม่ ให้ WHD ช่วยคุณ ฆ่าเชื้อห้องเด็กอ่อนและเตรียมบ้านให้สะอาดปลอดภัย ปลอดสารเคมีตกค้าง ด้วยบริการอบโอโซนมาตรฐานเดียวกับที่โรงพยาบาลและโรงแรม 5 ดาวไว้วางใจ

ดูบริการอบโอโซนสำหรับที่พักอาศัย คลิกที่นี่

โทรเลย 065-556-6294  |  LINE @whd268

บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย | ฆ่าเชื้อห้องเด็กอ่อน | อบโอโซนเตรียมบ้านรับลูกน้อย | ฆ่าเชื้อ RSV ปลอดสารเคมีตกค้าง โดย World Health Disinfection (WHD)

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้