ลูกเล็กป่วยบ่อย โรคมือเท้าปากและ RSV มาจากไหน? ป้องกันอย่างไรให้ได้ผล

Last updated: 31 มี.ค. 2569  |  32 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ลูกเล็กป่วยบ่อย โรคมือเท้าปากและ RSV มาจากไหน? ป้องกันอย่างไรให้ได้ผล

ลูกเล็กป่วยบ่อย โรคมือเท้าปากและ RSV มาจากไหน?

เป็นเรื่องที่ทำให้พ่อแม่ทุกคนหนักใจ เมื่อลูกน้อยป่วยบ่อยครั้งผิดปกติ บางครั้งป่วยซ้ำแล้วซ้ำเล่าภายในเดือนเดียว ทำให้ต้องพาลูกไปหาหมอ ลาออกจากงาน และใช้จ่ายค่าการรักษาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในโรคที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็กของประเทศไทยคือ โรคมือเท้าปาก (Hand Foot and Mouth Disease - HFMD) และ RSV (Respiratory Syncytial Virus) บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจที่มาของโรคเหล่านี้และวิธีป้องกันที่ได้ผลจริง

โรคมือเท้าปาก (HFMD) คืออะไร?

โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus โดยเฉพาะ Enterovirus A71 (EV-A71) และ Coxsackievirus A16 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคนี้ในประเทศไทย เชื้อไวรัสนี้แพร่กระจายง่ายมากผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำลาย น้ำมูก ของเหลวจากตุ่มพอง และอุจจาระ

อาการของโรคมือเท้าปาก

อาการเริ่มต้นคือไข้ต่ำถึงปานกลาง เจ็บคอ และเบื่ออาหาร ตามมาด้วยตุ่มแผลในปาก และผื่นตุ่มพองที่มือ เท้า และก้น ในกรณีส่วนใหญ่โรคจะหายเองใน 7-10 วัน แต่สายพันธุ์ EV-A71 อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอย่างสมองอักเสบหรือหัวใจล้มเหลวในเด็กบางราย

RSV คืออะไร? ทำไมถึงอันตรายสำหรับเด็กเล็ก?

RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่ทำให้เกิดหลอดลมฝอยอักเสบและปอดอักเสบในเด็กเล็ก เกือบ 100% ของเด็กจะติดเชื้อ RSV ก่อนอายุ 2 ปี แต่สำหรับเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เด็กที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ RSV อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

หากเด็กมีอาการเหล่านี้ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ได้แก่ หายใจเร็วผิดปกติหรือหายใจลำบาก ผิวหน้าหรือริมฝีปากเปลี่ยนสีม่วงคล้ำ ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ ซึมหรือไม่ตอบสนอง และมีไข้สูงเกิน 38.5°C ในเด็กอายุน้อยกว่า 3 เดือน

ทำไมเด็กในศูนย์รับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาลถึงป่วยบ่อย?

สภาพแวดล้อมในศูนย์รับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาลเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่สมบูรณ์แบบสำหรับเชื้อ HFMD และ RSV เด็กอยู่รวมกันหนาแน่น มีการสัมผัสกันโดยตรง แชร์ของเล่นและอุปกรณ์การเรียนร่วมกัน และยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอ

เชื้อ HFMD สามารถอยู่บนพื้นผิวได้นานถึงหลายสัปดาห์ในอุณหภูมิห้อง และแอลกอฮอล์ทั่วไปไม่สามารถฆ่าเชื้อ Enterovirus ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือเหตุผลที่น้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไปอาจไม่เพียงพอ

น้ำยา Chemgene HFD: ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับป้องกัน HFMD

น้ำยา Chemgene HFD จาก World Health Disinfection ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษเพื่อกำจัดเชื้อ Enterovirus ที่ทนทานต่อแอลกอฮอล์ รวมถึง EV-A71, Coxsackievirus และ RSV ส่วนผสม Hydrogen Peroxide ความเข้มข้นสูงสามารถฆ่าเชื้อ Non-enveloped Virus ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผ่านการรับรองจาก NHS (National Health Service) ของสหราชอาณาจักร

วิธีใช้งาน Chemgene HFD ในศูนย์รับเลี้ยงเด็ก

สำหรับพื้นผิวสัมผัสบ่อย เช่น ของเล่น ราวจับ โต๊ะเรียน ให้เช็ดด้วยน้ำยาที่เจือจางตามอัตราส่วนที่แนะนำ แล้วทิ้งไว้ 5-10 นาทีก่อนเช็ดออก สำหรับห้องน้ำและพื้นที่เสี่ยงสูง ควรฆ่าเชื้อทุกวัน และเพิ่มความถี่เป็นวันละ 2-3 ครั้งในช่วงที่มีการระบาด

มาตรการป้องกัน HFMD และ RSV ครบวงจร

1. สุขอนามัยส่วนบุคคล

สอนเด็กล้างมือด้วยสบู่และน้ำก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ และหลังจากเล่นกลับมา การล้างมืออย่างถูกวิธีเป็นมาตรการที่ง่ายที่สุดและได้ผลดีที่สุดในการลดการแพร่เชื้อ

2. การทำความสะอาดของเล่น

ของเล่นที่เด็กหลายคนใช้ร่วมกันควรได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อทุกวัน โดยเฉพาะของเล่นที่เด็กมักเอาเข้าปาก ควรล้างด้วยน้ำสะอาดและฆ่าเชื้อด้วยน้ำยา Chemgene HFD

3. การระบายอากาศ

ห้องที่มีการระบายอากาศดีช่วยลดความเข้มข้นของไวรัสในอากาศได้ ควรเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท หรือใช้เครื่องกรองอากาศในห้องที่เด็กอยู่

4. การแยกเด็กที่มีอาการป่วย

เด็กที่มีอาการของ HFMD หรือ RSV ควรแยกออกจากเด็กคนอื่นทันที และไม่ควรส่งไปศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนจนกว่าจะหายดี

สรุป: ป้องกันลูกจากโรคมือเท้าปากและ RSV ได้ด้วยน้ำยาที่ถูกต้อง

โรคมือเท้าปากและ RSV เป็นเชื้อไวรัสที่ทนทานและแพร่กระจายได้ง่าย การป้องกันที่ได้ผลต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับเชื้อประเภทนี้ น้ำยา Chemgene HFD เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับศูนย์รับเลี้ยงเด็ก โรงเรียนอนุบาล และบ้านที่มีเด็กเล็ก

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำยาฆ่าเชื้อเด็ก โทร. 065-556-6294

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้