Last updated: 21 มี.ค. 2569 | 81 จำนวนผู้เข้าชม |
ในยุคหลังโควิด-19 ที่โลกได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงเกี่ยวกับการแพร่กระจายของเชื้อโรค บริการพ่นฆ่าเชื้อ ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ด้านสุขอนามัยที่ทุกองค์กรและทุกครัวเรือนไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป โดยเฉพาะในปี 2026 ที่เชื้อโรคหลายสายพันธุ์ยังคงกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ทั้ง RSV ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โรคมือเท้าปาก และไวรัสอีกหลายชนิด
ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในปี 2025-2026 พบว่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสหลายชนิดมีความสามารถในการดื้อยาปฏิชีวนะเพิ่มสูงขึ้น และสามารถอยู่รอดบนพื้นผิวสัมผัสได้นานกว่าที่เคยคิด เช่น
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ การทำความสะอาดด้วยวิธีเช็ดถูธรรมดาไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้ได้ 100% โดยเฉพาะในซอกมุม พื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อย และระบบปรับอากาศที่หมุนเวียนอากาศในอาคาร
บริการพ่นฆ่าเชื้อ (Disinfection Spraying Service) คือการใช้เครื่องพ่นละอองฝอย ULV (Ultra Low Volume) ที่สามารถแตกอนุภาคของน้ำยาฆ่าเชื้อให้มีขนาดเล็กระดับ 5-50 ไมครอน เพื่อให้กระจายทั่วทุกพื้นที่ได้อย่างครอบคลุม รวมถึงซอกมุมและพื้นที่ที่มือมนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงได้
กระบวนการทำงาน:
ในปี 2026 กรมควบคุมโรคและกระทรวงสาธารณสุขได้ออกแนวปฏิบัติให้สถานที่สาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานประกอบการ ต้องมีการพ่นฆ่าเชื้อเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลระบาดของโรค การปฏิบัติตามมาตรฐานนี้ไม่เพียงแต่ปกป้องสุขภาพของผู้คน แต่ยังช่วยรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กร
การศึกษาพบว่า ค่าใช้จ่ายในการพ่นฆ่าเชื้อทำได้เพียงเศษเสี้ยวของค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเจ็บป่วยของพนักงาน ความสูญเสียในการทำงาน และค่ารักษาพยาบาล บริษัทที่มีการพ่นฆ่าเชื้อเป็นประจำรายงานว่าพนักงานลาป่วยลดลงเฉลี่ย 30-40%
ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง บริการพ่นฆ่าเชื้อ สม่ำเสมอช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัวและองค์กร
การระบาดของโรคในสถานที่ทำงานหรือโรงเรียนหนึ่งแห่ง สามารถกระจายไปยังชุมชนโดยรอบได้ภายในไม่กี่วัน บริการพ่นฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอคือด่านแรกของการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
น้ำยาฆ่าเชื้อสมัยใหม่อย่าง Chemgene HLD4H จากประเทศอังกฤษ สามารถกำจัดเชื้อโรคได้มากกว่า 99.99% รวมถึงเชื้อที่ดื้อต่อสารเคมีทั่วไป โดยปลอดภัยต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยงหลังน้ำยาแห้ง
จากข้อมูลการให้บริการของ World Health Disinfection พบว่าสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด ได้แก่:
หลายคนเข้าใจผิดว่าการเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างพื้นทั่วไปเพียงพอแล้ว แต่ความเป็นจริงคือ:
องค์กรและบุคคลที่ใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อเป็นประจำรายงานผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่:
โลกในปี 2026 ไม่มีใครสามารถมองข้ามความสำคัญของการสุขอนามัยขั้นสูงได้อีกต่อไป บทเรียนจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้เราเห็นชัดว่าการลงทุนในการป้องกันล่วงหน้าคุ้มค่ากว่าการแก้ไขปัญหาหลังจากที่เกิดขึ้นแล้วอย่างมาก
บริการพ่นฆ่าเชื้อจาก World Health Disinfection ให้บริการด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H มาตรฐาน NHS England ที่ผ่านการรับรองโดยมหาวิทยาลัยมหิดลและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมให้บริการทั่วประเทศไทย
อย่ารอให้เชื้อโรคคุกคามสุขภาพของคนที่คุณรัก ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรีและวางแผนการพ่นฆ่าเชื้อที่เหมาะกับสถานที่ของคุณ
พร้อมปกป้องสถานที่ของคุณด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อมืออาชีพ?
ให้ World Health Disinfection ดูแลความปลอดภัยของคุณด้วยสารฆ่าเชื้อมาตรฐานสากลและเทคโนโลยี ULV
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการพ่นฆ่าเชื้อ World Health Disinfection