Last updated: 11 พ.ค. 2569 | 99 จำนวนผู้เข้าชม |
เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนอสเซอรี่แห่งหนึ่งในย่านชานเมืองกรุงเทพฯ ที่รับดูแลเด็กเล็กวัย 6 เดือน ถึง 3 ขวบ จำนวนกว่า 80 คน ต้องประกาศปิดทำการชั่วคราวหลังจากเกิดการระบาดของโรคมือเท้าปาก (Hand, Foot and Mouth Disease หรือ HFMD) อย่างรุนแรง เหตุเริ่มจากเด็กหญิงวัย 2 ขวบคนหนึ่งมีอาการไข้สูงและมีตุ่มน้ำใสขึ้นที่ฝ่ามือในวันจันทร์ พ่อแม่ไม่ได้สังเกตอาการจึงพามาส่งที่ศูนย์ตามปกติ ภายในวันพุธ เด็กอีก 5 คนในห้องเดียวกันเริ่มมีไข้ วันศุกร์ตัวเลขเด็กป่วยพุ่งไปที่ 18 คน กระจายไป 3 ห้องเรียน และภายในสัปดาห์ที่สอง มีเด็กป่วยรวมทั้งสิ้น 47 คน จากทั้งหมด 80 คน คิดเป็นอัตราการติดเชื้อสูงถึง 59%
สถานการณ์เลวร้ายลงเมื่อเด็ก 3 คนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนทางสมอง ผู้ปกครองเกิดความตื่นตระหนกและโกรธแค้น รวมตัวกันร้องเรียนต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โพสต์ข้อความในกลุ่มผู้ปกครองเรียกร้องให้ปิดศูนย์ ข่าวแพร่กระจายในโซเชียลมีเดียจนเป็นไวรัล ชื่อเสียงของเนอสเซอรี่ถูกทำลายย่อยยับ หลังจากเปิดทำการอีกครั้ง มีผู้ปกครองถอนบุตรหลานออกไปมากถึง 30 คน ทำให้รายได้ลดลงกว่า 60% เจ้าของเนอสเซอรี่สูญเสียเงินลงทุนหลายล้านบาทและต้องใช้เวลากว่า 1 ปีในการฟื้นฟูความเชื่อมั่น
โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus โดยเฉพาะ Coxsackievirus A16 และ Enterovirus 71 (EV71) ซึ่งตัวหลังนี้เป็นสายพันธุ์ที่อันตรายที่สุด สามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงสมองอักเสบและเสียชีวิตได้ โรคนี้พบมากในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ อาการเริ่มจากไข้สูง เจ็บคอ เบื่ออาหาร ตามด้วยตุ่มน้ำใสหรือแผลในปาก ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และบางครั้งที่ก้น
สาเหตุที่โรคมือเท้าปากระบาดรุนแรงในเนอสเซอรี่และศูนย์เด็กเล็กมีหลายประการ ประการแรก เชื้อไวรัสแพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากตุ่มพอง และอุจจาระของผู้ติดเชื้อ ในสภาพแวดล้อมของเนอสเซอรี่ที่เด็กเล็กหยิบจับของเล่นร่วมกัน กินอาหารพร้อมกัน นอนรวมกัน และยังอยู่ในวัยที่ชอบเอาทุกอย่างเข้าปาก การแพร่เชื้อจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ประการที่สอง เชื้อไวรัสสามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิววัตถุได้นานหลายชั่วโมงถึงหลายวัน ไม่ว่าจะเป็นของเล่นพลาสติก ราวจับ พื้นห้อง ผ้าปูที่นอน หรือแม้แต่โต๊ะกินข้าว
ประการที่สาม เด็กที่ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ก่อนแสดงอาการ 1-2 วัน ทำให้ไม่สามารถคัดกรองได้ทัน กว่าจะรู้ว่ามีเด็กป่วย เชื้อก็แพร่กระจายไปทั่วแล้ว ประการที่สี่ เชื้อ Enterovirus ทนทานต่อแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทั่วไป เจลล้างมือแอลกอฮอล์ที่ใช้กันแพร่หลายนั้นมีประสิทธิภาพจำกัดมากในการฆ่าเชื้อกลุ่มนี้ เนื่องจากเชื้อ Enterovirus เป็นไวรัสชนิดไม่มีเปลือกไขมัน (non-enveloped virus) ซึ่งทนทานต่อแอลกอฮอล์ ดังนั้นการใช้เจลล้างมือเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอในการป้องกันการระบาด
เนอสเซอรี่ส่วนใหญ่ในประเทศไทยใช้วิธีทำความสะอาดแบบดั้งเดิมที่ไม่เพียงพอต่อการป้องกันโรคมือเท้าปาก วิธีที่นิยมใช้กันคือการเช็ดถูของเล่นและพื้นผิวด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แต่ปัญหาคือ ของเล่นในเนอสเซอรี่มีจำนวนมหาศาล การเช็ดของเล่นทีละชิ้นใช้เวลานานมาก และมักมีซอกมุมที่เช็ดไม่ถึง นอกจากนี้ สารเคมีที่ใช้ทำความสะอาดอาจเป็นอันตรายต่อเด็กเล็กที่ชอบเอาของเล่นเข้าปาก สารตกค้างบนพื้นผิวของเล่นอาจทำให้เด็กเกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง
อีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้คือการนำของเล่นไปตากแดด ซึ่งแสง UV จากแดดสามารถฆ่าเชื้อได้บ้าง แต่ต้องตากนานหลายชั่วโมงและไม่สามารถทำได้ทุกวัน โดยเฉพาะในฤดูฝน นอกจากนี้ แสงแดดไม่สามารถเข้าถึงเชื้อที่อยู่ในอากาศภายในห้อง บนเพดาน บนผนัง หรือในระบบแอร์ได้ ส่วนการใช้น้ำยาคลอรีนเจือจางเช็ดพื้นก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่กลิ่นคลอรีนแรงมาก ไม่เหมาะกับห้องเรียนเด็กเล็ก และยังทิ้งสารตกค้างที่อาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของเด็ก ที่สำคัญที่สุด ไม่มีวิธีใดเลยที่สามารถฆ่าเชื้อในอากาศได้ ซึ่งเชื้อมือเท้าปากสามารถลอยอยู่ในอากาศในรูปละอองฝอยจากการไอจามของเด็กที่ติดเชื้อ
โอโซน (O₃) คือสารออกซิไดซ์ที่ทรงพลังที่สุดชนิดหนึ่งในธรรมชาติ มีความสามารถในการทำลายเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่ทำให้โอโซนโดดเด่นกว่าสารฆ่าเชื้อชนิดอื่นคือ มันสามารถทำลายเชื้อ Enterovirus ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมือเท้าปากได้ ในขณะที่แอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อหลายชนิดทำไม่ได้ โอโซนทำงานโดยการออกซิไดซ์เปลือกโปรตีนของไวรัส ทำให้โครงสร้างของเชื้อถูกทำลายจากภายนอก ไวรัสจึงไม่สามารถเข้าสู่เซลล์ร่างกายและแพร่พันธุ์ได้อีกต่อไป
งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นยืนยันประสิทธิภาพของโอโซนในการฆ่าเชื้อ Enterovirus โอโซนที่ความเข้มข้น 1-2 ppm สามารถทำลายเชื้อไวรัสกลุ่มนี้ได้มากกว่า 99.9% ภายในเวลาเพียง 15-30 นาที ข้อดีที่สำคัญที่สุดของโอโซนสำหรับเนอสเซอรี่คือ โอโซนเป็นก๊าซที่ลอยตัวและแทรกซึมเข้าไปได้ทุกซอกทุกมุมของห้อง ไม่ว่าจะเป็นในลิ้นชักเก็บของเล่น ใต้ชั้นวาง ในรอยต่อของที่นอน ในระบบแอร์ และแม้แต่ในอากาศที่เด็กหายใจ โอโซนจึงสามารถฆ่าเชื้อได้ทั้งบนพื้นผิวและในอากาศพร้อมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่วิธีอื่นทำไม่ได้
เครื่องอบโอโซน Master Ozone จาก World Health Disinfection ถูกพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงความต้องการพิเศษของสถานรับเลี้ยงเด็กและเนอสเซอรี่ ซึ่งต้องการความปลอดภัยสูงสุดสำหรับเด็กเล็ก ขณะเดียวกันก็ต้องมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคที่พิสูจน์ได้ เครื่อง Master Ozone มีจุดเด่นหลายประการที่เหมาะสำหรับเนอสเซอรี่
ประการแรก ไม่ทิ้งสารตกค้าง นี่คือจุดเด่นที่สำคัญที่สุด หลังจากโอโซนทำงานเสร็จ มันจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ (O₂) ภายใน 30 นาที ไม่มีสารเคมีตกค้างบนของเล่น บนที่นอน บนพื้น หรือบนพื้นผิวใดๆ เด็กๆ สามารถหยิบจับของเล่นและเอาเข้าปากได้อย่างปลอดภัยหลังจากการอบโอโซนเสร็จสิ้น ประการที่สอง ฆ่าเชื้อได้ครอบคลุมทั้งห้อง ไม่ต้องเช็ดของเล่นทีละชิ้น เพียงวางเครื่องไว้กลางห้อง เปิดเครื่อง โอโซนจะลอยไปฆ่าเชื้อทุกจุดเองอัตโนมัติ ประหยัดเวลาและแรงงานมหาศาล
ประการที่สาม ขนาดกะทัดรัดเคลื่อนย้ายง่าย เครื่อง Master Ozone สามารถนำไปใช้ได้ทุกห้องในเนอสเซอรี่ ทั้งห้องเรียน ห้องนอน ห้องกินข้าว ห้องเล่น และแม้แต่ห้องน้ำ ประการที่สี่ ระบบตั้งเวลาอัตโนมัติ ครูพี่เลี้ยงสามารถเปิดเครื่องอบโอโซนหลังเลิกเรียนหรือช่วงเด็กๆ กลับบ้านแล้ว ตั้งเวลา 30-60 นาที เครื่องจะทำงานและหยุดเองอัตโนมัติ เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเด็กมาถึง ห้องก็พร้อมใช้งานได้ทันที ปลอดเชื้อ 99.9% ประการที่ห้า ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว ไม่ต้องซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อหรือสารเคมีเพิ่ม ใช้เพียงไฟฟ้าเท่านั้น ค่าไฟต่อการอบหนึ่งครั้งไม่ถึง 1 บาท
การใช้เครื่องอบโอโซน Master Ozone ในเนอสเซอรี่นั้นง่ายมากและสามารถทำเป็นกิจวัตรประจำวันได้ ขั้นตอนที่ 1 หลังจากเด็กกลับบ้านหมดแล้ว ให้ทำความสะอาดห้องตามปกติก่อน กวาดพื้น เช็ดโต๊ะ เก็บของเล่น ขั้นตอนที่ 2 วางเครื่องอบโอโซน Master Ozone ไว้กลางห้อง บนโต๊ะหรือชั้นวางที่สูงประมาณ 1 เมตรจากพื้น ขั้นตอนที่ 3 ปิดหน้าต่าง ปิดประตู ปิดแอร์ เพื่อให้โอโซนไม่รั่วไหลออกนอกห้อง ขั้นตอนที่ 4 เปิดเครื่องและตั้งเวลา 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง
ขั้นตอนที่ 5 ออกจากห้องและปิดประตู ติดป้ายว่า กำลังอบโอโซน ห้ามเข้า ขั้นตอนที่ 6 หลังเครื่องหยุดทำงาน รอให้โอโซนสลายตัว 30 นาที จากนั้นเปิดหน้าต่างระบายอากาศ 15 นาที ห้องก็พร้อมใช้งานในเช้าวันรุ่งขึ้น สำหรับเนอสเซอรี่ที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้อบโอโซนทุกวันหลังเลิกเรียน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เป็นช่วงที่โรคมือเท้าปากระบาดหนักที่สุด และในกรณีที่พบว่ามีเด็กป่วยเป็นมือเท้าปาก ให้อบโอโซนทันทีหลังจากเด็กคนนั้นกลับบ้าน เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อ
เพื่อให้เจ้าของเนอสเซอรี่และผู้บริหารศูนย์เด็กเล็กเห็นภาพชัดเจน เรามาเปรียบเทียบวิธีฆ่าเชื้อแต่ละแบบ น้ำยาเคมีฆ่าเชื้อ ข้อดีคือหาซื้อง่ายราคาไม่แพง แต่ข้อเสียร้ายแรงคือทิ้งสารตกค้างบนพื้นผิวที่เด็กสัมผัสและเอาเข้าปาก มีกลิ่นฉุนรบกวน ไม่สามารถฆ่าเชื้อในอากาศได้ และต้องเช็ดทีละชิ้นใช้เวลานาน แอลกอฮอล์เจลล้างมือ มีประสิทธิภาพจำกัดมากต่อเชื้อ Enterovirus ที่เป็นสาเหตุของมือเท้าปาก เพราะเป็นไวรัสชนิดไม่มีเปลือกไขมัน การใช้เจลล้างมืออย่างเดียวจึงให้ความมั่นใจที่ผิดๆ
หลอด UV-C ฆ่าเชื้อได้เฉพาะจุดที่แสงส่องถึงเท่านั้น ไม่สามารถเข้าถึงซอกมุมหรืออากาศในห้องได้ทั้งหมด อีกทั้งรังสี UV-C เป็นอันตรายต่อผิวหนังและดวงตา ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีเด็กเล็ก หลอดต้องเปลี่ยนบ่อยทำให้ค่าใช้จ่ายสะสมสูง ส่วนเครื่องอบโอโซน Master Ozone ชนะทุกด้าน ฆ่าเชื้อ Enterovirus ได้ 99.9% ไม่ทิ้งสารตกค้าง เข้าถึงทุกซอกมุมรวมถึงอากาศ ปลอดภัยสำหรับเด็กเมื่อใช้ตามขั้นตอน ไม่ต้องซื้อสารเคมีเพิ่ม และทำงานอัตโนมัติไม่ต้องเฝ้า
เนอสเซอรี่หลายแห่งที่หันมาใช้เครื่องอบโอโซน Master Ozone รายงานผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง ศูนย์เด็กเล็กแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีที่เคยมีปัญหาโรคมือเท้าปากระบาดทุกปี หลังจากเริ่มใช้เครื่องอบโอโซนอบทุกห้องหลังเลิกเรียนทุกวัน ไม่พบการระบาดของมือเท้าปากอีกเลยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา อัตราการขาดเรียนเพราะเจ็บป่วยลดลง 40% ผู้ปกครองเกิดความมั่นใจและบอกต่อจนมีเด็กสมัครใหม่เพิ่มขึ้น 30%
อีกแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี เจ้าของเนอสเซอรี่ใช้จุดขายเรื่อง ห้องเรียนปลอดเชื้อด้วยเทคโนโลยีโอโซน ในการตลาด พร้อมติดป้ายรับรองที่หน้าศูนย์ ผลคือมีผู้ปกครองสนใจสมัครเพิ่มมากจนต้องเปิดห้องเรียนเพิ่มอีก 2 ห้อง เจ้าของเล่าว่า การลงทุนซื้อเครื่องอบโอโซนเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดที่เคยทำ ไม่ใช่แค่ป้องกันโรค แต่ยังเป็นจุดขายที่ทำให้ศูนย์โดดเด่นเหนือคู่แข่ง
ความปลอดภัยของเด็กเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การใช้โอโซนในเนอสเซอรี่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ข้อแรก ห้ามอบโอโซนขณะที่มีเด็กหรือบุคลากรอยู่ในห้องโดยเด็ดขาด ต้องอบเฉพาะหลังเลิกเรียนหรือช่วงที่ไม่มีคนในห้อง ข้อที่สอง ต้องรอให้โอโซนสลายตัวเป็นออกซิเจนอย่างน้อย 30 นาทีหลังเครื่องหยุดทำงาน แล้วระบายอากาศอีก 15 นาทีก่อนให้เด็กเข้าห้อง ข้อที่สาม ติดป้ายเตือนชัดเจนหน้าห้องที่กำลังอบโอโซน เครื่อง Master Ozone มีระบบความปลอดภัยครบถ้วน ตั้งเวลาอัตโนมัติ มีสัญญาณเตือนเสียง และมีคู่มือการใช้งานภาษาไทยที่อ่านเข้าใจง่าย
โรคมือเท้าปากเป็นภัยร้ายที่คุกคามเด็กเล็กในเนอสเซอรี่และศูนย์เด็กเล็กทุกปี วิธีทำความสะอาดแบบเดิมๆ ไม่สามารถป้องกันการระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องอบโอโซน Master Ozone จาก World Health Disinfection คือทางออกที่ดีที่สุดในการปกป้องสุขภาพของเด็กๆ ด้วยเทคโนโลยีโอโซนที่ฆ่าเชื้อได้ 99.9% ไม่ทิ้งสารตกค้าง และปลอดภัยเมื่อใช้ตามขั้นตอน อย่ารอให้เกิดการระบาดก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ ลงมือป้องกันวันนี้เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ และความมั่นใจของผู้ปกครอง
ผู้ปกครองหลายท่านอาจกังวลเมื่อได้ยินว่าศูนย์ใช้โอโซนในการฆ่าเชื้อ คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ โอโซนปลอดภัยสำหรับลูกหรือไม่ คำตอบคือปลอดภัยอย่างแน่นอน เพราะการอบโอโซนจะทำเฉพาะช่วงที่ไม่มีเด็กอยู่ในห้อง และโอโซนจะสลายตัวเป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ก่อนที่เด็กจะเข้าห้อง ไม่มีสารตกค้างใดๆ เหลืออยู่เลย คำถามที่สองคือ โอโซนจะทำให้ของเล่นหรือเฟอร์นิเจอร์เสียหายหรือไม่ คำตอบคือไม่ โอโซนในระดับความเข้มข้นที่ใช้ฆ่าเชื้อจะไม่ส่งผลกระทบต่อวัสดุใดๆ ไม่ว่าจะเป็นพลาสติก ไม้ ผ้า หรือยาง
คำถามที่สามคือ ต้องอบบ่อยแค่ไหน แนะนำให้อบทุกวันหลังเลิกเรียน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่โรคมือเท้าปากระบาดหนัก และควรอบทันทีเมื่อพบว่ามีเด็กป่วย คำถามที่สี่คือ ค่าใช้จ่ายในการใช้โอโซนสูงหรือไม่ คำตอบคือประหยัดมาก เครื่อง Master Ozone ใช้ไฟเพียง 20-50 วัตต์ ค่าไฟต่อวันไม่ถึง 1 บาท เมื่อเทียบกับค่าน้ำยาฆ่าเชื้อที่ต้องซื้อเติมทุกเดือน ค่าแรงพนักงานที่ต้องเช็ดของเล่นทีละชิ้น และค่าเสียหายมหาศาลถ้าเกิดการระบาด การลงทุนซื้อเครื่องอบโอโซนจึงคุ้มค่าอย่างแน่นอน หากคุณเป็นเจ้าของเนอสเซอรี่หรือศูนย์เด็กเล็กที่ต้องการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ปกป้องเด็กๆ จากโรคมือเท้าปากและเชื้อโรคอื่นๆ ติดต่อ World Health Disinfection วันนี้
ติดต่อสอบถาม: World Health Disinfection ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องอบโอโซนอันดับ 1 ของประเทศไทย
#เครื่องอบโอโซน #โรคมือเท้าปาก #ฆ่าเชื้อในศูนย์เด็กเล็ก #MasterOzone #โอโซนฆ่าเชื้อ #เนอสเซอรี่ปลอดเชื้อ #WorldHealthDisinfection #ป้องกันมือเท้าปาก