เรื่องจริงจากกาตาร์ปี 2565 พบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกก่อนประเทศเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับงานกีฬานานาชาติ
เรื่องจริง: ผู้ป่วยรายแรกในประเทศเจ้าภาพ
เดือนกรกฎาคม 2565 กระทรวงสาธารณสุขกาตาร์ประกาศ พบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของประเทศ ผู้ป่วยได้รับการแยกกักและดูแลตามมาตรการ ขณะที่เจ้าหน้าที่ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด
ช่วงเวลานั้นกาตาร์กำลังเตรียมเป็น เจ้าภาพฟุตบอลโลกปลายปี 2565 ซึ่งจะมีแฟนบอลจากหลายประเทศเดินทางเข้ามา เหตุการณ์นี้จึงเป็นตัวอย่างว่าประเทศที่จะจัดงานใหญ่ต้องคิดเรื่องโรคติดต่อตั้งแต่ก่อนวันงาน
บทเรียนสำคัญ: งานกีฬานานาชาติคือจุดที่คนหลายประเทศมาพบกัน
ไทยเป็นเจ้าภาพงานวิ่ง มวย ฟุตบอล และกีฬานานาชาติอยู่บ่อยครั้ง จุดที่ผู้จัดควรระวังคือ
- ห้องแต่งตัวนักกีฬา ที่ใช้ผ้าขนหนู ม้านั่ง และอุปกรณ์ร่วมกัน
- แฟนโซนและอัฒจันทร์ ที่คนยืนเบียดกันนานหลายชั่วโมง
- ห้องพยาบาลสนาม ที่รับคนเจ็บและคนไม่สบายจากหลายกลุ่ม
- ห้องน้ำสาธารณะในสนาม ที่มีผู้ใช้หลายพันคนต่อวัน
- รถรับส่งนักกีฬาและสื่อ ที่เบาะและราวจับถูกสัมผัสตลอดวัน
ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร
ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม
ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับงานกีฬานานาชาติ
เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
- ห้องแต่งตัวและผ้าขนหนูใช้ร่วมกัน — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: วิกฤต — มาตรการ: แจกผ้าขนหนูส่วนตัวและพ่นฆ่าเชื้อห้องแต่งตัวทุกวันแข่ง — ผู้รับผิดชอบ: ผู้จัดการสนาม
- นักกีฬาหรือทีมงานมีผื่นแต่ไม่แจ้ง — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: มีช่องทางแจ้งอาการแบบเป็นความลับและแพทย์สนามตรวจ — ผู้รับผิดชอบ: แพทย์ประจำงาน
- ห้องพยาบาลสนามไม่มีพื้นที่แยก — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: จัดมุมแยกผู้มีผื่นและเช็ดเตียงตรวจหลังผู้ป่วยทุกราย — ผู้รับผิดชอบ: หัวหน้าทีมพยาบาล
- ห้องน้ำสาธารณะทำความสะอาดไม่ทัน — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: สูง — มาตรการ: เพิ่มรอบเช็ดจุดสัมผัสทุก 1-2 ชั่วโมงระหว่างงาน — ผู้รับผิดชอบ: ผู้รับเหมาทำความสะอาด
- ไม่มีแผนสื่อสารเมื่อพบผู้ป่วย — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: เตรียมแผนประสานสาธารณสุขและข้อความสื่อสารล่วงหน้า — ผู้รับผิดชอบ: ผู้อำนวยการจัดงาน
แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับผู้จัดงานกีฬา
- พ่นฆ่าเชื้อสนามก่อนงาน ทั้งห้องแต่งตัว ห้องพยาบาล และห้องน้ำ
- ห้ามใช้ผ้าขนหนูร่วมกัน แจกแบบใช้ครั้งเดียวหรือแยกรายคน
- เช็ดม้านั่งและอุปกรณ์ ด้วยน้ำยาที่ได้มาตรฐานหลังแต่ละรอบ
- เพิ่มรอบทำความสะอาดห้องน้ำ ในวันที่มีผู้ชมมาก
- ตั้งจุดแจ้งอาการ ที่นักกีฬาและทีมงานเข้าถึงง่าย
- ฝึกทีมแพทย์สนาม ให้รู้จักผื่นฝีดาษลิงและขั้นตอนส่งต่อ
- พ่นฆ่าเชื้อหลังงาน ก่อนส่งคืนสถานที่
ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้
บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว
- ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
- กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
- ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
- มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
- มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
- ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ
น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H
ทีมงานใช้ Chemgene HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด
- ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
- ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
- ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้
ก่อนและหลัง
ก่อน: ผู้จัดงานเน้นความปลอดภัยด้านโครงสร้างและฝูงชน แต่ไม่มีแผนเรื่องโรคติดต่อทางผิวหนัง
หลัง: ผู้จัดงานมีทะเบียนความเสี่ยง พ่นฆ่าเชื้อก่อนและหลังงาน แยกผ้าขนหนูรายคน และเช็ดจุดสัมผัสด้วย Chemgene HLD4H ตามรอบ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: กาตาร์พบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกเมื่อไร? ตอบ: เดือนกรกฎาคม 2565 ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกปลายปีเดียวกัน ถาม: งานกีฬาควรพ่นฆ่าเชื้อเมื่อไร? ตอบ: ก่อนเปิดงาน ระหว่างวันแข่งในห้องแต่งตัวและห้องพยาบาล และหลังงานก่อนส่งคืนสถานที่ ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: ผู้จัดงานขอใบกำกับภาษีได้ไหม? ตอบ: ได้ ออกใบกำกับภาษีและรองรับหัก ณ ที่จ่าย 3% โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
บทความและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H
เรื่องจริงจากกาตาร์เตือนว่างานกีฬานานาชาติดึงคนจากหลายประเทศมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ผู้จัดที่ประเมินความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าจะปกป้องทั้งนักกีฬา ทีมงาน และผู้ชม ป้องกันได้ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection สำหรับสนามกีฬา ห้องแต่งตัว และแฟนโซน และน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดม้านั่ง อุปกรณ์กีฬา และเตียงห้องพยาบาล
คำค้นหา: ฝีดาษลิง งานกีฬา, ฝีดาษลิง สนามกีฬา, แฟนโซน, ประเมินความเสี่ยงงานกีฬา, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H