ทำไมสถานศึกษาของรัฐต้องให้ความสำคัญกับการกำจัดยุง
สถานศึกษาของรัฐเป็นพื้นที่รวมตัวของเด็กและเยาวชนจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคไข้เลือดออกเป็นพิเศษ เพราะร่างกายยังพัฒนาภูมิคุ้มกันไม่เต็มที่ การระบาดของโรคไข้เลือดออกในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยอาจทำให้นักเรียนหลายสิบหรือหลายร้อยคนต้องหยุดเรียนพร้อมกัน
สถิติที่น่าเป็นห่วง
- กลุ่มอายุ 5-14 ปี: เป็นกลุ่มที่พบผู้ป่วยไข้เลือดออกสูงที่สุดในประเทศไทย
- การระบาดในโรงเรียน: กรมควบคุมโรครายงานการระบาดในสถานศึกษาเฉลี่ยปีละหลายร้อยแห่ง
- ผลกระทบต่อการเรียน: ผู้ป่วยต้องหยุดเรียน 7–14 วันต่อครั้ง
- ความรับผิดชอบของสถาบัน: ผู้บริหารอาจถูกตั้งคำถามด้านการดูแลสุขอนามัย
ประเภทสถานศึกษาและความต้องการพ่นยา
| ประเภทสถานศึกษา | พื้นที่เสี่ยงหลัก | ความถี่แนะนำ |
|---|
| โรงเรียนประถมและมัธยม | สนามเด็กเล่น สวน บ่อน้ำ | ทุก 7-10 วัน (ฤดูฝน) |
| มหาวิทยาลัย | หอพักนักศึกษา สระน้ำตกแต่ง สวนหย่อม | ทุก 10-14 วัน |
| โรงเรียนประจำ/โรงเรียนกีฬา | หอพัก สนามกีฬากลางแจ้ง | ทุก 7 วัน ตลอดปี |
| อนุบาลและศูนย์พัฒนาเด็ก | สนามเด็กเล่น ห้องเรียน | ทุก 5-7 วัน (พ่นนอกอาคาร) |
แผนการกำจัดยุงในสถานศึกษาที่ปลอดภัยต่อนักเรียน
หลักการสำคัญ
- พ่นนอกเวลาเรียน: เช้าตรู่ก่อนนักเรียนมา หรือเย็นหลังนักเรียนกลับบ้าน
- ไม่พ่นในห้องเรียน: พ่นเฉพาะพื้นที่กลางแจ้งและรอบอาคาร
- ระบายอากาศก่อนเปิดเรียน: อย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังพ่น
- แจ้งผู้ปกครองล่วงหน้า: ผ่านไลน์กลุ่มหรือหนังสือแจ้ง
- บันทึกการพ่น: เก็บไว้สำหรับการตรวจสอบของหน่วยงาน
บริเวณในสถานศึกษาที่ต้องให้ความสำคัญ
- โรงอาหาร: พ่นรอบนอก ระวังน้ำขังใต้ตะแกรงระบายน้ำ
- สนามกีฬาและสนามหญ้า: หญ้าสูงและน้ำขังหลังฝน
- ห้องน้ำและห้องสุขา: ท่อระบายน้ำเป็นแหล่งเพาะพันธุ์
- บ่อน้ำและสระน้ำตกแต่ง: แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
- ป่าไม้และสวนในโรงเรียน: แหล่งหลบพักของยุงตัวเต็มวัย
งบประมาณที่โรงเรียนใช้จัดซื้อ AT35
โรงเรียนรัฐสามารถใช้งบประมาณจัดซื้อ AIROFOG AT35 ได้จากหลายแหล่ง:
- งบอุดหนุนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา: หมวดครุภัณฑ์สุขอนามัย
- งบพัฒนาคุณภาพการศึกษา: ของบสนับสนุนจาก สพฐ.
- เงินรายได้ของสถานศึกษา: ใช้ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
- งบสนับสนุนจาก อปท.: ร่วมมือกับ อบต. หรือเทศบาลในพื้นที่