เรื่องจริงจากแอฟริกาใต้ปี 2565 ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกในโจฮันเนสเบิร์กไม่มีประวัติเดินทาง บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับคอลเซ็นเตอร์

Last updated: 7 พ.ย. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการ

เรื่องจริงจากแอฟริกาใต้ปี 2565 ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกในโจฮันเนสเบิร์กไม่มีประวัติเดินทาง บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับคอลเซ็นเตอร์

เรื่องจริง: ผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติเดินทาง

วันที่ 23 มิถุนายน 2565 รัฐบาลแอฟริกาใต้ยืนยัน ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของประเทศ เป็น ชายในโจฮันเนสเบิร์กที่ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ เจ้าหน้าที่จึงเริ่มติดตามผู้สัมผัสทันที

การไม่มีประวัติเดินทางหมายความว่าผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศ จุดที่ผู้คนอยู่ร่วมกันทุกวัน เช่น ที่ทำงาน จึงต้องมีมาตรการพื้นฐานที่ใช้ได้จริง

บทเรียนสำคัญ: คอลเซ็นเตอร์ใช้อุปกรณ์ร่วมกันข้ามกะ

คอลเซ็นเตอร์ในไทยทำงานหลายกะตลอด 24 ชั่วโมง จุดที่ควรระวังคือ

  • หูฟังและฟองน้ำครอบหู ที่ติดผิวหนังโดยตรงและส่งต่อข้ามกะ
  • คีย์บอร์ดและเมาส์ ที่ใช้ทั้งวันทั้งคืน
  • เก้าอี้ผ้าแบบฮอตเดสก์ ที่ไม่มีเจ้าของประจำ
  • ห้องพักและโซฟางีบ ที่พนักงานกะดึกใช้ร่วมกัน
  • ห้องประชุมย่อยและห้องโค้ช ที่สลับคนใช้ตลอด

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับคอลเซ็นเตอร์

เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
  1. หูฟังส่งต่อข้ามกะโดยไม่เปลี่ยนฟองน้ำ — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: วิกฤต — มาตรการ: ให้หูฟังส่วนตัวหรือเปลี่ยนฟองน้ำทุกคน — ผู้รับผิดชอบ: ผู้จัดการฝ่ายไอที
  2. คีย์บอร์ดและเมาส์ไม่ได้เช็ดเมื่อเปลี่ยนกะ — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: สูง — มาตรการ: เช็ดทุกครั้งก่อนเริ่มกะด้วยน้ำยาที่ใช้กับอุปกรณ์ได้ — ผู้รับผิดชอบ: หัวหน้าทีม
  3. โซฟางีบและผ้าห่มใช้ร่วมกัน — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: ยกเลิกผ้าห่มส่วนกลางและเช็ดโซฟาหนังทุกวัน — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายอาคาร
  4. พนักงานกลัวขาดรายได้จึงมาทำงานทั้งที่มีผื่น — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: นโยบายลาป่วยและทำงานจากบ้านเมื่อทำได้ — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายบุคคล
  5. พื้นที่ทั้งชั้นไม่มีรอบฆ่าเชื้อ — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: พ่นฆ่าเชื้อทั้งชั้นตามรอบในช่วงคนน้อย — ผู้รับผิดชอบ: ผู้จัดการอาคาร

แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับคอลเซ็นเตอร์

  1. ให้หูฟังส่วนตัว หรือเปลี่ยนฟองน้ำทุกคน
  2. เช็ดคีย์บอร์ด เมาส์ และโต๊ะ ก่อนเริ่มกะ
  3. ยกเลิกผ้าห่มส่วนกลาง ในห้องพัก
  4. เช็ดโซฟาและเก้าอี้หนัง ทุกวัน
  5. เปิดให้ลาป่วยหรือทำงานจากบ้าน เมื่อมีอาการ
  6. พ่นฆ่าเชื้อทั้งชั้น ตามรอบ
  7. ตั้งจุดล้างมือ ทุกทางเข้า

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

ก่อนและหลัง

ก่อน: พนักงานต่างกะใช้หูฟังชุดเดียวกัน และโซฟางีบมีผ้าห่มส่วนกลางวางไว้
หลัง: คอลเซ็นเตอร์มีทะเบียนความเสี่ยง ให้หูฟังส่วนตัว เช็ดโต๊ะและอุปกรณ์ด้วย Chemgene HLD4H ทุกกะ และพ่นฆ่าเชื้อทั้งชั้นตามรอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ทำไมกรณีแอฟริกาใต้จึงน่าสนใจ? ตอบ: เพราะผู้ป่วยรายแรกไม่มีประวัติเดินทาง แปลว่าติดเชื้อภายในประเทศ ถาม: ใช้น้ำยาเช็ดคีย์บอร์ดได้ไหม? ตอบ: ได้ โดยเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำยาบิดหมาด ไม่ราดหรือพ่นตรงลงบนอุปกรณ์ไฟฟ้า ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: บริษัทขอใบกำกับภาษีได้ไหม? ตอบ: ได้ ออกใบกำกับภาษีและรองรับหัก ณ ที่จ่าย 3% โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

เรื่องจริงจากแอฟริกาใต้เตือนว่าผู้ป่วยอาจไม่มีประวัติเดินทางเลย คอลเซ็นเตอร์ที่พนักงานใช้อุปกรณ์ร่วมกันข้ามกะจึงควรประเมินความเสี่ยงและดูแลความสะอาดทุกวัน ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection สำหรับคอลเซ็นเตอร์ สำนักงานแบบฮอตเดสก์ และห้องพักพนักงาน และน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดคีย์บอร์ด เมาส์ หูฟัง และโต๊ะทำงาน

คำค้นหา: ฝีดาษลิง คอลเซ็นเตอร์, ฝีดาษลิง หูฟังใช้ร่วมกัน, ฮอตเดสก์, ประเมินความเสี่ยงสำนักงาน, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้