เจาะลึก CHEMGENE HLD4H "ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค" เกรด High Level ที่ NHS อังกฤษและศบค. เลือกใช้

Last updated: 8 ก.พ. 2569  |  75 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค

ในยุคที่สุขอนามัยเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย การทำความสะอาดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป หลายหน่วยงานเริ่มมองหาทางเลือกในการกำจัดเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นการใช้ เครื่องอบโอโซน เพื่อฆ่าเชื้อในอากาศ หรือการใช้สารเคมีเช็ดถู แต่คำถามสำคัญคือ วิธีไหนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด?

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก CHEMGENE HLD4H สุดยอด ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ระดับ High Level Disinfectant ที่ได้รับความไว้วางใจจาก NHS (ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ) และ ศบค. (ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19) ของไทย ว่าทำไมถึงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่เหนือกว่าน้ำยาทั่วไป

ทำไม "ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค" CHEMGENE HLD4H ถึงเป็น น้ำยาฆ่าเชื้อทางการแพทย์ ที่โลกยอมรับ?

ความแตกต่างของ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ทั่วไปตามท้องตลาด กับ น้ำยาฆ่าเชื้อทางการแพทย์ (Medical Grade) อย่าง CHEMGENE HLD4H คือ "มาตรฐานการรับรอง" และ "ประสิทธิภาพที่วัดผลได้จริง"

CHEMGENE HLD4H ไม่ใช่แค่น้ำยาทำความสะอาด แต่เป็น น้ำยาฆ่าเชื้อโรงพยาบาล ที่ผ่านการทดสอบจากห้องปฏิบัติการชั้นนำ ทั้งมหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันในยุโรป โดยได้รับการยอมรับว่าเป็น High Level Disinfectant ที่สามารถทำลายเชื้อโรคได้ลึกถึงระดับ DNA และ RNA ของไวรัส ทำให้มั่นใจได้ว่าพื้นที่นั้นปลอดเชื้ออย่างแท้จริง ซึ่งต่างจากน้ำยาทั่วไปที่อาจทำได้แค่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อชั่วคราวเท่านั้น

เปรียบเทียบชัดๆ: "ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค" แบบน้ำ VS เครื่องอบโอโซน แบบไหนดีกว่ากัน?

หลายคนมักสับสนระหว่างการใช้ น้ำยาฆ่าเชื้อโรคอเนกประสงค์ แบบเช็ดหรือพ่น กับการใช้ เครื่องอบโอโซน (Ozone Generator)

  • เครื่องอบโอโซน: มีจุดเด่นในการกำจัดเชื้อโรคใน "อากาศ" และซอกมุมที่เข้าถึงยาก แต่ข้อจำกัดคือโอโซนเป็นก๊าซพิษ ต้องทำในพื้นที่ปิด ไม่มีคนอยู่ และไม่มีฤทธิ์ตกค้างเพื่อป้องกันเชื้อโรคใหม่ (No Residual Effect) เมื่อโอโซนสลายตัว เชื้อโรคก็กลับมาเกาะพื้นผิวได้ทันที
  • ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค CHEMGENE HLD4H: เน้นการกำจัดเชื้อบน "พื้นผิว" (Surfaces) ซึ่งเป็นแหล่งสะสมโรคที่คนสัมผัสบ่อยที่สุด จุดเด่นที่เหนือกว่า เครื่องอบโอโซน คือความสามารถในการ "เคลือบปกป้องพื้นผิว" (Barrier Technology) ได้ยาวนานถึง 14 วัน ทำให้แม้หลังทำความสะอาดไปแล้ว พื้นผิวนั้นก็ยังคงสภาวะปลอดเชื้ออยู่

ดังนั้น หากต้องการความสะอาดที่จับต้องได้และปกป้องต่อเนื่อง การเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค อย่าง CHEMGENE จึงตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากกว่า

ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า: น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย ที่ตายใน 1 นาที

ความเร็วคือหัวใจสำคัญของการคุมโรค Chemgene HLD4H ถูกออกแบบมาให้เป็น น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัส และ น้ำยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่ออกฤทธิ์ไวที่สุดตัวหนึ่งในวงการ โดยสามารถฆ่าเชื้อรุนแรงได้ภายใน 1 นาที ตามมาตรฐาน EN14476

เชื้อโรคที่ CHEMGENE HLD4H กำจัดได้อยู่หมัด ได้แก่:

  • น้ำยาฆ่าเชื้อโควิด (COVID-19): ทำลายเปลือกหุ้มไวรัส SARS-CoV-2 ได้ทันที
  • น้ำยาฆ่าเชื้อ RSV: ไวรัสทางเดินหายใจที่เป็นภัยเงียบของเด็กเล็ก
  • เชื้อดื้อยาต่างๆ, เชื้อรา, เชื้อวัณโรค, และเชื้อโรคมือเท้าปาก

ด้วยประสิทธิภาพระดับนี้ จึงไม่แปลกที่มันจะถูกใช้เป็น น้ำยาฆ่าเชื้อห้องผ่าตัด และห้องแล็บที่มีความเสี่ยงสูง

ความปลอดภัยระดับสูง: จาก น้ำยาฆ่าเชื้อโรงพยาบาล สู่การใช้ในบ้าน

แม้จะมีฤทธิ์ทำลายล้างเชื้อโรคสูง แต่ CHEMGENE HLD4H กลับมีความอ่อนโยนต่อผู้ใช้งานและวัสดุอย่างเหลือเชื่อ

  1. ไม่กัดกร่อน (Non-Corrosive): ต่างจากคลอรีนหรือแอลกอฮอล์ที่อาจทำลายพื้นผิวเฟอร์นิเจอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  2. ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน: ไม่มีกลิ่นฉุนรุนแรง และย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ (Biodegradable)

สรุปแล้ว หากคุณกำลังมองหาความมั่นใจในยุค New Normal การเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ที่มีมาตรฐานรับรองอย่าง CHEMGENE HLD4H คือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัวและองค์กร

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้