Last updated: 5 พ.ย. 2569 | 7 จำนวนผู้เข้าชม |
บ้านไม้สักสามชั่วอายุคนในอำเภอเมืองลำปาง ห้องใต้หลังคา 18 ตารางเมตรที่ไม่มีใครขึ้นไปอย่างจริงจังมาสิบสี่ปี ที่นอนสำรอง 7 ผืน หมอนนุ่น 19 ใบ กล่องเก็บของ 34 ใบ และเจ็ดเดือนที่คุณหมอไล่ตามยาหอบหืด ก่อนที่บริการกำจัดไรฝุ่นเพียงวันเดียวจะชี้ให้ทุกคนเห็นว่าต้นเหตุอยู่ใต้หลังคาบ้านตัวเองมาตลอด
ตีสองสิบนาที ในบ้านไม้สักสองชั้นใต้ถุนสูงหลังหนึ่งในตำบลสวนดอก อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง จันทร์เพ็ญ อินต๊ะวงศ์ อายุ 49 ปี ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงที่เธอได้ยินมาสองเดือนกว่าแล้ว เป็นเสียงไอแห้งที่ไล่กันมาเป็นชุด ห้าหกครั้งติด เว้นไปครึ่งนาที แล้วเริ่มใหม่ เสียงนั้นลอดลงมาจากเพดานไม้เหนือหัวเตียงของเธอพอดี เพราะเหนือห้องนอนของเธอขึ้นไปคือห้องใต้หลังคา และในห้องใต้หลังคานั้นมีลูกชายคนโตของเธอนอนอยู่
ณัฐวุฒิ อินต๊ะวงศ์ หรือที่ทุกคนในบ้านเรียกว่านัท อายุ 19 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งห่างจากบ้านไปหกกิโลเมตรครึ่ง เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2568 เขาเป็นคนเสนอกับพ่อแม่เองว่าจะย้ายขึ้นไปอยู่ห้องใต้หลังคา เหตุผลของเขาตรงไปตรงมาแบบที่พ่อแม่เถียงไม่ออก คือถ้าไม่ต้องเช่าหอพักเดือนละ 3,200 บาท เงินก้อนนั้นจะเหลือเป็นค่าหนังสือและค่าอุปกรณ์เขียนแบบได้ทั้งปี
คืนนั้นจันทร์เพ็ญขึ้นบันไดไม้ชันสิบเอ็ดขั้นไปยังช่องเปิดบนฝ้า เมื่อดันฝาไม้ขึ้นแล้วโผล่หัวเข้าไป สิ่งแรกที่เธอรู้สึกคืออากาศ ไม่ใช่กลิ่นเหม็น แต่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของห้องที่ปิดมานาน กลิ่นไม้เก่า กลิ่นกระดาษ กลิ่นผ้าที่เก็บไว้นาน และความอุ่นที่ยังไม่คลายจากแดดบ่าย นัทนั่งอยู่บนที่นอนตรงกลางห้อง หลังงอ มือกดหน้าอก เหงื่อออกที่หน้าผากทั้งที่พัดลมตั้งพื้นเปิดอยู่เบอร์สาม เขาพูดกับแม่ได้แค่สามคำแล้วต้องหยุดหายใจ
สมพงษ์ อินต๊ะวงศ์ พ่อของนัท อายุ 52 ปี ครูโรงเรียนมัธยมในอำเภอเดียวกัน ขับรถกระบะพาลูกไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลประจำจังหวัดตอนตีสามสี่สิบ แพทย์ให้พ่นยาขยายหลอดลม ฟังปอด แล้วบันทึกว่าเป็นภาวะหลอดลมไวเกินร่วมกับสงสัยโรคหอบหืด พร้อมสั่งยาพ่นชนิดควบคุมอาการกลับบ้าน นัทอายุ 19 ปี เล่นฟุตบอลสัปดาห์ละสองครั้งมาตั้งแต่มัธยมต้น และไม่เคยถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคหอบหืดมาก่อนเลยในชีวิต
สิ่งที่ไม่มีใครในห้องฉุกเฉินคืนนั้นถาม และเป็นคำถามที่จะจบเรื่องนี้ได้เร็วกว่าเจ็ดเดือน คือคำถามง่าย ๆ ว่าเด็กคนนี้ย้ายห้องนอนเมื่อไหร่
บ้านหลังนี้สร้างเมื่อปี 2506 โดยปู่ของนัท เป็นบ้านไม้สักสองชั้นใต้ถุนสูงตามแบบที่นิยมในภาคเหนือยุคนั้น หลังคาทรงจั่วมุงกระเบื้องว่าวดินเผา มีช่องลมไม้ฉลุอยู่ที่หน้าจั่วทั้งสองด้าน และมีห้องใต้หลังคาขนาดราว 18 ตารางเมตรซ่อนอยู่ระหว่างฝ้าไม้กับโครงหลังคา เดิมปู่ทำไว้เป็นห้องเก็บของและที่นอนสำรองเวลาญาติมาพักค้าง ตลอดหกสิบสามปีมันทำหน้าที่อย่างหลังเป็นหลัก เมื่อทีมงานเข้าไปทำบัญชีของทั้งห้องในภายหลัง รายการที่จดออกมาได้มีดังนี้
นัทเคลียร์พื้นที่กลางห้องออกได้ประมาณ 6 ตารางเมตร วางที่นอนฟองน้ำผืนที่ดูใหม่ที่สุดจากกองเจ็ดผืนลงกับพื้นไม้ ตั้งโต๊ะเขียนแบบพับได้ พัดลมตั้งพื้น และปลั๊กพ่วง แล้วย้ายขึ้นไปนอนในเย็นวันที่ 12 พฤษภาคม 2568 ของอีก 12 ตารางเมตรที่เหลือยังอยู่ที่เดิมทุกชิ้น
ครอบครัวนี้ไม่ได้ทำอะไรผิดปกติเลยแม้แต่ข้อเดียว ทุกบ้านที่มีคนอยู่หลายรุ่นก็ทำแบบนี้ เก็บของที่ยังไม่ได้ทิ้ง เก็บที่นอนไว้รับญาติ เก็บผ้าที่ยังใช้ได้ไว้บนที่สูงที่สุดของบ้าน สิ่งที่ไม่มีใครรู้คือกองของทั้งหมดนั้นไม่ได้นอนเฉย ๆ
ไรฝุ่นไม่ใช่แมลง แต่เป็นสัตว์ในกลุ่มแมง มีแปดขา ลำตัวกลม สีขาวขุ่น ขนาดเพียง 0.1 ถึง 0.3 มิลลิเมตร จึงมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นเลย มันอาศัยอยู่ในที่อับชื้นและมืด และเกาะอยู่ตามเส้นใยของที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าม่าน และเฟอร์นิเจอร์บุผ้า ถ้าเขียนรายการสภาพแวดล้อมในฝันของไรฝุ่นขึ้นมาหนึ่งหน้า สิ่งที่ได้จะออกมาเป็นห้องใต้หลังคาของบ้านอินต๊ะวงศ์เกือบทุกบรรทัด
ใต้หลังคากระเบื้องดินเผาที่ไม่มีแผ่นฉนวนกันความร้อน อุณหภูมิในห้องช่วงบ่ายเดือนเมษายนวัดได้สูงถึง 41 องศาเซลเซียส และตกลงมาเหลือราว 22 องศาในช่วงตีสี่ ความต่างสิบเก้าองศาในรอบวันเดียวหมายถึงการกลั่นตัวของไอน้ำบนผิวไม้และผิวผ้าทุกคืน นี่คือกลไกที่ทำให้กองผ้าอับชื้นได้เองแม้ฝนไม่ตกเข้ามาเลยแม้แต่หยดเดียว เมื่อวัดความชื้นสัมพัทธ์ในกองที่นอนเจ็ดผืนนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตัวเลขอยู่ระหว่าง 76 ถึง 84 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ห้องนอนชั้นล่างของบ้านหลังเดียวกันวัดได้ 63 เปอร์เซ็นต์
ปู่ของนัทออกแบบช่องลมไม้ฉลุที่หน้าจั่วทั้งสองด้านไว้ถูกต้องตามหลักบ้านไม้ภาคเหนือ คือให้ลมร้อนที่ลอยขึ้นระบายออกทางหน้าจั่วได้เอง แต่ในปี 2568 ช่องลมด้านทิศตะวันออกมีลังพลาสติกวางซ้อนกันสามชั้นบังอยู่ และช่องลมด้านทิศตะวันตกมีกองที่นอนเจ็ดผืนกับม้วนพรมสามผืนตั้งพิงอยู่ ระบบระบายอากาศที่ออกแบบมาดีแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย ถ้ามีคนเอาของไปวางขวางทางลมไว้สิบสี่ปี
ที่นอนนุ่นและหมอนนุ่นเป็นของดีที่คนรุ่นก่อนเลือกด้วยเหตุผลที่ถูกต้องในสมัยนั้น คือนุ่นเบา ระบายอากาศดีกว่าฟองน้ำ และหาได้ในท้องถิ่น แต่คุณสมบัติเดียวกันทำให้เนื้อนุ่นเป็นโครงสร้างที่มีช่องอากาศเล็ก ๆ นับล้านช่อง แต่ละช่องอุ้มความชื้นได้ และเป็นที่ที่สะเก็ดผิวหนังของคนหลุดลงไปสะสมได้ เมื่อนุ่นอยู่ในที่ที่มีความชื้น 80 เปอร์เซ็นต์ ในความมืด และไม่ถูกเคลื่อนย้ายเลยเป็นสิบปี ผลลัพธ์คือแหล่งเพาะไรฝุ่นที่หนาแน่นที่สุดที่เป็นไปได้ในบ้านหลังหนึ่ง
ไรฝุ่นไม่กัดคน และไม่ได้เป็นพาหะนำโรคแบบยุง ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่มูลของมัน ในมูลไรฝุ่นมีโปรตีนที่เป็นสารก่อภูมิแพ้อย่างรุนแรง เมื่อคนที่ไวต่อสิ่งนี้สูดเข้าไปหรือให้ผิวหนังสัมผัสต่อเนื่อง ร่างกายจะตอบสนองแบบภูมิไวเกิน โรคและอาการที่เชื่อมโยงกันได้แก่ โรคภูมิแพ้และแพ้อากาศ เยื่อบุตาอักเสบ จมูกอักเสบ หอบหืด ผิวหนังอักเสบและผื่นคัน ไปจนถึงอาการปวดศีรษะเรื้อรัง
ประเด็นที่ทำให้กรณีของนัทหนักกว่าคนทั่วไปมีสองข้อ ข้อแรกคือเขาไม่ได้แค่นอนในห้องนั้น เขาเรียนหนังสือ อ่านตำรา และเขียนแบบอยู่ในห้องนั้นวันละสิบสี่ถึงสิบหกชั่วโมงในช่วงสอบ ข้อที่สองคือสารก่อภูมิแพ้ไม่ได้อยู่แค่ในที่นอนที่เขานอน แต่อยู่ในของอีก 12 ตารางเมตรรอบตัวเขา การห่อที่นอนของตัวเองให้มิดชิดจึงแก้ปัญหาได้เพียงเสี้ยวเดียว
องค์การอนามัยโลกจัดคุณภาพอากาศภายในอาคารเป็นปัจจัยกำหนดสุขภาพที่แท้จริง ไม่ใช่เรื่องความสบายหรือความสวยงาม และกรมควบคุมโรคก็ระบุชัดว่าสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้านเป็นสาเหตุสำคัญของอาการทางเดินหายใจเรื้อรังในเด็กและเยาวชน สำหรับบ้านที่มีคนอยู่สามรุ่นใต้หลังคาเดียวกัน เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องความสะอาดเชิงความรู้สึก แต่เป็นเรื่องสุขภาพของคนทั้งบ้าน
จันทร์เพ็ญจดลำดับเหตุการณ์ไว้ในสมุดปกแข็งเล่มเดียวกับที่ใช้จดบัญชีร้านของชำ อ่านได้ประมาณนี้
สิบหกวันหลังย้ายขึ้นห้องใต้หลังคา นัทเริ่มไอแห้งตอนกลางคืน ไอเฉพาะช่วงหลังนอน ตอนกลางวันปกติทุกอย่าง แม่ซื้อยาแก้ไอจากร้านขายยาในตลาด อาการดีขึ้นสามวัน ก่อนจะกลับมาหนักกว่าเดิม
คลินิกใกล้บ้านวินิจฉัยว่าเป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ให้ยาแก้แพ้ชนิดกินก่อนนอน เจ็ดวันแรกอาการดีขึ้นชัดเจนจนทุกคนเชื่อว่าจบแล้ว ปัญหาคือเมื่อยาหมด อาการกลับมาเท่าเดิมภายในสี่คืน
ผื่นแดงคันขึ้นที่ข้อพับแขนทั้งสองข้าง ลำคอด้านหลัง และหลังเข่า เป็นแผ่นแห้ง ลอก และคันที่สุดตอนกลางคืน นัทเกาจนเป็นรอยข่วงยาวและมีน้ำเหลืองซึมสองจุด แพทย์ผิวหนังให้ยาทาสเตียรอยด์อ่อนกับยาแก้แพ้ และบอกว่าเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่มักกำเริบตามอากาศ
หลังคืนที่เล่าไว้ตอนต้นบทความ นัทได้ยาพ่นสองชนิด ชนิดควบคุมอาการใช้เช้าเย็น และชนิดบรรเทาอาการฉุกเฉินพาไปด้วยตลอด พร้อมนัดติดตามอาการทุกสี่สัปดาห์
เมื่ออาการไม่ดีขึ้นตามเป้า ขนาดยาพ่นถูกปรับขึ้น เปลี่ยนตัวยาหนึ่งครั้ง เพิ่มยากินกลุ่มต้านลูโคไตรอีนอีกหนึ่งตัว และเพิ่มยาทาสเตียรอยด์แรงขึ้นอีกระดับ นัทไปโรงพยาบาลและคลินิกรวม 14 ครั้งในเก้าเดือน มีการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังหนึ่งครั้งซึ่งผลบวกชัดต่อไรฝุ่น แต่คำแนะนำที่ได้กลับบ้านคือให้ซักปลอกที่นอนด้วยน้ำร้อนและตากแดดบ่อย ๆ ซึ่งถูกต้องในหลักการ และแก้ปัญหาของห้องนั้นไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ
นัททำคะแนนตกเกณฑ์สามวิชาจากหกวิชา เกรดเฉลี่ยสะสมร่วงจาก 3.12 เหลือ 2.04 และเสียสิทธิ์ทุนเรียนดีของคณะที่ให้ปีละ 12,000 บาท สมพงษ์ซึ่งเป็นครูมาทั้งชีวิตตีความสิ่งที่เห็นแบบที่ครูส่วนใหญ่ตีความ คือลูกนอนดึกเล่นเกม ลูกไม่ตั้งใจเรียน ลูกใช้ห้องใต้หลังคาเป็นที่หลบสายตาพ่อแม่ เย็นวันนั้นทั้งสองขึ้นเสียงกันกลางโถงชั้นสอง และนัทพูดประโยคที่พ่อเก็บไปคิดอีกหลายเดือนว่า เขาไม่ได้ไม่ตั้งใจ เขาแค่ไม่ได้นอนเลยมาสามเดือน ความจริงคือตลอดเดือนกันยายนเขาตื่นกลางดึกเพราะไอและคันเฉลี่ยคืนละสามถึงห้าครั้ง และมีหลายคืนที่เขายอมแพ้ ลงมานอนโซฟาในห้องรับแขกตอนตีสี่ แล้วตื่นสายจนขาดเรียนคาบแรก
ระหว่างวันที่ 18 ถึง 22 พฤศจิกายน 2568 นัทไปนอนที่ห้องหอพักของเพื่อนร่วมกลุ่มโครงงานห้าคืนติด เพราะต้องทำโมเดลส่งพร้อมกัน ห้าคืนนั้นเขาไม่ไอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผื่นที่ข้อพับแขนแห้งลงและหายคันในคืนที่สาม และเขาไม่ได้ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการฉุกเฉินสักครั้ง คืนวันที่ 23 พฤศจิกายน เขากลับขึ้นไปนอนห้องใต้หลังคา และตื่นมาไอตอนตีหนึ่งครึ่ง
นัทเล่าเรื่องนี้ตอนไปพบแพทย์ผิวหนังตามนัดวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เพราะคิดว่าเป็นเรื่องแปลกที่ควรเล่า คำถามที่แพทย์ถามกลับมาสี่คำถาม เป็นสี่คำถามที่ไม่มีใครถามมาก่อนในเจ็ดเดือน คือ ย้ายห้องนอนเมื่อไหร่ ห้องนั้นอยู่ตรงไหนของบ้าน ในห้องนั้นมีของอะไรอยู่ด้วยอีกบ้าง และที่นอนที่ใช้อยู่เคยทำความสะอาดเนื้อในครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
คำตอบคือ ห้องใต้หลังคาใต้กระเบื้องที่ไม่มีฉนวน มีที่นอนเก่าอีกหกผืน หมอนนุ่นสิบเก้าใบ ผ้าห่มยี่สิบแปดผืน กล่องผ้าสามสิบสี่ใบ พรมม้วนสามผืน และมุ้งเก่าสี่หลังอยู่ด้วย และที่นอนผืนที่ใช้อยู่นั้นไม่มีใครจำได้ว่าซื้อมาปีไหน แต่แน่ใจว่าไม่เคยมีการทำความสะอาดเนื้อในเลยแม้แต่ครั้งเดียว บทสนทนาหกนาทีนั้นเปลี่ยนคำถามของครอบครัวทั้งหมด จากคำถามว่าจะเพิ่มยาอะไรอีก เป็นคำถามว่าจะเอาสารก่อภูมิแพ้ในห้องนั้นออกไปได้อย่างไร
ในเจ็ดเดือน นัทใช้ยาพ่นสเตียรอยด์ต่อเนื่อง ยาแก้แพ้ชนิดกินสองตัว และยาทาสเตียรอยด์สามระดับความแรง น้ำหนักตัวลดลง 4.5 กิโลกรัม เขาเลิกเล่นฟุตบอลตั้งแต่เดือนสิงหาคม และผิวที่ข้อพับแขนทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นรอยคล้ำหลังการอักเสบซ้ำ ๆ ซึ่งแพทย์บอกว่าต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะจางลง
สิ่งที่ครอบครัวไม่รู้เลยจนทีมงานเข้ามาสำรวจ คือนัทไม่ใช่คนเดียวในบ้านที่มีอาการ ย่าบุญปั๋น อายุ 78 ปี ซึ่งเป็นคนเก็บของขึ้นห้องใต้หลังคาเองตลอดสี่สิบปี มีอาการคัดจมูกทุกเช้าและจามชุดใหญ่ตอนตื่น จนทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติของคนแก่ ส่วนปิ่นมณี น้องสาวของนัท อายุ 14 ปี มีผื่นคันที่ข้อพับแขนแบบเดียวกันมาสองปีแล้ว และไม่มีใครเคยเชื่อมโยงสามคนนี้เข้ากับสาเหตุเดียวกัน
จันทร์เพ็ญเป็นคนทำบัญชีร้านของชำ เธอจึงเก็บใบเสร็จไว้ทุกใบ เมื่อรวมออกมาวางเรียงบนโต๊ะกินข้าวในเดือนมกราคม 2569 ตัวเลขที่ได้ทำให้ทั้งบ้านเงียบไปพักหนึ่ง
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| ยาพ่น ยาแก้แพ้ และยาทาสเตียรอยด์ รวม 9 เดือน | 21,600 บาท |
| ค่าตรวจและค่าแพทย์ 14 ครั้ง รวมการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง | 16,800 บาท |
| ค่าเดินทางไปโรงพยาบาลและคลินิก 22 เที่ยว รวมค่ารถฉุกเฉินกลางคืน | 6,600 บาท |
| เครื่องฟอกอากาศ 2 เครื่อง สำหรับห้องใต้หลังคาและห้องย่า | 8,900 บาท |
| เครื่องลดความชื้นสำหรับห้องใต้หลังคา | 11,900 บาท |
| เครื่องดูดฝุ่นในบ้านและผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น 2 ชุด | 7,790 บาท |
| ที่นอนใหม่ 1 ผืน และหมอนใหม่ 2 ใบ | 6,500 บาท |
| ค่าลงทะเบียนเรียนซ้ำ 2 วิชาในภาคฤดูร้อน | 7,800 บาท |
| ทุนเรียนดีที่เสียสิทธิ์ไป 1 ปีการศึกษา | 12,000 บาท |
| รวมความเสียหาย 9 เดือน | 99,890 บาท |
ตัวเลขที่ต้องมองให้ชัดคือ เงินก้อนที่นัทตั้งใจจะประหยัดจากการไม่เช่าหอพักตลอดปีการศึกษา อยู่ที่ประมาณ 32,000 บาท ส่วนเงินที่ครอบครัวจ่ายออกไปเพราะห้องที่เขาย้ายขึ้นไปนอน อยู่ที่ 99,890 บาท
บ้านไม้หลังนี้เป็นบ้านกลางของตระกูล ทุกเดือนตุลาคมจะมีงานทำบุญบ้านที่ญาติจากเชียงใหม่ พะเยา และกรุงเทพฯ มาพักค้างสองถึงสามคืน และที่นอนที่ญาติใช้นอนคือที่นอนเจ็ดผืนกับหมอนสิบเก้าใบจากห้องใต้หลังคานั้นเอง ในงานปี 2568 มีญาติมาพักรวม 11 คน และมีสี่คนที่บ่นอาการคล้ายกัน คือคัดจมูกทั้งคืนและตาแดงตอนเช้า ป้าคนหนึ่งขอย้ายไปนอนโรงแรมในคืนที่สอง โดยให้เหตุผลอย่างสุภาพว่านอนไม่หลับเพราะอากาศร้อน สำหรับบ้านที่ยึดถือการรับรองญาติเป็นเกียรติของครอบครัว เรื่องนี้เจ็บกว่าตัวเลขในตาราง ย่าบุญปั๋นเป็นคนจัดที่นอนให้แขกทุกครั้งด้วยมือตัวเอง
ส่วนที่แก้ยากที่สุดคือส่วนที่ไม่มีใบเสร็จ สมพงษ์เข้าใจผิดว่าลูกชายเกียจคร้านและติดเกมอยู่สามเดือนเต็ม ส่วนย่าบุญปั๋นเมื่อเข้าใจภายหลังว่าของที่เก็บไว้ทั้งห้องคือส่วนหนึ่งของปัญหา เธอเงียบไปหลายวันและพูดกับลูกชายว่าจะยกของทุกอย่างไปเผาทิ้งให้หมด ซึ่งเป็นคำพูดของคนที่รู้สึกผิดกับของที่ตัวเองรักและเก็บมาทั้งชีวิต ประเด็นที่ครอบครัวนี้ต้องหาทางออกจึงไม่ใช่การเลือกระหว่างสุขภาพของหลานกับความทรงจำของย่า แต่คือการหาวิธีที่ไม่ต้องเลือกเลย
ตลอดเดือนธันวาคม 2568 ครอบครัวอินต๊ะวงศ์ลงมือทำทุกอย่างที่หาอ่านได้ และนี่คือเหตุผลที่แต่ละอย่างไม่ได้ผล
ตากที่นอนกลางแดดทั้งวัน มีส่วนถูกอยู่จริงคือความร้อนกับความแห้งทำให้ไรฝุ่นจำนวนหนึ่งตายได้ แต่สิ่งที่ก่อภูมิแพ้ไม่ใช่ตัวไรฝุ่นที่ยังมีชีวิต หากเป็นมูลของมันที่อยู่ในเนื้อผ้ามาหลายปี แดดไม่ได้ดึงมูลออกจากเส้นใยแม้แต่กรัมเดียว ที่นอนที่ตากแดดกลับมาจึงเป็นที่นอนแห้งที่มีสารก่อภูมิแพ้ครบเท่าเดิม
ตีที่นอนและหมอนด้วยไม้ตีแป้ง เป็นวิธีที่แย่ที่สุดในรายการนี้ เพราะไม่ได้เอาอะไรออกจากบ้านเลย มันเปลี่ยนสารก่อภูมิแพ้ที่ฝังนิ่งอยู่ในเส้นใยให้กลายเป็นละอองลอยรอบตัวคนที่ตี ในห้องเพดานสูง 2.1 เมตร คนที่ตีจึงได้สูดของเข้มข้นที่สุดในรอบปี แล้วอนุภาคทั้งหมดตกกลับลงมาที่เดิมภายในสองชั่วโมง
ซื้อเครื่องดูดฝุ่นแบบถุงกรอง 3,490 บาท เก็บฝุ่นที่ตามองเห็นได้ดี แต่อนุภาคที่เล็กที่สุดถูกปล่อยออกทางช่องระบายลมด้านหลังเครื่องด้วยความเร็วสูง และอนุภาคที่เล็กที่สุดนั้นก็คือส่วนที่เป็นสารก่อภูมิแพ้จากมูลไรฝุ่นพอดี คนที่เดินตามหลังเครื่องจึงหายใจเอาสิ่งที่ตั้งใจจะกำจัดเข้าไปเต็มปอด
เครื่องฟอกอากาศสองเครื่อง 8,900 บาท ช่วยได้จริงกับอนุภาคที่ลอยอยู่ในอากาศ แต่สารก่อภูมิแพ้ส่วนใหญ่ในห้องนั้นไม่ได้ลอยอยู่ มันนอนอยู่ในเนื้อที่นอน ในหมอนนุ่นสิบเก้าใบ และในผ้าห่มยี่สิบแปดผืน เครื่องฟอกอากาศไม่มีทางเข้าไปดึงของออกจากแหล่งสะสมได้
ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น 2 ชุด 4,300 บาท เป็นของที่มีประโยชน์จริงและควรใช้ แต่ในกรณีนี้มันห่อที่นอนแค่ผืนเดียวจากเจ็ดผืนในห้อง และไม่ได้ห่อหมอนนุ่น ผ้าห่ม มุ้ง พรมม้วน และกล่องผ้าสามสิบสี่ใบที่อยู่รอบตัวเลย การห่อแหล่งสะสมหนึ่งในสิบส่วนไม่พอที่จะทำให้อาการหายไป
ซักปลอกที่นอนและปลอกหมอนด้วยน้ำร้อนทุกสัปดาห์ ควรทำและได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ปลอกผ้าไม่เคยเป็นแหล่งสะสมตัวจริง เนื้อนุ่นและเนื้อฟองน้ำข้างใต้ต่างหากที่เก็บสะสมสะเก็ดผิวหนัง เหงื่อ ความชื้น และมูลไรฝุ่นมาหลายสิบปี
ฉีดน้ำยากำจัดไรฝุ่นที่สั่งจากอินเทอร์เน็ต 590 บาท แม้จะฆ่าได้จริง ซากและมูลที่สะสมอยู่ก็ยังอยู่ในเส้นใยเหมือนเดิม การฆ่าไม่ใช่การกำจัด และในห้องที่ชื้น 80 เปอร์เซ็นต์ ประชากรใหม่จะกลับมาภายในไม่กี่สัปดาห์
ย้ายของลงไปเก็บใต้ถุนบ้าน เป็นความคิดที่ดูมีเหตุผล จนกระทั่งวัดความชื้นใต้ถุนบ้านไม้ที่ติดดินได้ 88 เปอร์เซ็นต์ในเดือนกันยายน การย้ายกองผ้าจากที่ชื้น 80 ไปไว้ในที่ชื้น 88 คือการทำให้ปัญหาหนักขึ้นและมองไม่เห็นด้วย
ทิ้งของทั้งหมด หรือย้ายนัทลงมานอนชั้นล่าง ข้อแรกแก้ปัญหาได้จริงและครอบครัวนี้ทำไม่ได้ เพราะในกล่องสามสิบสี่ใบมีผ้าซิ่นทอมือของย่า ชุดครุยของพ่อ และผ้าห่มงานบุญของตระกูลสามรุ่น ข้อที่สองก็ทำไม่ได้ เพราะบ้านมีห้องนอนสามห้อง เป็นของย่า ของพ่อแม่ และของน้องสาววัยสิบสี่ ทางเลือกที่เหลือคือให้นัทนอนโซฟาบุผ้าอายุสิบเอ็ดปีที่ไม่เคยทำความสะอาดเนื้อในเช่นกัน
ทุกวิธีข้างต้นมีข้อบกพร่องร่วมกันข้อเดียว คือทั้งหมดจัดการที่พื้นผิวหรือจัดการที่อากาศ แต่สารก่อภูมิแพ้ที่เป็นต้นเหตุฝังอยู่ลึกในเส้นใยของทุกชิ้นในห้อง และการดึงมันออกมาจริง ๆ ต้องใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ พร้อมวิธีการที่ไม่ปล่อยสิ่งที่ดูดขึ้นมาแล้วกลับคืนสู่อากาศในห้องอีก
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จันทร์เพ็ญค้นหาผู้ให้บริการที่ทำงานได้จริงในบ้านไม้เก่า โดยไม่ต้องขนที่นอนเจ็ดผืนกับกล่องสามสิบสี่ใบลงบันไดไม้ชันสิบเอ็ดขั้นไปที่ไหน และเจอ World Health Disinfection จึงโทรไปปรึกษาในวันเดียวกัน โจทย์ที่เธอให้ไว้มีสามข้อ คือต้องเก็บของของย่าไว้ให้ครบทุกชิ้น ต้องทำเสร็จในวันเดียวเพราะสมพงษ์ลางานได้แค่วันเสาร์ และต้องทำห้องย่ากับห้องน้องสาวไปด้วย
บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด เป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่รวมการกำจัดไรฝุ่นเข้ากับการฆ่าเชื้ออย่างครบวงจรไว้ในการเข้าบริการครั้งเดียว ครอบคลุมทั้งที่นอน โซฟา พรม และผ้าม่าน เป็นบริการถึงสถานที่ และจุดที่ตรงกับความต้องการของบ้านไม้หลังนี้มากที่สุดคือ ผ้าม่านได้รับการทำความสะอาดทั้งที่แขวนอยู่ ไม่ต้องปลด ไม่ต้องรื้อ และไม่ต้องส่งไปที่ไหน สำหรับบ้านที่รางผ้าม่านเป็นรางไม้เก่าอายุหลายสิบปี เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความสะดวก แต่คือการไม่ต้องเสี่ยงทำรางไม้เดิมพัง
ดูรายละเอียดบริการกำจัดไรฝุ่นและราคาได้ที่นี่ บริการเดียวกันนี้คือบริการที่บ้านพักอาศัย โรงแรม คลินิก และโรงเรียนทั่วประเทศเลือกใช้กับปัญหาลักษณะเดียวกัน
หัวใจของบริการคือเครื่อง SIRENA System ซึ่งออกแบบและพัฒนาที่ประเทศแคนาดา ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไซโคลนจากประเทศอิตาลี ขนาด 1200 วัตต์ สิ่งที่ทำให้มันต่างจากเครื่องดูดฝุ่นแบบถุงกรองที่ครอบครัวซื้อมาเอง ไม่ใช่กำลังดูด แต่คือหลักการกรอง
ระบบกรองด้วยน้ำ แทนที่จะกักฝุ่นไว้ในถุงที่ปล่อยอนุภาคละเอียดรั่วออกทางท้ายเครื่อง SIRENA ดูดทุกอย่างลงไปในถังกรองน้ำโดยตรง ฝุ่น สิ่งสกปรก ขนสัตว์ และฝุ่นในบ้าน ถูกกักไว้ในน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีการเป่าย้อนกลับเข้าห้องเลย ข้อนี้สำคัญเป็นพิเศษในห้องใต้หลังคาเพดานต่ำที่อากาศแทบไม่หมุนเวียน เพราะอะไรที่ฟุ้งขึ้นในห้องนั้นจะอยู่ในห้องนั้นอีกหลายชั่วโมง
แผ่นกรอง HEPA ละเอียดถึง 0.02 ไมครอน ถัดจากชั้นน้ำคือแผ่นกรอง HEPA ที่กรองได้ละเอียดถึง 0.02 ไมครอน สองชั้นนี้รวมกันกำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ พร้อมดักจับเกสรดอกไม้ ฝุ่น สิ่งสกปรก ก๊าซ VOC เชื้อสแตฟิโลค็อกคัส แบคทีเรีย เชื้อโรค เชื้อราดำ ขนสัตว์เลี้ยง ไรฝุ่น ควันบุหรี่ และกลิ่นอาหารที่ติดค้างอยู่ในเส้นใย สำหรับบ้านไม้เก่าที่มีทั้งความชื้นและเชื้อราดำตามร่องไม้ รายการนี้ครอบคลุมสองปัญหาในรอบเดียว
มาตรฐานที่ตรวจสอบได้จริง SIRENA System ได้รับการรับรองจากสมาคมโรคหอบหืดแห่งแคนาดา และมีเครื่องหมายรับรองอีกหลายรายการ ได้แก่ Quality Tested, Certified Space Technology, Certified Vacuums, Dust Mite Proof, Certified TUV Rheinland, Certified Asthma and Allergy, Certified Go Green และ Certified Eco Friendly
ฟอกอากาศไปในตัวระหว่างทำงาน เพราะลมที่ออกจากเครื่องผ่านน้ำมาก่อน เครื่องจึงทำหน้าที่เป็นเครื่องฟอกอากาศและเครื่องกระจายกลิ่นไปพร้อมกัน ห้องใต้หลังคาหลังทำเสร็จจึงหอมสะอาด ไม่ใช่กลิ่นฝุ่นตลบเหมือนตอนที่ครอบครัวเคยตีที่นอนกันเองในเดือนธันวาคม
สำหรับชิ้นที่สกปรกหนัก ทีมงานยังนำอุปกรณ์ MASTER VACUUM มาซักล้างลึกทั้งที่นอน โซฟา และพรม เพื่อดึงคราบ สิ่งสกปรก และฝุ่นที่ฝังแน่นซึ่งการดูดแบบแห้งอย่างเดียวเข้าไม่ถึง รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ หน้าสินค้า SIRENA System
1. ทีมงานขึ้นไปทำถึงห้องใต้หลังคา ไม่ต้องขนที่นอนเจ็ดผืน หมอนสิบเก้าใบ และกล่องสามสิบสี่ใบลงบันไดไม้ชันไปไว้ที่อื่น ในบ้านไม้ที่บันไดแคบและชัน เรื่องนี้เป็นทั้งความสะดวกและความปลอดภัย
2. เก็บของของย่าไว้ได้ทุกชิ้น ไม่ต้องทิ้ง ครอบครัวไม่ได้ต้องการทิ้งความทรงจำ สิ่งที่ต้องการคือเอาสารก่อภูมิแพ้ออกจากความทรงจำนั้น ที่นอนนุ่นเย็บมือ ผ้าซิ่นทอมือ และผ้าห่มงานบุญ ได้รับการทำความสะอาดเนื้อในและกลับขึ้นกล่องเดิม
3. เข้าถึงเนื้อในนุ่นและฟองน้ำ ไม่ใช่แค่ปลอก แหล่งสะสมตัวจริงอยู่ในแกนที่นอนและในเนื้อหมอน ซึ่งซักเครื่องไม่ได้และตากแดดไม่ออก นี่คืออุปกรณ์ที่สร้างมาเพื่อดึงของออกจากความลึกของเส้นใยโดยเฉพาะ
4. ระบบกรองน้ำไม่เป่าอะไรย้อนกลับเข้าห้อง ต่างจากการตีที่นอนและเครื่องดูดฝุ่นแบบถุง ทุกอย่างที่ถูกดูดขึ้นมาลงไปอยู่ในน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์ ในห้องเพดานต่ำที่อากาศไม่หมุนเวียน นี่คือความต่างระหว่างการกำจัดกับการย้ายปัญหา
5. กำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้ 99.99 เปอร์เซ็นต์ ด้วยระบบกรองน้ำร่วมกับแผ่นกรอง HEPA ระดับ 0.02 ไมครอน พร้อมการรับรองจากสมาคมโรคหอบหืดแห่งแคนาดา ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานกับโรคที่นัทกำลังถูกรักษาอยู่โดยตรง
6. ผ้าม่านสะอาดได้โดยไม่ต้องปลดลงจากรางไม้เดิม บ้านไม้เก่าหลายหลังมีรางผ้าม่านไม้หรือราวที่ยึดกับไม้เนื้อแข็งอายุหลายสิบปี การปลดและติดกลับทุกครั้งคือความเสี่ยงต่อตัวบ้าน บริการนี้ทำความสะอาดผ้าม่านทั้งที่แขวนอยู่ ไล่จากขอบบนลงชายล่าง
7. จัดการเชื้อราไปพร้อมกัน ห้องที่ความชื้นแตะ 84 เปอร์เซ็นต์และมีไม้เป็นวัสดุหลักเพาะทั้งไรฝุ่นและเชื้อราดำได้พร้อมกัน ระบบกรองของเครื่องดักจับได้ทั้งสองอย่าง และยังมีบริการพ่นฆ่าเชื้อโรคเสริมที่ฆ่าไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราในรอบเดียวกัน
8. กลิ่นอับของบ้านไม้เก่าหายไปจริง ไม่ใช่แค่ถูกกลบ กลิ่นไม้อับ กลิ่นผ้าเก่า และกลิ่นกระดาษที่เก็บนาน ถูกดูดออกไปแทนที่จะถูกฉีดสเปรย์ทับ นี่เป็นเรื่องที่คนในบ้านรับรู้ได้ทันทีในคืนแรก
9. เห็นหลักฐานกับตาทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำ น้ำในเครื่องถูกเทให้ดูต่อหน้า ซึ่งสำคัญกับบ้านที่มีคนสามรุ่น เพราะมันเปลี่ยนการเถียงกันว่าบ้านสะอาดหรือไม่ ให้กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันในถังเดียวกัน
10. ถูกกว่าการไล่รักษาอาการไปเรื่อย ๆ หลายเท่า เทียบกับ 99,890 บาทที่จ่ายไปในเก้าเดือนโดยที่อาการไม่หาย และเทียบกับเกรดเฉลี่ยหนึ่งปีการศึกษาที่หายไป การเรียกใช้บริการหนึ่งครั้งไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดนาน
ทีมงานสามคนมาถึงบ้านตอนเจ็ดโมงสี่สิบ และทำงานต่อเนื่องจนถึงเย็น ตามลำดับที่วางไว้ให้ของที่สะอาดแล้วไม่ถูกปนเปื้อนซ้ำจากงานในขั้นถัดไป
คืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นคืนแรกในรอบเก้าเดือนที่นัทนอนหลับตลอดคืนโดยไม่ตื่นมาไอ จันทร์เพ็ญบอกว่าเธอเป็นคนที่นอนไม่หลับในคืนนั้นแทน เพราะเอาแต่ฟังเสียงจากเพดาน แล้วไม่ได้ยินอะไรเลย
| ก่อนใช้บริการ | หลังใช้บริการ |
|---|---|
| ตื่นกลางดึกเพราะไอและคันเฉลี่ยคืนละ 3 ถึง 5 ครั้ง | คืนแรกหลังทำบริการนอนหลับตลอดคืน และสามสัปดาห์ถัดมาตื่นกลางดึกรวม 2 ครั้ง |
| ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการฉุกเฉินเฉลี่ยสัปดาห์ละ 4 ถึง 6 ครั้ง | เดือนมีนาคม 2569 ใช้ทั้งเดือนรวม 1 ครั้ง และแพทย์ลดขนาดยาควบคุมอาการลงในนัดวันที่ 9 เมษายน 2569 |
| ผื่นที่ข้อพับแขน ลำคอ และหลังเข่า ต้องทายาสเตียรอยด์ทุกวัน | ผื่นแห้งลงและหยุดขยายในสัปดาห์ที่สอง เลิกใช้ยาทาประจำวันได้เมื่อครบห้าสัปดาห์ |
| ความชื้นสัมพัทธ์ในกองที่นอนห้องใต้หลังคา 76 ถึง 84 เปอร์เซ็นต์ | หลังเปิดช่องลมไม้ฉลุทั้งสองด้านและจัดของใหม่ วัดได้ 62 ถึง 67 เปอร์เซ็นต์ |
| เกรดเฉลี่ยสะสมร่วงจาก 3.12 เหลือ 2.04 และเสียสิทธิ์ทุนเรียนดี | ภาคเรียนถัดมาทำได้ 3.28 และยื่นขอทุนเรียนดีคืนได้ในปีการศึกษา 2569 |
| ย่าคัดจมูกและจามทุกเช้า น้องสาวมีผื่นคันเรื้อรังสองปี | ย่าเลิกจามชุดตอนตื่นตั้งแต่สัปดาห์ที่สอง ผื่นของน้องสาวจางลงชัดเจนภายในหนึ่งเดือน |
| งานทำบุญบ้านปี 2568 ญาติ 4 จาก 11 คนบ่นอาการ และมี 1 คนย้ายไปนอนโรงแรม | งานเดือนเมษายน 2569 ญาติมาพักค้าง 9 คน ไม่มีใครบ่นอาการ และไม่มีใครย้ายออก |
ผมเป็นครูมายี่สิบแปดปี ผมสอนเด็กคนอื่นเรื่องการหาสาเหตุมาทั้งชีวิต แต่กับลูกตัวเอง ผมด่าเขาว่าเกียจคร้านอยู่สามเดือนเต็ม ทั้งที่เขาไม่ได้นอนเลย วันที่ช่างเทน้ำในเครื่องให้ดูครั้งที่สี่ แม่ผมยืนดูอยู่ข้าง ๆ แล้วท่านหันมาบอกผมว่า นี่คือของที่แม่เอาขึ้นไปเก็บไว้เอง สิ่งที่ผมดีใจที่สุดไม่ใช่เรื่องที่ลูกหายไอ แต่คือเราไม่ต้องทิ้งของของแม่แม้แต่ชิ้นเดียว ที่นอนนุ่นที่แม่เย็บเองสองผืนยังอยู่บนกล่องเดิม แค่มันสะอาดแล้ว ตอนนี้เราตั้งงบทำปีละครั้ง ก่อนงานทำบุญบ้านเดือนตุลาคมทุกปี
— สมพงษ์ อินต๊ะวงศ์ อายุ 52 ปี ครูโรงเรียนมัธยม ตำบลสวนดอก อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง
บริการกำจัดไรฝุ่นแบบมืออาชีพคือการตั้งต้นใหม่ให้ทั้งบ้าน ส่วนการรักษาสภาพนั้นไว้เป็นเรื่องของนิสัยประจำวัน และนี่คือห้าข้อที่ครอบครัวอินต๊ะวงศ์เปลี่ยนหลังจากนั้น
อ่านบทความเกี่ยวกับสารก่อภูมิแพ้ในบ้านเพิ่มเติมได้ที่ คลังบทความของ World Health Disinfection ดูข้อมูลคุณภาพอากาศภายในอาคารจาก องค์การอนามัยโลก และคำแนะนำเรื่องโรคภูมิแพ้และโรคทางเดินหายใจจาก กรมควบคุมโรค หากต้องการดูขอบเขตงานทั้งหมด ดูได้ที่ หน้าบริการกำจัดไรฝุ่นและฆ่าเชื้อครบวงจร หรือดูภาพรวมของบริษัทได้ที่ หน้าแรกของ World Health Disinfection
ที่นอน หมอน ผ้าห่ม มุ้ง พรม โซฟา และผ้าม่านในห้องใต้หลังคาและทั่วบ้าน ทำความสะอาดถึงที่ พร้อมฆ่าเชื้อครบวงจร โดยเจ้าแรกในประเทศไทยที่รวมสองอย่างนี้ไว้ด้วยกัน
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด — 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
ไม่ต้องขนลงจากบ้าน ทีมงานจะจัดของในห้องเป็นโซนแล้วทำหมุนเวียนทีละโซน กรณีบ้านไม้ที่ลำปางซึ่งมีที่นอน 7 ผืน หมอน 19 ใบ ผ้าห่ม 28 ผืน กล่อง 34 ใบ และพรมม้วน 3 ผืน ไม่มีของชิ้นใดถูกขนลงบันไดเลย
ได้ และเป็นชิ้นที่ได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะเนื้อนุ่นมีช่องอากาศจำนวนมากที่เก็บสะเก็ดผิวหนัง ความชื้น และมูลไรฝุ่นไว้ได้ดีกว่าวัสดุอื่น ระบบดูดผ่านน้ำดึงของออกจากความลึกของเส้นใยได้โดยไม่ต้องทำให้ที่นอนเปียกชุ่มแบบการซักน้ำ ซึ่งสำคัญมากกับที่นอนนุ่นที่ถ้าเปียกแล้วแห้งไม่สนิทจะเกิดเชื้อราตามมา
ไม่ต้อง การทำความสะอาดผ้าม่านทั้งที่แขวนอยู่คือหัวใจสำคัญของบริการนี้ ทีมงานทำไล่จากขอบบนลงชายล่างบนรางเดิม จึงเหมาะกับบ้านไม้เก่าที่รางผ้าม่านเป็นรางไม้หรือราวยึดกับไม้เนื้อแข็งอายุหลายสิบปี ซึ่งการปลดและติดกลับทุกครั้งเป็นความเสี่ยงต่อตัวบ้าน
ทีมงานจะประเมินสภาพไม้และเลือกหัวอุปกรณ์ให้เหมาะกับแต่ละพื้นผิวก่อนเริ่มงาน สำหรับร่องพื้นไม้สักและคานโครงหลังคาจะใช้การดูดเก็บเป็นหลัก ซึ่งไม่ทำให้ไม้เปียกและไม่ต้องใช้แรงกดบนผิวไม้ ต่างจากการขัดหรือการฉีดล้าง
ปลอดภัย เพราะระบบกรองผ่านน้ำก่อนแล้วจึงผ่านแผ่นกรอง HEPA ระดับ 0.02 ไมครอน จึงไม่มีการปล่อยฝุ่นหรือสารก่อภูมิแพ้ย้อนกลับเข้าห้องระหว่างทำงาน ต่างจากเครื่องดูดฝุ่นแบบถุงและการตีที่นอนที่ทำให้อาการของผู้ป่วยแย่ลงได้ทันที ตัวเครื่อง SIRENA System ยังได้รับการรับรองจากสมาคมโรคหอบหืดแห่งแคนาดา
แนะนำให้ทำทั้งบ้านในรอบเดียว เพราะคนในบ้านเดินสลับห้องกันทุกวัน และของที่สะสมสารก่อภูมิแพ้มักกระจายอยู่หลายห้อง ในกรณีที่ลำปาง คนที่มีอาการมีสามคนจากห้องนอนสามห้องต่างกัน การทำแค่ห้องเดียวจึงได้ผลเพียงบางส่วนเสมอ
สำหรับที่นอนที่มีคนนอนทุกคืนและห้องเก็บของที่ความชื้นสูง แนะนำปีละหนึ่งถึงสองครั้ง โดยวางรอบก่อนเข้าฤดูฝนและก่อนช่วงที่บ้านมีแขกมาพักค้าง หลังจบงานลูกค้าจะได้รับ WELLGIENIC กระดาษทิชชู่เปียกฆ่าเชื้อ ที่ฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ 99.99 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงเชื้อโควิด-19 และ CHEMGENE HLD4H สเปรย์ฆ่าเชื้อโรค ที่ฆ่าไวรัส เชื้อรา แบคทีเรีย ซัลโมเนลลา ไมโคแบคทีเรีย H1N1 โควิด-19 ไอกรน โนโรไวรัส และไข้หวัดใหญ่ได้ภายใน 1 นาที ด้วยประสิทธิภาพ 99.85 เปอร์เซ็นต์ ปกป้องต่อเนื่องนานถึง 14 วัน
#บริการกำจัดไรฝุ่น #เครื่องกำจัดไรฝุ่น #กำจัดไรฝุ่นห้องใต้หลังคา #ซักที่นอนนุ่น #ทำความสะอาดผ้าม่านไม่ต้องปลด #SIRENASystem #พ่นฆ่าเชื้อโรค #บ้านไม้เก่าภูมิแพ้ #WorldHealthDisinfection