เรื่องจริงจากเนเธอร์แลนด์ปี 2565 ผู้ป่วยฝีดาษลิงเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเป็น 26 รายภายในราว 10 วันหลังพบรายแรก บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับวินมอเตอร์ไซค์และหมวกกันน็อกใช้ร่วมกัน

Last updated: 7 พ.ย. 2569  |  1 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการฆ่าเชื้อบ้าน

เรื่องจริงจากเนเธอร์แลนด์ปี 2565 ผู้ป่วยฝีดาษลิงเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเป็น 26 รายภายในราว 10 วันหลังพบรายแรก บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับวินมอเตอร์ไซค์และหมวกกันน็อกใช้ร่วมกัน

เรื่องจริง: ผู้ป่วยเพิ่มเกินเท่าตัวในไม่กี่วัน

วันที่ 20 พฤษภาคม 2565 สถาบันสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (RIVM) ยืนยัน ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของประเทศ

ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 RIVM รายงานว่า ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเป็น 26 ราย การเพิ่มขึ้นรวดเร็วแบบนี้เตือนว่าการแพร่เกิดขึ้นผ่านการสัมผัสใกล้ชิดในชีวิตประจำวัน และของที่ใช้ร่วมกันแบบติดผิวหนังควรได้รับการดูแล

บทเรียนสำคัญ: หมวกกันน็อกของผู้โดยสารถูกสวมต่อกันทั้งวัน

วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างและไรเดอร์รับส่งคนในไทยให้ผู้โดยสารสวมหมวกใบเดียวกันหลายสิบคนต่อวัน จุดที่ควรระวังคือ

  • ฟองน้ำด้านในหมวกกันน็อก ที่สัมผัสหนังศีรษะ หน้าผาก และเหงื่อ
  • สายรัดคาง ที่สัมผัสผิวหน้าและลำคอ
  • เสื้อวินและเบาะท้าย ที่ผู้โดยสารนั่งและจับ
  • มือจับท้ายรถ ที่ทุกคนจับ
  • ป้อมวินและเก้าอี้รอ ที่คนขับใช้ร่วมกัน

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับวินมอเตอร์ไซค์และไรเดอร์รับส่งคน

เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
  1. หมวกผู้โดยสารไม่เคยทำความสะอาด — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: สูง — มาตรการ: ใช้หมวกที่ถอดฟองน้ำซักได้หรือแจกผ้าคลุมผมแบบใช้ครั้งเดียว — ผู้รับผิดชอบ: หัวหน้าวิน
  2. สายรัดคางไม่ได้เช็ด — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: ต่ำ / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: เช็ดสายรัดและขอบหมวกด้วยน้ำยาวันละหลายรอบ — ผู้รับผิดชอบ: คนขับ
  3. ผู้โดยสารมีผื่นที่ศีรษะหรือหน้า — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: มีหมวกสำรองแยกและเช็ดทันทีหลังใช้ — ผู้รับผิดชอบ: คนขับ
  4. เบาะและมือจับท้ายรถไม่ได้เช็ด — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: ต่ำ / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: เช็ดระหว่างวันโดยเฉพาะช่วงเร่งด่วน — ผู้รับผิดชอบ: คนขับ
  5. ป้อมวินไม่ได้ทำความสะอาด — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ต่ำ / ระดับ: ต่ำ — มาตรการ: เช็ดเก้าอี้และโต๊ะป้อมทุกวัน — ผู้รับผิดชอบ: หัวหน้าวิน

แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับวินมอเตอร์ไซค์

  1. ใช้หมวกที่ถอดฟองน้ำซักได้ และซักเป็นประจำ
  2. แจกผ้าคลุมผมแบบใช้ครั้งเดียว ให้ผู้โดยสารที่ต้องการ
  3. เช็ดสายรัดคางและขอบหมวก วันละหลายรอบ
  4. เช็ดเบาะและมือจับท้าย ระหว่างวัน
  5. พกเจลล้างมือ ให้ผู้โดยสาร
  6. เช็ดป้อมวินและเก้าอี้ ทุกวัน
  7. พ่นฆ่าเชื้อหมวกและอุปกรณ์ ตามรอบ

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

ก่อนและหลัง

ก่อน: วินมีหมวกผู้โดยสารสองใบที่ใช้กันมาหลายปีโดยไม่เคยซักฟองน้ำ
หลัง: วินมีทะเบียนความเสี่ยง ใช้หมวกที่ถอดฟองน้ำซักได้ มีผ้าคลุมผมแบบใช้ครั้งเดียว เช็ดหมวกและเบาะด้วย Chemgene HLD4H และพ่นฆ่าเชื้ออุปกรณ์ตามรอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ผู้ป่วยในเนเธอร์แลนด์เพิ่มเร็วแค่ไหน? ตอบ: จากรายแรกเมื่อ 20 พฤษภาคม 2565 เป็น 26 รายภายใน 30 พฤษภาคม ตามรายงานของ RIVM ถาม: ใช้น้ำยาเช็ดหมวกกันน็อกได้ไหม? ตอบ: เช็ดเปลือกนอก ขอบ และสายรัดได้ ส่วนฟองน้ำด้านในควรถอดซักตามคำแนะนำผู้ผลิต ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: บริษัทรับส่งหรือกลุ่มวินขอใบกำกับภาษีได้ไหม? ตอบ: ได้ ออกใบกำกับภาษีและรองรับหัก ณ ที่จ่าย 3% โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

เรื่องจริงจากเนเธอร์แลนด์เตือนว่าโรคที่ติดผ่านการสัมผัสใกล้ชิดเพิ่มได้เร็ว วินมอเตอร์ไซค์ที่ดูแลหมวกกันน็อกและจุดจับจะทำให้ผู้โดยสารมั่นใจทุกเที่ยว ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection สำหรับป้อมวิน จุดจอดไรเดอร์ และห้องเก็บอุปกรณ์ และน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดเปลือกหมวก สายรัดคาง เบาะ และมือจับท้ายรถ

คำค้นหา: ฝีดาษลิง วินมอเตอร์ไซค์, ฝีดาษลิง หมวกกันน็อก, ไรเดอร์, ประเมินความเสี่ยงบริการขนส่ง, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้