เรื่องจริงจากเนเธอร์แลนด์ปี 2565 ผู้ป่วยฝีดาษลิงเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเป็น 26 รายภายในราว 10 วันหลังพบรายแรก บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับวินมอเตอร์ไซค์และหมวกกันน็อกใช้ร่วมกัน
เรื่องจริง: ผู้ป่วยเพิ่มเกินเท่าตัวในไม่กี่วัน
วันที่ 20 พฤษภาคม 2565 สถาบันสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (RIVM) ยืนยัน ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของประเทศ
ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 RIVM รายงานว่า ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเป็น 26 ราย การเพิ่มขึ้นรวดเร็วแบบนี้เตือนว่าการแพร่เกิดขึ้นผ่านการสัมผัสใกล้ชิดในชีวิตประจำวัน และของที่ใช้ร่วมกันแบบติดผิวหนังควรได้รับการดูแล
บทเรียนสำคัญ: หมวกกันน็อกของผู้โดยสารถูกสวมต่อกันทั้งวัน
วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างและไรเดอร์รับส่งคนในไทยให้ผู้โดยสารสวมหมวกใบเดียวกันหลายสิบคนต่อวัน จุดที่ควรระวังคือ
- ฟองน้ำด้านในหมวกกันน็อก ที่สัมผัสหนังศีรษะ หน้าผาก และเหงื่อ
- สายรัดคาง ที่สัมผัสผิวหน้าและลำคอ
- เสื้อวินและเบาะท้าย ที่ผู้โดยสารนั่งและจับ
- มือจับท้ายรถ ที่ทุกคนจับ
- ป้อมวินและเก้าอี้รอ ที่คนขับใช้ร่วมกัน
ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร
ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม
ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับวินมอเตอร์ไซค์และไรเดอร์รับส่งคน
เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
- หมวกผู้โดยสารไม่เคยทำความสะอาด — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: สูง — มาตรการ: ใช้หมวกที่ถอดฟองน้ำซักได้หรือแจกผ้าคลุมผมแบบใช้ครั้งเดียว — ผู้รับผิดชอบ: หัวหน้าวิน
- สายรัดคางไม่ได้เช็ด — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: ต่ำ / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: เช็ดสายรัดและขอบหมวกด้วยน้ำยาวันละหลายรอบ — ผู้รับผิดชอบ: คนขับ
- ผู้โดยสารมีผื่นที่ศีรษะหรือหน้า — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: มีหมวกสำรองแยกและเช็ดทันทีหลังใช้ — ผู้รับผิดชอบ: คนขับ
- เบาะและมือจับท้ายรถไม่ได้เช็ด — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: ต่ำ / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: เช็ดระหว่างวันโดยเฉพาะช่วงเร่งด่วน — ผู้รับผิดชอบ: คนขับ
- ป้อมวินไม่ได้ทำความสะอาด — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ต่ำ / ระดับ: ต่ำ — มาตรการ: เช็ดเก้าอี้และโต๊ะป้อมทุกวัน — ผู้รับผิดชอบ: หัวหน้าวิน
แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับวินมอเตอร์ไซค์
- ใช้หมวกที่ถอดฟองน้ำซักได้ และซักเป็นประจำ
- แจกผ้าคลุมผมแบบใช้ครั้งเดียว ให้ผู้โดยสารที่ต้องการ
- เช็ดสายรัดคางและขอบหมวก วันละหลายรอบ
- เช็ดเบาะและมือจับท้าย ระหว่างวัน
- พกเจลล้างมือ ให้ผู้โดยสาร
- เช็ดป้อมวินและเก้าอี้ ทุกวัน
- พ่นฆ่าเชื้อหมวกและอุปกรณ์ ตามรอบ
ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้
บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว
- ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
- กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
- ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
- มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
- มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
- ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ
น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H
ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด
- ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
- ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
- ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้
ก่อนและหลัง
ก่อน: วินมีหมวกผู้โดยสารสองใบที่ใช้กันมาหลายปีโดยไม่เคยซักฟองน้ำ
หลัง: วินมีทะเบียนความเสี่ยง ใช้หมวกที่ถอดฟองน้ำซักได้ มีผ้าคลุมผมแบบใช้ครั้งเดียว เช็ดหมวกและเบาะด้วย Chemgene HLD4H และพ่นฆ่าเชื้ออุปกรณ์ตามรอบ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ผู้ป่วยในเนเธอร์แลนด์เพิ่มเร็วแค่ไหน? ตอบ: จากรายแรกเมื่อ 20 พฤษภาคม 2565 เป็น 26 รายภายใน 30 พฤษภาคม ตามรายงานของ RIVM ถาม: ใช้น้ำยาเช็ดหมวกกันน็อกได้ไหม? ตอบ: เช็ดเปลือกนอก ขอบ และสายรัดได้ ส่วนฟองน้ำด้านในควรถอดซักตามคำแนะนำผู้ผลิต ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: บริษัทรับส่งหรือกลุ่มวินขอใบกำกับภาษีได้ไหม? ตอบ: ได้ ออกใบกำกับภาษีและรองรับหัก ณ ที่จ่าย 3% โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
บทความและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H
เรื่องจริงจากเนเธอร์แลนด์เตือนว่าโรคที่ติดผ่านการสัมผัสใกล้ชิดเพิ่มได้เร็ว วินมอเตอร์ไซค์ที่ดูแลหมวกกันน็อกและจุดจับจะทำให้ผู้โดยสารมั่นใจทุกเที่ยว ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection สำหรับป้อมวิน จุดจอดไรเดอร์ และห้องเก็บอุปกรณ์ และน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดเปลือกหมวก สายรัดคาง เบาะ และมือจับท้ายรถ
คำค้นหา: ฝีดาษลิง วินมอเตอร์ไซค์, ฝีดาษลิง หมวกกันน็อก, ไรเดอร์, ประเมินความเสี่ยงบริการขนส่ง, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H