Last updated: 5 มิ.ย. 2569 | 38 จำนวนผู้เข้าชม |
เวลาบ่ายสามโมงของวันที่อากาศร้อนอบอ้าวในย่านบางนา กรุงเทพฯ คุณแอน คุณแม่มือใหม่วัย 33 ปี นั่งอยู่ริมเตียงในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล มองลูกชายตัวน้อยที่นอนหลับอยู่ในตู้อบ ลูกของเธอคลอดก่อนกำหนดเล็กน้อย ตัวเล็กกว่าทารกทั่วไป และในเช้าวันนั้นเองที่กุมารแพทย์เดินมาบอกประโยคที่ทำให้หัวใจของคุณแม่มือใหม่เต้นแรง: "คุณแม่ต้องระวังเรื่องเชื้อ RSV และการติดเชื้อทางเดินหายใจให้มากเป็นพิเศษในช่วงสองสามเดือนแรกนะครับ เพราะปอดของน้องยังพัฒนาไม่เต็มที่"
คำว่า "ฆ่าเชื้อห้องเด็กอ่อน" และ "อบโอโซนเตรียมบ้านรับลูกน้อย" จึงกลายเป็นคำที่คุณแอนพิมพ์ค้นหาในมือถือคืนนั้นเอง ทั้งที่บ้านของเธอไม่ใช่บ้านมือสอง แต่เป็นบ้านที่อยู่อาศัยกันมานานหลายปี บ้านที่ดูสะอาดตา แต่กลับเต็มไปด้วยสิ่งที่ตามองไม่เห็น
เมื่อคุณแอนกลับมานั่งทบทวนบ้านของตัวเองอย่างจริงจัง เธอถึงได้เห็นความจริงที่น่ากังวล บ้านหลังนี้ไม่ได้ว่างเปล่า มันคือบ้านที่มีชีวิตและมีกิจกรรมเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งแต่ละอย่างล้วนเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่อาจเป็นอันตรายต่อทารกแรกเกิด
ยิ่งคิดยิ่งกังวล คุณแอนรู้ดีว่าการ ฆ่าเชื้อห้องเด็กอ่อน ด้วยการถูพื้น เช็ดโต๊ะ ซักผ้าปูที่นอนแบบเดิม ๆ คงไม่เพียงพอ เพราะเชื้อโรคที่อันตรายที่สุดสำหรับลูกของเธอไม่ได้อยู่แค่บนพื้นผิว แต่ลอยอยู่ในอากาศ และฝังตัวอยู่ลึกในที่ที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง
ระบบภูมิคุ้มกันของทารกแรกเกิด โดยเฉพาะเด็กที่คลอดก่อนกำหนด ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ร่างกายของน้องยังไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนผู้ใหญ่ ทำให้เชื้อที่ดูไม่เป็นอันตรายสำหรับเราอาจกลายเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับลูกได้
เชื้อ RSV (Respiratory Syncytial Virus) คือสิ่งที่กุมารแพทย์เป็นห่วงมากที่สุด เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ ในผู้ใหญ่อาจมีอาการแค่เหมือนเป็นหวัดธรรมดา แต่ในทารกและเด็กเล็ก เชื้อ RSV สามารถลงปอด ทำให้เกิดหลอดลมฝอยอักเสบและปอดบวม จนต้องเข้าโรงพยาบาลได้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างเป็นหนึ่งในสาเหตุการเจ็บป่วยและเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในทารกทั่วโลก
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ก็ระบุชัดว่าเด็กเล็กเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคทางเดินหายใจ และการลดการสัมผัสเชื้อในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กคือมาตรการป้องกันที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง
ยังมีอีกเหตุผลที่ทำให้ช่วงสัปดาห์แรก ๆ ที่บ้านสำคัญมาก เด็กที่คลอดก่อนกำหนดมักกลับบ้านพร้อมระบบทางเดินหายใจที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ หลอดลมแคบกว่า ปอดมีกำลังสำรองน้อยกว่า การติดเชื้อเพียงเล็กน้อยที่เด็กโตอาจหายเองได้ กลับสามารถลุกลามจนน้องหายใจลำบาก ดูดนมได้น้อย และต้องกลับเข้าโรงพยาบาลฉุกเฉินได้ สำหรับคุณแอนที่เฝ้ามองจอมอนิเตอร์ข้างตู้อบมาหลายวัน ความคิดที่ว่าการดูแลอย่างพิถีพิถันของโรงพยาบาลจะสูญเปล่าทันทีที่ก้าวเข้าประตูบ้านนั้นเป็นเรื่องที่เธอรับไม่ได้
และ RSV ก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ต้องกังวล ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสหวัดทั่วไป รวมถึงแบคทีเรียและสปอร์เชื้อราหลายชนิด ล้วนเจริญเติบโตได้ดีในบ้านที่มีคนอยู่อาศัย โดยเฉพาะเชื้อราที่ร้ายกาจเป็นพิเศษ มันไม่ได้ประกาศตัวด้วยคราบดำบนเพดาน แต่ซ่อนตัวอยู่ในคอยล์เย็นของแอร์ ในเส้นใยชื้นของที่นอนที่เก็บไว้นาน ในไส้ของตุ๊กตากระต่ายที่วางอยู่ในตู้ตั้งแต่งานเลี้ยงต้อนรับครรภ์ ทุกครั้งที่เปิดแอร์ สปอร์เหล่านั้นก็ลอยไปกับลมเย็นเข้าสู่ห้องที่ลูกน้อยจะนอนโดยตรง
นี่คือเหตุผลที่การเก็บกวาดให้เรียบร้อยไม่เท่ากับการทำให้บ้านปลอดภัยสำหรับทารก ห้องเด็กที่ดูสะอาดตา กับห้องเด็กที่ฆ่าเชื้ออย่างแท้จริง คือสองสิ่งที่ต่างกันมาก และช่องว่างระหว่างสองสิ่งนี้เองคือจุดที่ทารกผู้เปราะบางจะล้มป่วย คุณแอนต้องการปิดช่องว่างนี้ให้สนิทก่อนที่ลูกชายจะได้หายใจอากาศในห้องใหม่ของเขาเสียอีก
คุณแอนเริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดบ้านแบบที่ทุกคนทำ เธอซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อหลายขวด เช็ดถูทุกพื้นผิว ฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อตามมุมต่าง ๆ แต่ยิ่งใช้ เธอก็ยิ่งกังวลอีกแบบหนึ่ง
เธออ่านเจอว่าน้ำยาฆ่าเชื้อเคมีหลายชนิดทิ้งสารตกค้างไว้บนพื้นผิว ซึ่งเป็นอันตรายต่อทารกที่ชอบเอามือเข้าปาก เอาแก้มไปแนบกับพื้นผิว และสูดดมไอระเหยของสารเคมีเข้าไปในปอดเล็ก ๆ ที่ยังบอบบาง การพยายามฆ่าเชื้อกลับกลายเป็นการนำสารเคมีอันตรายเข้าใกล้ตัวลูกแทน
"ฉันไม่อยากให้ลูกหายใจเอาทั้งเชื้อโรคและสารเคมีเข้าไป" คุณแอนคิด "ต้องมีวิธีที่ฆ่าเชื้อห้องเด็กอ่อนได้จริง สะอาดถึงในอากาศและในแอร์ แต่ไม่ทิ้งอะไรไว้เป็นพิษกับลูกสิ"
คุณแอนเริ่มเข้าใจว่าทำไมการทำความสะอาดทั่วไปถึงไม่สามารถปกป้องลูกได้อย่างที่หวัง:
หลังจากค้นหาอยู่หลายคืน คุณแอนก็พบกับ World Health Disinfection (WHD) ผู้ให้บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยที่ได้รับความไว้วางใจจากโรงพยาบาลและโรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วประเทศไทย
หัวใจสำคัญคือ ก๊าซโอโซน (O3) ตัวออกซิไดเซอร์ธรรมชาติที่ทรงพลัง โอโซนสามารถแทรกซึมไปได้ทุกซอกทุกมุมที่อากาศเข้าถึง ทั้งในอากาศที่ลอยอยู่ ลึกเข้าไปในคอยล์และท่อลมของแอร์ ในเส้นใยของตุ๊กตา ที่นอน โซฟา และผ้าม่าน โอโซนจะทำลายไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราในระดับโมเลกุล
และนี่คือจุดที่ทำให้คุณแอนตัดสินใจ: หลังจากทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับไปเป็นออกซิเจน (O2) ตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างใด ๆ เลย เมื่อระบายอากาศแล้ว ห้องจึงปลอดภัยสำหรับทารกและสัตว์เลี้ยงอย่างสมบูรณ์ นี่คือสิ่งที่น้ำยาเคมีให้ไม่ได้
มาตรฐานที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่แค่คำโฆษณา: WHD ใช้เครื่อง Master Ozone Generator ซึ่งเป็นเครื่องผลิตโอโซนแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ภายใต้มาตรฐาน "Total Quality. Assured." มีผลพิสูจน์ว่าสามารถลดปริมาณไวรัสและแบคทีเรียในอากาศได้มากกว่า 10 เท่า และฆ่าเชื้อราที่ฝังอยู่ในเครื่องปรับอากาศและเฟอร์นิเจอร์ได้ถึง 99.99%
WHD มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำกว่า 300 แห่ง รวมถึง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Dusit International และ Andaz Hotels & Resorts
สิ่งที่ทำให้คุณแอนสบายใจที่สุดคือการได้เข้าใจว่าโอโซนทำงานอย่างไรจริง ๆ แทนที่จะเชื่อตามคำโฆษณา โอโซนก็คือออกซิเจนที่มีอะตอมเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งตัว เป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรและพร้อมจะปล่อยอะตอมส่วนเกินนั้นออกไป เมื่อมันสัมผัสกับไวรัส แบคทีเรีย หรือสปอร์เชื้อรา มันจะออกซิไดซ์เยื่อหุ้มชั้นนอกและทำลายเชื้อโรคในระดับโมเลกุล ไม่มีที่ใดให้เชื้อโรคหลบซ่อนจากก๊าซได้ เพราะก๊าซเดินทางไปได้ทุกที่ที่อากาศไปถึง ทั้งในคอยล์แอร์ ผ่านเนื้อผ้าม่าน และลึกเข้าไปในเส้นใยของพรม
จากนั้นก็ถึงส่วนที่ทำให้โอโซนเหมาะกับห้องของทารกที่สุด เมื่อปล่อยอะตอมตัวที่สามออกไปแล้ว โมเลกุลโอโซนก็กลับไปเป็นออกซิเจนธรรมดาที่หายใจได้ ไม่มีคราบเหลือบนราวเปลให้ลูกเลีย ไม่มีไอระเหยตกค้างในที่นอนให้ปอดเล็ก ๆ สูดเข้าไป ไม่มีกลิ่นสารเคมีค้างอยู่ ห้องจึงสะอาดกว่าเดิมและบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ สำหรับคุณแม่ที่ต้องชั่งใจระหว่างเชื้อโรคกับสารเคมีตกค้าง โอโซนช่วยคลายปมนี้ได้ทั้งหมด เธอไม่ต้องเลือกระหว่างอันตรายสองอย่างอีกต่อไป
"ก่อนพาลูกกลับบ้าน ฉันกังวลมากเรื่อง RSV เพราะลูกคลอดก่อนกำหนด หมอเตือนให้ระวังเป็นพิเศษ ที่บ้านมีหลานตัวเล็กมาเล่นบ่อย มีสุนัข แล้วแอร์ก็เก่ามากไม่เคยล้างเชื้อราจริงจัง ฉันลองทำความสะอาดเองแล้วแต่ก็ไม่มั่นใจ แถมยังกลัวสารเคมีจากน้ำยาฆ่าเชื้อ พอได้ใช้บริการอบโอโซนของ WHD ทีมงานมาจัดการให้ทั้งห้องเด็กและทั้งบ้าน รวมถึงในแอร์ พอระบายอากาศเสร็จ บ้านสะอาด อากาศสดชื่น ไม่มีกลิ่นน้ำยาเคมีเลย ที่สำคัญคือไม่มีสารตกค้าง ฉันพาลูกกลับบ้านได้อย่างสบายใจที่สุด คุ้มค่าทุกบาทจริง ๆ ค่ะ"
— คุณแอน คุณแม่มือใหม่ ย่านบางนา กรุงเทพฯ
สิ่งที่คุณแอนสัมผัสได้ไม่ได้มีแค่ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ใช่ กลิ่นอับ ๆ ในห้องนอนหายไป และกลิ่นจาง ๆ ที่เคยลอยออกมาจากแอร์ในนาทีแรกที่เปิดก็หายไปด้วย แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่าคือความรู้สึกของเธอเอง เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่หมอเตือน ที่เธอสามารถยืนอยู่หน้าประตูห้องเด็กแล้วรู้สึกสงบ แทนที่จะคอยคำนวณความเสี่ยง เธอจินตนาการเห็นลูกชายนอนหลับอยู่ตรงนั้น แทนที่จะคอยไล่นับทุกสิ่งที่อาจทำร้ายเขา
คุณพ่อคุณแม่ของเธอที่กังวลไม่แพ้กันก็ผ่อนคลายลงในที่สุด ปู่ย่าตายายสามารถมาเยี่ยมและอุ้มหลานได้โดยรู้ว่าบ้านได้รับการฆ่าเชื้อด้วยมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในโรงพยาบาลและโรงแรมหรู ไม่ใช่แค่เช็ดถูด้วยน้ำยาที่หยิบได้จากใต้อ่างล้างจาน ความสบายใจนั้น คุณแอนบอกในภายหลังว่ามีค่าพอ ๆ กับการฆ่าเชื้อเลยทีเดียว
โปรโมชันพิเศษสำหรับคุณพ่อคุณแม่
จองบริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรี! บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อด้วยน้ำยา Chemgene HLD4H เกรดการแพทย์ เพิ่มความมั่นใจให้บ้านของคุณอีกขั้น
คุณพ่อคุณแม่มักถามว่า เมื่อ WHD มาเตรียมบ้านรับลูกน้อย จะอบโอโซนตรงจุดไหนบ้าง คำตอบตรง ๆ คือทุกที่ที่อากาศเข้าถึง แต่จะเห็นภาพชัดขึ้นถ้านึกถึงห้องที่ทารกและคนรอบตัวใช้งานจริง ๆ:
ต้องบอกตรง ๆ ว่าการอบโอโซนไม่ได้มาแทนที่นิสัยที่ดีในชีวิตประจำวัน หลังอบเสร็จ คุณพ่อคุณแม่ก็ยังควรล้างมือก่อนอุ้มลูก ไม่ให้ผู้มาเยี่ยมที่ไม่สบายเข้าใกล้ และขอให้ทุกคนงดหอมแก้มทารกในช่วงฤดูระบาดของ RSV สิ่งที่การอบโอโซนทำคือการรีเซ็ตจุดเริ่มต้น กำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ที่สะสมมาซึ่งการทำความสะอาดทั่วไปทิ้งไว้ เพื่อให้นิสัยที่ดีในแต่ละวันได้ปกป้องบ้านที่สะอาดจริง แทนที่จะต้องต่อสู้กับบ้านที่ปนเปื้อน
สำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนดในช่วงเดือนแรก ๆ ที่สำคัญนี้ การรีเซ็ตเช่นนี้สร้างความแตกต่างได้อย่างมีนัยสำคัญ มันคือตรรกะเดียวกับที่โรงพยาบาลใช้เมื่อต้องฆ่าเชื้อหอผู้ป่วยก่อนผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางจะเข้ามา และนี่เองคือเหตุผลที่บริการอบโอโซนในที่พักอาศัยของ WHD กลายเป็นพิธีกรรมเงียบ ๆ ของครอบครัวชาวกรุงเทพฯ จำนวนมากในช่วงสัปดาห์ก่อนที่สมาชิกตัวน้อยจะกลับบ้าน
Q: อบโอโซนแล้วพาลูกเข้าบ้านได้เลยไหม?
A: ในขณะที่กำลังอบโอโซน คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ก่อน แต่หลังจากทำงานเสร็จและทีมงานระบายอากาศเรียบร้อยแล้ว โอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง สามารถพาลูกน้อยและสัตว์เลี้ยงกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย
Q: อบโอโซนฆ่าเชื้อ RSV ได้จริงหรือ?
A: ได้ครับ โอโซนเป็นออกซิไดเซอร์ที่ทำลายโครงสร้างของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราในระดับโมเลกุล เครื่อง Master Ozone Generator ของ WHD ได้รับการพิสูจน์ว่าลดปริมาณไวรัสและแบคทีเรียในอากาศได้มากกว่า 10 เท่า และฆ่าเชื้อราได้ถึง 99.99%
Q: อบโอโซนต่างจากการฉีดพ่นน้ำยาเคมีอย่างไร?
A: น้ำยาเคมีทิ้งสารตกค้างบนพื้นผิวและเข้าไม่ถึงอากาศหรือภายในแอร์ ส่วนโอโซนเป็นก๊าซที่แทรกซึมได้ทุกซอกมุมที่อากาศเข้าถึง และสลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งสารตกค้าง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องเด็กอ่อน
Q: ควรอบโอโซนล่วงหน้ากี่วันก่อนพาลูกกลับบ้าน?
A: แนะนำให้นัดทำก่อนวันรับลูกกลับบ้านอย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้มีเวลาระบายอากาศและจัดเตรียมห้องให้เรียบร้อย ทีมงานจะช่วยวางแผนเวลาให้เหมาะสมกับกำหนดการของคุณ
Q: อบโอโซนทำให้ของในบ้านเสียหายไหม?
A: เมื่อทำโดยทีมงานมืออาชีพที่ควบคุมความเข้มข้นและระยะเวลาอย่างถูกต้อง การอบโอโซนปลอดภัยต่อเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้าน ทีมงาน WHD ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปีจะดูแลทุกขั้นตอนอย่างเหมาะสม
อย่าปล่อยให้ความกังวลเรื่องเชื้อโรคและ RSV มาบดบังความสุขในการต้อนรับสมาชิกใหม่ ให้ WHD ช่วยคุณ ฆ่าเชื้อห้องเด็กอ่อนและเตรียมบ้านให้สะอาดปลอดภัย ปลอดสารเคมีตกค้าง ด้วยบริการอบโอโซนมาตรฐานเดียวกับที่โรงพยาบาลและโรงแรม 5 ดาวไว้วางใจ
ดูบริการอบโอโซนสำหรับที่พักอาศัย คลิกที่นี่โทรเลย 065-556-6294 | LINE @whd268
บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง
บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย | ฆ่าเชื้อห้องเด็กอ่อน | อบโอโซนเตรียมบ้านรับลูกน้อย | ฆ่าเชื้อ RSV ปลอดสารเคมีตกค้าง โดย World Health Disinfection (WHD)