กำจัดกลิ่นหนูตายในฝ้าเพดานด้วยการอบโอโซน เรื่องจริงจากบ้านปากเกร็ดที่กลิ่นเน่าหายในคืนเดียว

Last updated: 5 มิ.ย. 2569  |  55 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องอบโอโซน

กำจัดกลิ่นหนูตายในฝ้าเพดาน — เรื่องจริงจากบ้านปากเกร็ด เมื่อ "อบโอโซน" คืนห้องนอนให้ครอบครัวได้ในคืนเดียว

ถ้าคุณกำลังหาวิธีกำจัดกลิ่นหนูตายที่ลอยออกมาจากฝ้าเพดานแล้วทำอะไรก็ไม่หาย เรื่องราวของคุณกอล์ฟต่อไปนี้อาจเป็นเรื่องเดียวกับที่บ้านคุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้เป๊ะ ๆ — และตอนจบของเรื่องนี้คือคำตอบที่เขาเสียดายว่าทำไมไม่รู้ตั้งแต่วันแรก นั่นคือการอบโอโซนฆ่าเชื้อและสลายกลิ่นถึงระดับโมเลกุล

คุณกอล์ฟ อายุ 38 ปี เป็นผู้จัดการฝ่ายไอทีของบริษัทแห่งหนึ่งย่านแจ้งวัฒนะ อาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวสองชั้นอายุ 15 ปี ในหมู่บ้านจัดสรรแถวปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี กับภรรยาและลูกสาววัย 7 ขวบ บ้านหลังนี้คือบ้านหลังแรกที่เขาผ่อนเองทุกบาท ดูแลอย่างดีมาตลอด จนกระทั่งเดือนเมษายนปีนี้ — เดือนที่อากาศร้อนที่สุดของปี — สิ่งที่เขาไม่มีวันลืมก็เกิดขึ้น

คืนวันอังคารคืนหนึ่ง ขณะกำลังจะเข้านอน คุณกอล์ฟได้กลิ่นแปลก ๆ จาง ๆ ในห้องนอนใหญ่ชั้นบน เป็นกลิ่นหวานอมเปรี้ยวปนคาว ๆ ที่อธิบายยาก เขาคิดว่าอาจเป็นขยะที่ลืมทิ้ง จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเปิดประตูห้องนอน กลิ่นนั้นแรงขึ้นจนสะดุดจมูกทันที และภายในเวลาแค่สองวัน มันกลายเป็นกลิ่นเน่าเหม็นหวานคลุ้งไปทั้งชั้นบน รุนแรงจนแสบจมูก หายใจแล้วรู้สึกเหมือนกลิ่นเกาะติดอยู่ในลำคอ — กลิ่นของ "อะไรบางอย่างที่ตายอยู่ในฝ้าเพดาน" เหนือเตียงนอนของเขานั่นเอง

เมื่อกลิ่นหนูตายเปลี่ยนห้องนอนให้กลายเป็นห้องต้องห้าม

อากาศเดือนเมษายนที่ร้อนทะลุ 38 องศา ทำให้การย่อยสลายของซากสัตว์ในฝ้าเพดานเกิดขึ้นเร็วและรุนแรงเป็นพิเศษ กลิ่นเน่าซึมผ่านรอยต่อแผ่นยิปซัม ลอดตามช่องดาวน์ไลท์ และกระจายไปตามช่องแอร์ จนไม่ใช่แค่ห้องนอนใหญ่ที่เหม็น แต่ทางเดินชั้นบนและห้องลูกสาวก็เริ่มมีกลิ่นตามไปด้วย

ครอบครัวของคุณกอล์ฟต้องอพยพลงมานอนรวมกันบนโซฟาและที่นอนปิกนิกในห้องนั่งเล่นชั้นล่างนานถึงหนึ่งสัปดาห์เต็ม ลูกสาวงอแงเพราะนอนไม่สบาย ภรรยานอนไม่หลับเพราะกังวล ส่วนคุณกอล์ฟเองต้องตื่นไปทำงานทั้งที่พักผ่อนไม่พอ ประชุมทั้งวันด้วยสมองที่ล้า ที่แย่กว่านั้นคือสัปดาห์นั้นมีญาติฝ่ายภรรยานัดจะมาเยี่ยมบ้าน เขาต้องโทรไปเลื่อนแบบเลี่ยง ๆ เพราะอายเกินกว่าจะบอกว่า "บ้านผมมีหนูตายอยู่ในฝ้า กลิ่นเหม็นทั้งหลัง"

และสิ่งที่กัดกินใจเขามากที่สุดไม่ใช่แค่กลิ่น — แต่คือความกลัวเรื่องสุขภาพ เขานั่งค้นข้อมูลตอนตีหนึ่งแล้วพบว่า ซากหนูคือแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี ทั้งเชื้อ Salmonella ที่ทำให้อาหารเป็นพิษ เชื้อ Leptospira ที่ก่อโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) ซึ่งกรมควบคุมโรคเตือนทุกปีว่าอาจรุนแรงถึงไตวายและเสียชีวิต อีกทั้งองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังระบุว่าสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะนำโรคสู่คนได้หลายสิบชนิด ยิ่งไปกว่านั้น เขาเริ่มเห็นแมลงวันหัวเขียวบินวนอยู่ใต้ฝ้า — แมลงวันที่ไต่ตอมซากแล้วอาจบินลงมาตอมจานข้าวของลูกสาวได้ทุกเมื่อ

เจาะฝ้าสามรู...แต่ซากหนูอยู่หลังคานที่มือเอื้อมไม่ถึง

วันเสาร์ คุณกอล์ฟจ้างช่างประจำหมู่บ้านมาช่วย ช่างใช้จมูกดมไล่ตำแหน่งกลิ่นแล้วตัดแผ่นฝ้ายิปซัมออกสามจุด จุดแรกเจอแต่ฝุ่นกับฉนวนกันความร้อน จุดที่สองเจอมูลหนูเก่า ๆ กับรอยทางเดิน ส่วนจุดที่สามซึ่งกลิ่นแรงที่สุด เจอเพียงคราบของเหลวสีคล้ำซึมอยู่บนหลังแผ่นฝ้า — ร่องรอยจากซากที่กำลังย่อยสลาย แต่ตัวซากจริง ๆ กลับอยู่ลึกเข้าไปหลังคานโครงหลังคา ในซอกแคบที่ทั้งมือ ทั้งไม้ ทั้งตะขอ เอื้อมเข้าไปไม่ถึงเลยสักนิด

ช่างส่ายหัวแล้วบอกตามตรงว่า "ถ้าจะเอาซากออกจริง ๆ ต้องรื้อฝ้าแถบนี้ทั้งแถบครับพี่ ค่าใช้จ่ายหลายหมื่น แถมรื้อแล้วก็ไม่การันตีว่าจะเจอ บางทีมันมุดไปตายในช่องเสาอีก" คุณกอล์ฟได้แต่ยืนมองรูบนเพดานสามรูกับกลิ่นที่ยังลอยอบอวล ความหวังเดียวที่เหลือคือ "รอให้ซากแห้งแล้วกลิ่นคงหายไปเอง"

ซากแห้งแล้ว...แต่ทำไมกลิ่นยังไม่ยอมไปไหน?

สองสัปดาห์ผ่านไป กลิ่นเน่ารุนแรงช่วงพีคค่อย ๆ เบาลงจริง แต่สิ่งที่เหลืออยู่กลับน่าหงุดหงิดไม่แพ้กัน — กลิ่นอับเหม็นเปรี้ยวจาง ๆ ที่ "ฝังตัว" อยู่ในห้องนอน เปิดประตูเข้าไปเมื่อไหร่ก็ได้กลิ่นเมื่อนั้น ที่นอนราคาหลายหมื่นมีกลิ่นซึมติด เสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าบิวท์อินมีกลิ่นอับติดเนื้อผ้าจนต้องส่งซักใหม่หลายรอบ ม่านและพรมก็เช่นกัน ภรรยาบอกว่าทุกครั้งที่เข้าห้องนี้ เธอนึกถึงภาพซากหนูทันที จนไม่อยากนอนห้องนี้อีกเลย

สาเหตุที่กลิ่นดื้อด้านขนาดนี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน: กลิ่นซากสัตว์เน่าเกิดจากโมเลกุลสารประกอบอินทรีย์ระเหยอย่าง คาดาเวอรีน (Cadaverine) และ พิวเทรสซีน (Putrescine) ซึ่งปล่อยออกมาจากกระบวนการย่อยสลายโปรตีน โมเลกุลเหล่านี้มีคุณสมบัติเกาะติดพื้นผิวที่มีรูพรุนได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเส้นใยผ้า ฟูกที่นอน ไม้ ผนังปูน หรือแม้แต่ฉนวนในฝ้าเพดาน มันจึงไม่หายไปพร้อมกับซาก แต่ค่อย ๆ ระเหยปล่อยกลิ่นออกมาเรื่อย ๆ ได้นานหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน ตราบใดที่ยังไม่มีอะไรไป "ทำลายโครงสร้างโมเลกุล" ของมันโดยตรง

ทำไมวิธีกำจัดกลิ่นหนูตายแบบบ้าน ๆ ถึงล้มเหลวไม่เป็นท่า

คุณกอล์ฟลองมาแล้วแทบทุกอย่างที่อินเทอร์เน็ตแนะนำ และนี่คือผลลัพธ์จริง:

  • สเปรย์ปรับอากาศและน้ำหอมไล่กลิ่น — ฉีดทีไรกลายเป็นกลิ่น "ลาเวนเดอร์ผสมซากเน่า" ที่ชวนคลื่นไส้ยิ่งกว่าเดิม เพราะน้ำหอมแค่ "กลบ" กลิ่นด้วยกลิ่นที่แรงกว่า ไม่ได้ทำลายโมเลกุลกลิ่นเลยแม้แต่นิดเดียว พอกลิ่นน้ำหอมจางลง กลิ่นเน่าก็กลับมาเต็ม ๆ
  • กากกาแฟวางทั่วห้อง — วางไปหกถ้วย ดูดกลิ่นได้เฉพาะอากาศบริเวณรอบ ๆ ถ้วยในรัศมีไม่กี่สิบเซนติเมตร แต่กลิ่นที่ฝังในที่นอน ตู้เสื้อผ้า และโพรงฝ้าเพดานยังอยู่ครบ
  • ถ่านดูดกลิ่นและเบกกิ้งโซดา — หลักการดูดซับแบบพาสซีฟช้าเกินไปและอ่อนแรงเกินกว่าจะรับมือกลิ่นซากสัตว์ที่ปล่อยโมเลกุลใหม่ออกมาตลอดเวลา เหมือนเอาฟองน้ำชิ้นเล็กไปซับน้ำท่วม
  • เปิดพัดลมระบายอากาศทั้งวันทั้งคืน — ช่วยเจือจางกลิ่นในอากาศได้ชั่วคราว แต่ลมเข้าไม่ถึงโพรงฝ้าเพดานที่เป็นต้นตอ และไม่ช่วยอะไรกับกลิ่นที่ฝังในเนื้อผ้า
  • น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดถูทั่วห้อง — เช็ดได้แค่พื้นผิวที่มือเอื้อมถึง แต่จุดที่น่ากลัวที่สุดคือโพรงฝ้าที่มีซาก คราบของเหลว และแบคทีเรีย ซึ่งไม่มีทางเช็ดถึงได้เลย

บทสรุปที่เจ็บปวด: ทุกวิธีข้างต้นจัดการได้แค่ "ปลายทาง" ของกลิ่น แต่ไม่มีวิธีไหนเข้าถึง "ต้นตอ" ในโพรงฝ้าเพดาน และไม่มีวิธีไหนทำลายโมเลกุลคาดาเวอรีนกับพิวเทรสซีนได้จริง

จุดเปลี่ยน: เมื่อเพื่อนวิศวกรโรงแรมแนะนำให้รู้จัก "การอบโอโซน"

วันหนึ่งระหว่างกินข้าวเที่ยงกับเพื่อนรุ่นพี่ที่ทำงานเป็นวิศวกรอาคารของโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง คุณกอล์ฟเล่าปัญหานี้ให้ฟัง รุ่นพี่หัวเราะแล้วบอกว่า "โรงแรมเจอแบบนี้บ่อยกว่าที่คิดนะ ห้องพักมีกลิ่นบุหรี่ กลิ่นอาหาร หรือกระทั่งกลิ่นสัตว์ตายในช่องท่อ เราไม่เคยรื้อห้องเลย เราเรียกบริษัทมาอบโอโซน ก๊าซมันแทรกซึมเข้าไปทุกซอกทุกมุมแล้วสลายกลิ่นถึงระดับโมเลกุล แนะนำ World Health Disinfection เลย เจ้านี้ทำให้โรงแรมระดับท็อปหลายเครือ"

คืนนั้นคุณกอล์ฟเข้าไปดูเว็บไซต์ของ World Health Disinfection (WHD) แล้วพบข้อมูลที่ทำให้เขาตัดสินใจได้ไม่ยาก: WHD มีประสบการณ์ฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่นมานานกว่า 10 ปี ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรกว่า 300 แห่ง รวมถึงโรงแรมระดับโลกอย่าง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Dusit International และ Andaz Hotels & Resorts — ถ้าโรงแรมห้าดาวที่ขายความสะอาดหอมสดชื่นเป็นจุดขายยังเลือกใช้ บ้านสองชั้นของเขาก็น่าจะวางใจได้

ที่สำคัญที่สุดสำหรับคนเป็นพ่ออย่างเขา: WHD ใช้เครื่อง Master Ozone Generator ซึ่งเป็นเครื่องผลิตโอโซนแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek (UK) ภายใต้มาตรฐาน "Total Quality. Assured." มีผลทดสอบยืนยันว่าช่วยลดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียในอากาศได้มากกว่า 10 เท่า และฆ่าเชื้อราที่ฝังตัวในเครื่องปรับอากาศและเฟอร์นิเจอร์ได้ถึง 99.99%

โอโซนกำจัดกลิ่นหนูตายได้อย่างไร? วิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลัง

โอโซน (O3) คือก๊าซที่ประกอบด้วยออกซิเจน 3 อะตอม มีคุณสมบัติเป็นสารออกซิไดซ์ที่ทรงพลังที่สุดชนิดหนึ่งที่ใช้ในงานฆ่าเชื้อ เมื่อโมเลกุลโอโซนสัมผัสกับโมเลกุลกลิ่นเน่าอย่างคาดาเวอรีนและพิวเทรสซีน มันจะเข้าทำปฏิกิริยาออกซิเดชันทันที "หักโครงสร้างทางเคมี" ของโมเลกุลกลิ่นจนแตกสลายกลายเป็นสารที่ไม่มีกลิ่น — ไม่ใช่การกลบ ไม่ใช่การดูดซับ แต่คือการทำลายตัวกลิ่นทิ้งอย่างถาวร

ความได้เปรียบที่ไม่มีวิธีไหนเทียบได้คือ โอโซนเป็น "ก๊าซ" มันจึงลอยแทรกซึมไปได้ทุกที่ที่อากาศไปถึง — ลอดรอยต่อแผ่นฝ้าเข้าไปในโพรงเพดาน ซึมเข้าเส้นใยที่นอนและเสื้อผ้าในตู้ เข้าซอกหลังตู้บิวท์อิน เข้าท่อแอร์ จุดที่มือมนุษย์และน้ำยาเช็ดถูไม่มีวันเข้าถึง โอโซนจัดการได้หมด พร้อมกันนั้นมันยังทำลายผนังเซลล์ของแบคทีเรียและไวรัสที่แพร่จากซากสัตว์ ทั้ง Salmonella และ Leptospira ที่คุณกอล์ฟกังวล

และเมื่อทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) ตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างใด ๆ ในบ้าน ปลอดภัยต่อคน เด็ก และสัตว์เลี้ยงหลังจบกระบวนการ — ต่างจากการพ่นสารเคมีที่อาจทิ้งคราบและไอระเหยไว้บนที่นอนที่เรานอนทุกคืน

10 เหตุผลที่การอบโอโซนคือคำตอบสุดท้ายของกลิ่นหนูตายในฝ้าเพดาน

  1. ทำลายกลิ่นถึงระดับโมเลกุล — โอโซนออกซิไดซ์คาดาเวอรีนและพิวเทรสซีนให้แตกสลายถาวร ไม่ใช่การกลบกลิ่นชั่วคราวแบบสเปรย์ปรับอากาศ
  2. เข้าถึงโพรงฝ้าเพดานโดยไม่ต้องรื้อ — ก๊าซโอโซนลอดรอยต่อฝ้าและช่องดาวน์ไลท์เข้าไปจัดการต้นตอกลิ่นในจุดที่ซากติดอยู่ ประหยัดค่ารื้อฝ้านับหมื่นบาท
  3. ฆ่าเชื้อโรคจากซากสัตว์ไปพร้อมกัน — กำจัดแบคทีเรียอย่าง Salmonella และเชื้อก่อโรคฉี่หนู Leptospira ที่ปนเปื้อนในอากาศและบนพื้นผิว ลดความเสี่ยงต่อทั้งครอบครัวในขั้นตอนเดียว
  4. ดับกลิ่นที่ฝังในที่นอน ผ้าม่าน ตู้เสื้อผ้า — โอโซนซึมเข้าเส้นใยรูพรุนได้ลึกถึงจุดที่โมเลกุลกลิ่นเกาะอยู่ ไม่ต้องทิ้งที่นอนหรือซักม่านซ้ำ ๆ
  5. ไร้สารเคมีตกค้าง 100% — โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนเองตามธรรมชาติ ห้องนอนกลับมาใช้ได้อย่างปลอดภัยทั้งเด็กและสัตว์เลี้ยง
  6. เครื่องมือมาตรฐานการแพทย์หนึ่งเดียวในไทย — Master Ozone Generator คือแบรนด์เครื่องโอโซนเดียวในประเทศที่ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek (UK) มาตรฐาน "Total Quality. Assured."
  7. ประสิทธิภาพพิสูจน์ด้วยผลแล็บ — ลดไวรัสและแบคทีเรียในอากาศได้มากกว่า 10 เท่า ฆ่าเชื้อราในแอร์และเฟอร์นิเจอร์ได้ 99.99%
  8. มาตรฐานเดียวกับโรงแรมห้าดาว — บริการเดียวกับที่ The Ritz-Carlton, Dusit International, Fraser Suites และ Andaz เลือกใช้ดูแลห้องพักของแขกระดับวีไอพี
  9. จบในเซสชันเดียว ไม่ต้องทำซ้ำหลายรอบ — สำหรับกลิ่นซากสัตว์ทั่วไป การอบหนึ่งครั้งครอบคลุมทั้งห้องและโพรงฝ้า กลับเข้านอนได้ในคืนเดียวกัน
  10. ทีมงานมืออาชีพประสบการณ์ 10 ปีขึ้นไป — ประเมินหน้างาน คำนวณความเข้มข้นและเวลาอบให้เหมาะกับขนาดห้องและความรุนแรงของกลิ่น พร้อมดูแลความปลอดภัยทุกขั้นตอน

เปรียบเทียบชัด ๆ: ก่อนและหลังอบโอโซนที่บ้านคุณกอล์ฟ

ก่อนอบโอโซน

  • กลิ่นเน่าหวานคละคลุ้งทั้งชั้นบน เปิดประตูห้องนอนแล้วต้องกลั้นหายใจ
  • ทั้งครอบครัวอพยพไปนอนห้องนั่งเล่นนาน 1 สัปดาห์ พักผ่อนไม่พอกันทุกคน
  • ฝ้าเพดานถูกเจาะ 3 รู แต่เอาซากออกไม่ได้เพราะติดหลังคาน
  • กลิ่นอับฝังในที่นอน ตู้เสื้อผ้า ม่าน นานหลายสัปดาห์ไม่จาง
  • แมลงวันหัวเขียวบินวน กังวลเชื้อ Salmonella และโรคฉี่หนู
  • อายจนต้องเลื่อนนัดญาติที่จะมาเยี่ยมบ้าน

หลังอบโอโซน

  • กลิ่นเน่าหายไปตั้งแต่คืนแรก เหลือเพียงกลิ่นอากาศสะอาดโปร่งสบาย
  • ทั้งครอบครัวกลับขึ้นไปนอนห้องนอนใหญ่ได้ในคืนเดียวกันกับวันให้บริการ
  • โพรงฝ้าเพดานถูกฆ่าเชื้อและดับกลิ่นโดยไม่ต้องรื้อฝ้าเพิ่มแม้แต่แผ่นเดียว
  • ที่นอน ตู้เสื้อผ้า ม่าน ปลอดกลิ่นอับ ไม่ต้องทิ้งหรือเปลี่ยนใหม่
  • เชื้อแบคทีเรียและไวรัสในห้องถูกกำจัด หมดกังวลเรื่องเชื้อจากซากสัตว์
  • มั่นใจต้อนรับแขกได้เหมือนเดิม ไม่มีสารเคมีตกค้างในบ้าน

ขั้นตอนบริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นหนูตายของ WHD

  1. ปรึกษาและประเมินหน้างานฟรี — โทรหรือทักไลน์เล่าปัญหา ทีมงานสอบถามขนาดห้อง ตำแหน่งกลิ่น และความรุนแรง เพื่อวางแผนการอบที่เหมาะสมที่สุด
  2. เตรียมพื้นที่ก่อนอบ — ทีมงานแนะนำการนำสัตว์เลี้ยงและต้นไม้ออกจากห้อง เปิดตู้เสื้อผ้าและลิ้นชักเพื่อให้โอโซนซึมเข้าถึงทุกซอก รวมถึงเปิดช่องฝ้าที่มีอยู่ให้ก๊าซเข้าโพรงเพดานได้เต็มที่
  3. อบโอโซนด้วยเครื่อง Master Ozone Generator — ปล่อยก๊าซโอโซนความเข้มข้นที่คำนวณตามขนาดพื้นที่ ปิดห้องสนิทระหว่างอบเพื่อให้โอโซนทำปฏิกิริยาออกซิเดชันกับโมเลกุลกลิ่นและเชื้อโรคอย่างทั่วถึง โดยไม่มีคนหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในพื้นที่ระหว่างกระบวนการ
  4. พักให้โอโซนสลายตัวเป็นออกซิเจน — หลังครบเวลา ทีมงานระบายอากาศและรอให้โอโซนสลายตัวกลับเป็น O2 ตามธรรมชาติจนระดับปลอดภัย
  5. ตรวจสอบผลและส่งมอบพื้นที่ — ทดสอบกลิ่นร่วมกับเจ้าของบ้าน พร้อมคำแนะนำการป้องกันหนูเข้าฝ้าในอนาคต กลับเข้าใช้ห้องได้ทันทีในวันเดียวกัน

"ผมเสียเวลาเกือบเดือนกับสเปรย์ กากกาแฟ ถ่านดูดกลิ่น แล้วก็ค่าช่างเจาะฝ้าอีกสามรู สุดท้ายทีม WHD ใช้เวลาแค่ครึ่งวัน คืนนั้นพวกเราได้กลับไปนอนห้องนอนตัวเองครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ ลูกสาวเดินเข้าห้องแล้วพูดว่า 'ห้องหอมเหมือนห้องโรงแรมเลยป๊า' ผมนี่แทบน้ำตาซึม ถ้ารู้ว่ามีบริการอบโอโซนแบบนี้ตั้งแต่แรก ผมโทรตั้งแต่วันที่สองแล้วครับ"

— คุณกอล์ฟ, ผู้จัดการฝ่ายไอที, ปากเกร็ด นนทบุรี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอบโอโซนกำจัดกลิ่นหนูตาย

ถาม: ถ้ายังเอาซากหนูออกไม่ได้ อบโอโซนช่วยได้ไหม?

ตอบ: ช่วยได้ และนี่คือกรณีที่การอบโอโซนเหมาะที่สุด เพราะก๊าซโอโซนแทรกซึมเข้าโพรงฝ้าเพดานไปทำลายโมเลกุลกลิ่นและฆ่าเชื้อรอบจุดที่ซากติดอยู่ได้โดยไม่ต้องรื้อฝ้า อย่างไรก็ตาม หากซากยังอยู่ในช่วงย่อยสลายรุนแรง อาจมีกลิ่นใหม่ปล่อยออกมาอีกระยะหนึ่ง ทีมงานจะประเมินหน้างานและแนะนำแผนที่เหมาะสม เช่น อบซ้ำในจังหวะที่ได้ผลสูงสุด เพื่อให้กลิ่นหายขาดจริง

ถาม: อบโอโซนแล้วกลิ่นที่ฝังในที่นอนและตู้เสื้อผ้าจะหายด้วยไหม?

ตอบ: หายครับ เพียงเปิดตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก และเปิดผ้าปูที่นอนไว้ระหว่างอบ ก๊าซโอโซนจะซึมเข้าเส้นใยและรูพรุนของวัสดุ เข้าไปออกซิไดซ์โมเลกุลกลิ่นที่เกาะอยู่ในเนื้อผ้าโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่การซักหรือตากแดดทำได้ไม่หมด

ถาม: โอโซนอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยงหรือไม่?

ตอบ: ระหว่างการอบ ทุกคนรวมถึงสัตว์เลี้ยงต้องออกจากพื้นที่ เพราะโอโซนความเข้มข้นสูงไม่เหมาะต่อการสูดดมโดยตรง แต่หลังจบกระบวนการ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติโดยสมบูรณ์ ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างบนพื้นผิวหรือในอากาศ ทีมงาน WHD จะตรวจสอบจนระดับปลอดภัยก่อนส่งมอบพื้นที่ทุกครั้ง จึงกลับเข้าใช้ห้องได้อย่างมั่นใจในวันเดียวกัน

ถาม: นอกจากดับกลิ่นแล้ว โอโซนฆ่าเชื้อโรคจากซากหนูได้จริงหรือ?

ตอบ: ได้จริง โอโซนเป็นสารออกซิไดซ์แรงสูงที่ทำลายผนังเซลล์แบคทีเรียและเปลือกโปรตีนของไวรัสโดยตรง ครอบคลุมเชื้อที่มากับสัตว์ฟันแทะอย่าง Salmonella และ Leptospira ผลทดสอบของเครื่อง Master Ozone Generator ที่ WHD ใช้ ยืนยันการลดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียในอากาศมากกว่า 10 เท่า และฆ่าเชื้อรา 99.99% ภายใต้การรับรองของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (UK)

ถาม: ใช้เวลานานแค่ไหน และต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ตอบ: โดยทั่วไปการอบหนึ่งห้องนอนพร้อมโพรงฝ้าใช้เวลารวมไม่กี่ชั่วโมง รวมช่วงระบายอากาศ เจ้าของบ้านเพียงนำคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ เปิดตู้และลิ้นชักทิ้งไว้ ที่เหลือทีมงานจัดการให้ทั้งหมด และกลับเข้าห้องได้ภายในวันเดียวกัน

อย่าปล่อยให้ทั้งบ้านต้องทนกลิ่นหนูตายอีกแม้แต่คืนเดียว

ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญของ World Health Disinfection กำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อถึงระดับโมเลกุล ด้วยมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลและโรงแรมห้าดาว — คืนนี้คุณอาจได้กลับไปนอนห้องนอนตัวเองแล้ว

โปรโมชันพิเศษ: จองบริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรี! บริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ Chemgene HLD4H มูลค่าสูง เสริมความสะอาดปลอดเชื้อให้บ้านอีกชั้น

ดูบริการอบโอโซนสำหรับที่พักอาศัย คลิกที่นี่

โทรเลย 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268 — ปรึกษาฟรี ประเมินหน้างานไว ตอบไวทุกวัน

#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #กำจัดกลิ่นหนูตาย #ดับกลิ่นเหม็น #โอโซนฆ่าเชื้อ #กลิ่นหนูตายในฝ้า #ฆ่าเชื้อในบ้าน

กำจัดกลิ่นหนูตาย | อบโอโซนฆ่าเชื้อในบ้าน | บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นซากสัตว์ในฝ้าเพดาน นนทบุรี กรุงเทพฯ และปริมณฑล | World Health Disinfection โทร 065-556-6294

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้