เรื่องจริงจากสหราชอาณาจักรปี 2567 ผู้ป่วยฝีดาษลิงสายพันธุ์ Ib รายแรกในลอนดอนกลับจากแอฟริกา แล้วพบเพิ่มอีก 3 รายในบ้านเดียวกัน บทเรียนประเมินความเสี่ยงเรื่องกระเป๋าเดินทางและผ้าหลังกลับจากทริปสำหรับครอบครัว

Last updated: 6 พ.ย. 2569  |  8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องจริงจากสหราชอาณาจักรปี 2567 ผู้ป่วยฝีดาษลิงสายพันธุ์ Ib รายแรกในลอนดอนกลับจากแอฟริกา แล้วพบเพิ่มอีก 3 รายในบ้านเดียวกัน บทเรียนประเมินความเสี่ยงเรื่องกระเป๋าเดินทางและผ้าหลังกลับจากทริปสำหรับครอบครัว

เรื่องจริงจากสหราชอาณาจักรปี 2567 ผู้ป่วยฝีดาษลิงสายพันธุ์ Ib รายแรกในลอนดอนกลับจากแอฟริกา แล้วพบเพิ่มอีก 3 รายในบ้านเดียวกัน บทเรียนประเมินความเสี่ยงเรื่องกระเป๋าเดินทางและผ้าหลังกลับจากทริปสำหรับครอบครัว

เรื่องจริง: จากผู้เดินทางหนึ่งคนสู่ผู้ติดเชื้อในบ้านเดียวกัน

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 หน่วยงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) ประกาศพบ ผู้ป่วยฝีดาษลิงสายพันธุ์ Ib รายแรกของประเทศในลอนดอน ซึ่งเพิ่ง เดินทางกลับจากแอฟริกา โดย UKHSA ระบุว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไป ยังอยู่ในระดับต่ำ ต่อมาในต้นเดือนพฤศจิกายน 2567 UKHSA ยืนยัน ผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3 รายซึ่งอยู่บ้านเดียวกันกับผู้ป่วยรายแรก ทำให้เห็นว่าบ้านคือสถานที่ที่การสัมผัสใกล้ชิดเกิดขึ้นมากที่สุด

บทเรียนสำคัญ: บ้านคือจุดที่ต้องจัดการหลังกลับจากทริป

เมื่อสมาชิกในครอบครัวกลับจากเดินทาง สิ่งของจากทริปเข้ามาอยู่ในบ้านทันที จุดที่ควรดูแลคือ:

  • กระเป๋าเดินทางและของที่ใช้ระหว่างทริป ที่ถูกวางบนเตียงหรือโซฟา
  • เสื้อผ้า ผ้าขนหนู และผ้าปูที่นอน จากโรงแรมหรือที่พัก
  • ห้องนอนและห้องน้ำ ที่สมาชิกในบ้านใช้ร่วมกัน
  • เด็กเล็กและผู้สูงอายุ ที่ใกล้ชิดกับผู้เดินทาง
  • ตะกร้าผ้าและเครื่องซักผ้า ที่ใช้ร่วมกันทั้งบ้าน

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) สำหรับครอบครัวหลังกลับจากเดินทาง

เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
  1. ผู้เดินทางมีผื่นหรือไข้แต่ยังใช้ห้องนอนและห้องน้ำร่วมกับครอบครัว — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: แยกห้องและแยกของใช้ทันทีเมื่อมีอาการ และปรึกษาแพทย์ — ผู้รับผิดชอบ: ผู้เดินทาง
  2. เสื้อผ้าและผ้าจากทริปปะปนกับผ้าของคนในบ้าน — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: วิกฤต — มาตรการ: แยกซักด้วยน้ำร้อนและไม่สะบัดผ้าก่อนซัก — ผู้รับผิดชอบ: ผู้ดูแลบ้าน
  3. กระเป๋าเดินทางวางบนเตียงหรือโซฟา — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: วางกระเป๋าในจุดเฉพาะและเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ — ผู้รับผิดชอบ: ผู้เดินทาง
  4. เด็กเล็กหรือผู้สูงอายุใกล้ชิดผู้ที่มีอาการ — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: จำกัดการสัมผัสใกล้ชิดจนกว่าแพทย์ประเมิน — ผู้รับผิดชอบ: ผู้ปกครอง
  5. บ้านไม่ได้ทำความสะอาดหลังพบผู้ป่วย — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: เช็ดพื้นผิวสัมผัสและพ่นฆ่าเชื้อบ้าน — ผู้รับผิดชอบ: เจ้าของบ้าน

แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับครอบครัวหลังกลับจากทริป

  1. วางกระเป๋าในจุดเฉพาะ ไม่วางบนเตียงหรือโซฟา
  2. แยกซักเสื้อผ้าจากทริป ด้วยน้ำร้อนและผงซักฟอก
  3. ไม่สะบัดผ้า ก่อนนำเข้าเครื่องซักผ้า
  4. เช็ดกระเป๋าและของใช้ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  5. สังเกตอาการ ผื่น ตุ่ม ไข้ และต่อมน้ำเหลืองโตหลังกลับ
  6. แยกห้องและของใช้ ทันทีเมื่อมีอาการ และแจ้งสายด่วน 1422
  7. พ่นฆ่าเชื้อบ้าน เมื่อพบผู้ป่วยในบ้าน

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

[บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection]({SERVICE}) ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ [Chemgene HLD4H]({PRODUCT}) ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

ก่อนและหลัง

ก่อน: ครอบครัวเปิดกระเป๋าบนเตียง ซักผ้าจากทริปรวมกับผ้าทั้งบ้าน และใช้ห้องน้ำร่วมกันแม้ผู้เดินทางมีอาการ
หลัง: ครอบครัวมีรายการตรวจหลังกลับจากทริป แยกซักผ้า เช็ดกระเป๋าด้วย Chemgene HLD4H แยกห้องเมื่อมีอาการ และพ่นฆ่าเชื้อบ้านเมื่อจำเป็น

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ผู้ป่วยในลอนดอนติดเชื้อกันในบ้านได้อย่างไร? ตอบ: UKHSA พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 3 รายที่อยู่บ้านเดียวกันกับผู้ป่วยรายแรก ซึ่งสะท้อนการสัมผัสใกล้ชิดในบ้าน ถาม: ควรซักผ้าจากทริปอย่างไร? ตอบ: แยกซักด้วยน้ำร้อนและผงซักฟอก ไม่สะบัดผ้าก่อนซัก และล้างมือหลังจับผ้า ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: ขอใบเสนอราคาพ่นฆ่าเชื้อบ้านได้ไหม? ตอบ: ได้ ออกใบกำกับภาษีและรองรับหัก ณ ที่จ่าย 3% โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

บทความและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

เรื่องจริงจากลอนดอนแสดงว่าบ้านคือที่ที่การสัมผัสใกล้ชิดเกิดขึ้นมากที่สุด ครอบครัวที่จัดการของจากทริปอย่างเป็นระบบจะปกป้องทุกคนในบ้านได้ดีกว่า ป้องกันได้ด้วย[บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection]({SERVICE}) สำหรับบ้านและคอนโดหลังพบผู้ป่วย และ[น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H]({PRODUCT}) สำหรับเช็ดกระเป๋าเดินทางและพื้นผิวสัมผัสในบ้าน

คำค้นหา: ฝีดาษลิง หลังเดินทาง, ฝีดาษลิง ในบ้าน, ซักผ้าหลังเดินทาง, ประเมินความเสี่ยงครอบครัว, บริการพ่นฆ่าเชื้อบ้าน, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้