Last updated: 15 พ.ค. 2569 | 111 จำนวนผู้เข้าชม |
อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2026 | โดย World Health Disinfection
คุณแพร เจ้าของร้านนวดและสปาแห่งหนึ่งย่านถนนนิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดกิจการมานานกว่า 8 ปี สร้างชื่อเสียงจากบริการนวดแผนไทยคุณภาพสูง ลูกค้าประจำทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เคยได้รับรีวิว 4.8 ดาวบน Google Maps จากรีวิวกว่า 500 รายการ ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง รายได้เฉลี่ยเดือนละ 200,000 - 350,000 บาท
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อร้านค้าข้างเคียงเปลี่ยนเป็นร้านขายกัญชา กลิ่นกัญชาเข้มข้นลอยผ่านผนัง ระบบแอร์ และช่องระบายอากาศ เข้ามาในห้องนวดทุกห้อง ลูกค้าที่มาผ่อนคลายกลับต้องสูดกลิ่นกัญชาตลอดเวลา หลายคนรู้สึกไม่สบาย คลื่นไส้ ปวดหัว และที่หนักที่สุดคือลูกค้าชาวต่างชาติหลายคนถึงกับลุกออกกลางคันโดยไม่จ่ายเงิน เพราะทนกลิ่นไม่ไหว
ภายในเวลาเพียง 3 เดือน รีวิวบน Google Maps ตกลงเหลือ 3.2 ดาว ลูกค้าประจำหายไปกว่า 70% รายได้ลดลงเหลือเดือนละไม่ถึง 80,000 บาท คุณแพรเล่าว่า "ร้านเรานวดดี บริการดี แต่ลูกค้าเข้ามาแล้วได้กลิ่นกัญชา เขาก็คิดว่าร้านเราเกี่ยวข้องกับกัญชา บางคนถึงกับเขียนรีวิวว่าร้านนวดกัญชา ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย"
ร้านนวดและสปาคือสถานที่ที่ลูกค้าคาดหวังจะได้พักผ่อน ผ่อนคลาย และฟื้นฟูร่างกายจิตใจ กลิ่นที่ควรจะมีคือกลิ่นน้ำมันหอมระเหย กลิ่นสมุนไพร หรือกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ แต่เมื่อกลิ่นกัญชาแทรกเข้ามา บรรยากาศทั้งหมดถูกทำลายลงในทันที ลูกค้าไม่สามารถผ่อนคลายได้ การนวดที่ควรจะเป็นประสบการณ์ที่ดีกลับกลายเป็นความทรมาน เพราะต้องสูดกลิ่นฉุนตลอดเวลา สมองไม่สามารถปล่อยวางได้ ทำให้การบำบัดไม่เกิดผลตามที่ควรจะเป็น
กลิ่นกัญชาไม่ใช่แค่เรื่องของความรำคาญ แต่ยังส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง ลูกค้าหลายคนมีอาการปวดหัว คลื่นไส้ วิงเวียน แสบตา แสบจมูก หายใจไม่สะดวก โดยเฉพาะลูกค้าที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ ไซนัส อาจมีอาการกำเริบได้ ลูกค้าที่ตั้งครรภ์ก็ไม่สามารถรับกลิ่นนี้ได้เลย นอกจากนี้ยังมีลูกค้าบางคนที่แพ้สารประกอบในกัญชา ทำให้เกิดอาการผื่นคัน แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบาก ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรง
ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดคือเรื่องภาพลักษณ์ เมื่อลูกค้าเข้ามาในร้านนวดแล้วได้กลิ่นกัญชา สิ่งแรกที่พวกเขาคิดคือร้านนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกัญชา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากประเทศที่กัญชาผิดกฎหมาย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ พวกเขาจะรู้สึกไม่ปลอดภัยและหนีออกจากร้านทันที บางคนถึงกับแจ้งตำรวจหรือสถานทูตว่าพบร้านนวดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อชื่อเสียงของร้าน
ในยุคที่ลูกค้า 90% ตัดสินใจเลือกร้านนวดจากรีวิวออนไลน์ รีวิวเชิงลบเรื่องกลิ่นกัญชาเพียงไม่กี่รีวิวก็สามารถทำให้ธุรกิจพังทลายได้ ลูกค้าที่ไม่พอใจมักจะเขียนรีวิวยาว ระบุรายละเอียดเรื่องกลิ่น และให้คะแนน 1 ดาว ซึ่งรีวิวเหล่านี้จะติดอยู่บน Google Maps, TripAdvisor, Agoda Activities ไปตลอด แม้จะลบไม่ได้ ทำให้ลูกค้าใหม่ที่ค้นหาร้านนวดเห็นรีวิวเหล่านี้และเลือกที่จะไปร้านอื่นแทน
ไม่ใช่แค่ลูกค้าเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ พนักงานนวดที่ต้องทำงานในห้องที่มีกลิ่นกัญชาตลอดวัน 8-10 ชั่วโมง ได้รับผลกระทบมากกว่าลูกค้าหลายเท่า พนักงานหลายคนมีอาการปวดหัวเรื้อรัง แพ้กลิ่น หายใจลำบาก บางคนถึงกับมีอาการเมาค้างจากการสูดดมกลิ่นกัญชาทางอ้อม (secondhand cannabis smoke) เป็นเวลานาน พนักงานที่มีฝีมือดีเลือกที่จะลาออกไปทำงานร้านอื่นที่ไม่มีปัญหานี้ ทำให้ร้านขาดแคลนพนักงานที่มีทักษะ คุณภาพบริการตกลงไปอีก
จากปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมา ผลลัพธ์สุดท้ายคือรายได้ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ร้านนวดและสปาหลายแห่งในเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา กรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ต้องเผชิญกับปัญหานี้ บางร้านรายได้ลดลง 50-80% ภายในเวลาเพียง 2-3 เดือน ค่าเช่าสถานที่ ค่าพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ ยังคงเท่าเดิม แต่รายได้หายไป ทำให้เจ้าของกิจการหลายคนต้องตัดสินใจปิดร้าน ย้ายสถานที่ หรือหาทางแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
หลายร้านลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศราคาแพงมาติดทุกห้อง แต่ปัญหาคือเครื่องฟอกอากาศทั่วไปใช้ระบบกรอง HEPA ซึ่งออกแบบมาสำหรับกรองฝุ่น PM2.5 ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกำจัดโมเลกุลกลิ่นกัญชาที่มีขนาดเล็กมากในระดับนาโนเมตร สาร Terpenes และ THC ที่ลอยอยู่ในอากาศสามารถผ่านตัวกรองได้ง่าย ส่วนพัดลมดูดอากาศก็เพียงแค่ดูดอากาศเสียออกและดึงอากาศใหม่ที่มีกลิ่นกัญชาเข้ามาแทน กลิ่นจึงไม่ลดลงเลย
วิธีที่ร้านนวดส่วนใหญ่ลองใช้คือเพิ่มความเข้มข้นของน้ำมันหอมระเหยหรือพ่นสเปรย์ดับกลิ่นเพิ่ม แต่ผลที่ได้คือกลิ่นผสมกันจนแย่กว่าเดิม กลิ่นกัญชาผสมกับกลิ่นลาเวนเดอร์กลายเป็นกลิ่นที่ไม่น่าพิสมัยยิ่งกว่า ลูกค้ารู้สึกเหมือนร้านพยายามปกปิดบางอย่าง ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจมากขึ้น นอกจากนี้ การใช้สเปรย์ดับกลิ่นมากเกินไปยังทำให้พนักงานมีอาการแพ้สารเคมีเพิ่มเติมอีกด้วย
บางร้านลงทุนหลายหมื่นบาทในการอุดรอยรั่วตามผนัง ประตู หน้าต่าง และติดตั้งม่านอากาศที่ประตูทางเข้า แต่กลิ่นกัญชายังคงเข้ามาได้ผ่านระบบท่อแอร์ ช่องระบายอากาศ และแม้กระทั่งผ่านรอยต่อของโครงสร้างอาคาร โมเลกุลกลิ่นกัญชามีขนาดเล็กมาก สามารถซึมผ่านวัสดุก่อสร้างได้ การอุดรอยรั่วจึงช่วยลดปัญหาได้เพียงเล็กน้อย แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างถาวร
หลังจากลองทุกวิธีแล้วไม่ได้ผล คุณแพรได้รู้จักกับ เครื่องผลิตโอโซน Master Ozone Generator จากบริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้โอโซน (O3) ในการทำลายโมเลกุลกลิ่นที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่นเหมือนวิธีอื่นๆ
โอโซน (O3) เป็นโมเลกุลออกซิเจนที่มี 3 อะตอม มีคุณสมบัติเป็นสารออกซิไดซ์ที่รุนแรง เมื่อโอโซนสัมผัสกับโมเลกุลกลิ่นกัญชา ซึ่งประกอบด้วยสาร Terpenes เช่น Myrcene, Limonene, Pinene และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) โอโซนจะทำปฏิกิริยาออกซิเดชันกับสารเหล่านี้ ทำลายโครงสร้างทางเคมีของโมเลกุลกลิ่น เปลี่ยนให้กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และออกซิเจน ซึ่งไม่มีกลิ่น ไม่เป็นอันตราย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โอโซนยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ได้ถึง 99.9% ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับร้านนวดและสปาที่ต้องการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยในระดับสูงสุด
Master Ozone Generator เป็นเครื่องผลิตโอโซนระดับมืออาชีพที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ มีกำลังการผลิตโอโซนสูง สามารถครอบคลุมพื้นที่กว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ แตกต่างจากเครื่องผลิตโอโซนขนาดเล็กที่ขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปที่มีกำลังผลิตต่ำเกินไป ไม่เพียงพอสำหรับการแก้ปัญหากลิ่นรุนแรงอย่างกลิ่นกัญชา Master Ozone Generator มีระบบตั้งเวลาอัตโนมัติ สามารถตั้งให้ทำงานหลังร้านปิดทุกคืน โดยไม่ต้องมีคนดูแล เช้ามาเปิดร้าน อากาศก็สะอาด สดชื่น ไร้กลิ่นแล้ว
ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก World Health Disinfection จะเข้าสำรวจพื้นที่ร้านนวดและสปาของคุณ ประเมินขนาดพื้นที่ จำนวนห้อง ระบบระบายอากาศ และระดับความรุนแรงของปัญหากลิ่นกัญชา เพื่อแนะนำรุ่น Master Ozone Generator ที่เหมาะสมที่สุด สำหรับร้านนวดขนาด 4-6 ห้อง พื้นที่ประมาณ 100-200 ตารางเมตร แนะนำรุ่นกำลังการผลิตโอโซน 10,000-20,000 มิลลิกรัมต่อชั่วโมง สำหรับร้านที่ใหญ่กว่านี้อาจต้องใช้หลายเครื่องหรือรุ่นที่มีกำลังสูงกว่า
การติดตั้ง Master Ozone Generator ทำได้ง่ายและรวดเร็ว เพียงวางเครื่องไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม เช่น บริเวณกลางร้านหรือใกล้ระบบแอร์ เพื่อให้โอโซนกระจายตัวได้ทั่วถึง ตั้งเวลาให้เครื่องทำงานอัตโนมัติหลังเวลาปิดร้าน เช่น 22:00 - 02:00 น. ระยะเวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ข้อสำคัญคือต้องไม่มีคนหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในพื้นที่ขณะเครื่องทำงาน เพราะโอโซนที่ความเข้มข้นสูงอาจระคายเคืองทางเดินหายใจได้
หลังจากเครื่องทำงานเสร็จ ให้เปิดระบบระบายอากาศประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้โอโซนที่เหลือสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนธรรมชาติ โอโซนมีครึ่งชีวิตประมาณ 20-30 นาทีในอุณหภูมิห้อง จึงสลายตัวได้เร็ว เมื่อเปิดร้านตอนเช้า อากาศจะสะอาด สดชื่น ไร้กลิ่นกัญชาอย่างสิ้นเชิง ลูกค้าจะได้สัมผัสบรรยากาศที่น่าสบาย พร้อมสำหรับการผ่อนคลายอย่างเต็มที่
ควรใช้ Master Ozone Generator ทุกวันหลังปิดร้าน เพื่อกำจัดกลิ่นกัญชาที่สะสมในระหว่างวัน และฆ่าเชื้อโรคในห้องนวดไปพร้อมกัน สำหรับการบำรุงรักษา เพียงทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุก 1-2 เดือน และเปลี่ยนแผ่นเซรามิกผลิตโอโซนทุก 2-3 ปี ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการน้อยมาก เพียงค่าไฟฟ้าประมาณ 50-100 บาทต่อเดือน คุ้มค่ากว่าวิธีอื่นๆ มหาศาล
หลังจากใช้ Master Ozone Generator เพียง 1 สัปดาห์ ผลลัพธ์เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน กลิ่นกัญชาในร้านหายไปเกือบ 100% ลูกค้าเริ่มกลับมาใช้บริการ พนักงานนวดมีความสุขในการทำงานมากขึ้น ภายใน 1 เดือน รีวิวบน Google Maps เริ่มดีขึ้น ลูกค้าเขียนชมว่าร้านอากาศดี สะอาด หอมสบาย ภายใน 3 เดือน รีวิวกลับขึ้นมาที่ 4.5 ดาว รายได้กลับมาที่เดือนละ 250,000 บาทขึ้นไป ลูกค้าประจำกลับมาเกือบทั้งหมด และยังมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นจากรีวิวที่ดีขึ้น
| วิธีการ | ประสิทธิภาพ | ค่าใช้จ่าย | ระยะเวลาเห็นผล | ฆ่าเชื้อโรค |
|---|---|---|---|---|
| เครื่องฟอกอากาศ HEPA | ★★☆☆☆ | สูง (เปลี่ยนไส้กรองบ่อย) | ไม่เห็นผลชัด | ไม่ได้ |
| สเปรย์ดับกลิ่น/น้ำมันหอม | ★☆☆☆☆ | ต่ำ-กลาง | ชั่วคราว (กลบกลิ่น) | ไม่ได้ |
| อุดรอยรั่ว/ม่านอากาศ | ★★☆☆☆ | สูง | ลดได้บางส่วน | ไม่ได้ |
| Master Ozone Generator | ★★★★★ | คุ้มค่าระยะยาว | เห็นผลทันทีภายใน 1 วัน | ได้ 99.9% |
โอโซนทำลายโมเลกุลกลิ่นโดยตรง ไม่ใช่แค่กลบกลิ่นเหมือนวิธีอื่น ผลลัพธ์คือการกำจัดกลิ่นอย่างถาวร ไม่กลับมาอีกจนกว่าจะมีกลิ่นใหม่เข้ามา
นอกจากกำจัดกลิ่น โอโซนยังฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา บนผ้าปูที่นอนนวด หมอน ผ้าเช็ดตัว และทุกพื้นผิวในห้องนวด ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของโรคติดต่อ เช่น โรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน เชื้อรา
ไม่ต้องซื้อไส้กรองเปลี่ยนทุกเดือนเหมือนเครื่องฟอกอากาศ ไม่ต้องซื้อสเปรย์ดับกลิ่นทุกสัปดาห์ ค่าไฟเพียงเดือนละ 50-100 บาท เทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ ถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก
ไม่ต้องมีความรู้พิเศษ เพียงตั้งเวลาให้เครื่องทำงานหลังปิดร้าน เครื่องจะทำงานและหยุดเองอัตโนมัติ เช้ามาเปิดร้านอากาศก็สะอาดพร้อมรับลูกค้าแล้ว
โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนธรรมชาติภายใน 20-30 นาที ไม่มีสารเคมีตกค้างบนผ้า หมอน หรืออุปกรณ์นวด ปลอดภัยสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ที่แพ้สารเคมี
นอกจากกลิ่นกัญชา Master Ozone ยังกำจัดกลิ่นเหงื่อ กลิ่นเท้า กลิ่นอับ กลิ่นน้ำมันนวดเก่า กลิ่นชื้น และกลิ่นไม่พึงประสงค์ทุกชนิดในร้านนวดได้หมด
ในยุคหลังโควิด-19 ลูกค้าให้ความสำคัญกับความสะอาดมากเป็นพิเศษ การที่ร้านมีระบบฆ่าเชื้อด้วยโอโซน สามารถใช้เป็นจุดขายในการทำการตลาดได้ ช่วยดึงดูดลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพ
ห้องนวดและสปามักมีความชื้นสูง เสี่ยงต่อการเกิดเชื้อรา โอโซนช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อราบนผนัง เพดาน และมุมอับ ลดปัญหากลิ่นอับ และยืดอายุการใช้งานของผ้าและอุปกรณ์นวด
ร้านนวดและสปาที่ต้องการได้รับมาตรฐาน SHA (Safety & Health Administration) หรือมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากลอื่นๆ การมีระบบฆ่าเชื้อด้วยโอโซนจะช่วยเพิ่มคะแนนในการตรวจประเมินและสร้างความน่าเชื่อถือ
เมื่อกลิ่นกัญชาหายไป ลูกค้ากลับมา รายได้เพิ่มขึ้น การลงทุนซื้อเครื่อง Master Ozone Generator สามารถคืนทุนได้ภายใน 1-2 เดือน จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับร้านนวดและสปาที่ประสบปัญหากลิ่นกัญชา
A: เครื่อง Master Ozone Generator ถูกออกแบบให้ใช้งานในช่วงที่ไม่มีคนอยู่ในร้าน เช่น หลังปิดร้านในตอนกลางคืน โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนภายใน 30 นาที ดังนั้นเมื่อเปิดร้านตอนเช้า จะไม่มีโอโซนหลงเหลือ ลูกค้าจะได้สูดอากาศที่สะอาดและปลอดภัย 100%
A: ส่วนใหญ่ผลลัพธ์จะเห็นได้ตั้งแต่การใช้ครั้งแรก กลิ่นกัญชาจะลดลงอย่างชัดเจน สำหรับกรณีที่กลิ่นสะสมมานาน อาจต้องใช้เวลา 3-5 วันในการใช้งานต่อเนื่อง กลิ่นจะหายไปเกือบ 100%
A: ที่ความเข้มข้นที่ใช้ในการกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อ โอโซนจะไม่ทำลายผ้า หมอน ที่นอนนวด หรืออุปกรณ์ทั่วไป อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการวางวัสดุยางธรรมชาติหรือพืชใกล้เครื่องโดยตรง เพราะยางอาจเสื่อมสภาพเร็วขึ้นเล็กน้อย
A: Master Ozone Generator ใช้ไฟเพียง 50-150 วัตต์ ทำงานวันละ 2-4 ชั่วโมง คิดเป็นค่าไฟเพียงเดือนละ 50-100 บาทเท่านั้น ถูกกว่าค่าสเปรย์ดับกลิ่นหรือน้ำมันหอมระเหยที่ต้องซื้อทุกสัปดาห์มาก
A: ได้ครับ แต่ควรใช้คนละเวลา คือใช้เครื่องฟอกอากาศในระหว่างที่ร้านเปิดให้บริการ (กรองฝุ่น PM2.5) และใช้ Master Ozone Generator หลังปิดร้าน (กำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อ) จะได้ผลดีที่สุด
สำหรับการทำความสะอาดพื้นผิว เตียงนวด หมอน และอุปกรณ์ระหว่างลูกค้าแต่ละคน CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับโรงพยาบาลที่มีประสิทธิภาพสูง ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ได้ภายใน 5 นาที ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่ระคายเคืองผิว ปลอดภัยสำหรับใช้ในร้านนวดและสปา
ที่นอนนวดและหมอนในร้านสปาเป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่น เปลือกไรฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ SIRENA เครื่องดูดฝุ่นระบบน้ำช่วยดูดไรฝุ่นและสิ่งสกปรกออกจากเนื้อผ้าได้อย่างล้ำลึก พร้อมกักเก็บฝุ่นในน้ำ ไม่ปล่อยกลับคืนสู่อากาศ เหมาะสำหรับทำความสะอาดที่นอนนวดทุกสัปดาห์
กลิ่นกัญชาในร้านนวดและสปาเป็นปัญหาที่แก้ได้ด้วย เครื่องผลิตโอโซน Master Ozone Generator จากบริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด เทคโนโลยีโอโซนทำลายโมเลกุลกลิ่นที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น พร้อมฆ่าเชื้อโรค 99.9% ใช้งานง่าย ค่าใช้จ่ายต่ำ คืนทุนเร็ว ร้านนวดและสปาหลายร้อยแห่งทั่วประเทศไทยพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง
ติดต่อสอบถามและสั่งซื้อ
บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด
โทร: 065-556-6294
LINE: @whd268
Email: worldhealthdisinfection@gmail.com
เว็บไซต์: www.worldhealthdisinfection.com
ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมบริการสำรวจหน้างานทั่วประเทศ
11 เม.ย 2569