Last updated: 10 เม.ย 2569 | 260 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อลมหายใจของลูกน้อย กลายเป็นเสียงหวีดที่น่าหวาดกลัว... เรื่องจริงจากครอบครัวคนไทยที่เกือบสูญเสียลูกจากไวรัส RSV
ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) หรือ ไวรัสอาร์เอสวี เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และผู้สูงอายุที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ไวรัส RSV สามารถแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ ซึ่งเชื้อนี้สามารถอยู่รอดบนพื้นผิวได้นานหลายชั่วโมง ทำให้การแพร่ระบาดเกิดขึ้นได้ง่ายมากในสถานที่ปิดอย่างเช่น โรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก โรงพยาบาล และบ้านพักอาศัย
องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า ไวรัส RSV เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของ โรคปอดบวม (Pneumonia) และ หลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis) ในเด็กเล็กทั่วโลก โดยในแต่ละปีมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ติดเชื้อ RSV มากกว่า 33 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนมากกว่า 100,000 รายทั่วโลก
ในประเทศไทย ไวรัส RSV มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่ามีผู้ป่วยเด็กที่ตรวจพบเชื้อ RSV เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย เนื่องจากภูมิคุ้มกันของเด็กๆ ที่ถูกปิดกั้นจากการใส่หน้ากากและล็อกดาวน์นั้นลดลง ทำให้เกิดการระบาดซ้ำอย่างรุนแรง
โรงพยาบาลเด็กหลายแห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รายงานว่าผู้ป่วย RSV เพิ่มขึ้น 40-60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล บางรายมีอาการรุนแรงจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
นอกจากเด็กเล็กแล้ว ผู้สูงอายุในประเทศไทยก็เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจ หรือเบาหวาน การติดเชื้อ RSV ในผู้สูงอายุอาจนำไปสู่ภาวะปอดบวมรุนแรงและเสียชีวิตได้
อาการของการติดเชื้อไวรัส RSV มีตั้งแต่เบาไปจนถึงรุนแรงมาก ขึ้นอยู่กับอายุและสุขภาพพื้นฐานของผู้ป่วย โดยอาการที่พบบ่อยได้แก่:
คำเตือนสำคัญ: หากพบว่าเด็กมีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจเสียงหวีด ซี่โครงบุ๋ม หรือริมฝีปากเปลี่ยนสี ควรนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต!
คุณแม่ท่านหนึ่งในกรุงเทพฯ เล่าประสบการณ์สุดสะเทือนใจว่า ลูกชายวัย 8 เดือนของเธอเริ่มมีอาการคล้ายหวัดธรรมดา น้ำมูกใส ไอเบาๆ เธอคิดว่าเป็นหวัดปกติจึงดูแลอยู่ที่บ้าน แต่เพียง 2 วันต่อมา อาการกลับทรุดหนักอย่างรวดเร็ว ลูกน้อยเริ่มหายใจหอบ หายใจเสียงหวีด ไม่ยอมกินนม และมีไข้สูง 39.5 องศา
เมื่อนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจพบว่าติดเชื้อ ไวรัส RSV และมีภาวะ หลอดลมฝอยอักเสบรุนแรง ต้องเข้า ICU เด็กและใช้เครื่องช่วยหายใจนานถึง 5 วัน ค่าใช้จ่ายในการรักษารวมกว่า 200,000 บาท และลูกน้อยต้องพักฟื้นอีกนานหลายสัปดาห์ คุณแม่เล่าว่า เวลา 5 วันนั้นเป็น 5 วันที่ยาวนานที่สุดในชีวิต ต้องเฝ้ามองลูกน้อยนอนแน่นิ่งพร้อมท่อช่วยหายใจ ไม่รู้ว่าลูกจะรอดหรือไม่
"ถ้ารู้ว่ามันอันตรายขนาดนี้ จะรีบป้องกันตั้งแต่แรก ไม่ใช่แค่รอให้ลูกป่วยแล้วค่อยรักษา บ้านเราก็ทำความสะอาดปกติ แต่ไม่เคยคิดว่าจะต้องฆ่าเชื้อโรคในอากาศด้วย" คำพูดของคุณแม่ที่สะท้อนความจริงที่หลายครอบครัวต้องเผชิญ
อีกกรณีหนึ่ง โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในเขตปริมณฑล พบเด็กป่วยเป็น RSV พร้อมกันมากกว่า 15 คน ภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ เนื่องจากเชื้อแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในห้องเรียนที่แออัด โรงเรียนต้องปิดทำการชั่วคราวเพื่อทำความสะอาดใหญ่ แต่การทำความสะอาดด้วยวิธีปกติกลับไม่เพียงพอ เพราะเชื้อ RSV ยังคงลอยอยู่ในอากาศ
ไวรัส RSV แพร่กระจายได้ง่ายมากผ่านหลายช่องทาง ซึ่งทำให้เป็นหนึ่งในเชื้อไวรัสที่ควบคุมได้ยากที่สุด:
สิ่งที่น่ากลัวคือ ไวรัส RSV สามารถ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และสามารถ ลอยอยู่ในอากาศ ได้ในพื้นที่ปิด ดังนั้นการทำความสะอาดด้วยวิธีปกติ เช่น การเช็ดถูพื้น การใช้น้ำยาทำความสะอาดทั่วไป อาจไม่เพียงพอในการกำจัดเชื้อ RSV อย่างมีประสิทธิภาพ
หลายคนอาจคิดว่าการเช็ดถูพื้นผิวด้วยน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปสามารถกำจัดเชื้อ RSV ได้ แต่ความจริงแล้ว น้ำยาทำความสะอาดทั่วไปไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัส RSV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 100% เนื่องจาก:
จึงจำเป็นต้องใช้ น้ำยาฆ่าเชื้อระดับโรงพยาบาล และ เครื่องพ่นละอองฝอยที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อ RSV จะถูกกำจัดอย่างหมดจดทั้งในอากาศและบนพื้นผิว
นี่คือเหตุผลว่าทำไม บริการพ่นฆ่าเชื้อ จาก World Health Disinfection จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการป้องกันไวรัส RSV และเชื้อโรคอันตรายอื่นๆ เราใช้เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ระดับโลกที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถกำจัดเชื้อ RSV ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H เป็นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อประสิทธิภาพสูงอันดับ 1 ในยุโรป ผลิตโดย Medimark Scientific และ Byotrol จากประเทศอังกฤษ ได้รับการรับรองจากสถาบันชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง ได้แก่ NHS England (สถาบันสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ) มหาวิทยาลัยมหิดล Environmental Protection Agency (EPA) และ National Environment Agency (NEA)
คุณสมบัติเด่นของ Chemgene HLD4H ในการกำจัดเชื้อ RSV:
World Health Disinfection ใช้ เครื่องพ่นละอองฝอย ULV (Ultra Low Volume) รุ่นใหม่ล่าสุดจากเยอรมนี ที่ผ่านการทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยที่เครื่องพ่นทุกตัวผ่านการรับรอง สามารถปล่อยละอองฝอยขนาดเล็กพิเศษที่กระจายตัวในอากาศได้อย่างทั่วถึง เข้าถึงทุกซอกทุกมุม ฆ่าเชื้อทั้งในอากาศและบนพื้นผิวอย่างครบวงจร
นอกจากบริการพ่นฆ่าเชื้อแล้ว บริการอบโอโซน จาก World Health Disinfection ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูง เครื่องอบโอโซน Master Ozone Generator ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ประเทศอังกฤษ สามารถกำจัดเชื้อโรคในอากาศได้มากกว่า 10 เท่า ภายใน 30 นาที โดยไม่ใช้สารเคมี ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง
ขั้นตอนง่ายๆ เพียง 5 ขั้นตอน:
การป้องกันไวรัส RSV ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณเลือกวิธีที่ถูกต้อง บริการพ่นฆ่าเชื้อจาก World Health Disinfection ด้วยน้ำยา Chemgene HLD4H มาตรฐานโรงพยาบาลจากอังกฤษ คือคำตอบที่ครบวงจรสำหรับการป้องกันเชื้อ RSV และเชื้อโรคอันตรายทุกชนิด ด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจากทั้งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ Intertek ประเทศอังกฤษ และ TUV ประเทศเยอรมนี
อย่าปล่อยให้ไวรัส RSV เป็นภัยเงียบที่คุกคามครอบครัวของคุณ เริ่มป้องกันวันนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป
โทรจองบริการวันนี้: 065-556-6294
ปรึกษาฟรีผ่าน Line: @whd268
ดูรายละเอียดบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกเลย!
บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ กำจัดกลิ่น | น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene | เครื่องพ่น ULV
#บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ไวรัสRSV #น้ำยาฆ่าเชื้อChemgene #ฆ่าเชื้อโรค #WorldHealthDisinfection