เรื่องจริงจากแอฟริกาปี 2567 Africa CDC ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขครั้งแรกของทวีปจากฝีดาษลิง บทเรียนประเมินความเสี่ยงความต่อเนื่องทางธุรกิจสำหรับบริษัทไทยที่ทำงานในแอฟริกา
เรื่องจริง: ภาวะฉุกเฉินระดับทวีปครั้งแรก
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแอฟริกา (Africa CDC) ประกาศให้ฝีดาษลิงเป็น ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของทวีป (Public Health Emergency of Continental Security) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้ง ข้อมูลในขณะนั้นระบุว่าปีนั้นมี ผู้ป่วยกว่า 15,000 ราย และเสียชีวิต 461 ราย และจำนวนผู้ป่วย เพิ่มขึ้นราว 160% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการระบาดกระจายไปหลายประเทศในทวีป
บทเรียนสำคัญ: ประกาศฉุกเฉินคือสัญญาณให้ทบทวนแผนธุรกิจ
บริษัทไทยหลายแห่งมีโครงการก่อสร้าง เหมือง เกษตร หรือการค้ากับประเทศในแอฟริกา เมื่อมีประกาศระดับนี้ สิ่งที่ต้องทบทวนคือ:
- พนักงานไทยที่ประจำการหรือเดินทางไปแอฟริกา และครอบครัว
- ที่พัก แคมป์ และสำนักงานในพื้นที่ ที่คนจำนวนมากใช้ร่วมกัน
- การเดินทางกลับไทย และการเฝ้าระวังอาการหลังกลับ
- สำนักงานใหญ่ในไทย ที่พนักงานกลับมาทำงาน
- แผนสำรองหากโครงการต้องหยุดชั่วคราว
ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร
ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม
ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) ความต่อเนื่องทางธุรกิจสำหรับบริษัทไทยในแอฟริกา
เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
- พนักงานในพื้นที่ระบาดติดเชื้อและต้องแยกตัว ทำให้งานหยุด — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: วางแผนทีมสำรองและงานที่ทำทางไกลได้ — ผู้รับผิดชอบ: ผู้จัดการโครงการ
- ที่พักและแคมป์ในพื้นที่ใช้ห้องน้ำและเครื่องนอนร่วมกัน — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: วิกฤต — มาตรการ: ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามรอบ แยกเครื่องนอนรายบุคคล — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายบริหารแคมป์
- พนักงานกลับไทยโดยไม่มีการเฝ้าระวังอาการ — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: ให้เฝ้าระวังอาการหลังกลับและแจ้งฝ่ายบุคคลหากมีผื่นหรือไข้ — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายบุคคล
- สำนักงานใหญ่ไม่มีแผนเมื่อพบผู้ป่วยสงสัย — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: มีแผนแยกตัว ส่งต่อ และพ่นฆ่าเชื้อฉุกเฉิน — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายอาคาร
- ข้อมูลข่าวลือทำให้พนักงานตื่นตระหนก — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: สื่อสารจากแหล่งทางการอย่างสม่ำเสมอ — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายสื่อสารองค์กร
แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับบริษัทไทยที่ทำงานในแอฟริกา
- ติดตามประกาศจาก Africa CDC และ WHO อย่างสม่ำเสมอ
- ทบทวนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ และทีมสำรอง
- ดูแลความสะอาดแคมป์และที่พัก ตามรอบ
- ให้ความรู้พนักงาน เรื่องอาการและการป้องกัน
- วางแผนเฝ้าระวังอาการ ของพนักงานที่กลับไทย
- พ่นฆ่าเชื้อสำนักงานใหญ่ ตามรอบและเมื่อพบผู้ป่วยสงสัย
- ปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทาง ก่อนส่งพนักงานไปพื้นที่ระบาด
ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้
[บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection]({SERVICE}) ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว
- ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
- กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
- ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
- มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
- มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
- ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ
น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H
ทีมงานใช้ [Chemgene HLD4H]({PRODUCT}) ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด
- ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
- ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
- ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้
ก่อนและหลัง
ก่อน: บริษัทส่งพนักงานไปแอฟริกาโดยไม่มีแผนรองรับการระบาด และไม่มีการเฝ้าระวังอาการหลังกลับ
หลัง: บริษัทมีทะเบียนความเสี่ยง ทีมสำรอง แผนเฝ้าระวังอาการ เช็ดจุดสัมผัสด้วย Chemgene HLD4H และพ่นฆ่าเชื้อสำนักงานตามรอบ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: Africa CDC เคยประกาศภาวะฉุกเฉินระดับทวีปมาก่อนหรือไม่? ตอบ: การประกาศเรื่องฝีดาษลิงเมื่อ 13 สิงหาคม 2567 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้ง ถาม: บริษัทควรหยุดส่งพนักงานไปแอฟริกาหรือไม่? ตอบ: ควรประเมินตามพื้นที่และคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข พร้อมปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทาง ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: สำนักงานใหญ่ขอใบเสนอราคาพ่นฆ่าเชื้อได้ไหม? ตอบ: ได้ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
บทความและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H
เรื่องจริงจากแอฟริกาแสดงว่าการระบาดในต่างประเทศส่งผลถึงธุรกิจไทยได้จริง บริษัทที่ประเมินความเสี่ยงและเตรียมแผนไว้ก่อนจะดำเนินธุรกิจต่อได้อย่างมั่นใจ ป้องกันได้ด้วย[บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection]({SERVICE}) สำหรับสำนักงานใหญ่และพื้นที่ที่พนักงานกลับมาทำงาน และ[น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H]({PRODUCT}) สำหรับเช็ดจุดสัมผัสร่วมทุกวัน
คำค้นหา: ฝีดาษลิง แอฟริกา, ฝีดาษลิง บริษัทไทยในต่างประเทศ, ความต่อเนื่องทางธุรกิจ, ประเมินความเสี่ยงพนักงานต่างประเทศ, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H