วิธีใช้งานเครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 ให้ปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุด

Last updated: 25 มี.ค. 2569  |  13 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นหมอกควัน

ทำไมต้องมีคู่มือการใช้งานเครื่องพ่นหมอกควันสำหรับเจ้าหน้าที่ราชการ?

เครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานมืออาชีพในหน่วยงานสาธารณสุข การใช้งานที่ถูกต้องไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดยุงลาย แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่อง ประหยัดสารเคมี และปกป้องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่จำเป็นก่อนเริ่มงาน

ก่อนเริ่มการพ่นหมอกควันทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลครบถ้วนดังนี้

  • หน้ากากกรองสารเคมี (Respirator): ชนิด P100 หรือสูงกว่า ป้องกันการสูดดมสารเคมีและอนุภาคหมอก
  • แว่นตากันสาร (Safety Goggles): ป้องกันละอองสารเคมีเข้าตา
  • ถุงมือยาง (Chemical Resistant Gloves): ขนาดพอดีมือ ป้องกันการสัมผัสสารเคมีโดยตรง
  • ชุดกันสาร (Coverall): หรืออย่างน้อยเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ป้องกันสารเคมีสัมผัสผิวหนัง
  • รองเท้าบูตยาง: ป้องกันการสัมผัสสารเคมีที่ตกค้างบนพื้น

ขั้นตอนการเตรียมเครื่อง AIROFOG AT35 ก่อนใช้งาน

ขั้นที่ 1: ตรวจสอบสภาพเครื่อง

ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ตรวจสอบ:

  • สายไฟและข้อต่อท่อไม่มีรอยแตก รั่ว หรือชำรุด
  • ถังบรรจุสารเคมีสะอาดและปิดฝาแน่นหนา
  • หัวฉีดไม่อุดตัน
  • น้ำมันเชื้อเพลิง (ถ้าใช้รุ่นน้ำมัน) มีเพียงพอ

ขั้นที่ 2: เตรียมสารเคมี

การเลือกและเตรียมสารเคมีที่ถูกต้องมีผลสำคัญต่อประสิทธิภาพ:

  • ใช้สารเคมีที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือกรมควบคุมโรครับรอง
  • ผสมสารเคมีตามอัตราส่วนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ไม่เพิ่มความเข้มข้นเอง
  • AT35 รองรับทั้งสูตรน้ำมัน (Oil-based) และสูตรน้ำ (Water-based)
  • อ่านฉลากสารเคมีทุกครั้งก่อนใช้

ขั้นที่ 3: เปิดเครื่องและปรับตั้งค่า

AIROFOG AT35 ใช้ระบบ Pulse-Jet ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

  • เปิดวาล์วน้ำมันเชื้อเพลิง (ถ้ามี)
  • กดปุ่มสตาร์ทและรอให้เครื่องอุ่นประมาณ 2-3 นาที
  • ปรับอัตราการไหลของสารเคมีตามพื้นที่และความหนาแน่นของยุง
  • ทดสอบการพ่นในพื้นที่โล่งก่อนเริ่มงานจริง

เทคนิคการพ่นหมอกควันที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

การเลือกเวลาพ่น

เวลาที่ดีที่สุดในการพ่นหมอกควันกำจัดยุงลายคือ ช่วงเช้าตรู่ (05:00-07:00 น.) หรือ ช่วงเย็น (17:00-19:00 น.) เนื่องจาก:

  • ยุงลาย Aedes aegypti ออกหากินช่วงกลางวันแต่ Active สูงสุดในช่วงเช้าและเย็น
  • อุณหภูมิต่ำกว่า ทำให้หมอกควันลอยตัวและฟุ้งกระจายได้ดีกว่า
  • ลมสงบกว่า ทำให้ละอองหมอกไม่ถูกพัดออกนอกพื้นที่เป้าหมาย

ทิศทางการเดินและการพ่น

  • เดินทวนลม (เอาลมมาจากข้างหน้า) เพื่อให้หมอกไปทางด้านหลัง ไม่ผ่านตัวผู้ปฏิบัติงาน
  • พ่นในมุม 45 องศา เพื่อให้ละอองกระจายเข้าใต้ร่มไม้และซอกมุมได้ดี
  • เดินในแนวเส้นตรงด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ประมาณ 3-4 กม./ชม.
  • ทับซ้อนแนวพ่นประมาณ 20-30% เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด

พื้นที่ที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ

  • ใต้ร่มไม้และพุ่มไม้: แหล่งพักของยุงในเวลากลางวัน
  • รั้วและกำแพง: มุมมืดที่ยุงชอบพัก
  • บริเวณแหล่งน้ำ: ระวังสารเคมีไหลลงแหล่งน้ำธรรมชาติ
  • โรงเรือนสัตว์: นำสัตว์ออกก่อนพ่นและอย่าพ่นโดยตรงใส่อาหารสัตว์

ข้อควรระวังและข้อห้ามในการใช้งาน

  • ห้ามพ่นในที่ร่มปิดหรือในอาคารที่ผู้คนยังอยู่
  • ห้ามใช้ใกล้เปลวไฟหรือแหล่งความร้อน (กรณีสูตรน้ำมัน)
  • แจ้งประชาชนในพื้นที่ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 นาที และให้ออกจากพื้นที่พ่น
  • ห้ามพ่นในวันที่ลมแรงเกิน 15 กม./ชม.
  • หลังพ่นเสร็จ ล้างมือและใบหน้าด้วยสบู่ทันที เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนสัมผัสกับผู้อื่น

การบำรุงรักษา AIROFOG AT35 หลังใช้งาน

การดูแลรักษาเครื่องหลังใช้งานทุกครั้งจะยืดอายุการใช้งานได้อย่างมีนัยสำคัญ

  • ล้างถังสารเคมีด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 2-3 รอบ
  • พ่นน้ำสะอาดผ่านระบบเพื่อล้างสารเคมีตกค้างในท่อ
  • เช็ดทำความสะอาดภายนอกเครื่องด้วยผ้าชุบน้ำหมาด
  • ตรวจสอบและล้างหัวฉีดด้วยน้ำสะอาด
  • เก็บเครื่องในที่แห้งและอากาศถ่ายเทดี ห่างจากความร้อน

สรุป: ใช้ AT35 อย่างถูกต้อง ผลลัพธ์ดีกว่า ปลอดภัยกว่า

AIROFOG AT35 เป็นเครื่องที่ออกแบบมาเพื่องานสาธารณสุขโดยเฉพาะ เมื่อใช้งานตามขั้นตอนที่กำหนด จะให้ผลการกำจัดยุงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่และประชาชน พร้อมทั้งยืดอายุการใช้งานของเครื่องให้คุ้มค่ากับงบประมาณของหน่วยงาน สอบถามเพิ่มเติมหรือขอคู่มือการใช้งานฉบับสมบูรณ์ได้ที่ World Health Disinfection

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้