Last updated: 26 มี.ค. 2569 | 23 จำนวนผู้เข้าชม |
เด็กนักเรียนคือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการแพร่กระจายและรับเชื้อโรค เพราะยังมีภูมิคุ้มกันที่พัฒนาไม่เต็มที่ มีการสัมผัสและเล่นด้วยกันในระยะใกล้ชิด และใช้สิ่งของร่วมกัน ในแต่ละปีโรงเรียนมักเผชิญกับการระบาดของโรคต่างๆ ที่ทำให้ต้องปิดโรงเรียน ส่งผลกระทบต่อการศึกษาและผู้ปกครอง
บริการอบโอโซนจาก World Health Disinfection คือทางออกที่โรงเรียนชั้นนำทั่วประเทศเลือกใช้ เพราะปลอดภัย ได้ผลจริง และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รับรอง
โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot and Mouth Disease) เป็นโรคที่พบบ่อยมากในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เกิดจากเชื้อไวรัส Enterovirus และ Coxsackievirus ซึ่งสามารถอยู่บนพื้นผิวสิ่งแวดล้อมได้นานหลายชั่วโมงถึงหลายวัน โอโซนสามารถทำลายไวรัสเหล่านี้บนพื้นผิวของเล่น อุปกรณ์เรียน โต๊ะ เก้าอี้ และในอากาศของห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการระบาดและป้องกันการปิดโรงเรียนที่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ปกครอง
RSV (Respiratory Syncytial Virus) ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19 แพร่กระจายได้ง่ายในห้องเรียนที่มีเด็กนั่งใกล้กัน การอบโอโซนในห้องเรียน ห้องประชุม และพื้นที่ส่วนกลางหลังเวลาเรียนหรือในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ช่วยทำลายเชื้อในอากาศและบนพื้นผิวก่อนที่นักเรียนจะกลับมาใช้พื้นที่อีกครั้ง ลดอัตราการขาดเรียนเพราะป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ
ห้องเรียนที่ปิดตลอดเวลาและมีเครื่องปรับอากาศมักสะสมเชื้อรา (Mold) และไรฝุ่น (Dust Mites) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดในเด็ก โอโซนทำลายเชื้อราและไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการกระตุ้นภูมิแพ้ในนักเรียน ทำให้นักเรียนที่มีอาการภูมิแพ้สามารถเรียนได้อย่างสบายใจมากขึ้น ผลการเรียนดีขึ้น และขาดเรียนน้อยลง
ความกังวลของผู้บริหารโรงเรียนคือการใช้สารเคมีทำความสะอาดที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็กหากล้างไม่สะอาด โอโซนแก้ปัญหานี้ได้สมบูรณ์ เพราะสลายตัวเป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ภายหลังการอบ ไม่มีสารตกค้างบนโต๊ะ เก้าอี้ ของเล่น หรืออุปกรณ์เรียน เด็กๆ สามารถเข้าห้องเรียนได้ทันทีอย่างปลอดภัย
ผู้ปกครองในยุคนี้ใส่ใจสุขอนามัยของโรงเรียนมากขึ้น การที่โรงเรียนสามารถแสดงหลักฐานว่าใช้บริการอบโอโซนที่ได้มาตรฐานสากลเป็นประจำ จะสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีแก่โรงเรียน ช่วยรักษานักเรียนเดิมและดึงดูดนักเรียนใหม่ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนเอกชนที่ต้องแข่งขันด้านคุณภาพ
ไม่ใช่แค่ห้องเรียน แต่ยังครอบคลุมห้องสมุด โรงอาหาร ห้องน้ำ ห้องพลศึกษา ห้องวิทยาศาสตร์ สนามเด็กเล่น รถรับส่งนักเรียน และทุกพื้นที่ที่เด็กใช้ประจำ เพราะโอโซนสามารถฆ่าเชื้อในพื้นที่ปิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกซอกมุมที่การทำความสะอาดด้วยมือทำได้ยาก
เมื่อนักเรียนป่วยน้อยลง ผู้ปกครองประหยัดค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการลาหยุดทำงานดูแลบุตร โรงเรียนเองก็ประหยัดค่าจัดการด้านสาธารณสุข ค่าพยาบาล และค่าความเสียหายจากการปิดโรงเรียน นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับทุกฝ่าย
World Health Disinfection เป็นเจ้าเดียวในประเทศไทยที่ผ่านการทดสอบจาก Intertek ประเทศอังกฤษ พร้อมใบรับรอง ISO 9001:2015 และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำให้โรงเรียนสามารถแสดงหลักฐานการดูแลสุขอนามัยที่น่าเชื่อถือต่อผู้ปกครองและหน่วยงานการศึกษาได้
เข้าใจว่าโรงเรียนมีตารางกิจกรรมที่หนาแน่น World Health Disinfection สามารถให้บริการในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน วันหยุดสุดสัปดาห์ หรือปิดเทอม เพื่อไม่รบกวนการเรียนการสอน ทีมงานทำงานรวดเร็วและเสร็จสิ้นในเวลาที่กำหนด
World Health Disinfection ไม่ใช่แค่บริการครั้งเดียว แต่เสนอแพ็กเกจดูแลระยะยาวสำหรับโรงเรียน ทั้งรายเดือน รายภาคเรียน หรือตามความต้องการ พร้อมรายงานผลการฆ่าเชื้อและคำแนะนำในการดูแลรักษาสุขอนามัยของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง
โรคที่ระบาดบ่อยในโรงเรียนไทย ได้แก่ โรคมือเท้าปาก (HFMD), ไข้หวัดใหญ่ (Influenza), RSV, อีสุกอีใส (Chickenpox), คางทูม (Mumps), โรคตาแดง (Conjunctivitis) และโควิด-19 เชื้อโรคเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถอยู่บนพื้นผิวได้นาน 24-72 ชั่วโมง
การศึกษาจาก American Academy of Pediatrics พบว่าเด็กในโรงเรียนป่วยเฉลี่ย 6-10 ครั้งต่อปี และแต่ละครั้งทำให้ขาดเรียนเฉลี่ย 3-5 วัน สภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่สะอาดและปลอดเชื้อสามารถลดอัตราการเจ็บป่วยได้ถึง 40-60%
โรงเรียนที่ปลอดภัยคือโรงเรียนที่ผู้ปกครองไว้วางใจ World Health Disinfection พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ด้านสุขอนามัยที่เชื่อถือได้สำหรับสถานศึกษาทุกขนาด