เรื่องจริงจากไต้หวันปี 2565 นักศึกษากลับจากเยอรมนีเป็นผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรก ผู้สัมผัส 3 คนเป็นบุคลากรการแพทย์ บทเรียนประเมินความเสี่ยงสำหรับการคัดกรองที่ห้องฉุกเฉิน
เรื่องจริง: ผู้สัมผัสส่วนใหญ่คือบุคลากรการแพทย์
เมื่อเดือนมิถุนายน 2565 ศูนย์ควบคุมโรคไต้หวันยืนยัน ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรก เป็น ชายที่เดินทางกลับจากการเรียนที่เยอรมนี และเริ่มมีอาการราว 4 วันหลังกลับถึงไต้หวัน เจ้าหน้าที่ระบุ ผู้สัมผัส 5 คน เป็นบุคลากรการแพทย์ 3 คน และญาติ 2 คน ซึ่งแสดงว่าเมื่อผู้ป่วยเดินเข้ามารับการรักษา บุคลากรการแพทย์คือกลุ่มแรกที่สัมผัส
บทเรียนสำคัญ: ห้องฉุกเฉินต้องคัดกรองตั้งแต่ประตูแรก
ผู้ป่วยที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศและมีไข้หรือผื่นมักเดินเข้าห้องฉุกเฉินหรือแผนกผู้ป่วยนอก จุดที่โรงพยาบาลควรดูแลคือ:
- จุดคัดกรองหน้าห้องฉุกเฉิน ที่ต้องถามประวัติการเดินทาง
- เตียงตรวจและเปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ที่ใช้หมุนเวียน
- ห้องแยกสำหรับผู้ป่วยที่มีผื่นไม่ทราบสาเหตุ
- อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ของแพทย์และพยาบาล
- พื้นที่นั่งรอ ที่ผู้ป่วยหลายกลุ่มนั่งร่วมกัน
ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร
ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม
ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับห้องฉุกเฉินและจุดคัดกรองโรงพยาบาล
เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
- ไม่ถามประวัติการเดินทางและอาการผื่นตอนคัดกรอง — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: เพิ่มคำถามคัดกรองเรื่องการเดินทาง ผื่น และตุ่ม — ผู้รับผิดชอบ: พยาบาลคัดกรอง
- บุคลากรตรวจผื่นโดยไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกันครบ — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: ใส่ถุงมือ เสื้อกาวน์ และหน้ากากทุกครั้งที่ตรวจผื่นไม่ทราบสาเหตุ — ผู้รับผิดชอบ: หัวหน้าห้องฉุกเฉิน
- เตียงตรวจและเปลใช้ต่อโดยไม่เช็ด — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: วิกฤต — มาตรการ: เช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและเปลี่ยนผ้าปูทุกครั้ง — ผู้รับผิดชอบ: ผู้ช่วยพยาบาล
- ผู้ป่วยสงสัยนั่งรอปะปนกับผู้ป่วยอื่น — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: จัดพื้นที่รอแยกหรือห้องแยกชั่วคราว — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายบริหารพยาบาล
- ห้องตรวจไม่ถูกฆ่าเชื้อหลังยืนยันผล — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: เช็ดทันทีและพ่นฆ่าเชื้อตามรอบ — ผู้รับผิดชอบ: คณะกรรมการป้องกันการติดเชื้อ
แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับห้องฉุกเฉิน
- ถามประวัติการเดินทาง และอาการผื่นตั้งแต่จุดคัดกรอง
- แยกผู้ป่วยสงสัย เข้าพื้นที่รอหรือห้องแยก
- ใส่อุปกรณ์ป้องกัน ทุกครั้งที่ตรวจผื่นไม่ทราบสาเหตุ
- เช็ดเตียงและเปล ทุกครั้งหลังใช้
- บันทึกผู้สัมผัส ทั้งบุคลากรและญาติ
- พ่นฆ่าเชื้อห้องตรวจ หลังพบผู้ป่วยยืนยัน
- ซ้อมแผน คัดกรองและแจ้งสายด่วน 1422 อย่างสม่ำเสมอ
ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้
[บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection]({SERVICE}) ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว
- ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
- กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
- ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
- มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
- มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
- ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ
น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H
ทีมงานใช้ [Chemgene HLD4H]({PRODUCT}) ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด
- ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
- ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
- ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้
ก่อนและหลัง
ก่อน: ห้องฉุกเฉินไม่ถามประวัติการเดินทาง ผู้ป่วยสงสัยนั่งรอปะปน และเตียงตรวจใช้ต่อทันที
หลัง: ห้องฉุกเฉินมีทะเบียนความเสี่ยง คำถามคัดกรองครบ พื้นที่รอแยก เช็ดเตียงด้วย Chemgene HLD4H ทุกครั้ง และพ่นฆ่าเชื้อตามรอบ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ผู้ป่วยรายแรกของไต้หวันมีผู้สัมผัสกี่คน? ตอบ: 5 คน เป็นบุคลากรการแพทย์ 3 คนและญาติ 2 คน ถาม: ทำไมบุคลากรการแพทย์เป็นผู้สัมผัสกลุ่มใหญ่? ตอบ: เพราะผู้ป่วยเดินเข้ามารับการรักษาก่อนได้รับการวินิจฉัย การคัดกรองตั้งแต่ประตูแรกจึงสำคัญ ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: โรงพยาบาลขอใบกำกับภาษีได้ไหม? ตอบ: ได้ ออกใบกำกับภาษีและรองรับหัก ณ ที่จ่าย 3% โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
บทความและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H
เรื่องจริงจากไต้หวันแสดงว่าบุคลากรการแพทย์คือกลุ่มแรกที่สัมผัสผู้ป่วย ห้องฉุกเฉินที่คัดกรองดีและสะอาดอย่างเป็นระบบจะปกป้องทั้งบุคลากรและผู้ป่วยคนอื่น ป้องกันได้ด้วย[บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection]({SERVICE}) สำหรับห้องฉุกเฉิน ห้องตรวจ และพื้นที่รอ และ[น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H]({PRODUCT}) สำหรับเช็ดเตียงตรวจและเปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทุกครั้ง
คำค้นหา: ฝีดาษลิง ห้องฉุกเฉิน, ฝีดาษลิง บุคลากรการแพทย์, คัดกรองผู้ป่วย, ประเมินความเสี่ยงโรงพยาบาล, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H