เรื่องจริงจากแอฟริกาปี 2567 Africa CDC ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขครั้งแรกของทวีปจากฝีดาษลิง บทเรียนประเมินความเสี่ยงความต่อเนื่องทางธุรกิจสำหรับบริษัทไทยที่ทำงานในแอฟริกา

Last updated: 6 พ.ย. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องจริงจากแอฟริกาปี 2567 Africa CDC ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขครั้งแรกของทวีปจากฝีดาษลิง บทเรียนประเมินความเสี่ยงความต่อเนื่องทางธุรกิจสำหรับบริษัทไทยที่ทำงานในแอฟริกา

เรื่องจริงจากแอฟริกาปี 2567 Africa CDC ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขครั้งแรกของทวีปจากฝีดาษลิง บทเรียนประเมินความเสี่ยงความต่อเนื่องทางธุรกิจสำหรับบริษัทไทยที่ทำงานในแอฟริกา

เรื่องจริง: ภาวะฉุกเฉินระดับทวีปครั้งแรก

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแอฟริกา (Africa CDC) ประกาศให้ฝีดาษลิงเป็น ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของทวีป (Public Health Emergency of Continental Security) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้ง ข้อมูลในขณะนั้นระบุว่าปีนั้นมี ผู้ป่วยกว่า 15,000 ราย และเสียชีวิต 461 ราย และจำนวนผู้ป่วย เพิ่มขึ้นราว 160% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการระบาดกระจายไปหลายประเทศในทวีป

บทเรียนสำคัญ: ประกาศฉุกเฉินคือสัญญาณให้ทบทวนแผนธุรกิจ

บริษัทไทยหลายแห่งมีโครงการก่อสร้าง เหมือง เกษตร หรือการค้ากับประเทศในแอฟริกา เมื่อมีประกาศระดับนี้ สิ่งที่ต้องทบทวนคือ:

  • พนักงานไทยที่ประจำการหรือเดินทางไปแอฟริกา และครอบครัว
  • ที่พัก แคมป์ และสำนักงานในพื้นที่ ที่คนจำนวนมากใช้ร่วมกัน
  • การเดินทางกลับไทย และการเฝ้าระวังอาการหลังกลับ
  • สำนักงานใหญ่ในไทย ที่พนักงานกลับมาทำงาน
  • แผนสำรองหากโครงการต้องหยุดชั่วคราว

ฝีดาษลิงติดต่ออย่างไร

ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ฝีดาษลิงติดต่อหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผิวหนังหรือแผลของผู้ติดเชื้อ และอาจติดผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน และผ้าขนหนู เชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

ประเมินความเสี่ยง (Risk Register) ความต่อเนื่องทางธุรกิจสำหรับบริษัทไทยในแอฟริกา

เกณฑ์ประเมิน: โอกาสเกิดสูง × ผลกระทบสูง = วิกฤต / โอกาสปานกลาง × ผลกระทบสูง = สูง / โอกาสต่ำ × ผลกระทบสูง = ปานกลาง
  1. พนักงานในพื้นที่ระบาดติดเชื้อและต้องแยกตัว ทำให้งานหยุด — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: วางแผนทีมสำรองและงานที่ทำทางไกลได้ — ผู้รับผิดชอบ: ผู้จัดการโครงการ
  2. ที่พักและแคมป์ในพื้นที่ใช้ห้องน้ำและเครื่องนอนร่วมกัน — โอกาสเกิด: สูง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: วิกฤต — มาตรการ: ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามรอบ แยกเครื่องนอนรายบุคคล — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายบริหารแคมป์
  3. พนักงานกลับไทยโดยไม่มีการเฝ้าระวังอาการ — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: สูง — มาตรการ: ให้เฝ้าระวังอาการหลังกลับและแจ้งฝ่ายบุคคลหากมีผื่นหรือไข้ — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายบุคคล
  4. สำนักงานใหญ่ไม่มีแผนเมื่อพบผู้ป่วยสงสัย — โอกาสเกิด: ต่ำ / ผลกระทบ: สูง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: มีแผนแยกตัว ส่งต่อ และพ่นฆ่าเชื้อฉุกเฉิน — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายอาคาร
  5. ข้อมูลข่าวลือทำให้พนักงานตื่นตระหนก — โอกาสเกิด: ปานกลาง / ผลกระทบ: ปานกลาง / ระดับ: ปานกลาง — มาตรการ: สื่อสารจากแหล่งทางการอย่างสม่ำเสมอ — ผู้รับผิดชอบ: ฝ่ายสื่อสารองค์กร

แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับบริษัทไทยที่ทำงานในแอฟริกา

  1. ติดตามประกาศจาก Africa CDC และ WHO อย่างสม่ำเสมอ
  2. ทบทวนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ และทีมสำรอง
  3. ดูแลความสะอาดแคมป์และที่พัก ตามรอบ
  4. ให้ความรู้พนักงาน เรื่องอาการและการป้องกัน
  5. วางแผนเฝ้าระวังอาการ ของพนักงานที่กลับไทย
  6. พ่นฆ่าเชื้อสำนักงานใหญ่ ตามรอบและเมื่อพบผู้ป่วยสงสัย
  7. ปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทาง ก่อนส่งพนักงานไปพื้นที่ระบาด

ทำไมการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV จึงช่วยได้

[บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection]({SERVICE}) ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ผ้าม่าน เบาะ และพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ไม่ทั่ว

  • ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งการเช็ดทีละจุด
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีหลังพ่น
  • ทีมงานสวมชุดป้องกันครบ ผู้ประกอบการและพนักงานไม่ต้องเสี่ยงทำเอง
  • มีรายงานและภาพถ่ายหลังงาน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือหน่วยงานได้
  • มีใบกำกับภาษีและหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับนิติบุคคลและหน่วยงาน
  • ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน โรงแรม และอาคารสาธารณะ

น้ำยาที่ใช้: Chemgene HLD4H

ทีมงานใช้ [Chemgene HLD4H]({PRODUCT}) ซึ่งตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับการทำลายไวรัส ใช้ในโรงพยาบาลของ NHS ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล เราไม่กล่าวอ้างว่า Chemgene ผ่านการทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เมื่อใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ผู้ผลิตกำหนด

  • ไม่มีกลิ่นฉุนแบบสารฟอกขาว
  • ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย ทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์ ลูกบิด และอุปกรณ์
  • ซื้อไว้ใช้เองเพื่อเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในทุกวันได้

ก่อนและหลัง

ก่อน: บริษัทส่งพนักงานไปแอฟริกาโดยไม่มีแผนรองรับการระบาด และไม่มีการเฝ้าระวังอาการหลังกลับ
หลัง: บริษัทมีทะเบียนความเสี่ยง ทีมสำรอง แผนเฝ้าระวังอาการ เช็ดจุดสัมผัสด้วย Chemgene HLD4H และพ่นฆ่าเชื้อสำนักงานตามรอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: Africa CDC เคยประกาศภาวะฉุกเฉินระดับทวีปมาก่อนหรือไม่? ตอบ: การประกาศเรื่องฝีดาษลิงเมื่อ 13 สิงหาคม 2567 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้ง ถาม: บริษัทควรหยุดส่งพนักงานไปแอฟริกาหรือไม่? ตอบ: ควรประเมินตามพื้นที่และคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข พร้อมปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทาง ถาม: Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อฝีดาษลิงได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้อ้างว่าทดสอบกับเชื้อฝีดาษลิงโดยตรง แต่ผ่านมาตรฐาน EN 14476 สำหรับไวรัส และเชื้อฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ถาม: สำนักงานใหญ่ขอใบเสนอราคาพ่นฆ่าเชื้อได้ไหม? ตอบ: ได้ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

บทความและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ป้องกันด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและ Chemgene HLD4H

เรื่องจริงจากแอฟริกาแสดงว่าการระบาดในต่างประเทศส่งผลถึงธุรกิจไทยได้จริง บริษัทที่ประเมินความเสี่ยงและเตรียมแผนไว้ก่อนจะดำเนินธุรกิจต่อได้อย่างมั่นใจ ป้องกันได้ด้วย[บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection]({SERVICE}) สำหรับสำนักงานใหญ่และพื้นที่ที่พนักงานกลับมาทำงาน และ[น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H]({PRODUCT}) สำหรับเช็ดจุดสัมผัสร่วมทุกวัน

คำค้นหา: ฝีดาษลิง แอฟริกา, ฝีดาษลิง บริษัทไทยในต่างประเทศ, ความต่อเนื่องทางธุรกิจ, ประเมินความเสี่ยงพนักงานต่างประเทศ, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้